ตอนที่แล้วGE442 ข้าจะปกป้องเจ้าเอง [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE444 ปีกปีศาจอสูรสวรรค์ [ฟรี]

GE443 สนมปีศาจ [ฟรี]


ผ่านไป 3 เดือนหนิงฝานยังคงไม่ออกมาจากหอคอย

เขากุมมือเหว่ยเหลียงไว้พลางถ่ายปราณเข้าไปในร่างของนาง เพื่อช่วยกระตุ้นอัฐิทั้ง 7 ให้สำแดงอานุภาพได้ดีขึ้น

แม้ยามนี้นางยังคงหลับไม่ได้สติ แต่นางสัมผัสได้ถึงมืออุ่นๆของหนิงฝานได้อย่างชัดเจน

“แสงกำลังรอข้า...” นางกล่าวในใจ เขานางก็เฝ้ารอที่จะได้กลับมาพบกับหนิงฝานอีกครั้งเช่นกัน

150 ล้านปีที่นางหลับไหล นางตื่นขึ้นเพียงชั่วครู่ในวังดารา ยังไม่ได้ทันได้กล่าวสิ่งใดให้สมใจ แล้วนางก็กลับสู่การหลับไหลอีกครั้ง

นางคิดถึงหนิงฝานมาก...

นางรู้ว่าต้องเกิดใหม่เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์อยู่ข้างกายคนที่นางรักอีกครั้ง

3 เดือนที่ผ่านมา ทะเลสติของนางฟื้นฟูเพียง 1 ใน 100 ส่วน บางทีอีก 20 หรือ 30 ปี นางถึงจะตื่น แต่เวลาเพียงแค่นั้น หนิงฝานรอนางได้

สำหรับผู้ฝึกฝนตนแล้ว เวลาเพียงเท่านั้นราวกับแค่ดีดนิ้วก็ผ่านไป หากเทียบกันแล้ว หนิงฝานรอนางเพียง 30 ปี แต่นางต้องรอคอยเขามานานถึง 150 ล้านปี เวลาที่เขาเฝ้ารอนางไม่ควรค่าให้กล่าวถึงแม้แต่น้อย

หนิงฝานนำโลงศพที่เคยบรรจุร่างของนางไว้ออกมา เมื่อสังเกตุดีๆ เขารู้สึกราวกับเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน ไม่นานเขาก็นึกออกว่ามันคือโลงศพในลักษณะเดียวกันกับที่อาจารย์ของเขาใส่ร่างของสตรีผู้เป็นที่รักเอาไว้

โลงศพนี้ไม่ธรรมดา ต้องใช้วัสดุโบราณในการสร้าง ผสานกับบางที่สามารถปกปิดศพนั้นจากกฏแห่งสวรรค์และความจริง ทำให้ร่างกายคงอยู่ได้ชั่วนิรันดร์

สิ่งที่หนิงฝานไม่เคยรู้มาก่อนคือในโลงศพมีสัมผัสเทพอยู่ เหตุที่ยามนี้หนิงฝานสัมผัสได้ เพราะระดับพลังของเขาสูงมากพอ

“กลิ่นอายสัมผัสเทพ… เป็นของเหว่ยเหลียง”

หนิงฝานนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดน่าหลานจื่อจึงเปิดโลงศพไม่ได้

เหตุผลก็คือก่อนที่นางจะตาย นางได้สลักสัมผัสเทพของตนลงในโลงศพ ว่าผู้ที่จะเปิดโลงศพได้ มีเพียงบุรุษที่นางเฝ้าคอยเท่านั้น

เมื่อฝาโลงปิด ร่างกายภายในก็โดนตัดขาดจากโลกภายนอก ตัดขาดจากสวรรค์ แม้จะผ่านมาเนิ่นนานนับ 100 ล้านปี ก็ยังคงอยู่เช่นนั้น

นางเฝ้ารอ… รอบุรุษที่นางรักกลับมาคืนชีพให้

หนิงฝานนำร่างของเหว่ยเหลียงที่หลับไหลใส่ลงไปในโลงอย่างระมัดระวัง จากนั้นให้นางเข้าไปอยู่ในแหวนเย่าหยวน

การคืนชีพของนางต้องเป็นไปได้ด้วยดี ต้องมีสภาพแวดล้อมที่สงบ ดังนั้น แหวนกระถางขัดเกลาของเขาจึงไม่เหมาะ

ในวังดารา หนิงฝานออกตามหาสวนสมุนไพรโบราณ สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ที่เหว่ยเหลียงผูกพันธ์มาก หนิงฝานจึงย้ายมันเข้าไปไว้ในแหวนเย่าหยวน และให้เหว่ยเหลียงอยู่ภายในสวนแห่งนั้น

หากวันใดที่นางตื่นขึ้นมา และได้เห็นสถานที่ที่นางชอบมากที่สุด นางน่าจะมีความสุขมาก

เวลาได้ล่วงผ่านมาถึง 3 เดือนแล้ว หนิงฝานได้เวลากลับออกจากหอคอย เขากลัวว่าหลิงคงจะเป็นห่วง

ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา หนิงฝานเพ่งสมาธิไปกับการรักษาเหว่ยเหลียงจนไม่ได้สังเกตุอาการบาดเจ็บของตน

ยามนี้ ปราณปีศาจที่เกาะกุมดวงจิตของเขาได้สลายไปแล้ว เขาสามารถแปลงร่างเป็นปีศาจได้อีกครั้ง

หนิงฝานใช้วิชาดาราทมิฬรักษาอาการบาดเจ็บที่หนักหน่วง จะเหลือก็เพียงรอยฟันเล็กๆที่เขน เป็นรอยที่เหว่ยเหลียงกัด และเขาก็ไม่ได้อยากจะลบมันออก

เมื่อเห็นหนิงฝานกลับออกมาจากหอคอยอย่างปลอดภัย หลิงคงที่ทำหน้าที่คุ้มกันก็รู้สึกโล่งใจ แต่นางไม่เห็นเหว่ยเหลียงออกมาด้วย นางจึงเริ่มเป็นกังวลอีกครั้ง

“แตงกวาน้อย เหว่ยเหลียงหล่ะ? นางเป็นยังไงบ้าง?”

“นางปลอดภัยดี อาการของนางดีกว่าที่ข้าคาดเอาไว้มาก… ข้าไม่เจอเจ้าแค่ 3 เดือน แต่เจ้าดูผอมลงมาก” หนิงฝานลูบสัมผัสใบหน้าของหลิงคงอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของนางยามนี้ดูดซีดขาว

“เจ้าพักก่อนเถอะ… ส่วนสหายเต๋าเฉวียน ข้ารู้ว่าท่านมีเรื่องมากมายอยากจะถามข้า แต่ข้าขอเวลา 3 วัน แล้วข้าจะกลับมาหาท่าน”

หนิงฝานรู้ว่าการที่เขาทำลายหอคอยจะทำให้เผ่าหกปีกไม่พอใจ แต่พวกมันไม่กล้าแสดงออก

ยังไงซะ เขาก็ไม่คิดจะบอกเรื่องอัฐิกับเฉวียนยี่ และเรื่องที่เขาเป็นตัวการในการทำลายหอคอย

หนิงฝานเก็บทาสไร้ดัดแปลงทั้ง 4 และจากไปพร้อมกับหลิงคงโดยไม่มีผู้ใดกล้าขวาง

เขาไม่ได้คิดจะออกจากเผ่า แค่กลับไปยังที่พักเพื่อให้หลิงคงได้พักผ่อน

การสู้รบที่รุนแรงในหอคอย ทำให้หนิงฝานเหนื่อยอ่อนเช่นเดียวกัน ยามนี้เขาเองก็ต้องเปลี่ยนอาภรณ์ที่อาบโชกไปด้วยโลหิตตัวนี้ออก และต้องอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย

ยามนี้หลิงคงรู้สึกประหลาดใจกับตัวเอง นางไม่เคยดูแลบุรุษใดมาก่อนในชีวิต แต่เมื่อหนิงฝานขอ นางกลับไม่ปฏิเสธและเต็มใจทำให้

“นี่ข้า… มีใจให้เจ้าแตงกวาน้อยแล้วอย่างงั้นเหรอ?” นางขบคิดในใจ แต่ก็ยังคอยปรนนิติหนิงฝานไม่ห่าง คอยอาบน้ำ ทำความสะอาดกายให้

เมื่อเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จ หนิงฝานพานางไปยังที่นอน แต่นางกล่าวขึ้นว่า

“แตงกวาน้อย เจ้าพักเถอะ… ข้าเหนื่อย”

“ข้ารู้ว่าเจ้าเหนื่อย เจ้าคอยปกป้องข้ามา 3 เดือนเต็ม ข้าจะให้เจ้าคอยปรนนิบัติข้าได้ยังไง?” หนิงฝานยิ้มอย่างคลุมเครือ

“ปรนนิบัติ? ฮึ่ม! ข้าไม่คิดจะปรนนิบัติเจ้าสักหน่อย!” นางขมวดคิ้ว ตอนนี้นางไม่พอใจมาก นางคิดว่าหนิงฝานเห็นนางเป็นเพียงคนคอยปรนนิบัติความใคร่เท่านั้น

“เจ้าไม่อยากปรนนิบัติข้าจริงๆเหรอ?” หนิงฝานกล่าวถาม

“ไม่อยาก! จะไปไหนก็ไป!” นางนอนอยู่ข้างๆกายหนิงฝาน แต่ด้วยที่นางไม่พอใจ จึงคิดอยากจะถีบหนิงฝานลงจากที่นอน

“แล้วถ้าข้าเป็นคนปรนนิบัติเจ้าแทนหล่ะ?” หนิงฝานกล่าวอย่างชัดเจน

ทันใดนั้นเอง ความโกรธที่นางมีกลับหายไป ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

“ปะ...ปรนนิบัติอะไร...” นางแอบคาดหวัง

“ก็แบบ...” หนิงฝานขึ้นคร่อมตัวนาง มือคู่ใหญ่ลูบสัมผัสกาย ริมฝีปากประกบจูบนาง

นางรู้สึกราวกับอัสนีแล่นผ่านไปทั่วร่าง ร่างกายอ่อนแอไร้กำลัง ใบหน้าร้อนผ่าว

แม้จะเคยร่วมรักกับหนิงฝานมาก่อน แต่ครั้งนั้นร่างกายของนางยังเด็ก การร่วมรักจึงมีแต่เพียงความเจ็บปวด จนทำให้นางไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขยามเลย

หนิงฝานลูบสัมผัสกายนาง เคลื่อนมือลงไปใต้กระโปรงแล้วเปิดออก สอดมือลูบสัมผัสเรียวขาคู่งามของนาง

“อืม~”

ดวงตาของนางเริ่มพร่ามัว ความปรารถนาปกคลุมจิตใจ

“แตงกวาน้อย ข้าบอกแล้วว่าข้าเหนื่อย นอนเถอะ!” นางยังคงอดกลั้น แต่กลับขยับขึ้นคร่อมบนตัวหนิงฝานแทน

“ตามใจเจ้าเถอะ...” หนิงฝานถอนหายใจ ดูเหมือนคืนนี้เขาจะอด แต่แล้วเขากลับรู้สึกว่าหนิงฝานน้อยของเขาได้แทรกตัวเข้าไปอยู่ในกายนาง! ปากนางบอกไม่ทำ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม!

หนิงฝานดับเทียนภายในห้อง ก่อนที่บรรยากาศภายในจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...

ผ่านไป 3 วัน สีหน้าของหลิงคงดูดีขึ้นมาก นางไปพบเฉวียนยี่พร้อมกับหนิงฝาน ส่วนตัวเขาเองก็สร้างเกราะอัสนีขึ้นมาใหม่

ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา หนิงฝานร่วมรักกับนางทุกวัน เพื่อทำให้นางผ่อนคลายให้มากที่สุด

เป็นครั้งแรกที่นางเองได้สัมผัสกับความสุขของการร่วมรัก แม้ 3 ราตรีจะผันผ่าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังประทับอยู่ในความทรงจำของนางไม่ลืมเลือน

“แตงกวาน้อย เจ้าทำได้ดีมาก… เจ้าเป็นบุรุษที่ข้าอยากร่วมรักด้วยมากที่สุด!” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ายวน การร่วมรักใน 3 คืนที่ผ่านมา นางพึงพอใจเป็นอย่างมาก

“ข้าเป็นผู้ฝึกฝนวิชาแปลงหยินหยาง ของแบบนั้นข้าย่อมถนัด หากเจ้ายังต้องการอีก ข้าทำให้เจ้าได้… จะกลัวก็แต่ว่าเจ้าจะบอกว่า ‘ข้ายอมแล้ว’...” หนิงฝานยิ้มพลางกล่าว ในช่วง 3 วันมานี้ แม้นางจะโดนไปหนักหน่วงขนาดไหน นางกลับไม่กล่าวยอมแพ้สักครั้ง

“ข้าเนี่ยนะจะยอม? เจ้าเข้าใจผิดแล้ว รอดูคืนนี้เถอะ เจ้าได้เห็นดีแน่!” นางขบฟันกล่าว วันนี้นางจะทำให้หนิงฝานกลับคำให้ได้

“ฮ่าฮ่า ท่านซัว... ท่านเยว่... สนิทกันดีซะจนข้าอิจฉา” ผู้ที่กล่าวขัดบทสนทนาของหนิงฝานเป็นสตรีนางหนึ่ง นางสวมกระโปรงบางเบาเย้ายวน ผมยาวดำขลับ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่งดงาม ผิวพรรณขาวผ่อง ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาชวนลุ่มหลง

“แม่นางคือ...” หนิงฝานประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นนางในเผ่าหกปีกมาก่อน แววตาของนางช่างเย้ายวน

แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากนางกลับให้ความรู้สึกคุ้นเคย เมื่อขบคิดดูดีๆ เขาก็จำได้ว่ากลิ่นอายของนางเหมือนใคร

“ที่แท้ก็แม่นางเฟินซื่อ… คาดไม่ถึงว่าแค่ 3 เดือนจะสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้ โดยที่ร่างกายแทบไม่ต่างจากเดิม แต่การจะสร้างร่างกายระดับนี้ได้ คงมีสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนไปไม่น้อย” หนิงฝานยิ้มพลางกล่าว ที่แท้นางก็คือดวงจิตดวงนั้น ที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขา

คาดไม่ถึงว่านางจะงดงามขนาดนี้ ความงดงามและโดดเด่นของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าเยว่หลิงคงแม้แต่น้อย

แต่หนิงฝานเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ความรู้สึกใกล้ชิดเกี่ยวพันระหว่างตัวเขาและเฟินซื่อ กลับเพิ่มพูนมากขึ้น

“การสร้างร่างใหม่ไม่ได้ยากอย่างที่ท่านคิด แต่คาดไม่ถึงว่าท่านซัวจะจำข้าได้… ราวกับข้าเข้าไปอยู่ส่วนหนึ่งในใจท่าน แต่คนอย่างข้าอาจไม่ควรค่าให้กล่าวถึง...” นางเปิดเผยและตรงไปตรงมายิ่งกว่าเผ่าพันธุ์อสูร

นางกล่าวสื่อความหมายอย่างชัดเจน แววตาที่นางจ้องมองหนิงฝานก็ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง

“ท่านตามข้ามาเถอะ… ผู้อาวุโสใหญ่กำลังรอท่านอยู่ ท่านบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกกล่าวกับท่าน”

“เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือเปล่าว่าเรื่องอะไร ข้าเองก็อยากรู้ว่าสหายเต๋าเฉวียนมีเรื่องอะไรที่จะทำให้ข้าสนใจ นอกเหนือจากเรื่องของเผ่า”

“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ข้าคิดว่าท่านสมควรไม่ผิดหวัง” นางส่ายหน้าพลางกล่าว นางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

นางนำพาหนิงฝานและเยว่หลิงคงไปยังวังที่งดงามแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ลับของเผ่า โดยทั่วไปจะมีผู้คุ้มกันมากมาย แต่ยามนี้กลับไม่มีสักคน

ชายชราเชื่อใจหนิงฝาน ชื่อว่าหนิงฝานจะไม่สังหารตนเองที่นี่ แต่ถึงจะมีผู้คุ้มกันมากมาย ก็ไม่มีใครรับมือหนิงฝานได้อย่างแน่นอน

เมื่อไปถึงหน้าวัง เฟินซื่อหันมองหนิงฝานและหลิงคงพลางกล่าว

“เรามาถึงวังแล้ว… เชิญท่านซัวและท่านเยว่ ข้าทำได้เพียงนำทางท่านมาเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปกับท่านได้… เช่นนั้นข้าขอลา”

“ช้าก่อน… เจ้าเองก็เข้ามาเถอะ ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้าด้วย!” ขณะที่นางกำลังจะไป เฉวียนยี่ที่อยู่ในวังก็กล่าวขึ้น

นางไม่กล้าปฏิเสธผู้อาวุโส จึงได้ติดตามหนิงฝานและเยว่หลิงคงเข้าไป

หนิงฝานขบคิดว่าสิ่งที่เฉวียนยี่กำลังจะกล่าวคืออะไร เกี่ยวข้องกับเฟินซื่อยังไง

เมื่อเข้าไปถึง ชายชรายังคงไม่กล่าว แต่ยกกาน้ำชาขึ้นมาแล้วรินให้

เมื่อทั้งหมดจิบชาแล้ว หนิงฝานก็เฝ้ารอให้ชายชรากล่าวอย่างสงบ ชายชรายิ้มเจื่อนก่อนจะวางแก้วชา แล้วป้องมือกล่าวกับหนิงฝาน

“ข้าขอถามสหายเต๋าได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้น เหตุใดหอคอยจึงถูกทำลาย”

“ข้าเองก็ไม่รู้สาเหตุ” หนิงฝานยิ้มเล็กน้อย เขาคิดว่าเฉวียนยี่คงไปตรวจสอบหอคอยมาแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยอะไร อีกอย่าง หากเขายืนกรานว่าไม่รู้ ชายชราก็คงไม่ซักไซร้ไล่เรียง อีกอย่างชายชราสมควรรู้ดีว่าหากเทียบระหว่างหอคอยถูกทำลายกับยั่วยุหนิงฝาน ชายชราคงไม่เลือกที่จะยั่วยุหนิงฝาน

ชายชราก้มหน้าและไม่กล่าวเรื่องนี้อีก หากหนิงฝานไม่ยอมกล่าว ชายชราก็คร้านจะหาเรื่องใส่ตัว

“ในเมื่อสหายเต๋าไม่รู้ ก็อาจเป็นไปได้ว่ามันพังเพราะอุบัติเหตุบางอย่าง… จริงๆแล้วที่ข้าจะคุยกับสหายเต๋าไม่ใช่เรื่องหอคอย ตอนนี้เผ่าหกปีกของข้ากำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง เผ่าเนตรปีศาจและเผ่าเขาคู่เข้ายึดครองที่นี่ได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นข้าจึงอยากขอร้องให้เจ้าช่วยเผ่าของข้าด้วย”

“ปกป้องเผ่าของท่านแล้วข้าจะได้อะไร?” นางฝานวางถ้วยชาลงพลางกล่าวอย่างจริงจัง เรื่องที่จะรับหรือไม่รับเผ่าหกปีกนั้น ขึ้นอยู่กับคำกล่าวของชายชราต่อจากนี้

“สหายเต๋าเคยได้ยินชื่อมหาจักรพรรดิโม๋หลัวหรือเปล่า?”

“เคยได้ยินมาบ้าง”

“เช่นนั้นสหายเต๋าเคยได้มาก่อนหรือเปล่าว่ามหาจักรพรรดิโม๋หลัวมีเผ่าปีศาจ 4 เผ่าเป็นทาส ได้แก่เผ่าปีศาจยักษ์ เผ่าเนตรปีศาจ เผาเขาคู่ และเผ่าหกปีก”

“ข้าไม่เคยได้ยิน” หนิงฝานโกหก แต่นั่นไม่ถือว่าแปลก เพราะตัวตนของเผ่าปีศาจทั้ง 4 ถือเป็นความลับ

“งั้นเหรอ? สหายเต๋าไม่รู้ก็ไม่แปลก… ครั้งหนึ่งบรรพบุรุษของเผ่าข้าได้เคยเป็นทาสของโม๋หลัว ผู้ที่เกิดรุ่นต่อๆมาจึงมีตราประทับปีศาจติดตัวมาตั้งแต่เกิด หมายความว่าคนในเผ่าทุกคนยามนี้ จะเป็นหรือตายขึ้นอยู่กับคำกล่าวของโม๋หลัวเท่านั้น… ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่ยอมส่งอนุสรณ์ปีศาจให้ เพราะบนอนุสรณ์ปีศาจมีวิธีลบล้างตราประทับปีศาจของโม๋หลัวอยู่ แต่สุดท้ายก็ตกอยู่ในมือของคนอื่น...” ชายชราถอนหายใจ

“โลกของผู้ฝึกตนก็เป็นแบบนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือผู้ที่ตัดสินทุกอย่าง ถึงสหายเต๋าจะเสียอนุสรณ์ปีศาจไป แต่เผ่าของสหายเต๋าก็ยังอยู่ นับเป็นเรื่องน่ายินดี”

“ไม่หรอก… การสูญเสียอนุสรณ์ปีศาจไปก็เท่ากับสูญเสียความหวัง แม้ตอนนี้จะยังไม่มีใครกล้ารุกรานเรา แต่หากสหายเต๋าจากไป ขุมกำลังมากมายหลายแห่งคงแห่กันมาที่นี่… ข้าอยากให้สหายเต๋าปกป้องเผ่าของข้าจริงๆ...”

“สหายเต๋ามีอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะ หากสิ่งที่สหายเต๋ากล่าวมีประโยชน์กับข้า ข้าจะคุ้มกันเผ่าให้” หนิงฝานกล่าว

“หากสหายเต๋ารับปากว่าจะปกป้องเผ่าของข้า ข้าก็จะมอบเฟินซื่อให้เป็นผู้ติดตามของสหายเต๋า ในฐานะสนม!”

“สนม?”

หนิงฝานและเยว่หลิงคงประหลาดใจ ชายชราไม่สมควรใช้สาวงามเพื่อแลกกับการที่หนิงฝานจะยอมปกป้องเผ่า

แต่เมื่อขบคิดดูดีๆ หนิงฝานก็คิดถึงความรู้สึกแปลกๆที่ได้จากเฟินซื่อ เป็นความรู้สึกที่ประหลาด ถึงแม้ว่าระดับพลังของนางไม่สูงนัก แต่กลับมีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดา

“ผู้อาวุโสใหญ่… ข้า...” ใบหน้าเฟินซื่อแดงระเรื่อ นางก้มหน้าอย่างไร้หนทาง คาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสใหญ่จะใช้นางแลกกับความปลอดภัยของเผ่า

ชายชรายกมือปรามเฟินซื่อ ชายชราสังเกตุเห็นว่าหนิงฝานยังคงสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปฏิเสธและยอมรับคำกล่าวของชายชรา

สีหน้าของเขาแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้สนใจในสาวงาม ต่อให้เฟินซื่อจะงดงามขนาดไหน ก็ไม่ทำให้หวั่นไหว

และการที่เขาไม่ปฏิเสธในทันที เป็นเพราะเขารู้ว่าเฟินซื่อมีอะไรที่พิเศษอยู่

หากลองขบคิดย้อนกลับไปในสิ่งที่ชายชราเคยกล่าว เรื่องราวทั้งหมดอาจสรุปได้ว่า สิ่งที่จะทำให้ร่างกายของหนิงฝานทรงพลังขึ้น อาจจะเป็นเฟินซื่อ

“สหายเต๋าอาจไม่รู้ แม้ในเผ่าปีศาจทั้ง 4 จะมีตราประทับปีศาจของโม๋หลัวอยู่… แต่ในทุกรุ่นของคน จะมีสตรีอยู่นางหนึ่งที่ไม่มีตราประทับติดตัว นางคือข้อยกเว้น คือผู้ที่สามารถทำให้คนของเผ่าปีศาจยกระดับพลังได้มหาศาล จึงนับเป็นบุคคลสำคัญของเผ่า”

“ในยุคของโม๋หลัว สตรีเหล่านั้นจะถูกเรียกขานว่า ‘สนมปีศาจ’”

“สนมปีศาจคือสตรีผู้เกิดมามีร่างกายพิเศษ ซึ่งหากนับรวมแล้ว ใน 4 เผ่าปีศาจใหญ่ จะมีสนมปีศาจอยู่ทั้งหมด 4 คน”

“เฟินซื่อคือสนมปีศาจของเผ่าข้า นี่คือความลับที่มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่รู้”

ชายชรากล่าวพลางหันมองเฟินซื่อ การที่ต้องเสียนางให้หนิงฝานไป นับว่าเผ่าสูญเสียใหญ่หลวง

“สนมปีศาจ?” หนิงฝานหันมองเฟินซื่อด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาเองก็อยากรู้ว่าสนมปีศาจคืออะไร และนางจะทำประโยชน์อะไรให้เขาได้ นางจะช่วยให้เขายกระดับร่างกายได้ยังไง?...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด