ตอนที่แล้วบทที่ 19: ปกป้อง
ทั้งหมดรายชื่อตอน

 

 

    เมื่อพี่เลี้ยงหยูเดินมาตรงที่ลั่วลั่วซ่อนตัวอยู่ เธอหันหน้ามาและเห็นหญิงสาวนอนแผ่อยู่หน้าป้ายโฆษณา ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่าง

 

เธอรู้สึกหัวหมุนและก้มลงไปอุ้มเด็กชายขึ้นมา

 

ขณะที่เด็กสาวที่ล้มลงบนพื้นถูกดึงขึ้นโดยเพื่อนของเธอ ก่อนที่จะตะโกนร้องด้วยเสียงแหลมบาดแก้วหู

 

“ใครเป็นคนโยนเปลือกกล้วย!”

 

ไม่มีใครตอบคำถามเธอ ดังนั้นเธอจึงหันไปหาแคชเชียร์ที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์และถามว่า

 

“เธอเป็นคนโยนรึเปล่า?” พื้นที่บริเวณนี้อยู่ภายในร้านของเธอ ฉันเหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มที่นี่ ร้านเธอต้องรับผิดชอบ ผู้จัดการร้านอยู่ไหน?”

 

แคชเชียร์สาวไม่อยากถูกลากเข้าไปในปัญหาที่เธอไม่ได้ก่อ เธอจึงรีบตอบว่า

 

“มีเด็กผู้ชายอายุประมาณสามขวบ เขาเป็นคนขว้างเปลือกกล้วยค่ะ”

 

ลั่วลั่วปิดปากเล็กๆของเขาอย่างรวดเร็ว แก้มของเขาป่องออกมาและดวงตาเบิกกว้าง

 

ฝูงชนหันไปมองที่ป้ายโฆษณาเป็นจุดเดียวกัน พวกเขาเห็นเด็กน้อยซ่อนตัวอยู่หลังโปสเตอร์

 

หนึ่งในเด็กสาววัยรุ่นเห็นเศษกล้วยติดอยู่ที่ข้างแก้มเด็กน้อย เธอชี้นิ้วไปที่เขาทันที

 

“เป็นเด็กคนนั้น เขายังกินกล้วยไม่หมดด้วยซ้ำ!”

 

ทันใดนั้นฝูงชนก็หันไปมองดูพี่เลี้ยงเด็กที่อุ้มเด็กน้อยอยู่

 

เด็กสาวในชุดสีแดงโกรธจัด “นี่ป้าเลี้ยงลูกยังไงเนี่ย เด็กบ้านี่เป็นคนโยนเปลือกกล้วยจริงๆด้วย! ทำหนูลื่นล้ม ป้าต้องขอโทษไม่อย่างนั้นก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลมาให้หนู!”

 

พี่เลี้ยงหยูไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เมื่อเธอสังเกตเห็นว่าทุกคนจ้องมองมาที่เธอ เธออดไม่ได้ที่จะตกใจและพูดว่า

 

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ลูกของฉันไม่เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ หนูไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมจ้ะ”

 

“ใครบอกว่าหนูไม่เป็นอะไรไม่ทราบ?  ป้ารู้ไหมว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่? และเข่าของหนูก็เจ็บ หนูมีการแสดงพรุ่งนี้ด้วย” เด็กสาวพูดพลางเอามือกุมเข่า

 

“ไม่รู้ล่ะ ป้าต้องมากับหนูจ่ายค่าพยาบาล ส่วนเด็กคนนี้ต้องขอโทษหนู!”

 

พี่เลี้ยงหยูหันไปมองรอบๆซุปเปอร์มาร์เก็ต เฉียวโม่หยูยังไม่กลับมา เธอไม่รู้จะทำอย่างไรขณะที่อุ้มลั่วลั่วไว้ในอ้อมแขน

 

ในขณะเดียวกันเด็กน้อยกลืนกล้วยคำสุดท้ายลงคอ เขาจ้องไปที่เด็กสาวด้วยความโกรธ

 

“ผมไม่ขอโทษ ผมไม่ผิด ก็พี่นิสัยไม่ดี”

 

“ฮ่า! ดูเด็กคนนี้สิ!”

 

เด็กสาวชุดแดงเดินเข้าไปพยายามคว้าลั่วลั่วจากอ้อมแขนพี่เลี้ยงอย่างรวดเร็ว

 

“ฉันจะสั่งสอนแกแทนพ่อแม่แกเอง พ่อแม่แกจะต้องขอบคุณฉัน!”

 

เมื่อพี่เลี้ยงหยูเห็นว่าเด็กสาวคนนี้กำลังจะพาเด็กไป เธอตะโกนร้องให้คนช่วย

 

“ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที มีคนจะลักพาตัวเด็ก!”

 

เย่เป่ยเฉิงผู้ที่นานๆทีจะออกมาซื้อของเกิดอยากแวะมาซูเปอร์มาร์เก็ตจากการถ่ายทำในเช้านี้เสร็จสิ้น ขณะที่กำลังเดินดูของอยู่นั้น เขาได้ยินใครบางคนตะโกนว่า ‘ลักพาตัวเด็ก’ ขาสองขาพาเขาไปทิศที่เสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

 

วันนี้เขาสวมหมวกและดึงลงมาปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่งจึงไม่มีใครจำเขาได้ แต่เขารีบร้อนวิ่งไปทิศทางที่ได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงไม่ทันระวังว่าจะมีใครเห็นใบหน้าเขารึเปล่า

 

คนอยู่ระหว่างทางสังเกตเห็นเขาและอุทานว่า

 

“โอ้พระเจ้า นั่นเย่เป่ยเฉิงเหรอ!”

 

 “เป็นราชาเย่จริงๆด้วย!”

 

 “ตายแล้ว ฉันไม่คิดว่าจะได้พบเขาที่นี่!”

 

ทันใดนั้นฝูงชนก็เกิดโกลาหล เด็กสาวชุดแดงที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานน่ารัก เธอขยิบตาให้เย่เป่ยเฉิงและยิ้มอย่างอ่อนหวาน

 

อย่างไรก็ตามออร่าเย็นชาของชายหนุ่มและท่าทางไม่แย่แสใคร กันให้ทุกคนอยู่ห่างจากตัวเขา เขาเดินตรงไปยังพี่เลี้ยงหยูและเอ่ยถามว่า

 

“คุณพูดว่ามีคนลักพาตัวเด็กไปรึเปล่า?”

 

พี่เลี้ยงหยูรู้สึกตกใจที่จู่ๆก็มีชายหนุ่มตรงเข้ามาหาเธอ

 

“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ขอบคุณมาก!”

 

แต่ลั่วลั่วที่ยังอยู่ในอ้อมแขนเธอตะโกนขึ้นมาว่า

 

“คุณลุงฮะ พี่สาวชุดแดงคนนั้นนิสัยไม่ดี เขาจะพาตัวลั่วลั่วไป”

 

เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กชาย เย่เป่ยเฉิงเบนสายตาไปที่เขา

 

พูดตามตรงแล้ว เย่เป่ยเฉิงมีความอดทนต่อเด็กค่อนข้างต่ำ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ตัวชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและใบหน้าเล็ก ๆ นั้นดึงดูดความสนใจจากเขาได้ ดวงตาสีเข้มของเด็กน้อยดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะพูด

 

เย่เป่ยเฉิงคิดว่าเขาน่ารัก นักแสดงหนุ่มจึงเอ่ยถามว่า

 

“เด็กน้อย ทำไมพี่สาวถึงต้องการพาตัวหนูไปล่ะ?”

 

ลั่วลั่วมองไปที่ชายหนุ่ม เขารู้สึกได้ทันทีว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนไม่ดี เขาจึงตอบว่า

 

“คุณลุงฮะ ผมกระซิบให้ลุงฟังได้ไหมฮะ?”

 

เย่เป่ยเฉิงพยักหน้า

 

ลั่วลั่วเอนตัวไปใกล้เย่เป่ยเฉิง เอาหน้าเล็กแนบไปที่หูของเขา แล้วกระซิบว่า

 

“ป้าคนนั้นพูดไม่ดีให้แม่ของผม ผมเลยโยนเปลือกกล้วยไปที่พื้นให้เธอล้ม ใครให้เธอมารังแกแม่ผม”

 

เสียงของเด็กน้อยนั้นเล็กๆน่าฟัง ลมหายใจของเด็กน้อยคลอเคลียที่ข้างหูของเขา เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองอ่อนยวบ

 

เขาหันมาถามลั่วลั่วว่า “ก็เลยแก้แค้นแทนแม่?”

 

เด็กน้อยไม่รู้ว่า แก้แค้น หมายถึงอะไร เขาเงยหน้าขึ้นมองคุณลุงด้วยความสับสน

 

เย่เป่ยเฉิงยืนนิ่งใช้ความคิดก่อนอธิบายให้เด็กน้อยฟัง

 

เขาอธิบายให้เด็กน้อยฟังเข้าใจง่ายๆว่า

 

“เมื่อมีคนมารังแกแม่ของหนู หนูก็จะช่วยแม่ของหนูรังแกเขากลับ”

 

เด็กน้อยเข้าและพยักหน้ารับ เมื่อเห็นว่ามีคนเข้าใจเขา เขาจึงหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ ทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายสดใสและโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว

 

เมื่อเห็นประกายระยิบระยับในดวงตาของเด็กชาย เย่เป่ยเฉิงนึกถึงวันที่เขาเห็นเฉียวโม่หยูยืนอยู่ข้างแม่น้ำเหม่อมองไปทางขวา ดวงตาของเธอดูแวววาวราวกับจะเติมเต็มโลกนี้ด้วยความสว่างไสว

 

เขาก้มลงมองไปที่ลั่วลั่ว “เด็กดี ตอนนี้หนูไม่ควรช่วยแม่ของหนูด้วยการรังแกคนอื่นกลับ เพราะหนูยังเด็กอยู่ เหมือนอย่างวันนี้พวกเขาจะเอาตัวหนูไปแต่หนูยังไม่มีกำลังพอจะต่อต้าน รอโตขึ้นกว่านี้อีกหน่อย เมื่อหนูโตขึ้นและแข็งแรง พวกเขาก็ไม่กล้ารังแกแม่ของหนูอีกแน่”

 

ลั่วลั่วฟังเขาอย่างตั้งใจ คิ้วเล็กๆของเขาขมวดย่นขณะใช้ความคิด

 

ไม่ว่าเด็กคนนี้จะเข้าใจคำพูดของเขาหรือไม่ เย่เป่ยเฉิงเกิดประหลาดใจขึ้นมา วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ทำไมเขาต้องพูดอะไรมากมายกับเด็กคนนี้?

 

เขาหันไปหาเด็กสาวชุดแดงและเอ่ยขึ้นว่า

 

“เธอยังติดใจเรื่องนี้อยู่ไหม?”

 

เด็กสาวส่ายหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

 

“ราชาเย่ ฉันไม่ติดใจอะไรแล้วค่ะ ฉันเข้าใจผิดพวกเขาไปเอง เด็กคนนี้น่ารักมาก ฉันชอบเขามากจริงๆค่ะ!”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายซะ” เย่เป่ยเฉิงพูดด้วยท่าทีเมินเฉย

 

ถึงแม้ฝูงชนอยากจะอยู่รอดูต่อไปอีก แต่พวกเขาสัมผัสถึงออร่าข่มขู่จากเย่เป่ยเฉิง ดังนั้นจึงพากันแยกย้าย

 

เย่เป่ยเฉิงกำลังจะจากไป เสียงเด็กน้อยน่ารักตะโกนตามหลังเขามาว่า “ขอบคุณฮะ คุณลุง!”

 

เขาหันกลับมามองและยิ้มให้เด็กน้อย ลั่วลั่วโบกมืออ้วนๆให้เขา

 

“ลาก่อนฮะ คุณลุง!”

 

“ลาก่อน เด็กน้อย” ริมฝีปากของเย่เป่ยเฉิงยกขึ้นเล็กน้อย

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน เฉียวโม่หยูกำลังจะกลับไปที่จุดชำระเงิน เมื่อเธอเดินมาได้ครึ่งทาง เธอพบว่าตัวเธอมีประจำเดือน เธอเลยเลี้ยวกลับไปที่แผนกอนามัยของผู้หญิงและซื้อผ้าอนามัย

 

เมื่อกลับมารวมกลุ่มกับพี่เลี้ยงและลั่วลั่ว พี่เลี้ยงหยูก็เล่าเรื่องให้เธอฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้เธอจะไม่รู้เรื่องที่ลั่วลั่วกระซิบให้เย่เป่ยเฉิงฟัง

 

หลังจากได้ยินคำบอกเล่า เฉียวโม่หยูหันมาหาลั่วลั่วที่อยู่ข้างๆเธอว่า

 

“เด็กน้อย! บอกแม่มาซิว่าทำไมถึงขว้างเปลือกกล้วย?”

 

ลั่วลั่วเม้มริมฝีปากและเงยหน้ามองเธอ “ก็พี่สาวคนนั้นพูดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับแม่นี่ฮะ”

 

“เป็นเพราะว่าพี่สาวคนนั้นพูดไม่ดีเกี่ยวกับแม่ ลั่วลั่วเลยเอาคืนเธอแทนแม่ใช่ไหมจ้ะ?” สายตาของเฉียวโม่หยูดูสงบเมื่อถามคำถามลูกชาย

 

ลั่วลั่วพยักหน้า ไม่รู้ว่าแม่จะโกรธเขารึเปล่า

 

เฉียวโม่หยูอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแล้ววางไว้บนตักของเธอ แล้วดึงมือเขาเข้ามาใกล้ เธอพูดว่า

 

“ลั่วลั่วลูกยังเด็ก ดูสิ นิ้วมือของลูกยังเล็กกว่าของแม่ใช่ไหมจ้ะ?

 

เด็กชายพยักหน้า

 

“ตอนนี้ลั่วลั่วยังเป็นเด็กอยู่ แม่จะเป็นคนปกป้องลูกเอง เมื่อลูกโตขึ้น ลูกค่อยปกป้องแม่ ดีไหม?” เฉียวโม่หยูมองเข้าไปที่ดวงตาลูกชาย “วันนี้แม่ขอบใจลูกมาก แต่ต่อจากนี้ห้ามทำอย่างนี้อีกนะ”

 

เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งและนึกถึงสิ่งที่เย่เป่ยเฉิงเล่าให้เขาฟังก่อนที่เขาจะจากไป

 

“ลุงคนนั้นก็พูดเหมือนที่แม่พูดเลยฮะ!”

 

เฉียวโม่หยูหัวเราะ “ลุงคนไหน?”

 

“ลุงที่หล่อๆที่ช่วยผมไว้ฮะ” เขาตอบ

 

เธอไม่ได้คิดมากกับคำตอบของลูกชาย เธอเอื้อมมือไปลูบผมของเขา

 

“ลั่วลั่ว เมื่อลูกอายุห้าขวบ แม่จะสอนวิธีการป้องกันตัวให้!”

 

……

ช่วงบ่ายเฉียวโม่หยูได้รับโทรศัพท์โทรมาแจ้งว่า ฉากที่ถ่ายกับเย่เป่ยเฉิงไปก่อนหน้าต้องถ่ายซ่อมใหม่อีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงต้องไปกองถ่ายพรุ่งนี้เช้า

 

พอถึงวันรุ่งขึ้นเธอก็มาถึงกองถ่าย รถของเย่เป่ยเฉิงก็เข้ามาจอดพอดี มีคนสองคนก้าวออกมาจากเบาะหลังผู้โดยสาร  

 

พ่อของเย่เป่ยเฉิงและอาจารย์ฮวงก้าวออกมาจากรถด้วยกัน เมื่อนายท่านเย่กำลังจะถามเขาเกี่ยวกับฮวงจุ้ย เขาก็ได้ยินอาจารย์ฮวงร้องเสียงดัง จากนั้นใบหน้าที่น่าตกใจของอาจารย์ฮวงดูสดใสขึ้นราวกับว่าเขาได้เห็นสมบัติล้ำค่า

 

“อาจารย์ฮวง เกิดอะไรขึ้นครับ?”

 

อาจารย์ฮวงจ้องไปยังทิศทางที่เฉียวโม่หยูเพิ่งเดินเข้าไป เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 

“ผมเห็นแล้ว! ออร่าที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเทียบกับผู้หญิงคนนั้นได้ ออร่าของเธอบริสุทธิ์มาก!”

 

 

 

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...