ตอนที่แล้ว60 วิธีการลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป62 เหนือกว่าหนึ่งก้าว

61 หลี่เย้าอยู่ที่ไหน?


61 หลี่เย้าอยู่ที่ไหน?

“เพื่อนนักเรียนหลี่เย้า เกาะมังกรปีศาจก็เป็นเกาะที่ค่อนข้างใหญ่ ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า พวกเราที่เป็นศัตรูกันจะมาเจอกันตัวต่อตัวแบบนี้ได้!”

ในตอนแรก เฮ่อเหลียนเลี่ยรู้สึกตกตะลึง แต่หลังจากนั้นไม่นาน กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาก็ค่อยๆเผยรอยยิ้มที่ร้ายกาจออกมา

“เขาเป็นเพื่อนนักเรียนของนายเหรอ? ความแข็งแกร่งของเขาเป็นยังไง?” ผู้เข้าแข่งขันทีมสีน้ำเงินไม่มีใครกล้าที่จะประมาท พวกเขาตั้งท่าป้องกัน และถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“ความแข็งแกร่งของเขาสุดยอดไปเลยล่ะ!”

เฮ่อเหลียนเลี่ยกัดฟันยอมรับออกไปว่า “ไม่เพียงแค่เขาจะแข็งแกร่งมากเท่านั้น แต่วิธีการของเขาก็ยังเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายมากอีกด้วย เขามันเป็นพวกไร้ยางอายและต่ำช้า เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะมา เขายอมทำทุกอย่าง และเขาก็เป็นศัตรูที่น่ากลัวมากด้วย!”

“ไม่แปลกใจเลย ที่เขาจะสามารถจัดการทีมลาดตระทั้งสี่ทีมสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ทุกคนระวังตัวเอาไว้ให้ดี ฉันไม่ต้องการให้เขาได้มีโอกาสได้ลงมือแม้แต่นิดเดียว!”

ผู้เข้าแข่งขันทีมสีน้ำเงินตั้งการ์ดป้องกันเต็มอัตรา หนึ่งในนั้นถอยหลังไปสื่อสารกับสมาชิกในทีมคนอื่นๆที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

“เฮ่อเหลียนเลี่ย เกาะมังกรปีศาจก็เป็นเกาะที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มันก็เล็กมาเช่นกัน...ประโยคนี้ ควรจะเป็นคำพูดที่ฉันต้องการจะพูดกับนายเหมือนกัน ระหว่างเรามีความเกลียดชังอยู่ตรงกลาง ถ้านายยังเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชาย ก็เข้ามาสู้กับฉันแบบตัวต่อตัวสิ เรามาจบเรื่องนี้กัน!”

หลี่เย้าไคว้มือทั้งสองข้าง เพื่อดึงกริชสีดำออกมา แล้วแลบลิ้นเลียมุมปากของตัวเอง

เฮ่อเหลียนเลี่ยหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความนิ่งขรึม แล้วพูดออกมาอย่างไม่รีบร้อน แต่ก็ไม่ช้าจนเกินไป “หลี่เย้า แกไม่ต้องมายุฉันหรอก ฉันไม่ได้โล่ ในเวลานี้ เราอยู่ในการแข่งขัน ตามกฎแล้ว ฉันจะต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อจัดการกับแก พร้อมกับทุกคนที่อยู่ตรงนี้! แต่ถ้าแกอยากจะสู้ตัวต่อตัวกับฉันละก็ ฉันก็ยินดีเสมอ แต่ต้องเป็นหลังจบการแข่งขันนี้ไปแล้วนะ!”

“ก็ได้! งั้นแกก็รอได้เลย!”

หลังจากที่พูดออกไปอย่างมาดร้ายแล้ว หลี่เย้าก็กระพริบตาและกระโดดหนีไป เขากระโดดหนีเข้าไปในพุ่มไม้ราวกับลิงตัวหนึ่ง แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

เขาหนีไปแล้ว!

เฮ่อเหลียนเลี่ยและเพื่อนร่วมทีมของเขาต่างก็ได้แต่ตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากเจ้าเด็กคนนี้พูดออกมาอย่างชัดเจนและน่ายำเกรงแล้ว ในพริบตาเดียว เขาก็หนีหายไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าปลาช่อน

เฮ่อเหลียนเลี่ยเริ่มโมโหขึ้นมา เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังถูกหลี่เย้าล้อเล่นอยู่ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาแดงก่ำ เขาก้าวไปข้างหน้าเพื่อไล่ตามไป แต่เสียงของเกาเย่ก็ได้ดังออกมาจากช่องทางสื่อสารเสียก่อน “เฮ่อเหลียนเลี่ย! อย่าไม่สนใจเขา! เป้าหมายของเขาก็คือการทำให้นายโมโห! เพื่อที่จะได้ทำลายขบวนของนาย! แล้วเขาก็จะโจมตีพวกนายทีละคนๆ...อย่าทำอะไรโง่ๆเด็ดขาด!”

น้ำเสียงของเกาเย่เต็มไปด้วยอำนาจสั่งการที่ไม่สามารถอธิบายได้ แม้แต่เฮ่อเหลียนเลี่ยที่บ้าคลั่งและไม่สนใจกฎเกณฑ์ ก็ยังต้องกดความกรุ่นโกรธของเขาเอาไว้ เฮ่อเหลียนเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก และกัดฟันพูดออกไปว่า “เกาเย่ สิ่งที่นายพูดมานั้นถูกต้องที่สุด แล้วตอนนี้เราควรทำยังไงต่อไปดี?”

เกาเย่ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง กว่าที่เขาจะส่งเสียงตอบกลับมา มันคล้ายกับว่า เขากำลังใช้การคิดคำนวนที่ละเอีดยยิบย่อยมากๆอยู่ “เฮ่อเหลียนเลี่ย คนคนนี้เป็นเพื่อนนักเรียนของนาย ความแข็งแกร่งของเขาเป็นยังไงเหรอ?”

เฮ่อเหลียนเลี่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกไป “เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาเป็นแค่ขยะที่มีความแข็งแกร่งในระดับธรรมดาเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าไม่โชคดีมาจากไหน เขาควมแข็งแกร่งของเขาถึงได้พุ่งสูงขึ้นมาภายในเวลาแค่เดือนเดียว ในตอนนี้ ความแข็งแกร่งของเขายังคงต่ำกว่าฉันอยู่ แต่ความแตกต่างนั้นห่างกันเป็นนาทีเท่านั้น ฉันไม่รู้เลยว่า เขาจะยังซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ด้วยรึเปล่า?”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งและพูดต่อไปว่า “ใช้แล้ว เด็กคนนี้เติบโตอยู่ในที่ทิ้งขยะ สภาพแวดล้อมของเขาจึงค่อนข้างซับซ้อน เขาจึงมีประสบการณ์ในการต่อสู้จริงสูงมาก!”

เกาเย่พูดออกมาอย่างใจเย็นและสงบว่า “โอเค งั้นก็คาดเดาเอาไว้ก่อนว่า ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะมากกว่านาย และอาจจะมากกว่าถึง 1.5 เท่า และเขาก็ยังเชี่ยวชาญการต่อสู้ในป่าอีกด้วย...แต่มันก็ยังเป็นไปได้ยากสำหรับเขา ที่จะสามารถจัดการทีมลาดตระเวรทั้งสี่ทีมลงโดยที่ไม่ให้เกิดเสียงอะไรเลย เรื่องนี้มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องอยู่!”

“จากการคำนวณของฉันแล้ว ในมือของเขาจะต้องมีอาวุธลับบางอย่างที่เราไม่รู้อยู่ด้วยอย่างแน่นอน!”

“เมื่อไม่สามารถเข้าใจไพ่ลับของเขาได้ ฉันไม่กล้าที่จะโจมตีเขา เพราะมันเท่ากัยเรากำลังเอาส่งคนไปป้อนอาหารให้กับเขาทีละคนๆ!”

“ในเวลานี้ ฉันจะสั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังขึ้น รวมตัวตั้งแนวป้องกัน และเตรียมพร้อมเสมอ ทันทีที่ศัตรูปรากฏตัวออกมา อย่าได้เริ่มการโจมตีก่อนเด็ดขาด ให้เน้นไปที่การป้องกันและรีบแจ้งหน่วยสู้รบที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงทันที!”

“ส่วนเฮ่อเหลียนเลี่ย ให้กลับมาที่ศูนย์สั่งการพร้อมกับทีมของนายให้เร็วที่สุด ฉันต้องการรู้ข้อมูลและสถิติของหลี่เย้า และวิเคราะห์ว่าเขากำลังถือ ‘การ์ด’ อะไรเอาไว้ในมือ!”

“โอเค! ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้เขาวิ่งเล่นในป่าไปก่อนก็แล้วกัน!”

เฮ่อเหลียนเลี่ยไม่ได้แสดงความลังเลออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เขานำทีมของตัวเองและจากไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เดินทางมาได้เกือบครึ่งชั่วโมง เขาก็กลับมาถึงศูนย์สั่งการของทีมสีน้ำเงิน ที่ตั้งอยู่ในป่าตรงจุดกึ่งกลางของเกาะมังกรปีศาจ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ชายหนุ่มที่ค่อนข้างเตี้ยและดวงตาที่ลุกไหม้สว่างเจิดจ้า กำลังนั้นขัดสมาธิอยู่ที่พื้น เขาดูเหมือนกำลังจมอยู่ในความคิด และนั่งนิ่งอยู่ที่ตอไม้

เขาก็คือผู้บัญชาการอัจฉริยะ เกาเย่

“เกาเย่ จากข้อมูลทั้งหมดจากฉัน รวมกับข้อมูลการต่อสู้ที่เรารวบรมมาแล้ว นายสรุปได้ว่ายังไงบ้าง?” เฮ่อเหลียนเลี่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ห้วนและอารมณ์กรุ่นโกรธ

ดวงตาที่ปิดอยู่ของเกาเย่ ได้เปิดออกส่องประกายแสงที่เจิดจ้าออกมา เขาเป็นเหมือนกับคริสตัลโพรเซสเซอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลในระดับสูงสุด

ครู่ต่อมา เขาก็พูดออกมาด้วยท่าทีที่สงบว่า “ปัญหาน่าจะอยู่ที่อาร์ติเฟ็กซ์ อาร์ติเฟ็กซ์ทั้งหมดที่พวกเราใช้กันอยู่ล้วนเป็นของที่เขาเป็นคนประกอบขึ้นมา เขาจะต้องติดตั้งประตูหลังเอาไว้ที่พวกมัน...นี่เป็นเทคนิคที่เห็นได้ทั่วไปซึ่งใช้กันในสนามรบ ฉันไม่คิดเลยว่า มันจะมาปรากฏอยู่ในที่แบบนี้ได้ หลี่เย้าคนนี้...เป็นคนที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ!”

“อาร์ติเฟ็กซ์อย่างนั้นเหรอ?”

เฮ่อเหลียนเลี่ยรู้สึกตกใจอยู่ชั่วครู่ จากนั้น เขาก็ปาดาบโซ่ในมือทิ้งไป ราวกับว่าเขากำลังถืองูพิษเอาไว้ในมือ

เกาเย่หัวเราะและพูดออกมาด้วยท่าทีที่ไร้กังวลว่า “นายไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้นหรอก จากการคำนวณของฉันแล้ว ประตูหลังประเภทนี้ไม่ได้มีพลังในการสังหารมากนัก อย่างมากที่สุด มันก็แค่สามารถล็อกตัวคนที่ถืออาร์ติเฟ็กซ์เอาไว้ และทำให้พวกเขาแข็งทื่อได้ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ขอบเขตในการทำงานของมันก็ไม่ได้กว้างมาก เมื่ออยู่ห่างจากตัวรีโมทมากเกิน มันก็จะไม่สามารถทำงานได้”

เกาเย่หยุดไปครู่หนึ่ง พร้อมกับประกายตาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น “เราไม่จำเป็นต้องสั่งให้คนของเราสละอาวุธทิ้งไปหรอก เราเพียงแค่ต้องเลือกกลุ่มคนชั้นยอดแล้วให้พวกเขาใช้ดาบธรรมดา จากนั้นก็ให้พวกเขาออกล่าเขา พวกเขาก็จะสามารถจัดการหลราเย้าลงได้...หลังจากที่จัดการเขาได้แล้ว เราก็จะสามารถใช้อาร์ติเฟ็กซ์ต่อไปโดยไม่ต้องกังวลอะไรอีก!”

เฮ่อเหลียนเลี่ยขมวดคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องจัดจำนวนคนให้เพียงพอ ถ้าไม่อย่างนั้น มันก็ไม่ต่างกับการไปฆ่าตัวตาย”

เกาเย่ผงกหัว “ใจเย็นไว้ ฉันไม่มีทางประเมินคู่ต่อสู้ต่ำอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่น่ากลัวแบบนี้ ฉันจะวางแผนสำหรับจัดการเขาเป็นพิเศษ ไม่ให้มีรายละเอียดไหนหลุดรอดไปได้แม้แต่เส้นขน!”

เฮ่อเหลียนเลี่ยเน้นย้ำ “เกาเย่ จากการวิเคราะห์ของนายแล้ว นายคิดว่า เขากำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?”

“ขอฉันคำนวณดูก่อนนะ!”

เกาเน่ติดตาลง ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท ลูกตาของเขากำลังสั่นไหวด้วยความเร็วสูง

สามสิบวินาทีต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นมาและพึมพำออกมาว่า “ฉันวิเคราะห์ได้ว่า มีความเป็นไปได้ 47% ที่หลี่เย้าจะซ่อนตัวอยู่ที่ทางเหนือของเกาะมังกรปีศาจ ที่แถบนั้นเต็มไปด้วยดินโคลน ซึ่งเป็นข้อเสียเปรียบสำหรับกองกำลังขนาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การโจมตีแบบกองโจรที่สุด!”

“นอกเหนือจากที่นั่นแล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้อีก 33% ที่เขาจะผ่านแนวป้องกันของเรา และกลับไปยังทางทิศใต้ของเกาะมังกรปีศาจที่เป็นฐานที่มั่นของทีมสีแดงแล้ว!”

“แล้วยังมีโอกาสอีก 19% ที่เขาจะเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในน้ำตกขนาดใหญ่ที่ทางทิศตะวันตกของเกาะมังกรปีศาจ เขาอาจจะตั้งใจซ่อนตัวไปจนกระทั่งจบการแข่งขัน โดยใช้แต้มที่เขาได้เก็บสะสมมาก่อนหน้านี้และอันดับในปัจจุบันของเขา!”

“สุดท้าย...”

คลื่นของความประหลาดใจได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเกาเย่ ราวกับรูปปั้นดินเหนียวได้เกิดรอยแตกร้าวเล็กๆขึ้น “ยังมีโอกาสอีก 1% ที่เขาอาจจะอยู่บนเหนือหัวของเรา!”

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ อยู่ๆก็มีลูกบอลเหล็กสีดำร่วงลงมาจากกิ่งไม้เหนือศีรษะของเขา “บูม!” อยู่ๆลูกบอลก็ระเบิด จนเกิดประกายแสงที่เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์ออกมา!

การมองเห็นของทุกคนกลายเป็นสีขาวจ้า และไม่สามารถมองเห็นอย่างอื่นได้เลย!

“มันคือวงแหวนอักขระแสง!” คนที่ปิดตาได้กรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็ได้เกิดสายลมพัดผ่านลงมาจากด้านบน เขาได้พุ่งตัวตรงไปยังเฮ่อเหลียนเลี่ยโดยไม่มีใครสามารถหยุดชายคนนั้นได้

“เฮ่อเหลียนเลี่ย ตายซะเถอะ!” หลี่เย้าหลี่เย้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเดือดพล่าน และกริชทั้งสองของเขาก็ได้กลายเป็นสายฟ้าสองสาย!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด