ตอนที่แล้วบทที่ 313 - ทะลวงผ่าน (6) [19-01-2021]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 315 - แนวทางการขัดแย้ง (2) [23-01-2021]

บทที่ 314 - ทะลวงผ่าน (7) [21-01-2021]


บทที่ 314 - ทะลวงผ่าน (7)

เราได้มาลงที่คาบสมุทรอลาสก้าที่ตั้งอยู่ทางใต้ของอลาสก้า แผนของพวกเขาก็คือเดินทางขึ้นไปนับจากตรงนี้่

"พี่คะ เนื้อแซลม่อนอลาสก้ามันสดมากเลยไม่ใช่หรอค่ะ?"

"ตอนนี้มันฤดูใบไม้ผลินะ แซลม่อนมันจะกลับมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เป็นฤดูผสมพันธ์ของมัน ตอนนี้เลยยากที่จะหาพวกมันนะ"

"งั้นแล้วหมีล่ะ?"

"หมีที่เป็นที่รู้จักดีในอลาสก้าคือหมีกริซลี่"

"อุ้งตีนหมี!"

"โอ้ ใช่สิพี่เคยกินอุ้งตีนหมีมาก่อนด้วย แต่ว่ามันต้องทำอะไรกับรสชาติของมัน...."

"ว้าว จริงหรอ? หนูก็อยากจะลองมันเหมือนกัน!"

ดวงตาของยุยได้ส่องประกายออกมา ดูเหมือนว่ายุยจะสนใจในอลาสอร่อยในอลาสก้านี้ ในตอนฉันอายุได้สิบสามฉันได้มาฝึกกับพ่อที่อลาสก้าและฉันก็ได้ใช้หอกไม้ล่าหมีกริซลี่ แค่คิดไปถึงในตอนนั้นฉันก็ต้องกัดฟันแน่นแล้ว

ฉันอยากจะโยนพอไปหน้าหมีกริซลี่เพื่อแก้แค้นจริงๆ แต่ว่าในเมื่อพ่อสามารถจะฆ่าหมีนั่นตายได้ง่ายๆในทีเดียว ฉันก็เลยเรียกมันไม่ได้เลยว่าคือการแก้แค้น แต่ก็โชคดีที่ฉันจัดการเจ้าหมีนั่นได้และได้แม้กระทั่งกินอุ้งตีนของมันด้วย น่าเสียที่รสชาติของมันก็ไม่ได้ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนั้นฉันก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด

ด้วยแบบนั้นที่ฉันมาที่อลาสก้ามาก่อนมันทำให้ฉันสามารถจะบอกได้เลยว่าอลาสก้าเปลื่ยนไปมากแค่ไหน ฉันได้ตัดสินใจที่จะบอกกับยุยตรงๆ

"พี่คิดว่ามันอาจจะไม่มีหมีกริซลี่ที่มีชีวิตอยู่ในอลาสก้าแล้ว"

"...อ่า"

เนื่องจากว่าทิวทัศน์ธรรมชาติของอลาสก้าสวยงามมากๆทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาในที่แห่งนี้ แต่ว่าในตอนนี้ภูเขาที่สูงชันของอลาสก้า แม่น้ำที่แห้งแล้ง และสัตว์ป่าได้หายไปทั้งหมดราวกับว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่อลาสก้า

"ว้าว ดูภูเขาลูกนั้นสิ ชิน! มันดูจะสูงกว่าเอเวอร์เรสอีกนะ!"

"ฉันได้ยินเสียงหอนของจักรพรรดิแห่งภูเขาด้วยล่ะ"

"มันดูเหมือนว่าจะมีมอนสเตอร์ที่มาแทนหมีกริซลี่ที่เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในอลาสก้าแล้วล่ะ"

"ฮี้ อุ้งตีนหมีของหนู...."

ถึงแม้ว่าทุกๆคนต่างจะคิดอะไรมากมายแต่ว่าเราก็ไม่ได้เห็นสัญญาณอะไรเลย เดซี่ได้เรียกทูน่าอันเดตขนาดยักษ์ ไอกันธ์ของเธอออกมาและเราก็ได้เริ่มการเดินทาน เนินจากว่าเราจะเมินเฉยในมอนสเตอร์ระหว่างทางไม่ได้ด้วยฉันก็ตัดสินใจที่จะยืมในพลังของดอร์ตู

[ข้าดอร์ตู ข้าจะทำงานหนักและเสียเวลากับนายท่านในวันนี้]

"ไม่ดอร์ตู วันนี้เราจะไม่ยอมเสียเวลา แล้วก็นะในตอนฉันเรียกไม่ต้องพูดอะไรก็ได้"

[ข้าดอร์ตู....]

ฉันได้ย้ายความคิดไปหาดอร์ตูและเขาก็เริ่มสร้างเศษโลหะข้นมารอบๆเราทันที มันดูเหมือนกับว่าพวกเรากำลังอยู่ในใจกลางของทางช้างเผือก

"ว้าว สวยจังเลยพี่!"

"มันไม่ได้แค่สวยเท่านั้นนะ แล้วก็นะนับจากนี้ไปอย่ามองหน้าพี่นะ เดซี่ เยอึน พวกเธอก็ด้วย"

ดวงตามารแห่งการกลายเป็นหินของฉันมันไม่ได้ส่งผลกับทุกๆอย่างรอบๆตัวมั่วๆแน่นอน สิ่งที่ฉันกังวลจริงๆก็คือเรื่องผลของเสน่ห์ของฉัน ฉันสามารถแยกพวกเธอออกจากผลเสน่ห์ของฉันได้เช่นกัน แต่ว่าฉันก็ไม่สามารถจะยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าแยกได้สมบูรณ์แบบ

เมื่อเศษโลหะของดอร์ตูได้กระจายออกไปรอบๆ ฉันก็ได้เริ่มปล่อยเสนาห์ออกไปอย่างช้าๆที่อยู่ภายในตัวของฉัน หลังจากได้รับพลังของลิลิธมาฉันก็ได้รู้ถึงเสน่ห์ที่อยู่ภายในตัวฉันว่ามันดูเหมือนกับกลิ่นหอม ไม่เพียงแต่ทำให้การควบคุมเสน่ห์ของฉันง่ายขึ้นเท่านั้นแต่มันยังทำให้ฉันสามารถปล่อยเสน่่ห์ออกมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอีกด้วย ในตอนนี้ฉันกำลังรวมเสน่ห์ทั้งหมดไปอยู่ที่ตาของฉัน

สภาพแวดล้อมรอบๆได้สว่างขึ้นมา แสงจากดวงตามารของฉันได้สะท้อนกับเศษโลหะนับล้านชิ้น แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้จบแค่นี้ เมื่อไอกันธ์ได้คำรามออกมาทำให้มอนสเตอร์ทั้งหมดที่อยู่ตามพื้นดินหรือท้องฟ้าได้หันมาสนใจพวกเรา พวกมันทั้งหมดต่างก็เจอเข้ากับแสงของดวงตามารและผลลัพธ์มันก็ออกมาอย่างที่ฉันคิดเอาไว้

"ว้าว...!"

"ยุย ให้ลูกๆของน้องกระจายไปตามพื้น พวกจะไม่ทำร้ายพวกนั้น"

"ค่ะพี่!"

ยุยได้ส่งลูน่าและตั๊กแตนของเธอออกไปทันที การแสดงออกของเดซี่ก็เปลื่ยนไปเมื่ออได้เห็นสิ่งมีชีวิตทุกๆสิ่งได้กลายเป็นหิน...

"ขยายผลพลังของดวงตามาร?"

"มันก็เพราะว่าดอร์ตูเป็นภูติธาตุที่เชื่อมต่อกับฉัน แต่แม้แบบนั้นมันก็ยังใช้มานามากอยู่"

นอกจากนี้ที่มันเป็นไปได้อีกก็ต้องขอบคุณมานาของฉันที่มันใกล้ถึงหลักล้านแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ฉันดูดมานาจากชั้นบรรรยากาศรอบๆมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย การมีอยู่ของฉันเหมือนกับแม่เหล็กดึงดูดมานาขนาดใหญ่

"เธอไม่ควรจะลองมันนะเดซี่ ดวงตามารของเธอกับของฉันมันให้ผลที่ต่างกัน"

"ฉันไม่ทำแน่ การอ่านความคิดนับพันในคราวเดียว แค่คิดมันก็ทำให้ฉันปวดหัวแล้ว"

เพราะแบบนี้เดซี่ก็หันไปมองยุยที่ควบคุมมอนสเตอร์จัดการทำลายมอนสเตอร์ที่กลายเป็นหินและกินพวกมันไป จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมาและพูดขึ้น

"คังชิน มอนสเตอร์ที่เป็นหินแข็งแกร่งแค่ไหน?"

"น่าจะเหนือกว่าระดับ SSS?"

"ทุกๆอย่างที่มีชีวิตหรอ?"

"ใช่แล้ว สำหรับตอนนี้มันยังไม่ได้ผลกับของที่ไม่มีชีวิต"

ฉันได้ตอบกลับไปในขณะที่ลูบเขาสีแดงบนหน้าผาก เนื่องจากว่าฉันกำลังใช้เสน่ห์อยู่ทำให้เขาได้ส่งความร้อนออกมาเล็กน้อย ฉันรู้สึกได้ว่าดวงตามารของฉันยังคงพัฒนา

"ถ้าคังชินแข็งแกร่งขึ้น ทุกๆอย่างที่อ่อนแอกว่าคังชินก็จะกลายเป็นหินได้ในทันที"

"ฉันคิดว่าวันนั้นจะต้องมาถึงแน่"

"...ถ้ามันเกิดขึ้นงั้นคังชินจะต่างจากพระเจ้าตรงไหนล่ะ?"

"หืมมม?"

ฉันได้หันกลับไปมองเดซี่ เธอได้หน้าแดงขึ้นมา

"เธอล่อฉันงั้นหรอ?"

"ไม่ล่ะ เสียใจด้วย"

"แต่ว่าชินก็ชื่อชินจริงๆนะ" [ชินในภาษาเกาหลีแปลว่าพระเจ้า]

ในขณะที่ฉันหันหน้าไป เยอึนก็ได้ลบบรรยากาศแปลกๆออกไปด้วยความคิดงี่เง่าของเธอ ฉันได้หัวเราะออกมาแต่ว่าเดซี่ได้มองไปที่พื้นที่เต็มไปด้วยหินและพูดออกมา

"มุมมองที่เข้าใจไม่ได้ แม้แต่ฉันก็ยังกลัว"

ฉันได้หยักไหล่ขึ้นมา แม้ว่าฉันจะแข็งแกร่งขึ้นมากฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าฉันแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้คนแบบเดซี่กลายเป็นหินได้ แน่นอนว่ามันก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันทำให้เธอเป็นหินด้วย ในความคิดของฉันแล้วมันไม่มีความจำเป็นที่เดซี่ต้องกลัวฉันเลย

แต่ว่าดูเหมือนเดซี่จะคิดเรื่องอื่น

"ดวงตามารของคังชิน ฉันดูถูกดวงตานั่นในตอนแรก แต่ว่าถ้าสิ่งที่ฉันพูดมันเกิดขึ้น..."

"ห๊ะ?"

"คังชินจะได้รับความหวาดกลัวจากทุกๆคน คังชินอาจจะ...เป็นพระเจ้าจริงๆ"

"นั่นมันดูไร้สาระมากเลยนะ แม้แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่ามันเริ่มจากตรงไหน"

"คังชินจะกลายเป็นพระเจ้า"

"อย่างที่ฉันพูดไปมันไม่เกิดขึ้นแน่"

เดซี่ได้จับไหล่ของฉันและพูดออกมา

"อย่าทิ้งฉัน"

"ฉันไม่ทำแน่"

"ชินจะไม่ทิ้งฉันไปจริงๆใช่ไหม?"

"แน่นอนว่าไม่"

ฉันเป็นห่วงว่ายุยจะเข้ามาในการพูดคุยนี้ด้วยแต่ว่าเธอก็ไม่ได้สนใจเลย เธอทำแค่การให้กำลังใจสัตว์เลี้ยงของเธออย่างง่ายๆ

"ลูน่าอย่ากินนั่นนะ! มันสกปรก! ทางซ้ายก็มีให้กินอีกตั้งเยอะนะ"

"ว้าว ดูตั๊กแตนพวกนั้นกินสิ"

"การพูดแบบนี้มันดูนองเลือดหน่อยนะ แต่มาเริ่มกันต่อเถอะ พวกเราได้ฆ่ามอนสเตอร์มานานแล้ว...."

"ฆ่ามอนสเตอร์นับหมื่นภายในพริบตาเดียว คังชินนี่ไม่ดึงดูดเลย"

ตั๊กแตนของยุยได้ทำลายก้อนหินและกินศพของมอนสเตอร์อย่างมีความสุข พื้นได้กลายเป็นเต็มไปด้วยเลือดสดๆ เศษกระดูกและก็เนื้อสด เนื่องจากว่าตั๊กแตนทำแค่ต้องจัดการกินพวกที่เป็นหินแล้วเท่านั้นทำให้พวกมันกินลงไปและตามพวกเราได้อย่างรวดเร็ว เดซี่ก็ยังปล่อยกองทัพอันเดตของเธอลงไปบนพื้นและจัดการกวาดล้างพวกมอนสเตอร์ที่ตั๊กแตนพลาดไปอีกด้วย

"มอนสเตอร์ สังหารหมู่"

"ฉันก็อยากล่าพวกนั้้นเหมือนกันนะ... ฉันคันไปหมดแล้ว"

"อย่าเอามีดสั้นของเธอมาเลยเยอึน มันน่ากลัว"

จักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นมาจากกระจกโลหะของดอร์ตูได้กระจายไปบนฟ้าสู่พื้นดินทำให้การแช่แข็งกระจายออกไปทั่วทุกที่ ถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องชะลอเป็นระยะๆเพื่อให้ตั๊กแตนตามมาทัน แต่ว่าในเวลานี้เราก็ได้จัดการผ่านคาบสมุทรอลาสก้ามากว่า 90% แล้ว ในตอนนี้มันพึ่งจะถึงช่วงกลางวันเท่านั้นเอง เนื่องจากว่าเราได้ออกมาจากเกาหลีในตอนเช้าเวลาในตอนนี้มันก็น่าจะผ่านไปแค่ประมาณชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง

"จักรพรรดิแห่งภูเขา มองดูมันข้างหน้าสิ"

เดซี่ได้พูดขึ้นด้วยตาเป็นประกายในขณะที่เราก็กินเนื้อหมาป่าที่ลูน่าได้เอากลับมา จากนั้นฉันก็รู้ตัวได้ว่าเรากำลังบินอยู่เหนือภูเขาที่เราได้เห็นในตอนที่มาถึงอลาสก้าครั้งแรก ภูเขานี้เป็นที่ที่เราได้ยินเสียงร้องที่ดังสนั่น

เดิมที่คาบสมุทรอลาสก้าก็มีภูเขาที่มีชื่อเสียงมากๆอยู่ แต่ว่าในตอนนี้เขานั้นมันได้หายไปและถูกเขาขนาดมหึมาแทนที่แล้ว

"ไปกันต่อเถอะ"

"ค่ะพี่"

ฉันได้พูดออกไปอย่างไม่สนใจในขณะที่กัดลงไปที่เนื้อหมาป่า ฉันอยากจะจัดการเรียกคืนพื้นที่กรีนแลนด์ได้ภายในสองวัน แต่ว่าตอนนี้เรายังจัดการที่อลาสก้าได้ไม่ถึงครึ่งเลย เนื่องจากว่าฉันยังไม่รู้สึกถึงพลังที่เคียร่าพูดถึงด้วยทำให้ฉันอยากจะไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทันใดนั้นเองในระหว่างที่เรากำลังจัดการมอนสเตอร์อยู่เราก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง

[ก๊าซซซซซซซซซซซซซ!]

ฉันได้เงยหน้าขึ้นมา หลังจากยืนยันถึงที่มาของเสียงแล้วฉันได้หันกลับไปถามคนอื่นๆเบาๆ

"....มีรายงานจากซัคคิวบัสเรื่องมอนสเตอร์นั่นไหม?"

"อืมมม... พวกเธอบอกว่าพวกเธอไม่ได้เข้ามาลึกนักและที่แห่งนี้เป็นที่ที่มีความเข้มข้นของพลังงานมากที่สุดในอลาสก้า แต่ว่าพวกเธอก็บอกว่าทุกๆอย่างก็เหมือนกันอยู่ดีสำหรับพี่"

ยุยได้ตอบกลับฉันออกมาในขณะที่เธอยังงงอยู่ๆ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันได้หยักหน้าออกไป ฉันจำเรื่องนี้ได้แล้ว แน่นอนว่าฉันก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่ต่างจากปกติจากภูเขาลูกนี้ แต่ว่ามันก็เหมือนกับแค่เรื่องเล็กๆสำหรับคนอย่างฉัน

"พวกเราอาจจะได้สู้กับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยสู้มาก่อน"

"คะ?"

ยุยได้ถามออกมาอย่างสงสัย ฉันได้ชี้ไปที่ยอดเขาโดยที่ไม่พูดอะไร ทุกๆคนได้มองเห็นก้อนสีแดงที่อยู่บนยอดเขาทันทีซึ่งมันดูเหมือนกับหมีโคอาล่าที่อยู่บนต้นไม้

"พี่ค่ะ มันมีชีวิตหรอ?"

"ใช่แล้ว"

ฉันได้หยักหน้า มอนสเตอร์ก็ได้คำรามขึ้นมาอีกครั้งราวกับว่ามันได้ยินเสียงฉัน

[ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซ!]

เจ้านี่สินะที่ทำให้หมีกริซลี่หายไป!? ดูขนาดของมันสิ!

"อุ้งตีนหมี หมีเอามันมาให้เราได้ไหม?"

"ได้สิ แต่ว่าถ้ายุยจะกินมันทั้งมหด ยุยจะต้องใช้เวลากินมันสิบปีเต็มแน่"

ฉันได้หยิบหอกขึ้นมา ดวงตามารของฉันได้ครอบคลุมพื้นที่นี้ไปแล้วรอบนึง ในเมื่อมันไม่กลายเป็นหินงั้นฉันก็คงจะต้องสู้ด้วยตัวเอง

"มันกำลังมาแล้ว!"

"ว้าว ยอดเขากำลังสั่น"

"เตรียมมีดสั้นของเธอไว้ให้ดีด้วยล่ะ!"

เพราะแบบนี้ฉันได้กระโดดออกไปทันที ระดับ SSS กับผีสิ เจ้าสิ่งนี้มันอาจจะเป็นผู้สืบทอดของราชาแห่งสรรพสัตว์ได้เลยนะ!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด