ตอนที่แล้วบทที่ 4 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (4)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 6  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (6)

บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)


บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)

 

ร่องรอยของคราบน้ำตายังปรากฏอยู่บนใบหน้า  ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ  เธอเม้มริมฝีปากแน่นคล้ายกลับว่าพยายามทำตัวเข้มแข็ง  ทั้งหมดนี้ฉีเซิงแสดงออกมาทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูช่างน่าสงสาร น่าเห็นใจมากขึ้น “คุณป้าคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณป้าทำเพื่อหนูนะคะ  เราก็เป็นลูกผู้หญิงเหมือนกันคุณป้าคงจะเข้าใจใช่ไหมคะว่าหนูรู้สึกอย่างไร  หนู...”

ประโยคของฉีเซิงกระแทกลงกลางใจคุณนายหนานกงโครมใหญ่  หนานกงเจิ้งไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก  เขาแอบมีบ้านเล็ก บ้านน้อยไว้ข้างนอกมากมาย  แต่หนานกงเจิ้งยังไว้หน้าเธอบ้าง ที่ไม่ยกผู้หญิงคนอื่นขึ้นมาตีเสมอเธอ หรือปล่อยให้บรรดาผู้หญิงเหล่านั้นท้องลูกนอกสมรสของเขา  เธอจึงยังพอทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้

เพราะเหตุผลที่เธอพูดคุณนายหนานกงเข้าใจดี  เธอจึงอดใจอ่อนไม่ได้  หากต้องทำให้อนาคตของเด็กสาวผู้อ่อนเยาว์และน่ารักคนนี้ต้องมาเดินตามรอยเท้าของเธอ  เธอขยับปาก แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้

“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหม?”  พ่อซวีเอ่ยถามซวีเฉิ่งเยว่อย่างจริงจัง

ฉีเซิงพยักหน้ารับ “ค่ะ  หนูตัดสินใจดีแล้ว”

เธอมองไปยังหนานกงจิ่ง สีหน้าฉายแววความหดหู่สิ้นหวัง  หากแต่เมื่อหนานกงจิ่งสบตาเข้ากับเธอ เขากลับมองเห็นความเฉยชาภายในดวงตาของเธอ  แม้ว่าที่หางตาจะปรากฏร่องรอยของหยดน้ำตา แต่ภายในส่วนลึกของดวงตาคู่นั้นกับดูสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น  พลันในใจของหนานกงจิ่งก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น  ซวีเฉิงเยว่ไม่ควรจะมีท่าทางเช่นนี้....

แต่ต่อให้เขาคิดเช่นนั้น  กระนั้นความต้องการที่จะถอนหมั้นกับซวีเฉิงเยว่กลับมีมากกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น  ซึ่งรวมไปถึงความรู้สึกผิดที่เขามีต่อซวีเฉิงเยว่ด้วย  หนานกงจิ่งจึงจ้องมองไปที่เธอด้วยสายตาแสนเย็นชา

“เฉิงเยว่  นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่มันมีผลกระทบต่อพวกเราทั้งสองตระกูล  ลุงว่าหนูใจเย็นแล้วลองกลับไปคิดดูใหม่ก่อนดีไหม?”  สิ่งที่หนานกงเจิ้งคิดในตอนนี้เพียง ‘ ถ้าคุณพ่อรู้ว่าเด็กสองคนนี้ถอนหมั้นกัน  เขาได้ฆ่าฉันตายแน่ๆ’

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม  การถอนหมั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นเด็ดขาด และเหนือเหตุผลอื่นใดหนานกงเจิ้งกลัวว่าพ่อของเขาจะรู้เรื่องนี้ที่สุด

‘ไอ้เด็กเหลือขอคนนี้... มันกล้ามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นในบ้านของตัวเอง ตอนที่คู่หมั้นยังอยู่ได้ยังไง  ประมาทเกินไปแล้ว!  เห็นทีฉันคงต้องสั่งสอนมันให้ระวังมากกว่านี้ ’

“คุณหนานกง”  ทันใดนั้นฉู่ถางก็เอ่ยขึ้นดับฝันกลางวันของหนานกงเจิ้ง  หนานกงเจิ้งรีบหันกับไปมองฉู่ถางด้วยท่าทางนอบน้อม

ริมฝีปากของฉู่ถางยกขึ้นเล็กน้อย “ฉันคิดว่าคุณผู้หญิงท่านนี้ คงจะตัดสินใจดีแล้ว   ฉันหวังว่าคุณจะทำตามที่เธอต้องการโดยรวดเร็ว เพื่อให้เธอพบความสุขอย่างที่เธอต้องการ”

หนานกงเจิ้ง แอบเหลือบตาไปมอง ซวีเฉิงเยว่ด้วยหางตา ‘เธอมีความสามารถจริงๆ ที่ทำให้ฉู่ถางออกหน้าให้เธอได้....’

“นั่นสิครับ  ผมเข้าใจแล้ว”  ฉู่ถางเป็นคนประหลาด ทุกคนรู้กิตติศัพท์ของเขาดี  เขาสามารถทำลายคน คนนึงได้เพียงเพราะคนคนนั้นไม่เห็นด้วยกับเขา  หนานกงเจิ้งจึงไม่กล้าทำให้เขาขุ่นเคือง

นอกจากฉีเซิงและหนานกงเจิ้ง  ทุกคนในที่นี้ต่างไม่มีใครรู้ว่าฉู่ถางเป็นใคร ทุกคนจึงอดประหลาดใจไม่ได้ว่า ทำไมหนานกงเจิ้งถึงต้องพูดจานอบน้อมกับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าขนาดนี้

อย่างไรก็ตามย่อมไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตาม

หนานกงเจิ้งสามารถประวิงเวลาออกไปได้อีกสามวัน  โดยยกเหตุผลว่าต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมจัดงานแถลงข่าวถอนหมั้น  หนานกงเจิ้งเชื่อว่าเวลาสามวันน่าจะพอเปลี่ยนใจซวีเฉิงเยว่ไม่ให้ถอนหมั้นได้

ก่อนจะแยกย้ายฉู่ถางได้ยื่นนามบัตรของเขาให้กับฉีเซิง  นามบัตรพื้นสีดำสนิท สลักด้วยตัวอักษรสีเงินยวง  ดูลึกลับ แต่กลับหรูหราในคราวเดียวกัน  บนนามบัตรมีเพียงชื่อ และเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น  แน่นอนว่านี่ย่อมเป็นเบอร์โทรส่วนตัวของเขา

ฉีเซิงนั่งอยู่บนรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเธอ  คุณพ่อซวีผู้ซึ่งยังไม่หายสงสัย อดที่จะถามเธอไม่ได้ว่า “ลูกรัก... ผู้ชายคนเมื่อกี้ เป็นใครหรอ”

เด็กหนุ่มอายุน้อยที่ทำให้หนานกงเจิ้งแสดงท่าทางยำเกรงได้ขนาดนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่! แต่เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร

“ฉู่ถาง” ฉีเซิงส่งนามบัตรที่ได้มาให้กับคุณพ่อซวี  คำสองคำ ฉู่-ถาง  ถูกพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนบนนามบัตรราวกับต้องการประกาศศักดา

เมื่อคิดทบทวนชื่อ ฉู่ถางจากในบรรดาคนทั้งหมดที่พ่อซวีรู้จัก  คนคนนึงก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของคุณพ่อซวี  ชายผู้เป็นดั่งตำนานของวงการธุรกิจ  ผู้ซึ่งครั้งนึงเคยมีเสี้ยวหน้าอันเลือนรางปรากฏอยู่บนนิตยสารการเงินชื่อดังของประเทศ

‘ฉู่ถาง...ฉู่ถางคนนั้นน่ะนะ?’

ฉีเซิงพยักหน้ารับเบาๆ เมื่อเดาได้ว่าพ่อซวีกำลังคิดอะไรอยู่  ‘ถูกต้องแล้ว  ฉู่ถางคนนั้นนั่นแหละ’

เธอละความสนใจจากคุณพ่อซวี ผู้ซึ่งตกตะลึงกับคำตอบ  จากนั้นค่อยๆบันทึกชุดตัวเลขที่อยู่บนนามบัตรลงในโทรศัพท์มือถือของเธออย่างใจเย็น ‘อย่างน้อยในสายตาของเจ้าคนวิตถารเธอคงจะดูไม่แย่สักเท่าไหร่  การจะทำภารกิจให้สำเร็จคงไม่ใช่เรื่องยาก’

จนกระทั่งรถเคลื่อนเข้าเขตคฤหาสน์ของตระกูลซวี  คุณพ่อซวีจึงดึงสติของตนกลับมาได้

“ลูกรัก  หนูไม่ได้ถอนหมั้นกับเจ้าหนูหนานกง เพราะคุณคนนั้นหรอกใช่ไหม?”

จากคำถามของพ่อของซวีเฉิงเยว่ เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างจะมีความคิดที่ล้ำเหนือจินตนาการ  ริมฝีปากฉีเซิงกระตุกเบาๆ ‘ถามหน่อยเถอะ  นี่คุณเป็นพ่อของฉันจริงๆใช่ไหมเนี่ย?’

สังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนักของฉีเซิง  พ่อซวีคิดว่าเขาคงพูดอะไรสักอย่างผิดไป “ลูกรัก... ลูกไม่ต้องไปเสียใจให้กับผู้ชายหลายใจพันธุ์นั้นให้เสียเวลา  เจ้าเด็กหนานกงนั่นต่างหากที่ไม่คู่ควรกับลูก  อีกอย่างตอนนี้ลูกก็มีผู้ชายดีๆ อย่างฉู่ถางอยู่ทั้งคน หนูต้องจับเขาให้อยู่หมัดนะลูก!”

‘แนะนำแจ่มเว่อร์! พูดอย่างกับว่าผู้ชายอย่างฉู่ถางจะอยู่นิ่งๆให้ทุบหัว  แล้วลากเข้าถ้ำไปอย่างงั้นแหละ!’

ฉีเซิงส่ายหน้าอย่างละเหี่ยใจ  เธอเลือกที่จะเมินคุณพ่อซวีผู้ซึ่งมีจิตนาการการอันเหนือล้ำ  ตอนนี้เธอหาโอกาสถอนหมั้นได้สำเร็จแล้ว ก็หมายความว่าเธอทำภารกิจหลักสำเร็จไปแล้วหนึ่งเรื่อง –ภารกิจตีตัวออกห่างเจ้างั่งหนานกงจิ่ง

‘แต่ต่อไปถ้าหากมีโอกาสได้เหยียบยอดหน้าเจ้างั่งนั่นสักครั้งสองครั้ง  เธอจะทำมันแน่นอน!  ยินดีบริการเป็นพิเศษแถมให้เลย!  อย่างไรก็ตามฉันอยากจะรู้นัก  เมื่อไม่มีซวีเฉิงเยว่เป็นตัวช่วยกระตุ้นความสัมพันธ์ หนานกงจิ่งกับซูอี้อี้จะยังรักกันหวานชื่นเหมือนในเนื้อเรื่องเดิมไหม?’

‘ยายหนู!  รอพ่อด้วยสิลูก  บอกพ่อหน่อยหนูไปรู้จักกับฉู่ถางได้ยังไง?  ทำไมเขาถึงให้เบอร์โทรส่วนตัวกับลูก?  หรือเขาจะชอบหนู?  โอ้วว.. ลูกรักถ้าเขาชอบหนู อย่างงั้นลูกต้องเดินหน้าเต็มสูบเลยน่ะ จับฉู่ถางให้อยู่หมัด!  เอาให้เจ้าเด็กหนานกงนั่นกระอักเลือดตายไปเลย!’

#คุณพ่อของฉันเป็นคนประหลาดมาก  แก้ยังไงดี?  ด่วนมาก...กำลังรอคำตอบ#

#จับได้ว่า ว่าที่ลูกเขยนอกใจลูกสาวของฉัน  โปรดแนะนำวิธีให้กำลังใจลูกสาวในการหาผู้ชายคนใหม่ ไปเหยียบยอดหน้าไอ้หนุ่มนั่น#

งานแถลงข่าวการถอนหมั้นถูกจัดขึ้นในอีกสามวันต่อมา  เนื่องจากตอนที่ซวีเฉิงเยว่และหนานกงจิ่งหมั้นหมายกันนั้น  เมื่อประกาศข่าวการหมั้นออกไปคู่ทั้งคู่ก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษ  เพราะถือได้ว่าเป็นคู่รักตัวอย่าง ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก  ดังนั้นเมื่อข่าวการถอนหมั้นถูกแพร่ออกไปจึงทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก  เหตุผลของการถอนหมั้นในครั้งนี้ถูกอธิบายอย่างคลุมเครือ จึงส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างหนาหู

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึงข่าวการถอนหมั้นที่เกิดขึ้น หนึ่งในคนที่เป็นตัวต้นเหตุของข่าวกลับนั่งอยู่ในภัตตาคารหรูหราระดับไฮเอนด์  ตรงข้ามของเธอคือจอมวายร้ายหมายเลขหนึ่งของเรื่อง ทั้งๆที่ตอนส่งข้อความเธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบกลับมา  แต่...เขาตอบ!!  ไม่ใช่แค่ตอบข้อความกลับ ฉู่ถางยังตอบรับคำชวนรับประทานอาหารเย็นของเธออีกด้วย  ความผิดปกตินี้ทำให้เธอตกใจกลัวจนแทบฉี่ราด!!

ฉีเซิงพยายามบังคับริมฝีปากให้ยกยิ้ม “ไม่ทราบว่าคุณฉู่มองดิฉันพอรึยังคะ?”

‘ถ้าหมอนี่ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอต้องพยายามนอ..*อะแฮ่ม* เดทด้วย ป่านนี้เธออัดเจ้าหมอนี่เละเป็นโจ๊กไปแล้ว!!’

นานมากกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่เธอกับเขานั่งอยู่ด้วยกันตรงนี้  และตลอดเวลาฉู่ถางก็เอาแต่จ้องเธอตาเป็นมัน  สายตาของเขาทำให้เธอตัวแข็งทื่อและอดขนลุกอย่างช่วยไม่ได้

“คุณนี่เป็นผู้หญิงที่ใจกล้านะคุณซวี  วันก่อนเพิ่งประกาศถอนหมั้น แต่วันนี้กลับชวนผมมาออกเดท  คุณไม่กลัวว่านักข่าวจะเขียนข่าวถึงคุณหรอ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า สายตาเจ้าเล่ห์ของฉู่ถางสำรวจความรู้สึกบนใบหน้าของเธออย่างเปิดเผย

ฉีเซิงใช้มือขวาจับมือซ้ายของเธอไว้  ขณะที่ในใจท่องวนไปวนมา ‘ทุบเจ้าบ้านี่ไม่ได้!  หมอนี่คือว่าที่แฟนของเธอ! เธอจะทุบเขาไม่ได้!  ฮึบไว้...ฮึบ!’

เธอพยายามรักสาสีหน้าไว้อย่างอดทน “ดิฉันแค่อยากจะเลี้ยงอาหารตอบแทน  ที่คุณฉู่ช่วยออกหน้าช่วยเหลือในวันนั้น”

“แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่า...”  ฉู่ถางชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “คุณอยากจะตบผมเต็มทน”

‘พุทโธ่พุทถัง  ใครเขาอยากจะตบนายกันเล่า  เชื่อฉันเถอะ  ฉันแค่อยากจะนอ..เดทกับนาย!’

“คุณฉู่นี่เป็นคนมีอารมณ์ขันดีนะคะ”  ฉีเซิงยิ้มกว้างก่อนจะตัดเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย “คุณหิวหรือยังคะ?  ถ้ายังไงเราทานอะไรกันก่อนดีไหมคะ?”

นั่งเฉยๆมาครึ่งชั่วโมง  เธอสังเกตว่าบริกรหนุ่มซึ่งอยู่ไม่ไกลส่งสายตาขำขันมายังพวกเธออยู่เนืองๆ  ที่สำคัญเธอยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง  ซึ่งตอนนี้มันทุ่มนึงแล้ว ตอนนี้เธอหิวจนไส้จะขาดแล้ว!!

‘ช่วยแสดงความเป็นสุภาพบุรุษหน่อยได้ไหม?  นายไม่เห็นหรอว่ามีคนหิวจนจะเป็นลมนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้?!’

ฉู่ถางเอ่ยต่อ “ผมเพิ่งทานของว่างก่อนจะออกมาที่นี่”

‘อะไรนะ!!  นายกินก่อนที่จะออกมาเดทกับฉัน!  ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว!!!’

เมื่อเห็นคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกัดฟันกรอด  ฉู่ถางก็รู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก  ดวงตาของเขาโค้งลงราวกับพระจันทร์เสี้ยว  ส่งผลให้ไอความชั่วร้ายที่ลอยวนเวียนอยู่รอบๆตัวสลายหายไปทันที  ฉู่ถางที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอดูงดงามราวกับเทวดาตกสวรรค์

ฉีเซิงตัวสั่นเมื่อความคิดนี้ผุดเข้ามาในหัว  เธอรีบกดความคิดไร้สาระนี้ไว้ด้วยการ รีบหาอะไรสักอย่างมากิน ก่อนที่เธอจะคิดเลอะเทอะไปมากกว่านี้

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด