ตอนที่แล้วบาทที่ 10
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบาทที่ 12

บาทที่ 11


บาทที่ 11

ภูษาเซียนของพวกเขานั้นสร้างได้ยากกว่าของชิวเยว่ในเมื่อพวกเขาไม่มีวิญญาณกักเก็บไว้อีกต่อไป การดึงดูดวิญญาณจากรอบข้างนั้นจึงต้องใช้เวลา เพื่อเร่งความเร็วพวกเขาต้องใช้ร่างจิตเทียมที่ยังอยู่ เก็บหอยและปลาตัวเล็กๆตามชายฝั่งมาปรุงอาหาร นั่นจึงทำให้พวกเขามีวิญญาณพอที่จะสร้างภูษาเซียนได้

แน่นอนว่าพวกเขาเลือกเอาวิชาเซียนใหม่ที่หงเซียวดัดแปลงมาจากปราณเซียนไร้ลักษณ์มาจัดสร้าง เป็นวิชาที่มีพื้นฐานมาจากปราณเซียนไร้ลักษณ์ แต่ใช้พลังเซียนแทนการใช้พลังปราณจึงทำให้มีอานุภาพยิ่งกว่าปราณเซียนไร้ลักษณ์มาก แต่ก็ต้องแลกมากับการร่ายคาถา ซึ่งเขาเรียกมันว่าวิถีเซียนไร้ลักษณ์

ความสามารถพื้นฐานที่ได้รับจากการสร้างภูษาเซียนด้วยวิถีเซียนไร้ลักษณ์ก็คือ ปรับสภาพร่างกายให้อยู่ในอายุที่กำหนดไว้ และมีสัมผัสรับรู้ที่ไกลออกไปจากตัว ทุกระดับของปฐมเซียนที่ได้รับมาสัมผัสรับรู้ของเขาจะแผ่ขยายออกไปด้วยรัศมีหนึ่งกิโลเมตร

คาถาที่ใช้กับวิถีเซียนไร้ลักษณ์ในขณะนี้ก็คือ

คาถารักษา ครอบคลุมการรักษาอาการผิดปกติของร่างกายทั้งหมด แต่ไม่สามารถรักษาการถูกรุกรานจากภายนอก เช่น แบคทีเรีย ไวรัส พิษ

คาถาดูดพิษ ดูดพิษทั้งมวลไปไว้ในชีพจรเซียนของภูษาเซียน

คาถาปล่อยพิษ ปล่อยพิษที่เก็บไว้ออกมา

คาถาเปลี่ยนอายุ ปรับเปลี่ยนอายุของตนเองใหม่ทั้งร่าง

คาถาควบคุมวัตถุ ควบคุมวัตถุที่อยู่รอบตัวด้วยการใช้แรงดึงดูด เช่น ทำให้น้ำมีแรงตึงผิวมากขึ้น ทำให้ดินเกาะกันเป็นก้อนแข็ง ดึงมวลอากาศไปในทิศทางต่างๆ ดึงตัวเองไปในทิศทางที่ต้องการ

หลังจากที่พวกเขาได้สร้างภูษาเซียนโดยใช้วิชาวิถีเซียนไร้ลักษณ์แล้ว พวกเขาก็ได้สร้างผึ้งเซียนจนครบเก้าตัว ทุกตัวบรรจุไปด้วยพลังของวิถีเซียนไร้ลักษณ์ คาถาควบคุมวัตถุ

ผึ้งเซียนของคนอื่นต่างทำให้มีหน้าตาเหมือนกับภูษาเซียน มีแต่ของหงเซียวกับซิ่วจูที่แตกต่าง ผึ้งเซียนของหงเซียวเป็นหมอกขาวเบาบาง ขณะที่ผึ้งเซียนของซีชี่เป็นนกกระจิบ

เพราะว่าพวกเขาใช้สภาพไข่มุกในการฝึก จึงรวดเร็วเท่ากับการฝึกกับชิวเยว่ด้วยภูษาเซียนของเธอ ดังนั้นเมื่อผ่านไปอีกเจ็ดวัน พวกเขาก็ได้ชีพจรเซียนจุดที่สอง อีกสิบห้าวันได้จุดที่สาม

ขณะที่พวกหญิงสาวทำความคุ้นเคยกับวิชาใหม่ด้วยการเล่นบอลชายหาดกันอยู่นั้น ทุกคนต่างก็พากันหันขวับไปทางเดียวกันโดยไม่ต้องนัดหมาย

มีเรือแล่นตรงมายังเกาะ หนึ่ง สอง สาม … เจ็ด

จินหลินหันไปทางหงเซียว ซึ่งก็ได้ผงกหัวให้กับเธอ กล่าวว่า “เราคงจำเป็นต้องสร้างภูษาเซียนผืนใหม่แล้วล่ะ”

ที่พวกเขาจำเป็นต้องสร้างภูผาเซียนผืนใหม่ก็เพราะว่า เรือที่แล่นเข้ามาที่เกาะจากระยะที่ห่างออกไปสามกิโลเมตรนั้นมีโจรสลัดเจ็ดคนที่พวกเขาปล่อยไปอยู่บนนั้น

พวกเขาตัดสินใจเลือกสร้างภูษาเซียนของวิชาเซียนห้าธาตุ เพราะว่านี่เป็นวิชาเซียนที่เหมาะกับการโจมตี ถึงแม้ว่าจะมีคาถาอยู่แค่สามบทตอนนี้

เพื่อให้การสร้างภูษาเซียนเสร็จเร็วที่สุด พวกเขาตัดสินใจสร้างทีละคน เพราะว่าถ้าสร้างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วโมงจึงจะสร้างเสร็จ ซึ่งนั่นช้าเกินไปในการรับมือศัตรู โดยจินหลินขอเป็นคนแรกที่สร้าง เธอต้องการให้ผึ้งเซียนของเธอปล่อยบอลไฟได้

เช่นเดิมจินหลินสร้างขึ้นเป็นมังกรทองเหมือนจินปิงทุกประการ

เมื่อสร้างภูษาเซียนเสร็จแล้ว เธอก็ให้ผึ้งเซียนของเธอทุกตัวมาเปลี่ยนเป็นพลังเซียนแบบใหม่ เซียนห้าธาตุ และทำให้ผึ้งเซียนสามารถใช้คาถาได้หนึ่งบท เธอเลือกคาถาบอลเพลิงให้

จินหลินได้เร่งสร้างผึ้งเซียนมาจนครบสามสิบหกตัว พวกมันล้วนมีอำนาจเหมือนกับเซียนชั้นปฐมเซียนระดับหนึ่งเท่ากับภูษาเซียนที่ถ่ายทอดพลังให้ทุกประการ

เธอใช้เวลายี่สิบนาทีในการจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ และเมื่อเสร็จสิ้นแล้ว เธอก็พามังกรตัวใหญ่สามตัวรวมจินปิง และมังกรตัวเล็กจ้อยอีกสามสิบสองตัวบินไปหาเป้าหมายที่ตอนนี้แล่นเรือเข้ามาใกล้อยู่ในระยะหนึ่งกิโลเมตรจากเกาะแล้ว แต่เพราะคนเหล่านี้พยายามระมัดระวังตัวและอ้อมเข้ามาจากฝั่งภูเขาตรงข้ามกับชุมชน ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิม กว่าจะเข้ามาถึงระยะหนึ่งกิโลเมตรจากเกาะ

พวกเขาส่งคำเตือนไปยังชุมชนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และให้เตรียมตัวรับมือ ถึงแม้ว่าคนพวกนี้จะเริ่มมีคนที่เข้าถึงเขตแก่นปราณกันบ้างแล้วจากวิชาปราณที่หงเซียวส่งให้ แต่อย่างไรก็ตามโจรสลัดที่มานี้อย่างน้อยก็มีเขตร่างปราณเจ็ดคน

วิชาบอลเพลิงนี้ลำพังเพียงแค่ในระดับหนึ่งชั้นปฐมเซียนก็มีความร้อนแรงมาก และมีระยะทางการโจมตีไกลถึงสิบเมตร หากจินหลินสวมภูษาเซียนนี้เธอจะสามารถโจมตีได้ไกลกว่าระยะเดิมอีกสี่เท่าหรือร้อยเมตร และมีความร้อนแรงมากกว่าเดิมอีกสี่เท่าตัวเช่นเดียวกัน

เพราะชีพจรเซียนที่สร้างขึ้นมาจากการกลั่นพลังเซียนนั้นทำให้ความรุนแรงและระยะทางนั้นกลายเป็นสามเท่าหรือสามสิบเมตร และในเมื่อจินหลินนั้นอยู่ในระดับสามชั้นปฐมเซียนทำให้ความรุนแรงเพิ่มทบขึ้นอีกสามเท่าหรือเก้าสิบเมตร รวมผลจากการสวมภูษาเซียนระดับหนึ่งอีกนั้นจะเพิ่มอานุภาพจากเก้าสิบเมตรเป็นหนึ่งร้อยเมตร

ดังนั้นหากใช้ดาบเหล็กธรรมดาต้านรับไว้เพียงลูกสองลูก ดาบนั้นก็จะหลอมละลายขาดไปในทันที ยอดยุทธในเขตแก่นปราณขึ้นไปเท่านั้นที่จะพอกล้ำกลืนเคลือบอาวุธด้วยพลังปราณและใช้ปกป้องตนเองได้นานขึ้นกว่านั้น

แต่ถ้าหากปล่อยให้ภูษาเซียนหรือผึ้งเซียนโจมตี พวกมันจะต้องโจมตีที่ระยะสิบเมตร และด้วยความร้อนที่เทียบเท่ากับความร้อนปกติของชั้นปฐมเซียนระดับหนึ่ง

จินหลินได้ใช้ภูษาเซียนวิถีเซียนไร้ลักษณ์จนเข้าใจหลักการนี้เป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นแทนที่เธอจะเข้าไป เธอก็ยืนอยู่ที่ชายหาดแล้วสั่งให้ภูษาเซียนและผึ้งเซียนเข้าโจมตีก่อน

ภูษาเซียนที่ใช้งานของเธอนี้ในเมื่อใช้พลังเซียนห้าธาตุ ดังนั้นมันจึงพุ่งตัวเลียดน้ำไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับผึ้งเซียนรูปมังกรอีกสามสิบหกตัว

“ดูนั่น มังกรสีทอง” คนที่ทำหน้าที่ตรวจตราตะโกนก้อง แต่ต่อให้เขาไม่พูด ทุกคนก็เห็นได้ชัดเจนว่ามีมังกรตัวใหญ่พุ่งตัวมาจากเกาะ เห็นได้ชัดว่าเกาะนี้ไม่ปกติ

“นี่มันเกาะอาถรรพ์แน่ จะมีทรัพย์สมบัติแน่รึ” กัปตันเรือลำหนึ่งบ่นออกมา ชักดาบออกจากข้างเอวแล้วกล่าวต่อว่า “เตรียมพร้อมรบ”

เรือรบของโจรสลัดพากันแปรขบวนกระจายออกไปสองด้านข้าง เมื่อมังกรเข้าไปสู่ระยะร้อยเมตร ผู้ที่มีความสามารถในการใช้ธนูระดับสูงต่างก็พากันยิงธนูเข้าใส่

ตูม ตูม ตูม มังกรห้าธาตุใช้น้ำด้านล่างเป็นประโยชน์ ร่ายคาถาบอลน้ำ ลูกบอลน้ำขนาดเท่ากับโอ่งจำนวนมากพากันผุดขึ้นมา ลูกธนูเมื่อปะทะเข้ากับบอลน้ำนี้ต่างก็พากันหยุดชะงักเหมือนกับเด็กขว้างก้อนหินเข้าใส่กองทราย ขณะที่ตัวมังกรเองอาศัยบอลน้ำเหล่านี้เป็นที่กำบังลัดเลาะหลบไป

ในเวลาเดียวกันขณะที่ภูษาเซียนกำลังดึงดูดสายตาอยู่นั้น ผึ้งเซียนทั้งหมดก็มุดลงไปใต้น้ำและอาศัยคลื่นน้ำปกปิดตัวตน

วืด ซ่า วืด ซ่า ตูม ตูม หลายคนที่มีวิชาการโจมตีระยะไกลต่างพากันโจมตีไปที่มังกรทองตัวใหญ่ที่ยกเอาบอลน้ำขึ้นมาป้องกันตัว แม้ว่าบอลน้ำหลายลูกจะแตกสลายลงไป แต่ก็มีมาทดแทนใหม่เรื่อยๆ

เมื่อมังกรทองตัวใหญ่เลื้อยมาที่ระยะสิบเมตรของเรือลำหนึ่งแล้ว มันก็อ้าปากพ่นบอลเพลิงขนาดเท่ากับโอ่งออกมาลูกหนึ่ง

“ระวัง ป้องกันเร็ว” หลายคนใช้ธนูยิงไปที่ลูกไฟหมายจะยับยั้ง แต่ว่าจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะสามารถใช้ดาบตัดเปลวไฟขาดได้ ย่อมไม่ ยกเว้นว่าเราจะตัดท่อนฟืนที่เปลวไฟนั้นลุกไหม้อยู่เท่านั้น

และนี่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ในเมื่อบอลเพลิงที่มังกรยิงออกมานั้นเป็นเปลวเพลิงล้วนๆ อาวุธทุกอย่างที่ประโคมใส่นั้นไร้ผลโดยสิ้นเชิง

พรึบ บอลเพลิงนั้นปะทะเข้ากับตัวเรืออย่างจัง ตัวเรือไม่มีการส่ายไหวแม้แต่น้อย แต่ทว่าไม้ที่ประกอบเป็นตัวเรือบริเวณที่บอลเพลิงปะทะใส่นั้นพลันมีเพลิงลุกพรึบขึ้นในทันที

“ดับไฟ ดับไฟ” บรรดาลูกเรือต่างพากันตะโกน พากันวิ่งวุ่นดับไฟ

มังกรเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำนั้นต่างพากันว่ายเข้าไปจนประชิดตัวเรือ และทำการชูคอขึ้นพ้นน้ำและยิงบอลเพลิงขนาดเท่ากำปั้นแต่ความร้อนแรงไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าภูษาเซียนเข้าใส่ผนังเรือเช่นกัน

“บัดซบ เพียงแค่มังกรก็ยังจัดการไม่ได้ อย่างนี้จะไปเอาสมบัติบนเกาะได้อย่างไร” เหล่าโจรสลัดต่างเริ่มรู้สึกว่าไม่ง่ายที่จะต่อสู้กับสัตว์พวกนี้ สัตว์เหล่านี้ฉลาดมาก ไม่เข้าไปต่อสู้กับพวกเขาเอาแต่เผาเรือ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด