ตอนที่แล้ว416 เวลาและโชคชะตา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป418 เรียกเขาว่าคุณ

นิยาย Elixir Supplier

417 เมื่อไปเยี่ยมเยียนเมืองโบราณ


หวังเย้าให้การรักษาซุนหยุนเชิงเหมือนเดิม ด้วยการรักษาด้วยพลังฉี ร่วมกับยาสมุนไพร

ฟู้ว!

หลังจากจบการรักษา ซุนหยุนเชิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

หลังจากพูดคุยกับหวังเย้าเพียงสั้นๆ ซุนหยุนเชิงก็ออกไปจากห้อง เหลือไว้แค่เพียงซุนเจิ้งหรง

“มีอะไรอยากจะพูดกับผมรึเปล่าครับ?” หวังเย้าถาม

“ครับ หมอหวัง ผมอยากถามเรื่องอาการลูกชายของผมน่ะครับ” ซุนเจิ้งหรงพูด

“อาการของเขาก็ดีขึ้นมากแล้วนะครับ” เมื่อสามวันก่อน ซุนเจิ้งหรงก็เคยถามคำถามเดียวกันนี้ และหวังเย้าก็ให้คำตอบเดิมกลับไป

“เอ่อออ หมอหวัง ลูกชายของผมจะสามารถมีทายาทได้ไหมครับ?” หลังจากที่คิดอยู่สักพัก ซุนเจิ้งหรงก็ถามออกมา

มีลูกเหรอ?

ที่เขาวนเวียนอยู่กับคำถามพวกนี้ก็เพราะอยากจะถามฉันเรื่องนี้สินะ

“เป็นไปได้ยากครับ” หวังเย้าพูด

พิษร้อนก็เหมือนกับไฟ มันทำร้ายทุกส่วนในร่างกายของซุนหยุนเชิงตั้งแต่ภายในออกมาจนถึงภายนอก การที่เขายังที่มีชีวิตอยู่ได้ ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว นอกจากนี้ ซุนเจิ้งหรงยังใช้พลังหยินจากหญิงสาวมากมาย โดยการบังคับให้พวกเธอร่วมรักกับลูกชายของเขา หวังเย้าคิดไม่ออกเลยว่า ซุนเจิ้งหรงไปเอาวิธีการรักษาที่น่ารังเกียจแบบนี้มาจากที่ไหน ซึ่งมันเป็นผลให้ ลูกชายของเขาสูญเสียพลังหยางในร่างกายไปเป็นจำนวนมาก มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่ซุนหยุนเชิงจะสามารถมีทายาทได้

“ผมเข้าใจแล้วครับ มีทางไหนที่จะทำให้เขามีทายาทได้บ้างไหมครับ?” เห็นได้ชัดว่า ซุนเจิ้งหรงไม่อยากจะยอมแพ้ในเรื่องนี้

เขาต้องการให้ลูกชายสืบทอดกิจการของเขา แต่เขาก็ไม่รู้ว่า ลูกชายของเขาจะมีชีวิตได้นานแค่ไหน และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่า ลูกชายของเขาจะสามารถมีหลานให้เขาได้ไหม ถ้าไม่ได้ มันก็คงจะเป็นบทลงโทษที่โหดร้ายสำหรับเขามาก

“ผมจะพยายามหาวิธีช่วยอย่างสุดความสามารถนะครับ” หวังเย้าพูด

“ขอบคุณครับ” ซุนเจิ้งหรงพูด

หลังจากที่ซุนเจิ้งหรงและซุนหยุนเชิงจากไปแล้ว หวังเย้าก็กลับเข้าไปในห้องตรวจ เพื่อคิดเกี่ยวกับวิธีการรักษาซุนหยุนเชิง

ในขณะเดียวกัน หลงหยุนเฟยก็กำลังพยายามที่จะช่วยสร้างถนนให้กับหมู่บ้านในช่างจวิน ซึ่งห่างจากเหลียนชานหลายพันไมล์

“หมอหลง ทำไมคุณถึงกระตือรือร้นที่จะช่วยพวกเขาสร้างถนนขนาดนี้ด้วยล่ะครับ?” เจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานในหน่วยงานท้องถิ่นถาม

“ก็ ชาวบ้านที่นี่เพิ่งจะเผชิญกับโรคระบาดไปได้ไหมนาน ผมก็อยู่ที่นั่นเพื่อช่วยแก้ไขเรื่องโรคระบาดด้วย แล้วการเดินทางมาที่นี่ก็ลำบากมาก ชาวบ้านบางคนได้รับการรักษาล่าช้าก็เพราะเรื่องนี้” หลงหยุนเฟยพูด

“โอ้ ขอบคุณที่คิดถึงชาวบ้านนะครับ ที่คุณไม่ลืมพวกเขา ทั้งที่ตัวคุณก็ไม่ค่อยจะสบายเท่าไหร่ ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะถามเรื่องนี้ให้คุณ ถ้าได้เรื่องเมื่อไหร่ ผมจะบอกคุณทันที” เจ้าหน้าที่รัฐพูด

“ขอบคุณมากนะครับ” หลงหยุนเฟยพูด

ผู้ช่วยของเขาเข็นรถเข็นเพื่อพาเขาออกไปจากห้องทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

“นี่ คุณจาง เขาเป็นใครเหรอ?” หลังจากที่หลงหยุนเฟยออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่อีกคนก็ถามขึ้นมา

“เป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธรารณะสุขจังหวัดน่ะ” เจ้าหน้าที่จางพูด

“แล้วเขามาทำอะไรที่นี่เหรอ?” เจ้าหน้าที่อีกคนถาม

“เขามาถามเรื่องแผนการพัฒนาเมืองของเขตเราน่ะ” เจ้าหน้าที่จางพูด

“แล้วเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณะสุขจะมาถามเรื่องแผนการพัฒนาเมืองไปทำไมกัน? ทั้งๆที่ตัวเองก็ต้องนั่งรถเข็นอยู่” เจ้าหน้าที่อีกคนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“อย่าได้ดูถูกเขาเชียวล่ะ ถึงเขาจะเดินไม่ได้ แต่เขาก็มีเส้นสายในเขตนี่เยอะมาก ก่อนหน้านี้ เขายังสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองด้วยการเป็นหัวนำสู้กับโรคระบาดด้วย เขาได้รับการชื่นชมจากเบื้องบนมากเลย น่าเสียดายที่เขาเกิดป่วยขึ้นมา ถ้าไม่อย่างนั้น เขาก็คงจะได้เลื่อนตำแหน่งไปนานแล้ว” เจ้าหน้าที่จางพูด พร้อมกับถอนหายใจออกมา

“เดี๋ยวนี้ คนที่สนใจเรื่องคนยากคนจนแบบเขามีไม่มากหรอก” เจ้าหน้าที่อีกคนพูด “สรุปแล้ว เขาสนใจเรื่องถนนไปทำไมเหรอ?”

“คุณก็น่าจะรู้เรื่องการเงินของเขตเรา เราไม่มีเงินมากพอที่จะเอาไปสร้างถนนหรอก เพราะการสร้างถนนแต่ละที ต้องใช้เงินอย่างน้อยก็หลายล้านหยวนเข้าไปแล้ว” เจ้าหน้าที่จางพูด

หลังจากที่หลงหยุนเฟยออกมาจากหน่วยงานที่รับเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของเขตแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากนัก สิ่งที่เขาต้องเผชิญในตอนนี้ มันทำให้เขาได้เปิดใจและคิดอะไรได้หลายๆอย่างเกี่ยวกับชีวิตของเขา เขาคิดเอาไว้ก่อนแล้ว ถึงปัญหาที่จะต้องเจอเมื่อคิดที่จะสร้างถนนให้กับหมู่บ้าน เพราะที่นี่คือเขตเจียที่ยากจน หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเขตนี้ไม่ได้มีเงินมากนัก และถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเงิน พวกเขาก็คงจะเอาเงินไปสร้างถนนในพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากกว่าพื้นที่ห่างไกลแบบนั้น เพราะการสร้างถนนไปยังหมู่บ้านที่ห่างไกล ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรมากนัก

“หมอหลงครับ ทำไมคุณถึงต้องใส่ใจเรื่องหมู่บ้านนั้นมากขนาดนี้ด้วยล่ะครับ?” ผู้ช่วยของหลงหยุนเฟยถาม

หลงหยุนเฟยไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาทำเพียงแค่เงยหน้ามองดูท้องฟ้าอย่างเงียบๆเท่านั้น

เขาไม่ได้อยากจะไปเสียเวลาสร้างถนนให้หมู่บ้านจนๆแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ เขาได้แต่ภาวนาว่า ถ้าเป็นไปได้ เขาจะไม่มีทางมาที่เขตเจียและไม่มีทางมาเจอกับหมอหวัง แต่เรื่องที่เกิดขึ้น มันก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว การร้องไห้คร่ำครวญไม่ได้ช่วยอะไรเลย

“ฉันจะลองคิดหาวิธีอื่นดู” หลงหยุนเฟยพูด

ในเวลาเดียวกันนั้น หมอในโรงพยาบาลประจำเหลียนชาน ก็ได้ไปดูอาการลุงของหลี่เม่าชวง

“นี่มันอะไรกัน?” หมอรู้สึกประหลาดใจมาก ที่พบว่าอาการลุงของหลี่เม่าชวงดูเหมือนจะดีขึ้น

“วันนี้ เขาได้กินอะไรไปบ้างรึเปล่าครับ?” หมอถาม

“ครับ เขากินอาหารเหลวเข้าไปครับ” ลูกคนโตของชายชราพูด

“เขารู้สึกตัวมากกว่าเดิมไหมครับ?” หมอถาม

“ครับ วันนี้ เขารู้สึกตัวได้มากกว่าเมื่อวาน แล้วเขาก็ยังพูดนิดหน่อยด้วย” ลูกคนโตของชายชราพูด

“ดีครับ” หมอพูด

ครั้งนี้ เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องให้ออกจากโรงพยาบาลอีก

“พ่อเป็นยังไงบ้าง?” ลูกคนเล็กถามขึ้นมา “พี่คิดว่า ยาที่หมอหนุ่มคนนั้นให้มาจะได้ผลรึเปล่า?”

“ฉันก็หวังให้มันได้ผล” ลูกคนโตของชายชราพูด

เขายังกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้อีกเรื่องหนึ่ง

บางที มันอาจจะเป็นช่วงที่ชายชราแข็งแรงได้ในเวลาสั้นๆ ก่อนที่เขาจะจากไป

ในปักกิ่ง ซึ่งห่างจากเหลียนชานไปหลายพันไมล์ และท้องฟ้าที่ไม่สดใสเท่า

ภายในลานบ้านเก่าๆ พื้นดินที่ทับถมไปด้วยใบไม้แห้ง ดูราวกับทะเลทราย

ซูเสี่ยวซวีที่นั่งอยู่บนรถเข็น กำลังเงยหน้ามองดูท้องฟ้าอยู่

มันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ที่เธอได้ลุกออกมาจากเตียงนอน อย่างน้อย เธอก็มีโอกาสได้มองดูท้องฟ้าอยู่ภายในลานบ้าน และเธอก็ยังสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้น ผิวหนังของเธอกลับมาอยู่ในสภาพปกติ ดังนั้น เธอไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเชื้อโรคหรือสิ่งต่างๆที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าที่ลอยอยู่ในอากาศอีกต่อไป เธอจะไม่ติดเชื้อผ่านทางผิวหนังได้อีก

“โอ้ ได้อยู่ข้างนอกแบบนี้ แล้วมันสบายดีจริงๆ” ซูเสี่ยวซวีพูด

ในที่สุด เธอก็ได้รับอิสระมาบ้างเล็กน้อย

เมื่อไหร่ฉันจะออกไปเดินเล่นข้างนอกได้? เมื่อไหร่ที่ฉันจะไปไหนด้วยตัวเองได้? หลายปีมานี้ ปักกิ่งเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแล้วนะ?

“เสี่ยวซวี ลูกอยากกลับเข้าไปข้างในไหมจ๊ะ? อากาศข้างนอกเริ่มเย็นลงแล้วนะ” ซงรุ่ยปิงพูด

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูอยาจะอยู่ข้างนอกนานกว่านี้อีกหน่อย” ซูเสี่ยวซวีพูด

“ได้จ๊ะ” ซงรุ่ยปิงพูด ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

หมอหวังจะกลับมาเมื่อไหร่?

ภายในลานบ้านอีกแห่งหนึ่งในปักกิ่ง เฉินหยิงก็คิดเรื่องเดียวกันนี้

เธอเดินทางไปเยี่ยมน้องชายของเธออยู่บ่อยๆ อาการของเฉินโจวเริ่มดีขึ้น เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลต่างก็ประหลาดใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแลงของเฉินโจว แต่เขาเริ่มกลับมามีอาการอยู่หลายครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่า อยู่ๆอาการของเขาก็ทรุดลงไป

ไม่มีใครในโรงพยาบาลที่สามารถบอกสาเหตุของเรื่องนี้ได้เลย

มันนานมากแล้ว คุณความกลับมาได้แล้ว

ในขณะเดียวกัน หวังเย้าก็กำลังฝึกมวยจีนอยู่บนเนินเขาหนานชาน บนยอดเขามีลมแรงและอากาศหนาวเย็น

หวังเย้าชูมือขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาอยู่ในท่าที่ราวกับเขากำลังใช้มือข้างหนึ่งแบกท้องฟ้าเอาไว้ พร้อมกับยืนด้วยขาข้างเดียว

มันเป็นท่าที่มีอธิบายอยู่ในคัมภีร์ฉวนจิง

หายใจเข้า หายใจออก

เปิดออก!

อยู่ๆหวังเย้าก็เปลี่ยนท่า เขาหมุนฝ่ามือ ขอแขน แล้วชกออกไป

ปัง!

การเคลื่อนไหวของเขา ได้สร้างเสียงดังราวกับฟ้าผ่าขึ้น

ในเวลาเดียวกัน เลือดและพลังฉีภายในร่างกายของเขาก็ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว

หวังเย้าเคลื่อนพลังฉีภายในกายอยู่หลายรอบ ก่อนที่เขาจะจบการฝึก

ติ๊ง! ตื๊ด!

มือถือของเขาส่งเสียงดังขึ้นมา คนที่โทรมาก็คือหลี่เม่าชวง

“อะไรนะ? ไม่ใช่หรอกครับ มันไม่ใช่ช่วงแข็งแรงในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเสียชีวิตหรอก ที่อาการของเขาดีขึ้น ก็เพราะยาที่ผมให้เขากินต่างหาก อย่าคิดมากไปเลยครับ” หวังเย้าพูด

“ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี” หลี่เม่าชวงที่อยู่ปลายสายพูด

หลังจากที่วางสายแล้ว เขาก็อธิบายให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาฟัง แต่ลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ยังคงเป็นกังวลอยู่

“เลิกระแวงได้แล้ว อาการของคุณลุงคงจะแย่ไปกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าหมอหวังไม่เหมือนใคร พี่ต้องเชื่อเขาสิ” หลี่เม่าชวงพูด

“ก็ได้” ลูกคนโตของชายชราพยักหน้า ตอนนี้ เขาเริ่มเชื่อในตัวหวังเย้าขึ้นมาบ้างแล้ว “แล้วเขาจะมาอีกเมื่อไหร่เหรอ?”

“พรุ่งนี้เช้า” หลี่เม่าชวงพูด

“โอเค ฉันจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อม” ลูกคนโตของชายชราพูด

ความจริงแล้ว มันไม่มีอะไรที่เขาจะต้องเตรียมเลย เขาแค่ต้องทำตามคำแนะนำของหวังเย้าก็พอ

เช้าวันต่อมา หวังเย้าลงมาจากเนินเขาหนานชานแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวเข้าไปในตัวเมืองเหลียนชาน

“ลูกจะเข้าเมืองเหรอจ๊ะ?” จางซิวหยิงถาม

“ครับ ผมจะไปหาคนไข้น่ะครับ” หวังเย้าพูด

“แม่มีเรื่องให้ลูกทำด้วยจ๊ะ” จางซิวหยิงพูด

“แม่จะให้ผมทำอะไรเหรอครับ?” หวังเย้าถาม

“เรื่องพี่สาวของลูกน่ะ” จางซิวหยิงพูด

“เรื่องพี่เหรอ?” หวังเย้ารู้สึกมึนงงไปชั่วครู่ “อ้อ ผมเข้าใจแล้วครับ มันจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่เขยในอนาคตของผมสินะ”

“ใช่จ๊ะ แม่คิดว่าเขาเป็นคนดีทีเดียว ลูกช่วยเช็คเรื่องของเขาดูหน่อยได้ไหม? พี่สาวของลูกไม่ยอมบอกอะไรแม่เลย” จางซิวหยิงพูด เธอกังวลเกี่ยวกับอนาคตลูกสาวของเธอมาก

“ได้สิครับ ไม่มีปัญหา” หวังเย้าพูด

หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว หวังเย้าก็ขับรถเข้าไปในตัวเมือง

ครั้งนี้ ดูเหมือนลูกพี่ลูกน้องของหลี่เม่าชวงจะดีกับเขากว่าเดิม และยังให้ความร่วมมือมากขึ้นด้วย

เขาได้ให้การรักษาลุงของหลี่เม่าชวงเหมือนครั้งก่อน

“ขอบคุณมากเลยนะครับ หมอหวัง” หลังจากที่จบการรักษาแล้ว ลูกคนโตของชายชราก็แสดงความขอบคุณต่อหวังเย้า

“ด้วยความยินดีครับ” หวังเย้าพูด “ช่วยเอายานี้ให้พ่อของคุณกินด้วยนะครับ”

เขากำลังพูดถึงตัวยาที่หลี่เม่าช่วงเป็นคนตัวด้วยตัวเอง ซึ่งมันสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ ส่วนตัวยาที่เขาเป็นคนต้มขึ้นมา เขาเก็บมันเอาไว้กับตัวตลอดเวลา

“ได้ครับ” ลูกคนโตของชายชราพูด

จากนั้น เขาและน้องสาวก็เดินออกมาส่งหวังเย้าที่นอกห้อง

“วันนี้ ดูเหมือนว่า ลูกพี่ลูกน้องของพี่จะทำตัวแปลกไปนะ” หวังเย้าพูดกับหลี่เม่าชวง

*ขออภัยค่ะ ผู้แปลนิ้วล็อก กำลังรักษาโดยการนวดเลยต้องใช้เวลานิดนึงจ้า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด