ตอนที่แล้วChapter 6 เงินก้อนแรก
ทั้งหมดรายชื่อตอน

         “ลูลู่ นี่คุณยอมจ่ายหนึ่งร้อยดอลลาร์เลยเหรอ คุณตัดสินใจซื้อภาพวาดที่มีราคาแพงเนี่ยนะ ช่างเป็นเด็กสาวที่ใช้เงินไม่เป็นเอาซะเลย!

 

“และลายเซ็นศิลปะนั่นก็ด้วย!

 

“คุณใจดีเกินไปแล้ว! มันไม่ยากที่จะหาคนมาเพื่อสร้างลายเซ็นแบบนั้นทางอินเตอร์เน็ต ในราคาเพียงห้าดอลลาร์”

 

“การออกแบบออนไลน์เหล่านั้นดูเหมือนขยะราคาถูก ฉันชอบอันนี้มากกว่าค่ะ มันเป็นการแสดงออกถึงชื่อและเอกลักษณ์ของฉันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉันได้ตรวจสอบรูปภาพที่ฉันถ่ายอย่างละเอียด คุณรู้อะไรมั้ย…เธอแสดงท่าทางแบบไหนตอนที่กำลังวาดฉัน? คุณอาจไม่รู้ แต่สำหรับฉัน หญิงสาวที่ยื่นภาพวาดให้ฉันมีท่าทางที่อ่อนโยนและน่ารักมาก แล้วเธอพูดว่า “สิ่งที่ฉันวาด ก็เหมือนกับที่คุณมองฉัน” ในขณะที่เธอพูดประโยคนั้น ฉันถึงกับขนลุก! เธอสุดยอดมาก! คุณไม่คิดแบบนั้นเหรอ…?

 

ฉันขี้เกียจที่จะคุยกับคุณล่ะ ต่อให้คุณไม่มีเงินคุณสามารถกลับไปหาครอบครัวของคุณได้นี่เนอะ เอาล่ะ…หัวหน้างานของฉันเรียกแล้ว ดังนั้นฉันต้องกลับไปทำงานล่ะ ฉันไม่ได้โชคดีแบบคุณนี่เนอะ”

 

ริมฝีปากของหลิวลู่กระตุก และเธอเอาโทรศัพท์ออกจากหูของเธอ ก่อนจะพึมพำขึ้นมาเบาๆ “เธอทำอย่างกับว่า ฉันคิดว่าเงินของพ่อแม่ของฉันเป็นสิ่งไม่มีค่าอย่างนั้นแหละ ฉันไม่ได้ใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยสักหน่อย ฉันคิดว่ามันคุ้มค่าที่จ่ายมันต่างหากล่ะ” จากนั้นเธอก็ก้มลงมองดูภาพวาดในมือของเธอ ยิ่งเธอมองมันมากเท่าไรเธอก็รู้สึกพึงพอใจมากขึ้นเท่านั้น

 

“ผมขอดูภาพวาดในมือของคุณหน่อยได้ไหมครับ…?” ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงเข้มๆจากด้านข้าง

 

หลิวลู่ตกใจและเงยหน้าขึ้นมามองหา เธอเห็นชายสองคนยืนอยู่ด้านซ้ายมือของเธอ หนึ่งในนั้นคือชายที่ดูแข็งแรง ซึ่งดูเหมือนจะอายุประมาณสามสิบปีได้แล้ว เขาสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม โดยที่โชว์กล้ามเนื้อแขนอันแข็งแรงของเขา เขาดูเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับเธอ

 

ในขณะที่ดวงตาของเธอกำลังมองไปที่ชายทั้งสอง เธอก็รู้ทันทีว่าเธอถูกจับจ้องอยู่ พวกเขาไม่ได้มีท่าทีแสดงออกว่าโกรธอีกฝ่าย แต่เธอกลับกลัวมากกว่าตอนที่พ่อของเธอดุเธอซะอีก แล้วเปลี่ยนกระดาษจากที่เคยอยู่ในมือซ้ายย้ายไปไว้ในมือขวาแทน เพื่อให้ห่างจากผู้ชายพวกนั้นให้มากที่สุด

 

ประตูลิฟต์เปิดขึ้นพร้อมกับ ติ้ง!

 

“อืม…ฉันต้องขึ้นลิฟต์” เขาใช้โอกาสนี้พูด หลิวลู่จ้องมองชายที่ยืนอยู่ข้างเธอ ใบหน้าของเขาสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อดวงตาของเขาลดระดับลงมาเพื่อดูภาพ ขนตายาวของเขาปิดบังความรู้สึกที่อยู่ภายใต้ดวงตาของเขา

 

ว้าว! หล่อมาก!

 

หลิวลู่ไม่สามารถพูดได้ว่าส่วนไหนของเขาที่หล่อ ใบหน้าของเขาไม่สะดุดตาเหมือนกับเหล่าคนดัง แต่มันก็ยังให้ความรู้สึกหล่อเหลา และในขณะที่เขารูปร่างค่อนข้างสูงความสูงของเขาไม่สามารถเปรียบเทียบกับร่างของชายอีกคนที่ดูแข็งแกร่งข้างเขา แต่เขาก็ไม่ได้ผอมจนเกินไป

 

“คนที่วาดภาพนี้อยู่ที่ไหน…?” ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย พลางกวาดสายตาไปข้างหลังของหลิวลู่

 

“ถัดจากแปลงดอกไม้ตรง Hundred Flower Square ไปนิดหน่อยค่ะ” หลิวลู่ตอบกลับโดยทันที

 

เมื่อชายคนนั้นหันหลังให้ แล้วเขาก็เดินออกไปข้างนอก หลิวลู่มองไปที่กระดาษที่ถืออยู่ในมือของเขา และเพิ่งรู้ตัวว่าเขาได้ฉกฉวยรูปไปจากมือของเธอไปในขณะที่เขาพูดกับเธอ เธอไล่ตามเขาไปอย่างรวดเร็วและตะโกนว่า “ภาพวาดของหนูนะ!

 

ชายนั้นหยุดและหันไปมองหลิวลู่ด้วยสายตาที่แหลมคมราวกับใบมีด ทำให้ความกล้าหาญในการขอภาพวาดของเธอคืนได้สลายหายไปทันที

 

“คุณต้องการเงินเท่าไหร่เป็นค่าตอบแทน?

 

“ฉะ…ฉันไม่ได้ต้องการเงินค่ะ…”

 

ก่อนที่หลิวลู่จะพูดจบ ชายที่ดูดีคนนั้นได้พยักหน้ารับกับชายคนหนึ่ง แล้วเขาก็ดึงธนบัตรออกมาจากกระเป๋าเงินของเขาแล้วส่งเงินนั้นมาให้เธอ ดูเหมือนว่าจะประมาณหนึ่งพันดอลลาร์ได้

 

“ไม่ฉัน…”

 

ธนบัตรอีกจำนวนหนึ่งก็ถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเงินอีกครั้ง

 

“ไม่พอเหรอ…? ชายคนนั้นได้หันมาถามเธออีกครั้ง พร้อมกับมองมาด้วยสายตาที่ราวกับคนไม่พอใจอยู่อย่างนั้นแหละ

 

หลิวลู่รีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองทันที

 

หลังจากชายสองคนเดินลับสายตาของเธอไปแล้ว หลิวลู่มองดูเงินที่ถืออยู่ในมือของเธอพร้อมกับเริ่มนับจำนวนเงินในมือของเธอ เมื่อเธอนับเสร็จเธอก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะว่าธนบัตรที่เธอเพิ่งจะได้รับมาลบหนึ่งร้อยดอลลาร์ที่เธอใช้ไปในการซื้อภาพวาด เธอได้รับถึงสองพันหกร้อยดอลลาร์เชียวล่ะ!

 

“เขารวยจริงๆ แถมเอาแต่ใจด้วย!

 

เฉิงเจียวหยางซึ่งปัจจุบันไม่ทราบว่าภาพวาดของเธอถูกขายไปแล้วในราคาที่มากกว่าสองพันดอลลาร์ ในขณะนี้ซึ่งกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยให้ผู้คนออกแบบลายเซ็นของพวกเขา ห้าดอลลาร์สำหรับลายเซ็นที่กำหนดเองนั้นไม่แพงเลยด้วยซ้ำ อย่างน้อยที่สุดมันก็ทำให้เธอ สามารถซื้อชานม บางคนสนใจ แต่ก็ไม่มีใครขอให้เธอวาดภาพเหมือนให้อีก

 

เฉิงเจียวหยางได้จัดการร่างลายเซ็นศิลปะที่กำหนดเองหลายฉบับ และตัดสินใจที่จะหยุดพักก่อนเพราะเธอจะได้ย้ายไปยังสถานที่ที่อากาศเย็นกว่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนระอุ แต่เมื่อเธอกำลังก้มเก็บของ ได้มีใครบางคนมาหยุดอยู่ข้างหน้าเธอแล้ว

 

“เธอเป็นคนวาดภาพนี้หรือเปล่า…!? ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

เฉิงเจียวหยางเหลือบมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้ มันเป็นภาพวาดใบแรกของเธอในวันนี้ ภาพเหมือนของหลิวลู่ จากนั้นสายตาของเธอก็ไม่สะดุดแหวนหยกเลือดบนนิ้วหัวแม่มือที่กำลังจับถือกระดาษอยู่ หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะทันที!

 

สายตาของเธอค่อยๆ ไล่ดูจากแขนขึ้นไปที่ใบหน้าของคนตรงหน้าเธอ และเธอก็พบใบหน้าที่ดูดีของเฉินจือหนิง

 

ริมฝีปากของเฉิงเจียวหยางเริ่มสั่นเทา แต่เมื่อเธอตระหนักได้ถึงตัวตนในปัจจุบันของเธอแล้วเธอก็สงบลง และพูดตอบไปว่า “ใช่ค่ะ…มีอะไรรึเปล่าคะ?

 

หากไม่ใช่ประสบการณ์ที่เธอเจอมาด้วยตัวเอง ใครจะเชื่อว่า มีใครบางคนอาจกลายเป็นบุคคลอื่นที่มีรูปลักษณ์และสายเลือดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงแบบเธอในตอนนี้

 

“เจียวหยาง? ชายคนนั้นตั้งคำถามอีกครั้งอย่างไม่ลดละ ในขณะที่สายตาของเขาได้จับจ้องมาที่เธอ

 

มีคนสองคนที่อาศัยอยู่ในโลกที่แตกต่างกันต่างกัน แต่ยังคงมีรูปแบบและลายเซ็นเหมือนกัน มันจะเป็นไปได้ยังไง!?

 

เขาไม่เคยเชื่อในเรื่องบังเอิญมาก่อน ความบังเอิญเหล่านั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์เตรียมไว้โดยเจตนาเขาเชื่อแบบนั้น

 

เฉิงเจียวหยางได้ยินชื่อที่ชายคนนั้นที่พูดออกมาและด้วยเหตุผลที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ เธอรู้สึกได้ถึงความรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันทีจากน้ำเสียงเย็นชานั่น มันเป็นความรู้สึกนี้คุ้นเคยกับเธอมาก ทุกครั้งที่เขาเรียกหาเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเช่นนี้มันหมายความว่าสถานการณ์ที่โชคร้ายมันจะเกิดขึ้นกับเธอเสมอ

 

ก่อนหน้านี้ เฉินจือหนิงหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ชอบรังแกเธอตอนเขาไม่มีความสุข โชคไม่ดีที่ตอนนั้นเขาไม่มีความสุขทุกวันเลย ก่อนหน้านี้เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงถูกรังแกและเขาก็ทำให้เธอร้องไห้ทุกวัน เขาข่มขู่เธอหลายครั้ง ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก มันทำให้เธอมีฝังใจมาก เมื่อเธอโตขึ้นเธอเลยจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงสถานที่ที่เฉินจือหนิงอยู่เสมอ ถ้าเธอบังเอิญเจอเขา เธอจะหนีไปให้ไกลที่สุด

 

แม้ว่าตอนนี้เจ้าชายปีศาจตัวน้อยคนนั้นจะโตแล้ว แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะกลายเป็นเทวดา และในตอนนี้เขาดูน่ากลัวเกินไป ความเย็นรอบๆ ตัวเขาสามารถแข็งเป็นน้ำแข็งได้เลย ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังสาดแสงอยู่ แต่เธอกลับรู้สึกถึงความเย็นชาราวกับว่าเธออยู่ในทะเลสาบน้ำแข็ง ซึ่งมันทำให้เธอหนาวไปถึงขั้วของหัวใจเลยล่ะ

 

“นั่นคือ นามแฝงของฉัน” เฉิงเจียวหยางตอบไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจ

 

“เปลี่ยนมันซะ!!

 

เมื่อได้ยินคำสั่งของอีกฝ่ายเฉิงเจียวหยางก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ก่อนจะพูดตอบกลับไปว่า “โอ้….แค่นายเดินมาบอกว่าฉันว่าควรเปลี่ยนลายเซ็น แล้วฉันจะต้องเปลี่ยนมันงั้นสิ นายเป็นใคร? ทำไมฉันต้องเปลี่ยนมันเพื่อทำตามคำสั่งของนายด้วยงั้นเหรอ?”

 

“เธอจะไม่เปลี่ยนมันสินะ!!” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงอันตรายที่จะตามมาหากเธอไม่ยอมทำตาม

 

เมื่อเฉิงเจียวหยางได้ยินน้ำเสียงแบบนั้น เธอก็นึกถึงที่ครั้งหนึ่งเธอเคยได้ยินน้ำเสียงนี้ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเฉิงจือหนิง เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เฉินจือหนิงยังเป็นเด็กเขาสวมชุดสูทและมือซ้ายของเขาอยู่ในกระเป๋ากางเกง ในขณะที่มือขวาของเขาถือแก้วไวน์ แหวนหยกเลือดบนนิ้วหัวแม่มือของเขาตรงกันข้ามกับไวน์ในแก้ว ทำให้มันดูสะดุดตา ถึงอย่างนั้นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเฉินจือหนิง คือชายวัยกลางคนที่ถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาจนชายคนนั้นร้องออกด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด ชายคนนั้นนอนราบกับพื้นใบหน้าที่บวม ส่วนข้อมือขวาของเขาโดนตรึงรองเท้าของเฉินจือหนิง ถึงแม้จะเป็นการกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ แต่เขากลับเผยรอยยิ้มโหดเหี้ยมที่มุมปากก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ในไม่ช้าเธอก็พบว่า มือของเขาถูกบดขยี้ด้วยรองเท้าของเฉินจือหนิง ซึ่งชายนั้นเป็นลูกน้องของเขาที่ได้ทรยศเขา

 

น่าเสียดายที่มันสายเกินไป ฉากนั้นถูกไฟไหม้ในความทรงจำของเธอ เจ้าชายมารตัวน้อยกลายเป็นราชาปีศาจ เขาไม่ได้เปลี่ยนไปแค่รูปร่างของขนาดตัว แต่รวมไปถึงอารมณ์ของเขาด้วยที่ตอนนี้ได้แผ่ซ่านความเย็นชาออกมา อารมณ์ของเขาไม่อาจคาดเดาได้เลย

 

ฉันจะไม่ยอมก้มหัวให้กับราชาปีศาจเฉินอย่างแน่นอน! ด้วยคำเหล่านี้ที่จารึกอยู่ในใจของเฉิงเจียวหยาง เธอจึงตัดสินใจที่จะใช้เป็นแนวทางในการเดินหน้าต่อไป

 

“แน่นอนค่ะ…แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้นะคะที่ฉันจะเปลี่ยนลายเซ็นของฉัน แต่ทำไมฉันต้องเปลี่ยนมันด้วยล่ะคะ? น้ำเสียงของเฉิงเจียวหยางอ่อนลงในตอนท้าย ก่อนหน้านี้เธอมักจะมีคนรอบๆ ตัวเธอที่คอยปกป้องเธอจากราชาปีศาจเฉิน แต่ตอนนี้เธอเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก คงเป็นเรื่องที่ไม่ยากที่เขาจะกำจัดเธอโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

 

“เธอเป็นคนที่ฉลาดนะ แต่ทำไมเธอยังคงยืนยันที่จะคัดลอกผลงานของคนอื่นแบบนี้ เธอจะทำให้ตัวเองดูโง่ทำไมกัน? เฉินจือหนิงพูดในขณะที่เขามองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปิดเผยอารมณ์ใดๆ แต่ใบหน้าของเขา เฉิงเจียวหยางก็สามารถรับรู้ได้ว่าเขากำลังสบประมาทเธออยู่

 

ฉลาด? คัดลอก?

 

โอ้…? มีศิลปินชื่อ เจียวหยาง ที่เก่งกว่าฉันในโลกนี้ด้วยเหรอเนี่ย?” เฉิงเจียวหยางถามตัวเองอย่างเงียบๆ หากมีศิลปินแบบนี้ฉันจะไม่รู้ได้อย่างไร!

 

เฉินจือหนิงพูดจาดูถูก พร้อมกับใช้สายตาของเขาจ้องมองไปที่เฉิงเจียวหยาง และแสดงสีหน้าให้เห็นถึงความสงสาร มันเหมือนว่าเขากำลังดูคนที่ไม่มีประสบการณ์ทางโลก

 

“บ้าเอ้ย!

 

เฉิงเจียวหยางแม้ใบหน้าของเธอจะยิ้มแย้มอยู่ในขณะนี้ แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้

 

“ฉันสามารถเปลี่ยนลายเซ็นของฉันได้ แต่เนื่องจากนายเป็นคนที่ต้องการให้ฉันเปลี่ยนมัน ฉันต้องการค่าชดเชย” การใช้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับเขา

 

“เธอต้องการเท่าไหร่?

 

เฉิงเจียวหยางยื่นมือออกมาทำท่าทางกำลังนับนิ้วอยู่แปบนึง ก่อนที่เธอจะทันตอบออกไป ก็มีเสียงของเฉินจือหนิงแทรกขึ้นมาซะก่อน

 

“…หนึ่งแสนดอลลาร์…?

 

มันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก?! เฉิงเจียวหยางลดสายตาลงและไม่ตอบไปในทันที เนื่องจากเธอรู้สึกแปลกใจมาก

 

“เธอยังต้องการอะไรอีกเหรอ ชีวิตของเธอไม่มีค่าแม้แต่ล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ!” เฉินจือหนิงได้หรี่ตามองไปที่เฉินเจียวหยางเล็กน้อย

 

มุมหนึ่งของปากของเฉิงเจียวหยางกระตุกขึ้น ในตอนที่เธอเป็นเฉิงเจียวหยาง เธอได้รับการยกย่องด้วยซ้ำ เงินหนึ่งแสนดอลลาร์มันเป็นเพียงเงินค่าขนมของเธอเท่านั้น มันไม่เพียงพอที่เธอจะซื้ออัญมณีชิ้นหนึ่งด้วยซ้ำ ตอนแรกเธอกะแค่อยากได้เงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ แต่เมื่อเฉินจือหนิงยื่นข้อเสนอเงินแสนดอลลาร์มา แม้มันจะทำให้เธอแปลกใจ แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และแม้ว่าคำพูดของเขาในตอนนี้มันจะทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจก็ตาม แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะดูถูกเธอ เธอจึงตัดสินใจขอราคาเป็นล้านดอลลาร์เลยล่ะกัน

 

“ศิลปินที่โดดเด่นคนนั้นวาดรูปและได้มากกว่านั้นอีกใช่มั้ยล่ะ? ชีวิตของฉันอาจไม่คุ้มค่ากับเงินหนึ่งล้านดอลลาร์ แต่ในอนาคตภาพวาดของฉันอาจจะมีค่ามากกว่านั้น!” เฉิงเจียวหยางลุกขึ้นยืนและมันก็ทำให้เธอสามารถเผชิญหน้ากับราชาปีศาจเฉินได้แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเขาเหมือนที่เธอทำก่อนหน้านี้

 

เฉินจือหนิงจ้องมองไปที่หญิงสาวอย่างไม่ละสายตา มันทำให้เขานึกถึงใครบางคน ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครกล้ากับเขาแบบนี้มาก่อน ยกเว้นก็แต่คนๆนึง ราวกับว่าเขาจำบางสิ่งได้ การแสดงออกของเขาดูเหมือนจะอ่อนลงเล็กน้อย “โอเค”

 

แต่วินาทีต่อมาราชาปีศาจก็กลับมาอีกครั้ง

 

“แต่ถ้าครั้งต่อไป ฉันพบว่าเธอยังคงใช้ชื่อเจียวยางอยู่ ฉันจะทำให้เธอทรมานและรู้จักว่าชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายมันเป็นยังไง จำไว้!

 

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...