ตอนที่แล้วตอนที่ 7 พาน้องหมาไปเดินเล่น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 9 จอมมาร

ตอนที่ 8 สวนสนุกอันเดด


อันเดดคืออะไรงั้นเหรอ? ข้าเกรงว่าสิ่งแรกที่จะปรากฏในความคิดของคนส่วนใหญ่ก็คือ ความตายอันไร้ที่สิ้นสุด

ในความจริงจะกล่าวเช่นนั้นก็คงไม่ผิด ในสมัยสมรภูมิระหว่างเหล่าเทพฝ่ายกฎระเบียบและเหล่าเทพชั่วร้ายฝ่ายความโกลาหลแล้ว ได้มีเหล่าปิศาจชั้นลอร์ดคิดค้นมนตราที่สามารถปลุกเหล่าคนตายขึ้นมาได้ นับตั้งแต่วันนั้นมาภัยพิบัติอันเดดก็ถูกจารึกว่าเป็นฝันร้ายของเหล่าคนเป็น

แต่ที่จริงจะให้โทษว่าเป็นความผิดของเหล่าอันเดดเพียงผู้เดียวก็คงจะไม่ได้

ในทวีปอันกว้างใหญ่นี้ มี 2 สาเหตุที่คนตายจะสามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้ สาเหตุแรกนั้นคือ การที่ใครสักคนจากไปด้วยความไม่เป็นธรรม ความเสียใจอาลัยอาวรณ์หรือความฝันที่ยังตกค้างอยู่บนโลกใบนี้ แล้วตัวผู้ตายยังไม่ยินยอมที่จากไปแต่โดยดี ถึงกระนั้นโอกาสสำเร็จที่จะคืนชีพกลับมานั้นน้อยซะยิ่งกว่าน้อยเสียอีก

อันเดตที่คืนชีพมาด้วยวิธีนี้จะเรียกได้ว่าเป็นอันเดตที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดนั้นต่ำมาก แต่อันเดดจำพวกนี้นั้นจะทรงพลังอย่างถึงที่สุด เพราะยังไงการปฏิเสธเสียงเรียกจากความตายด้วยตัวเองมาได้นั้นต้องอาศัยความแค้นที่หยั่งรากลึกกับพลังใจที่มากมายมหาศาล และว่ากันว่าอันเดดที่เกิดตามธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดนั้นคือ เทพแห่งความตาย ไอเยอร์

และยังว่ากันอีกว่าอันเดดที่เกิดจากความแค้นอันมหาศาลนั้นจะมีแนวโน้มที่บุคลิกอุปนิสัยจะบิดเบี้ยวไร้ซึ่งความปกติอีก ถึงเช่นนั้นแต่การที่สามารถใช้เพียงพลังใจในการปฏิเสธความตายเพื่อให้สามารถร่อนเร่อยู่ในโลกของคนเป็นต่อไปได้นั้น ย่อมส่งผลให้อันเดดเหล่านี้ยังคงสติสัมปชัญญะของตนเอาไว้ได้

และแม้แต่ในหมู่อันเดดชนิดนี้เอง ก็ยังมีเหล่าอันเดดผู้แข็งแกร่งและยังคงความยุติกรรมของตนไว้ได้ โดยอันเดดเหล่านี้คือ ร่างจุติแห่งเจตจำนงของเหล่าวีรชนผู้กล้าหลังจากโลกนี้ไป ซึ่งเหล่าอันเดดแบบนี้สักวันจะได้รับการยอมรับจากบรรดาเทพฝ่ายกฎระเบียบและได้รับมอบร่างวิญญาณอันเป็นนิรันดร์(อมตะ)พร้อมได้รับนามใหม่ที่แสนไพเราะว่า – วิญญาณวีรชน

นอกเหนือจากอันเดดที่เกิดตามธรรมชาติแล้ว อันเดดที่เกิดจากสาเหตุที่สองนั้นจะเป็นอันเดดที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้งตามภัยพิบัติอันเดด เหล่าคนตายที่ถูกผูกมัดเป็นทาสโดยเหล่าเนโครแมนเซอร์ที่ชั่วร้ายที่มีตัวตนอยู่เพียงเพื่อแพร่ขยายความตายให้กว้างไกลออกไป

เวทย์มนต์ในการอัญเชิญปลุกชีพคนตายนั้นแรกเริ่มมาจากพวกปิศาจ แต่ด้วยเวลาที่ผันไปทำให้เวทย์บทนี้ได้รับการพัฒนาจนแตกแยกออกไปหลากหลายแขนง

ในยุคเริ่มต้นนั้น อันเดดที่เกิดจากเวทย์มนต์เหล่านี้มีเพียงศพเดินได้ที่ไร้ความคล่องตัวใดๆ แต่ในยุคต่อๆมาความหลากก็เพิ่มขึ้น นักรบโครงกระดูกที่ว่องไง แอปโบบิเนชั่นที่สร้างจากการเย็บซากศพเลือดเนื้อเข้าด้วยกัน จอมเวทย์โครงกระดุกผู้เชี่ยวชาญการใช้มนตราสายมืด อัศวินดำผู้ชำนาญการต่อสู้ และสุดท้ายเนโครแมนเซอร์ที่ทรงอานุภาพที่สุด – ลิช

ด้วยการพัฒนาไปของเวทย์มนต์สายเนโครแมนซี่ ส่งผลให้จำนวนประชากรเผ่าอันเดดในปัจจุบันไม่สามารถนับได้อีกแล้ว รวมทั้งเหล่าอันเดตที่ทรงพลังซะยิ่งกว่าลิชก็มีจำนวนไม่ใช่น้อยๆ แต่ถึงกระนั้นลิชผู้เกิดมาเพื่อเป็นปรมาจารย์แห่งศาสตร์เนโครแมนซี่ ก็ยังคงเป็นแกนกลางของทั้งเผ่าพันธุ์โดยไม่ต้องอาศัยเหตุผลอื่นๆใดๆเลย เพราะมีเพียงลิชที่หลักแหลมเพียงเท่านั้นที่กุมกุญแจการวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์อันเดดเอาไว้และเหล่าลิชทั้งหลายนั้นต่างเชี่ยวชาญในการวิจัยและสรรค์สร้างอันเดดสายพันธุ์ใหม่ๆรวมถึงศาสตร์เนโครแมนซี่ใหม่ๆเช่นกัน

กว่าร้อยละ 99.9 ของประชากรอันเดดทั้งหมดนั้นเป็นอันเดดถูกสร้างขึ้นและอันเดดเหล่านี้จะเริ่มพัฒนาสติสัมปชัญญะของตนได้ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ระดับชั้นเงินเท่านั้น แม้จะเป็นผู้กล้าที่แข็งแกร่งทรงพลังเพียงใดแต่ถ้าถูกปลุกขึ้นมาผ่านทางศาสตร์เนโครแมนซี่ ก็เป็นได้เพียงแค่สัตว์ประหลาดที่แม้แต่เพื่อนพ้องญาติพี่น้องก็ยังแยกแยะไม่ได้ ความกระหายที่มีต่อเลือดและวิญญาณทำให้เหล่าอันเดดยอมโจมตีได้แม้กระทั่งคนที่ตนรัก และหลังจากได้ลิ้มลองถึงความรู้สึกจากการฆ่าและความหอมหวานของดวงวิญญาณไปแม้สักครั้ง ก็ยากเกินกว่าที่จะหันหลังกลับได้อีก

คำกล่าวที่ว่าภัยพิบัติอันเดดกระหายเลือดนั้นถือได้ว่าไม่ผิดเอาซะเลย

ถ้าให้เอ่ยถึงเผ่าปิศาจ คงต้องบอกว่าเผ่าปิศาจนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีชอบทำลายตัวเองทำไมน่ะเหรอ เพราะมีครั้งหนึ่งที่เผ่าปิศาจได้ล่อลวงเผ่าพันธุ์โบราณเผ่าขุนเขาให้ตกต่ำลงสู่ความชั่วร้ายได้สำเร็จ แต่เพราะการกระทำครั้งนั้นทำให้เกิดศัตรูชั่วนิรันดร์ของเผ่าปิศาจ เผ่าอสูร ขึ้นมาแล้วเหล่าปิศาจก็ยังคิดค้นเนโครแมนซี่ขึ้นมาแต่ปรากฏว่าแทนที่จะได้เครื่องมือชิ้นใหม่กลับได้เผ่าพันธุ์ใหม่ที่เป็นศัตรูกับตนมาแทน

เหล่าอันเดดที่ได้ความนึกคิดของตนกลับมานั้นไม่ลังเลใดๆที่ก่อกบฏต่อผู้สร้างของตนรวมถึงการก่อตั้งประเทศชาติของตนขึ้น ซึ่งผลที่เห็นก็คือ เนโครโพลิสบุโร๊คลี่(นครหลวงแห่งซากศพบุโร๊คลี่) และประเทศแห่งอันเดดซีโหลที่ได้กลายเป็นแนวหน้าต่อกรกับเหล่าปิศาจในปัจจุบันไปนั้นเอง

ในประเทศของเหล่าคนตาย จักรวรรดิซีโหล นั้นศูนย์รวมอำนาจจะอยู่ในมือสภารัตติกาลซึ่งมีเหล่าลิชเป็นสมาชิก ตรงกันข้ามเหล่าคนเป็นนั้นเป็นได้แค่แรงงานทาสชั้นต่ำ และด้วยเหตุการณ์ภัยพิบัติอันเดดเมื่อประมาณร้อยปีก่อนที่ถูกเรียกขานว่า หายนะย่งเย่ ที่เกือบทำให้โลกนี้ถึงกาลอวสาน ส่งผลให้เหล่าอันเดดถูกมองด้วยสายตาขับไล่กีดกันจากผู้คนของฝ่ายกฎระเบียบ

วิญญาณวีรชน อันเดดที่เกิดตามธรรมชาติ เผ่าพันธุ์ที่จับต้องไม่ได้(ผี วิญญาณ) อันเดดชั้นสูงที่มีสติสัมปชัญญะ และอันเดดชั้นต่ำกระหายเลือด สำหรับปุถุชนคนธรรมดาที่ปราศจากความรู้และความสามารถในการแยกแยะอันเดดเหล่านี้ออกจากกันแล้ว ในสายตาของพวกเขาเหล่านี้เขตอันเดดทางตะวันออกคงเป็นได้แค่แหล่งรวบรวมปิศาจแสนน่ากลัว

“เจ้าจะบอกว่า ต่อให้เราพูดหรือทำอะไรไปก็ไร้ค่างั้นเหรอ?”

“ตามนั้นแหละฝ่าบาท เหล่าคนเป็นก็มีโลกของคนเป็นเหล่าคนตายเองก็โลกของคนตาย ถึงตัวฝ่าบาทจะสามารถข้ามเส้นแบ่งอันนี้ไปได้ แต่การที่จะให้สามัญชนคนธรรมดาข้ามเส้นแบ่งนี้มาได้เหมือนท่านนั้นคงเป็นเรื่องที่ยาก”

อาบาสที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่บนศีรษะข้า ได้กล่าวออกมาเช่นนั้นถึงแม้เจ้านี่จะเป็นเพียงสุนัขแต่ในวินาทีนี้นั้นเจ้านี่ดูราวกับว่าเป็นนักปราชญ์ที่เห็นถึงแก่นของชีวิตและความตาย

ไม่ไกลจากตรงนี้ไปนัก ก็จะเห็นอาเปาที่ตอนนี้กำลังกอดกองกระดูกพร้อมเลียกระดูกอย่างรื่นเริงสำราญใจ

แต่เมื่อมองไกลออกไปอีกก็จะเป็นภาพของเหล่าอันเดดที่กำลังจอแจเสียงดังวุ่นวายไปทั่ว แต่ในสายตาข้าแล้วนั้น ภาพของชีวิตประจำวันเช่นนี้คงจะไม่มีอะไรปกติไปกว่านี้อีกแล้ว

ถึงอันเดดจะไม่ต้องการอาหารแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอันเดดชั้นสูงที่มีสติสัมปชัญญะจะไม่มีความปรารถนาความต้องการใดๆ ที่นี่คือตลาดแห่งใหญ่ที่สุดในเขตตะวันออก ในตอนนี้เองร้านรวงแถวแล้วแถวเล่าก็ยังเปิดให้บริการอยู่

“สารกันบูดชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่กัน? แล้วก็เอายาฆ่าแมลงอันนั้นด้วย เอาอันที่ไม่ใส่กำมะถันนะ ผิวข้าอ่อนไหวง่ายน่ะ” ตรงนั้นคือพี่สาวจอมเวทย์โครงกระดูก ในตอนนี้นางกำลังประสบปัญหากับจำนวนประชากรแมลงที่เพิ่มขึ้นในกะโหลกของนาง

“ผ้าพันแผลมนต์ดำ ผ้าพันแผลต้องสาป เราขอการันตีว่าพลังเวทย์ของท่านจะเสถียรราวกับลำไส้ของท่านเลย มีลุงมัมมี่หริอซอมบี้ท่านใดสนใจบ้างมั้ย? นี้คิอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแหวนเวทย์มนตรา แถมตัวท่านยังสามารถเลือกได้อีกว่าจะเอาเป็นภาพเห็ดหรือภาพหมี”

“มีเลือดสดใหม่ทุกประเภทให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ และเผ่าพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย ทั้งชายพรหมจรรย์ หญิงพรหมจรรย์ ไม้ป่าเดียวกันและเพศอื่นๆให้ท่านเลือกชมเช่นกัน ถ้าท่านซื้อถึง 20000 CC ภายในครั้งเดียว ท่านจะยังได้รับบริการส่งถึงบ้านในระยะยาวอีกด้วย”

เมื่อข้าเห็นภาพแม่หนูน้อยหมวกแดงวิ่งเล่นขายของไปทั่วก็น่ารักสุดๆอยู่หรอก แต่สินค้าที่แม่หนูขายก็น่ากลัวสุดๆเช่นกัน

“มีกะโหลกมาขายจ้า ไม่ว่าจะเป็นหยกทองคำ สำริด หิน กระดูกมังกร แบบไหนที่คุณต้องการ เรามีหมด มีใครต้องการเปลี่ยนหัวมั้ยจ๊ะ? คุณลุงลิชจ้า คุณลุงอยากเปลี่ยนหัวรึเปล่าจ๊ะ? ทางเรานั้นได้รับการันตีคุณภาพจากแบล็ค ISO เรากล้ารับประกันเลยว่าพลังเวทย์จะไหลอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคกีดขวาง วัตถุที่ใช้ทำก็แข็งแรงทนทานไม่มีของปลอมเจือปนแน่นอนจ้า แถมด้วยระยะทดลองสิ้นค้า 3 วันเรายินดีคืนเงินในทุกกรณีด้วยนะจ๊ะ”

หลังจากข้าโบกมือไล่แม่หนูน้อยหมวกแดงเผ่าโลหิตที่น่ารำคาญไปแล้ว ข้าก็เพ่งสมาธิไปที่ระยะไกลริบๆก็จะเห็นโครงกระดูกใหญ่ยักษ์ กลอน ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันประตูเขตโบกมือกลับมาให้ข้า

“เห่อ เจ้าพวกหน่วยรักษาความสงบไปกันได้สักที ข้าจะได้กลับเสียที”

เขตอันเดดถือได้ว่าเป็นเขตแปลกประหลาดในนครภูผาหลิวฮวงแห่งนี้ ที่นี่นั้นเปรียบได้กับเขตอิสระที่ซึ่งหน่วยรักษาความสงบไม่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย

อย่างที่ข้าเคยว่าไปว่าข้านั้นประมาทความมุ่งมั่นในการจับกุมข้าของพวกนางไปอีกแล้ว ใครจะไปคิดกันล่ะว่าพวกนางจะมาขวางประตูออกเขตแบบนี้ ดูท่าพวกนางจะวางแผนซุ่มโจมตีระยะยาว รอให้ข้าเดินออกไปติดกับให้พวกนางจับกุมเพื่อระบายความโกรธแค้นของพวกนาง

แผนของพวกนางเกือบสำเร็จแล้วที่จะเล่นข้าทีเผลอแบบนี้แต่โชคยังดีที่กลอนมาช่วยกันพวกนางไว้ได้อย่างทันท่วงที

แต่การที่จะมาโจมตีอันเดดที่ชายแดนเขตอันเดดเยี่ยงนี้สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งได้ง่ายๆเลยนะเนี่ย ด้วยฐานะที่ข้าเป็นคนดี ข้าย่อมมีข้อเสนอที่สามารถคลี่คลายความขุ่นเคืองนี้ลงได้

“ข้าบังเอิญไปได้ยินมานะว่าตอนนี้ท่านตุลาการสูงสุดกำลังไม่พอใจหน่วยรักษาความสงบอย่างสุดซึ้งเลยนิ? ม่าย ม่าย นี่ไม่ใช่คำขู่นะจะบอกให้ ข้าไม่ส่งรายงานร้องเรียนไปที่สำนักผู้บังคับใช้กฎหมายหรอกไม่ต้องกลัว แล้วข้าก็ไม่ไประบายความคับแค้นใจพร้อมถือป้ายประท้วงหน้าศาลสูงสุดด้วยพวกเจ้าวางใจได้ ข้าไม่ทำจริง จริ๊ง ข้าเป็นคนดีใช่มั้ยล่ะ นี่ไม่ใช่คำขู่จริงๆนะ ข้าแค่ต้องการให้พวกเจ้าช่วยการทดลองอะไรให้ข้าสักหน่อย ถ้าพวกเจ้าช่วยข้า ตัวข้าอาจจะยอมจากไปพร้อมกับพวกเจ้าก็ได้(ยอมโดนจับ)”

“เหเห นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย ที่พวกเราต้องมากระแทกกระทั้นกันแบบนี้ พวกเจ้าไม่ต้องกังวลกันไป การทดลองครั้งนี้ไม่ใช่เวทย์มนต์ชั่วร้ายอะไร เจ้าทั้งหลายก็น่าจะรู้นิว่าวันนี้เป็นวันที่โครงการแห่งปีแหล่งท่องเที่ยวสวนสนุกอันเดดที่ข้าเป็นผู้รับเหมาได้เปิดให้บริการ แต่พวกเจ้าดูสิ ไม่มีใครมาร่วมสนุกกับพวกเราเลย ฉะนั้นแล้วข้าเพียงต้องการที่จะเชิญเจ้าทั้งหลายมาเป็นลูกค้ากลุ่มแรกของที่นี่เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเกิดพวกเจ้าได้เล่นแล้วสนุกล่ะก็ เจ้าทั้งหลายก็แค่ช่วยข้าโฆษณาเพียงเล็กน้อยก็พอ”

ข้าถูมือเข้าด้วยกัน พร้อมประจบสอพลอพวกนางต่อ

“และแน่นอนว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ! ฟรีทุกอย่าง! และในฐานะที่เป็นลูกค้ากลุ่มแรก ข้ายังมีของขวัญปริศนาที่ระลึกให้อีกด้วย!!”

“ผิดสัญญา? ตัวข้าที่เชื่อในกฎหมายและเทพแห่งความยุติธรรมเนี่ยนะ นี่เจ้ากำลังดูหมิ่นศรัทธาของข้าเหรอ! ไม่มีเทพแบบนั้น? ไม่หรอก เดี่ยวก็มีเองแหละในอนาคต เชื่อข้าสิ ข้าทำตามสัญญาที่ให้กับพวกเจ้าแน่ ตราบใดที่พวกเจ้าช่วยข้าทดสอบเครื่องเล่นทั้งหมดเสร็จสิ้น ข้าก็พร้อมที่จะไปกับพวกเจ้าในทันที”

และแล้ว พวกนางก็ยอมตกลงรับคำขอของข้า....

แล้ว พวกนางก็เสียใจ

“อ๊ากกกกกกก! เจ้ากระดูกเหม็นเน่า! ปล่อยโมโมะลงไปเดี่ยวนี้นะ!! โมโมะปวดไปทั้งตัวแล้ว! โมโมะจะตายแล้ว”

….เบื้องหน้าของข้านั้นมีอัศวินหญิงผู้หนึ่งที่กำลังถูกห้อยต่องแต่งกับเชือก

จากนั้น เสียงก็เงียบลง เพราะว่า....เชือกขาด.....

“....อาบาส ครั้งหน้าเอาป้ายไปแปะที่เครื่องบันจี้จัมพ์ด้วยล่ะว่าต้องถอดเกาะให้เรียบร้อยก่อนถึงจะกระโดดบันจี้จัมพ์ได้”

เมื่อมองไปที่หลุมขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าข้า ข้าก็ได้แต่แสดงความเสียใจออกมาอย่างสุดซึ้ง

“อ๊ากกกกกกก! ข้าว่าแล้วว่ากระดูกอย่างเจ้าคิดอะไรดีๆไม่เป็นหรอก!! ปล่อยข้าลงไป!!”

หวือ ที่ผ่านข้าไปพร้อมตะโกนเมื่อกี้นั้นคือรองหัวหน้าหน่วย หยาเหวิน ที่ข้าพึ่งพบไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ ณ ตอนนี้ หน้าสีแทนของนางนั้นบึ้งตึงราวกับว่าพร้อมที่จะพ่น(อ้วก)อะไรออกมาได้ทุกเมื่อ กระจ่างแล้วว่านางคงไม่เหมาะกับรถไฟเหาะที่ตีลังกาเร็วๆ

“ปล่อยข้าลงไป เจ้าปิศาจ! รับความพิพากษาจากแสงศักดิ์สิทธิ์ไปซะ!”

“อย่า อย่า!! อย่าอัญเชิญแสงศักดิ์สิทธิ์ใส่รถไฟเหาะนะ! ...ช่างเถอะ ดูแล้วข้าจะช้าไป อาบาส จำไว้ด้วยล่ะว่าต้องเขียนป้ายเตือนว่า ‘ห้ามอัญเชิญแสงศักดิ์สิทธิ์ใส่เครื่องเล่นภายในสวนสนุก’”

แต่คำเตือนของข้านั้นช้าไป ไม่ว่าวัตถุดิบก่อสร้างจะชั้นเลิศแค่ไหนก็ตามแต่ก็ยังคงเป็นผลผลิตจากศาสตร์เนโครแมนซี่อยู่วันยังค่ำ แล้วถ้าต้องมาเจอศัตรูคู่แค้นอย่างแสงศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็.....

ภาพที่ตัวรถแยกจากกันตอนที่รถไฟเหาะมาถึงทางลาดลงที่สูงกว่าร้อยเมตรด้วยความเร็วสูง และแล้วในวันนี้เองที่ข้าก็ได้รับเกียรติให้เห็นภาพนี้

“โอ่โห่ นี่นางลอยไปไกลจริงๆเลย.....”

ข้าขอสาบานว่าข้าไม่ได้เจตนาจริงๆ

“อุแหวะ! ไอ้เลวเอ่ย”

เหล่าสาวงามชาวเอลฟ์นั่งกันเป็นวงกลมอ้วกกันอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนกันเลย ภาพแบบนี้มัน....

“อาบาส ลดความเร็วของถ้วยหมุนนรกลงซัก 300% ซิ”

ดูเหมือนว่าข้าจะลืมไปว่าพวกคนเป็นไปเจออะไรที่หมุนเร็วๆจะเวียนหัว ใช่ ใช่ ลดความเร็วในการหมุนลงคงจะเป็นการดีที่สุด

“หัวข้า!!! ข้ามองอะไรไม่เห็นเลย วันนี้แหละเจ้าจะต้องโดนจับ!!”

“เครื่องจานบินร่องอวกาศให้หมุนได้แค่ 180 องศาก็พอ ส่วนไอ้หมุน 360 องศาน่ะพวกเราลืมๆไปกันเถอะ”

ดูเหมือนว่าข้าจะลืมไปอีกแล้วว่าถ้าพวกคนเป็นโดนจับห้อยหัวนานๆ จะสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราวและอาจถึงตายถ้าโดนห้อยนานกว่านั้น

“สูงเกินไปแล้ว เค้ากลัว สวรรค์กับพื้นดินสั่นไปหมดเลย! ปล่อยเค้าลงไปเถอะ เค้าไหว้ล่ะ”

“ชิงช้าสวรรค์น่ะแค่ค่อยๆขึ้นกับค่อยๆลงก็พอ ตัวกระเช้าไม่ต้องหมุนหรอก”

“ถอยเจ้าพวกวิญญาณร้าย!! แสงศักดิ์สิทธิ์ ที่ข้าต้องมาเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายมากมายถึงเพียงนี้ หรือนี่จะเป็นจุดจบของข้าอย่างงั้นเหรอ?”

“หรือว่าเราไม่ควรใช้วิญญาณจริงๆในบ้านผีสิงนะเนี่ย? แต่แบบนั้นก็ไม่น่ากลัวอ่ะสิ แต่ถ้าเราใช้วิญญาณจริงๆแล้วเกิดพวกนักรบเกิดชักดาบออกมาสู้จริงๆจังๆล่ะ อ๊ายโย่ งั้นเราปิดบ้านผีสิงไปก่อนละกัน”

“หยุดเถอะ ข้ากราบล่ะ! หัวข้าหมุนไปหมดแล้ว....ม่ายยย! อ๊าก!”

“ปัง!” แล้วก็มีเสียงสะท้อนจากใครบางคนไปกระแทกกำแพงเข้าอย่างจัง แค่ได้ยินก็ทำให้ผู้ฟังเจ็บหัวแทนแล้ว

“ม้าวิญญาณสามารถวิ่งผ่านกำแพงได้ แต่คนเป็น.....”

“โชคดีจัง ที่ได้พวกนางมาทดสอบให้! ช่างโชคดีจริงๆเลยที่ยังไม่มีชีวิตสูญเสียไปเลยสักชีวิต แม้แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความถึกทนยังเจ็บปวดรวดร้าวได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าเกิดเป็นสามัญชนคนธรรมดาล่ะก็....”

เมื่อข้าได้เห็นถึงเหล่าภาพโศกนาฏกรรมเบื้องหน้า รับฟังถึงเสียงร้องตะโกนด้วยความทุกข์ทรมานและเสียงกรีดร้องอันบาดหูของพวกนางแล้ว ตัวข้าก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ข้าเพียงต้องการเอาความรู้สวนสนุกจากต่างโลกมาใช้แค่นั้นเองแต่ดูแล้วสวนสนุกกับโลกนี้คงไปกันไม่รอด แล้วถ้าเกิดข้าไม่ได้เหล่า ‘ผู้ใจดี’ ทั้งหลายมาช่วยข้าทดสอบนี่ ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าข้าอาจจะก่อหายนะขึ้นมาก็ได้

เพื่อขอบคุณพวกนาง ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามสัญญาที่ให้กับพวกนาง ยอมตามพวกนางกลับไปที่ฐานของหน่วยรักษาความสงบแต่โดยดีหลังการทดสอบจบ แต่แล้ว....

“ถึงวันนี้พวกเจ้าจะเหนื่อยกันแล้วก็เถอะ แต่ยังมีเครื่องเล่นเหลืออีก 120 เครื่องให้ทดสอบ หลังทดสอบเสร็จแล้ว พวกเราทุกคนค่อยไปรายงานที่หน่วยรักษาความสงบด้วยกันนะ ข้าไม่หนีไปไหนแน่นอน”

“เจ้า....เจ้าจงจำไว้ให้ดี ในวันนี้เจ้าอาจจะชนะแต่ต้องมีสักวันที่ข้าจะจับเจ้าเข้าตารางให้ได้!”

แต่แล้วพวกนางก็หนีข้าไปกันหมดเลย....

“นี่พวกเจ้าอย่าลืมของขวัญที่ระลึกปริศนาเอาไว้สิ ของขวัญชิ้นนี้คือตั๋วเที่ยวชมสวนสนุกอันเดดฟรีตลอดทั้งปีเลยนะ พวกเจ้าอย่าลืมแวะมาเที่ยวอีกนะ!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด