ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 2 : ลืมตาตื่น (2/2)

บทที่ 1 : ลืมตาตื่น (1/2)


บทที่ 1  :  ลืมตาตื่น  (1/2)

 

            โอ้ยย….ปวดหัวจัง  ปวดเหมือนหัวจะแตกระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว

ซูเม่ยที่เพิ่งจะรู้สึกตัวกำลังมึนๆงงๆกับสถานการณ์ปัจจุบัน  เธอรู้สึกประหลาดใจมาก  ว่าทำไมตัวเองถึงยังไม่ตาย

นี่ฉันโชคดีขนาดนั้นเลยหรอ  ขนาดขับรถตกหน้าผาแล้วยังรอดมาได้อีก!

แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเมื่อเธอลืมตาขึ้นมา  แล้วพบกับเด็กผู้ชายสองคนแล้วก็เด็กผู้หญิงอีกหนึ่งคนกำลังยืนรุมล้อมเธออยู่ที่หน้าเตียง  เด็กผู้ชายที่โตสุดน่าจะอายุราวๆสิบสองปี ในขณะที่ผู้เด็กชายอีกคนและเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่าจะอายุราวๆแปดหรือเก้าขวบ

ทั้งสามคนสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่ทั้งซีดแล้วก็โทรมเสียยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว  ส่วนเสื้อของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดูเหมือนจะเล็กเกินไปจนทำให้ไม่พอดีตัว  แถมลายดอกไม้ที่ปักอยู่บนกระโปรงนั่นก็ซีดเสียมองแทบไม่เห็นแล้ว

“พวกหนู....ช่วยชีวิตฉันไว้หรอ?”  เธอเอ่ยถามกับเด็กชายผมยาวทั้งสองที่ตอนนี้มีมัดจุกทรงสูงไว้บนหัว  ตอนนี้ยังมีประเพณีที่ไว้ผมยาวแล้วก็ผูกผมแบบนี้อยู่อีกหรอ

“พี่สาว!”  เด็กหญิงตัวน้อยกรีดร้องขึ้นมาด้วยความดีใจ   “พี่สาวอย่าตายนะ  พี่อย่าตายนะ ฮื่อๆ”  จากนั้นเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนร่างกายสั่นเทา  พร้อมกับพึมพำไปด้วย

“พี่สาว?”

ซูเม่ย  ผู้ซึ่งอายุเกือบๆจะสามสิบแล้ว  ก็อดตื่นเต้นไปกับคำเรียกของเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าไม่ได้  เธออายุขนาดนี้แล้ว  ยังจะเรียกว่าพี่สาวได้อีกหรอ  เด็กน้อยคนนี้ช่างประจบประแจงเป็นเสียจริง

พอเห็นเธอร้องไห้อย่างน่าสงสาร  ซู่เม่ยก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปกอดเด็กน้อยเอาไว้  พลางลูบหลังเธอเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ

เด็กหญิงตัวน้อยยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นและกอดรัดเธอแน่นกว่าเดิม  ราวกับว่ากลัวเธอจะสลายหายไป

“ฟางชิงรีบปล่อยพี่สาวเร็วเข้า  เดี๋ยวพี่สาวก็หายใจไม่ออกกันพอดี”

เด็กชายที่โตสุดรีบแยกเด็กสาวที่ชื่อฟางชิงออกจากเธออย่างรวดเร็ว  ในน้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจอย่างเห็นได้ชัด

เสี่ยวฟางชิงที่กำลังจะถูกจับแยกออกจากเธอเริ่มรู้สึกไม่พอใจ  เด็กน้อยส่งเสียงบ่นกระเหง้ากะหงอดเหมือนกับลูกแมวออกมาเบาๆ  แต่ท้ายที่สุดเธอก็ยอมเชื่อฟังก่อนจะถอยออกไปยืนอยู่ข้างๆเตียงแทน  ซูเม่ยรับรู้ได้ถึงความรักและความคิดถึงที่เอ่อล้นออกมาจากแววตาของพวกเด็กๆ

ซูเม่ยค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึกๆ  ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กชายที่อายุมากสุด  ‘พี่คนโตน่าจะคุยรู้เรื่องสุด’  เธอสรุปเรื่องนี้เองในใจ

“ที่นี่ที่ไหน?  แล้วเธอล่ะชื่ออะไรหรอ?”

ทันใดนั้นเด็กชายที่โตสุดก็เบิกตาโพลงอย่างตกใจ  เขาจ้องมองซูเม่ยอย่างตกตะลึงทั่วทั้งใบหน้าของเขาเองก็เหมือนกับแปะคำว่า ‘เกิดอะไรขึ้น!!’ เต็มไปหมด

รอยยิ้มบนใบหน้าของซู่เม่ยค่อยๆหายไป  ก่อนเธอจะเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกไป

“พี่สาว!!!”  ก่อนที่เธอจะถามต่อ  เธอก็ต้องตกใจจนสะดุ้งโหยง  เพราะเสียงตะโกนและเสียงร้องไห้ของเด็กสาวตัวน้อย

“พี่สาว  พี่จำพวกเราไม่ได้หรอ  หรือพี่ไม่ต้องการพวกเราแล้ว....” เด็กสาวตัวน้อยกระโจนเข้าหาซูเม่ยอีกครั้งด้วยความเร็วแสง  พร้อมกับร้องไห้โฮอย่างน่าสงสาร

“อย่าร้องไห้สิ  ไม่ต้องร้อง  พี่สาวไม่มีทางทิ้งพวกเราแน่ๆ”   เด็กชายตัวน้อยอีกคนเอ่ยขึ้น  เขาพยายามสูดน้ำมูกกลับเข้าไปในจมูก  เห็นได้ชัดว่าตัวเขาเองก็ร้องไห้อย่างหนัก  แต่เขาก็พยายามกัดริมฝีปากเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาแล้วก็จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาน่าสงสาร พร้อมกันนั้นมือของเขาก็ดึงเสื้อของเด็กน้อยฟางชิงไว้แน่น

รูปร่างหน้าตาของพวกเขาช่างน่ารักจิ้มลิ้ม  แล้วพอมาร้องไห้แบบนี้ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่  ซูเม่ยแทบจะทนดูต่อไม่ได้ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังทำผิดร้ายแรงที่เป็นต้นเหตุให้พวกเขาร้องไห้กันหนักขนาดนี้

“พี่สาว”  เด็กชายที่โตสุดเพิ่งจะหลุดออกมาจากภวังค์ เขาดึงเด็กน้อยสองคนออกให้พ้นทาง  จากนั้นเขาก็จ้องมาที่เธออย่างสื่อความหมายและพูดเชิงปลอบใจกับเธอว่า  “พี่สาวไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้  ถ้าพวกตระกูลหยางอยากจะถอนหมั้นก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ!  ตั้งแต่ท่านพ่อท่านแม่ตายพวกเขาก็ดีแต่รังแกพวกเรา  ถ้าในอนาคตพี่แต่งเข้าบ้านหลังนั้นจริงๆ ชีวิตของพี่ก็คงจะเจอแต่เรื่องทุกทรมานใจเป็นแน่พี่สาวพี่ไม่ต้องกลัวนะข้าสัญญาว่าเมื่อข้าโตขึ้นข้าจะเป็นคนดูแลพี่กับน้องๆเอง  พี่ไม่ต้องเสียใจไป....”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด