ตอนที่แล้วบทที่ 9  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (9)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 11  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (11)

บทที่ 10  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (10)


บทที่ 10  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (10)

 

ซวีเฉิงเยว่กำลังเรียนอยู่ในคณะบริหาร  ด้วยว่าเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลซวี  แน่นอนว่าเธอย่อมเป็นทายาทผู้สืบทอดบริษัทของตระกูลซซีทั้งหมดโดยชอบธรรม   ดังนั้นหลักสูตรนี้จึงจำเป็นสำหรับเธอเป็นอย่างมาก

อาจจะเป็นเพราะว่าเธอได้รับพรสวรรค์ทางด้านธุรกิจมาจากคุณพ่อซวี  เกรดของซวีเฉิงเยว่จึงจัดว่าอยู่ในระดับหัวกระทิของชั้นเรียน  แม้ว่าเธอจะเอาเวลาส่วนใหญ่ไปไล่ตามตื้อหนานกงจิ่ง แต่เกรดของเธอนั้นกลับไม่ตกลงสักนิด

เนื่องจากเป็นวันแรกของการเปิดเทอมใหม่  การเรียนการสอนในวันนั้นจึงมีแค่ไม่กี่รายวิชา  ดังนั้นฉีเซิงจึงเริ่มต้นหาหอพักใหม่ของเธอในทันที  แต่อย่างไรก็ตามเธอพบว่าหอพักที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยล้วนถูกเช่าไปหมดแล้ว และถ้าหากหอพักอยู่ไกลจนเกินไป  ไม่แน่ว่าเธออาจจะย้ายกลับไปอยู่บ้านก็ได้  เนื่องจากยังหาตัวเลือกที่ถูกใจไม่ได้  เธอจึงทำได้แค่พับแผนการของเธอลงไว้ชั่วคราว

ในวันว่างเธอทำได้แค่นอนอ่านหนังสือตลอดทั้งวัน  พวกคนที่รู้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องการถอนหมั้นของเธอ  ต่างวิจารณ์ไปต่างๆนาๆ  พวกเขาคิดว่าเธอคงจะสะเทือนใจอย่างรุนแรง จึงแสดงออกด้วยการตั้งเรียนอย่างบ้าคลั่งเพื่อดับความฟุ้งซ่านของเธอ

อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่ฉีเซิงที่รู้ว่าเธอไม่ได้อ่านหนังสือเรียนอยู่  แต่เธอนอนอ่านนิยายวายทั้งวัน

ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในวันนั้นเซี่ยหนิงและอันอัน ก็ถูกกันออกไปจากวงโคจรของเธอเพิ่มมากขึ้น และอาจจะเป็นเพราะการชักนำอย่างไม่ได้ตั้งใจ(?)  ของซูอี้อี้ด้วย  ภาพลักษณ์ของฉีเซิงในสายตาของพวกเธอจึงตกต่ำลงกลายเป็นเพียงแค่อีหนูหิวเงิน

“อี้อี้  เธอจะไปงานบอลสุดสัปดาห์นี้ไหม?”  อันอันถามขึ้นหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก  เมื่อสังเกตเห็นว่าฉีเซิงอยู่ในห้องด้วยเธอก็อดไม่ได้ที่จะกรอกตามองบน

“อื้อ...รุ่นพี่หลิงชวนฉันไปน่ะ”  ซูอี้อี้ยิ้มก่อนจะพยักหน้ารับ

แม้ว่าหลิงฮ่าวจะเข้าทำงานที่บริษัทของเขาแล้ว  แต่เขาเป็นเพียงพนักงานฝึกงาน ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่ที่มหาลัยมากกว่า  ยิ่งมีซูอี้อี้อยู่ที่นี่ด้วยแล้ว  องค์รักษ์ผู้ซื่อสัตย์อย่างเขาย่อมไม่สามารถปล่อยให้เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหมล่ะ?

ทุกๆปีเมื่อเปิดเทอมใหม่  จะมีงานราตรีสองงานถูกจัดขึ้นพร้อมกันโดยทางมหาวิทยาลัย  งานแรกเป็นงานที่ใครก็เข้าร่วมได้  ในขณะที่อีกงานจะเข้าร่วมได้ก็ต่อเมื่อได้รับบัตรเชิญเท่านั้น

อนุมานอย่างง่ายๆคือ งานแรกจัดขึ้นเพื่อให้นิสิตนักศึกษาที่มีฐานะทางครอบครัวธรรมดาทั่วไป  คล้ายๆกับงานปฐมนิเทศขอทางมหาวิทยาลัย  ในขณะที่อีกอย่างหนึ่งถูกจัดขึ้นเพื่อนิสิตนักศึกษาที่เป็นทายาทของตระกูลที่มีฐานะร่ำรวย  ดังนั้นจึงต้องเป็นผู้ที่ได้รับบัตรเชิญหรือเป็นคู่ควงของคนที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้นถึงจะเข้าร่วมงานได้

“ถ้างั้นเธอก็ไม่ได้ไปงานที่หอประชุมฝั่งทิศใต้  พร้อมฉันกับเซี่ยงหนิงใช่ไหม?” สายตาของอันอันส่อแววอิจฉาอย่างเห็นได้ชัด  เมื่อทั้งเธอและเซี่ยหนิงสามารถเข้าร่วมได้แค่งานเลี้ยงธรรมดาในหอประชุมฝั่งทิศใต้เท่านั้น

ซูอี้อี้ยิ้มเจื่อน “รุ่นพี่หลิงเขาชวนฉัน  ฉันปฏิเสธเขาไม่ได้  ก็เลย.........”

อันอันโบกมือของเธอ  “รุ่นพี่หลิงเป็นคนดี  อี้อี้เธอต้องจับเขาไว้ให้แน่นๆนะ  ฉันได้ยินมาว่าฐานะทางครอบครัวของรุ่นพี่ไม่เลวเลยในแวดวงสังคมชนชั้นสูง”

ใบหน้าของซูอี้อี้แดงก่ำขณะที่เธอพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ออก

‘เฮ้!  คุณนางเอก  ทำไมหน้าของเธอถึงแดงขนาดนั้นละห๊ะ?  เธอยังจำรักแท้ของเธอได้ไหม?  เธอยังจำคุณพระเอกได้หรือเปล่าเนี่ย?’

ฉีเซิงพลิกหน้าหนังสือนิยายวายในมือของเธออย่างเงียบๆ

“อี้อี้  มีของส่งมาถึงเธอด้วยล่ะ”  เซียหนิงเปิดประตูก่อนจะนำกล่องมาวางลงบนเตียงของซูอี้อี้

“กล่องใหญ่มากเลย   เธอสั่งซื้ออะไรมาหรอ?”

ซูอี้อี้ส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสา “ฉันไม่ได้สั่งซื้ออะไรเลยน่ะ”

“เปิดดูกันเถอะ” อันอันกระตุ้นซูอี้อี้  ซูอี้อี้ทำได้เพียงแค่เปิดกล่องออกต่อหน้าพวกเธอ

“สวรรค์!  เป็นชุดราตรีที่สวยอะไรอย่างนี้!”  อันอันอ้าปากค้างกอ่นจะยกมันออกมาจากกล่อง

ชุดราตรีสีขาวล้วน มีลายปักสีแดงสะดุดตาตรงกระโปรง และยังมีเข็มขัดอีกเส้นหนึ่งถูกนำออกมาจากกล่อง

“รุ่นพี่หลิงเป็นคนส่งมาให้เธอใช่ไหม?  ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นชายในฝันที่ใครๆ  ก็อยากแต่งงานด้วย  อ๊า! ฉันอิจฉาเธอจังเลยอี้อี้……”

ซู้อี้อี้ยกยิ้ม  เธอเก็บความภาคภูมิใจในแววตาแทบไม่มิด  เธอส่งสายตาเยาะไปที่ฉีเซิง  ชุดราตรีชุดนี้ไม่ได้ถูกส่งมาหลิงฮ่าวอย่างแน่นอน  เพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งให้ชุดราตรีเธอมาชุดหนึ่ง  และตอนนี้มันก็แขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเธอเรียบร้อยแล้ว

“ซวีเฉิงเยว่  ไม่ใช่ว่าเธอชอบนั่งรถหรูไปไหนมาไหนบ่อยๆไม่ใช่เหรอ?  งานบอลสุดสัปดาห์นี้เธอจะไปไหมล่ะ?”  เมื่ออันอันแสดงออกถึงความอิจฉาต่อซูอี้อี้แล้ว  เธอก็อดจะระบายอารมณ์กับฉีเซิงไม่ได้

เห็นเห็นฉีเซิงไม่สนใจ อันอันก็เริ่มพูดถากถางต่อ “อะไรน่ะ?  ไม่มีใครอยากชวนเธอไปงานหรอ?  อย่าไปอิจฉาอี้อี้เลยนะ  คนอย่างเธอคงไม่มีวาสนาที่จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่หอทางทิศตะวันตกเหมือนกับอี้อี้เขาหรอก”

“อันอัน  อย่าพูดอย่างนั้นสิ เฉิงเยว่ต้องได้ไปแน่ๆ”

เนื่องจากซวีเฉิงเยว่ไม่เคยเข้าร่วมงานบอลเลยตลอดสองปีที่ผ่านมา  ดังนั้นซูอี้อี้เลยไม่แน่ใจว่า ซวีเฉิงเยว่ได้รับบัตรเชิญด้วยหรือเปล่า  ดังนั้นเธอจึงต้องปรามอันอันไว้ก่อน

“เชอะ   ตราบใดก็ตามที่แม่นี่ไม่ได้เล่นสกปรก  หล่อนไม่มีทางได้ไปหรอก”

“ขอโทษนะคะ  ที่ห้องนี้มีคนชื่อซวีเฉิงเยว่อยู่ไหมคะ?”  เด็กสาวคนหนึ่งเคาะประตูก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง

“มีเรื่องอะไร?”  ฉีเซิงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินสาวเท้าไปที่เธอ  เด็กสาวคนนั้นจ้องมองราวกับจะสำรวจว่านี่เป็นตัวจริงหรือเปล่า

เมื่อเธอจ้องจนพอใจแล้ว  เธอจึงยื่นถุงใบหนึ่งมาให้ฉีเซิง “พี่เสี่ยวเหว่ยบอกให้ฉันเอานี่มาให้คุณค่ะ”

ฉีเซิงไม่ได้ยื่นมือออกไปรับทันที  เธอขมวดคิ้วพลางถามว่า “เสี่ยวเหว่ยน่ะเหรอ?”

เด็กสาวคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง  เธอตัวแข็งทื่อก่อนจะรีบพูด “ฉันเอาของมาให้คุณแล้ว  ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะค่ะ” พูดจบเธอก็รีบวางถุงนั้นลงตรงหน้าของฉีเซิง  แล้วรีบเดินหนีไปทันที

ฉีเซิงก้มลงไปเก็บถุงนั้นขึ้นมา  เป็นเวลาเดียวกันกับที่อันอันกระโจนเข้าใส่ฉีเซิงด้วยความโกรธ  ก่อนจะปัดถุงในมือของฉีเซิงกระเด็นออกไป “เธอเป็นพวกเดียวกับเสี่ยวเหว่ย!”

เมื่อถุงตกลงพื้น  ปากถุงก็เปิดออก  เผยให้เห็นของที่อยู่ภายใน  นั่นกลับกลายเป็นว่าของที่อยู่ในถุงนั้นเป็นชุดราตรีที่มีหน้าตาคล้ายกับของซูอี้อี้อย่างกับแกะ  อันอันรีบดึงมันขึ้นมาดู  นอกจากไซส์แล้วไม่มีจุดไหนเลยที่ต่างกับชุดของซูอี้อี้

“ซวีเฉิงเยว่   อี้อี้ไปทำอะไรให้เธอ  ทำไมเธอต้องไปร่วมมือกับเสี่ยวเหว่ยมาแกล้งอี้อี้ด้วย?”

“เฉิงเย่ว....นี่เธอกับเสี่ยวเหว่ย....”  สีหน้าของซูอี้อี้เต็มไปด้วยความตกใจ ราวกับว่าเธอค้นพบความลับที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน

“จินตนาการบรรเจิดกันขนาดนี้  ฉันว่าพวกเธอน่าจะลองไปแต่งนิยายกันดูนะ”  เสี่ยวเหว่ยน่าจะไปรู้มาจากที่ไหนสักที่ว่าซูอี้อี้กำลังจะได้รับชุดแบบไหน  เจ้าหล่อนเลยส่งชุดบ้าๆนี่มาให้เธอ  เพื่อกลั่นแกล้งและข่มขู่ซูอี้อี้  ส่วนซูอี้อี้จะกลัวขนาดไหนก็สุดแล้วแต่จินตนาการของเธอเอง

“ซวีเฉิงเยว่  เธอวางแผนจะทำอะไรกันแน่? ถ้าเธอไม่ยอมอธิบายมาให้ชัดเจน  เธอต้องออกไปจากห้องนี้!!”  อันอันประกาศกร้าวใส่หน้าของฉีเซิง  ก่อนจะหันกลับไปปลอบใจซูอี้อี้ “ไม่ต้องกลัวน่ะอี้อี้  ฉันจะปกต้องเธอเอง”

เมื่อพบว่ามันดูเป็นเรื่องตลก  ฉีเซิงจึงมองไปยังทั้งคู่ด้วยสายตาราวกับมองคนโง่สองคนกำลังคุยกัน

“เธอหัวเราะอะไร?  ฉันจะบอกเธอไว้ตรงนี้เลยนะ  ที่นี่คือมหาวิทยาลัย  อย่าคิดว่าเธอเป็นอีหนูของพวกเสี่ยๆนั่นแล้ว  จะทำให้เธอมีอำนาจจะทำอะไรที่นี่ก็ได้  เธอมันก็แค่ของใช้รอวันทิ้ง!”

เพียะ !!!!

อันอันตกตะลึงเมื่อเธอโดนตบหน้าโดยที่ไม่คาดฝัน  เวลาผ่านไปสักพักกว่าเธอจะมีปฏิกิริยาตอบรับ

“เธอกล้าตบฉัน!!!”  ครอบครัวของเธอถือได้ว่าเป็นคนที่มีฐานะค่อนข้างดีพอสมควร  พ่อแม่ของเธอไม่เคยตีเธอเลยสักแปะ  แต่นังโสเภณีชั้นต่ำคนนี้กลับกล้าตบเธอ

“ล้างปากโสโครกของเธอซะบ้างน่ะ   ซูอี้อี้ล่ามคนของเธอไว้ให้ดีๆ  อย่าปล่อยให้ออกไปกัดคนอื่นเขามั่วซั่ว”  ฉีเซิงสะบัดมือของเธอ

“ล่าม....ให้ดี?  นังคนชั้นต่ำนี่มันหาว่าเธอเป็นหมา?!”

“ซวีเฉิงเยว่  นังโสเภณี! ฉันจะฆ่าแก!”

อันอันสถบด่าในขณะที่กระโจนเข้าใส่ฉีเซิง  แต่เธอกระโดดหลบและขัดขาของอันอันจนทำให้อันอันเสียหลัก  อันอันจึงเซไปชนเข้ากลับซูอี้อี้ที่กำลังตั้งท่าว่าจะเข้ามาห้ามการทะเลาะกันระหว่างอันอันและฉีเซิง  หน้าผากของซูอี้อี้จึงชนเข้ากลับขาโต๊ะอย่างจัง

ซูอี้อี้สูดหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด  การกระแทกอย่างแรงส่งผลให้เธอรู้สึกมึนหัว

อันอันรีบประคองซูอี้อี้ขึ้น “อี้อี้  อี้อี้  เธอโอเคไหม?”

เซี่ยหนิงผู้ซึ่งหลบมองอยู่ข้างๆ  รีบปรี่เข้ามาทันที “หน้าผากของเธอเลือดออก  เร็วเข้า  อันอันรีบผยุงอี้อี้ขึ้นเร็ว”

ด้วยเพราะพวกเธอยังไม่ได้ปิดประตู  จึงทำให้มีคนไปเรียกอาจารย์มาที่นี่   อาจารย์ผู้หญิงคนนั้นเดินนำนักศึกษามาอีกสองคน  จึงทำให้ห้องที่เคยกว้างดูแออัดขึ้นมาถนัดตา

“พวกเธอทะเลาะกันเรื่องอะไร?”  อาจารย์ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “มาทะเลาะกันในหอพักนักศึกษาทำไม?”

“อาจารย์คะ  พวกหนูไม่ได้เป็นฝ่ายทะเลาะกับเขานะคะ  ซวีเฉิงเยว่ต่างหากละคะ  ที่ตั้งใจผลักอี้อี้จนทำให้อี้อี้ได้รับบาดเจ็บ”  อันอันรีบพูดสวนขึ้นมาทันที “ดูสิค่ะอาจารย์  หัวของอี้อี้แตกเลยคะ”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด