ตอนที่แล้วตอนที่ 5 นักบุญหญิงฝึกหัด
ทั้งหมดรายชื่อตอน

“ท่านฉีเหว่ยเจ้าคะ ข้าเจอทักษะที่เรียกว่า ‘ชุบชีวิต’ มันคืออะไรหรือเจ้าคะ?”

เอเลนาผู้ที่เพิ่งเพิ่มระดับไปเมื่อครู่มองมาที่ฉีเหว่ยด้วยความหวัง

ฉีเหว่ยรู้ว่านางต้องการจะชุบชีวิตชาวบ้านที่เพิ่งตายไป

“น่าเสียดายเด็กน้อย นั่นคงไม่สามารถทำได้” ฉีเหว่ยตอบ เขาไม่อยากทำลายจิตนาการของนาง แต่ก็ต้องบอกความจริงต่อ “ทักษะชุบชีวิตนี้ใช้ได้กับผู้ที่ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมส์เท่านั้น และมันก็ใช้ค่าประสบการณ์ของพวกเขาด้วยเช่นกัน มันอาจจะฟังดูโหดร้ายนะ แต่นี่เป็นกฏระหว่างเทพเจ้า พวกเรามิอาจเข้าไปยุ่งได้”

ที่จริงแล้ว แม้แต่การชุบชีวิตแบบครึ่งๆกลางๆนั้นก็เป็นไปได้ โดยการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บางอย่างที่ท่านฮาเดสทิ้งไว้

แต่เดิม เทพเจ้าแห่งเกมส์นั้นไม่มี พลังเทพบัญชา ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความตายได้ แต่สำหรับฉีเหว่ยมันเป็นความรู้ทั่วไปสำหรับตัวละครในเกมส์ที่สามารถชุบชีวิตขึ้นมาจากความตายได้ ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะสร้างวิธีการฟื้นคืนชีพให้กับผู้ศรัทธาของเขา และเขาก็สร้างมันได้สำเร็จ! – หากผู้ศรัทธายังคงเชื่อในตัวเขาอยู่ เมื่อถึงเวลาตายของพวกเขา พวกเขาจะสามารถกระตุ้นวิธีการฟื้นคืนชีพได้และวิญญาณของพวกเขาเหล่านั้นจะถูกส่งไปเก็บยังที่ปลอดภัยในอาณาจักรเทพเจ้าของฉีเหว่ย ซึ่งสถานะนี้ไม่ถือว่าเป็นสภาพของการตายที่แท้จริง ดังนั้นท่านฮาเดสผู้ที่มีพลังเหนือโลกแห่งความตายจะไม่ตระหนักว่าวิญญาณที่ตายเหล่านั้นจะถูกดักเอาไว้

ถ้าเกิดว่าใครบางคนร่ายคาถาชุบชีวิตให้กับเหล่าผู้ศรัทธาทั้งหลายในสถานะนี้(ร่างกายที่เป็นศพ) พวกเขาสามารถชุบชีวิตผู้ศรัทธาได้โดยใช้ค่าประสบการณ์ทั้งหมด 10% ของผู้ที่ถูกชุบชีวิตนั้น ถ้าเกิดว่าไม่มีใครช่วยชุบชีวิตพวกเขาก็ยังสามารถฟื้นคืนชีพได้หลังผ่านไป72ชั่วโมง โดยต้องเสียค่าประสบการณ์ทั้งหมด 30%

ถ้าค่าประสบการณ์ของพวกเขาไม่พอ ก็ต้องต้องถูกลดระดับลง หรืออาจกล่าวได้ว่า ผู้ศรัทธาระดับ 1 ที่มีค่าประสบการณ์ไม่ถึง10% จะได้รับการช่วยเหลืออย่างมาก เพราะตราบใดก็ตามที่พวกเขามีค่าประสบการณ์มากกว่า 20 % พวกเขาก็ไม่มีวันตายจริงๆ
หากไม่รวมท่านฮาเดสแล้ว แม้ว่าเทพเจ้าองค์อื่นๆ จะพยายามทำสิ่งนี้ ยังไงมันก็ไม่ได้ผล และถึงแม้ว่ามันจะเป็นการพยายามก้าวข้ามเส้นบางๆ พวกเขาก็จำเป็นต้องมี พลังเทพบัญชาที่เกี่ยวข้องกับความตาย ถึงจะสามารถทำได้

ในฐานะเทพเจ้าที่มีอำนาจเหนือความตายอยู่แล้ว ความเชื่อในเรื่องการมีชีวิตอยู่นั้นไม่มีความหมายอะไรเลยกับท่านฮาเดสเทพแห่งความตาย เขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแนวทางโดยการชุบชีวิตเหล่าผู้ศรัทธาเป็นแน่ หากเขาทำเช่นนั้น มันคงจะลดความกลัวตายของคนทั่วไปอย่างใหญ่หลวง และมันจะทำให้ศักดิ์ศรีของเขาตกต่ำลง เพราะฉะนั้นยังไงเขาก็ไม่มีทางชุบชีวิตใครเป็นแน่ถ้าเกิดว่าเขายังสติดีอยู่

ในทางกลับกัน กลไกในการชุบชีวิตทำให้ฉีเหว่ยเข้าใจยิ่งขึ้นว่าตราบใดที่มันเกี่ยวข้องกับเกมส์ เขาจะมีอิทธิพลต่อมันในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบตัวเขากับเทพเจ้าแห่งเกมส์คนก่อน ในตอนนี้เขาเหนือกว่าอย่างแน่นอน

เด็กหญิงที่เพิ่งจะได้รับความหวังไปเริ่มสะอื้นเนื่องจากความหวังของนางไปชนกับถังน้ำแข็งเข้าอย่างจัง

แต่ถึงกระนั้น นางก็ไม่ได้หนีจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และยังได้เพิ่มคะแนนทักษะที่นางเพิ่งได้รับมาไปที่ทักษะการฟื้นฟูรักษา ‘สัมผัสแห่งการฟื้นฟู’ แล้วรีบเข้าไปช่วยชาวบ้านที่นอนบาดเจ็บและยังมีลมหายใจอยู่

ในขณะที่นางยื่นมือออกไป ฝ่ามือของนางก็เริ่มเปล่งพลังศักดิ์สิทธิ์เรืองแสงบริสุทธิ์ หากมีใครสักคนเป็นพยานเห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาคงไม่เชื่อถ้ามีใครบอกว่านางคือแม่ชีที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ — ถ้าไม่ใช่ตัวเลขสีเขียว ‘+1’ ที่ลอยอยู่บนศีรษะของผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่บนพื้นล่ะนะ

พวกชาวบ้านเหล่านี้ไม่ได้บาดเจ็บจนมากเกินไป พวกเขาแค่หมดแรงเนื่องจากถูกเจ้าเขี้ยวมังกรใช้เป็นของเล่นในตอนแรก พวกที่ถูกมันเลือกให้เป็นของเล่นนั้นเป็นคนหนุ่มสาวที่ยังมีพละกำลังมากพอ ดังนั้นตัวเลขสีเขียว ‘+1’ จึงลอยอยู่ไม่นานพวกเขาก็ได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว

ชาวบ้านเหล่านี้อยู่ในห้วงของความสิ้นหวังหลังจากที่พวกเขาพยายามหลบหนีหลายครั้งแล้วก็ล้มเหลว และในช่วงเวลานั้นเจ้าเขี้ยวมังกรก็ถูกสังหารลงในทันที

แม้ว่าคนที่จบชีวิตเจ้าสัตว์ประหลาดในตอนท้ายจะเป็นเอเลนา แต่พวกชาวบ้านก็รู้ว่าคนที่ช่วยพวกเขาไว้จากหายนะครั้งนี้คือชายลึกลับที่มาจากนอกหมู่บ้าน

“ท่านผู้ทรงเกียรติ!”

ชาวบ้านที่รอดชีวิตทั้งหมดเป็นคนหนุ่มสาวที่อายุประมาณสิบสองถึงสิบห้าปี ซึ่งประกอบด้วย เด็กชาย3คนและเด็กหญิงหนึ่งคน หนึ่งในเด็กเหล่านั้นที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำกลุ่มเดินตัวสั่นเข้ามาหาฉีเหว่ย และคุกเข่าลง เขากล่าวอ้อนวอนด้วยเสียงสะอึกสะอื้นจากอกของเขา “หมู่บ้านของพวกเราถูกทำลายจนสิ้นแล้ว ถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่อดตายไม่ก็ถูกสัตว์ร้ายฆ่ากิน ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยขอรับ”

ฉีเหว่ยลูบคางพลางคิดในใจ มันดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์ประหลาด และต้องการให้เขารับพวกเขาเข้าพวกหรือเปล่านะ

แต่พอคิดได้ว่าเขาไม่ได้มีเวลาเหลือมากมายในโลกมนุษย์นี้ เขาก็ยอมแพ้ให้กับความคิดที่จะรับผู้ติดตามเพิ่ม

“ข้าเสียใจด้วย ข้าไม่สามารถพาเจ้าไปด้วยได้ แต่ถ้าเจ้ามุ่งมั่นจะนับถือในเทพเจ้าแห่งเกมส์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าก็สามารถชี้ทางสว่างให้เจ้าได้” เขากล่าวอย่างเขร่งขรึม

เด็กหนุ่มรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ถูกเขาปฎิเสธ แต่ยังคงก้มศีรษะและเคารพเขาอย่างจริงจัง “พวกเรายินดีที่จะบูชาเทพเจ้าแห่งเกมส์ขอรับ!”

พวกเด็กที่รอดชีวิตที่เหลือทำตามเขาและก้มศีรษะลง แต่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับการสอนเกี่ยวกับมารยาทเหล่านี้ มันเลยดูเหมือนกบตัวใหญ่ที่อยู่บนพื้น

ภายใต้ความคาดหวังที่เขาคิดจะได้รับแบบเอเลนา ฉีเหว่ยรออยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วออกมา

เขาไม่ได้รู้สึกถึงพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากพวกเด็กๆเหล่านี้เลย

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งพูดออกมา แต่ไม่ได้นับถือศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมส์จากก้นบึ้งในหัวใจของพวกเขาแบบเอเลนา

ฉีเหว่ยต้องการจะฉีกหน้าของพวกเขาออกมา แต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้
ย้อนกลับมาในโลกเดิม เขาเป็นคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ดังนั้นเขาจึงเข้าใจได้ไม่มากก็น้อยว่าพวกเด็กเหล่านี้รู้สึกอย่างไรในตอนนี้— คงไม่มีใครเปิดใจและศรัทธาในศาสนาที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นนักการตลาดที่เก่งกาจขนาดไหนก็คงไม่สามารถทำให้ผู้คนเชื่อและเปิดใจได้โดยง่าย

ท้ายที่สุดแล้วแม้แต่เอเลนาที่เขาคุ้นเคยที่สุดก็เคยปฎิเสธเขามาแล้วในตอนที่เขาชวนครั้งแรก คงไม่ต้องพูดถึงเด็กๆเหล่านี้ที่เพิ่งเคยเจอเขาเป็นครั้งแรก

หลังจากที่คิดไปสักพักหนึ่ง เขาก็พูดขึ้นว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทั้งหมดเพิ่งจะสูญเสียคนที่พวกเจ้ารักไป และทำได้แค่มองดูพวกเขาถูกฆ่าอย่างไร้ความปราณีโดยสัตว์ร้ายนี้ พวกเจ้าทั้งหมดกำลังอยู่ในความเจ็บปวดรวดร้าวเป็นที่สุด แต่ในช่วงเวลาที่ปวดร้าวนี้ เทพเจ้าที่พวกเจ้านับถือศรัทธาอย่างสุดซึ้งเหล้านั้นได้ให้ความเมตตาช่วยเหลืออะไรพวกเจ้าบ้างไหม? แม้ว่าพวกเจ้าจะไปถึงศาสนจักรในเมือง และเล่าความโศกเศร้าของพวกเจ้ากับนักบวชท้องอืดเหล่านั้น พวกเขาก็คงตอบรับพอเป็นพิธีประมาณว่า “นี่เป็นประสงค์ของพระเจ้า” โดยไม่มีความสงสารเมตตาให้กับพวกเจ้าเลยแม้แต่น้อย ”

ท่าทางของเด็กหนุ่มกลายเป็นทุกข์และขมขื่น ในขณะที่เด็กหญิงอีกคนที่ไม่ใช่เอเลนาเริ่มสะอื้นออกมา

เอเลนาเข้าไปข้างๆนาง และตบหลังนางเบาๆ

“แต่นั่นใช่ความจริงทั้งหมดไหม ไม่ ไม่เลย การมีอยู่ของพวกเจ้าไม่มีความหมายอะไรกับเทพผู้ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ พวกเขาจะมาสนใจเจ้าทำไม เจ้าจะถูกพวกเขาทอดทิ้ง เหมือนที่พวกมนุษย์ไม่เคยสนใจมดตัวน้อยๆที่กำลังถูกตัวกินมดกิน พวกเทพเจ้าเหล่านั้นไม่แลตามามองความเจ็บปวดของเจ้าหรอก เมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้แล้ว แล้วทำไมเจ้ายังคงอ้อนวอนขอให้พวกเขาให้อาหารเจ้าอย่างสัตว์ที่น่าสงสารอีก?” ฉีเหว่ยพูดต่อได้น้ำเสียงที่ปลุกใจและดังขึ้น “แทนที่จะรอคอยพลังเทพทรงโปรดที่ไม่เคยให้พรใดๆแก่เจ้าเลย ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้สองมือของเจ้าสร้างทางเดินของเจ้าเองล่ะ? มันไม่มีความยุติธรรมที่แท้จริงในโลกนี้หรอก แต่ความยุติธรรมที่แท้จริงคือของขวัญที่เขามอบให้กับเหล่าผู้ศรัทธาทั้งหลาย ทำไมไม่ลองดูล่ะ ใช้สองมือของเจ้า กัดฟันเพื่อท้าทายตัวเอง – นี่แหละสิ่งที่เรียกว่าชะตากรรม!”

ในตอนท้ายของคำพูดปลุกใจของเขา เขายิ้มเบาๆและพูดว่า “โอ เจ้าแห่งเกมส์ผู้ยิ่งใหญ่ มอบชีวิตใหม่ให้แก่เรา”

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...