ตอนที่แล้วบทที่ 1  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 3  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (3)

บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)


บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)

ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ประดับประดาอย่างหรูหราสวยงาม  มีเสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมอย่างไพเราะเพราะพริ้ง บรรดาผู้ชายผู้หญิงที่สวมชุดหรูหรามีราคากำลังยืนจับกลุ่มคุยกันกระจัดกระจายเป็นกลุ่มๆอยู่ทั่วห้อง

ฉีเซิงนั่งอยู่ในมุม มุมหนึ่งของห้องโถง สีหน้าของเธอสงบราบเรียบไม่มีร่องรอยของความรู้สึกใดๆปรากฏให้เห็นบนใบหน้า  งานเลี้ยงในวันนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อฉลองวันให้กับคุณนายหนานกง  และเป็นวันที่ซวีเฉิงเยว่ตั้งใจจะเปิดเผยเรื่องของซูอี้อี้กับพ่อแม่ของหนานกงจิ่ง

ความปรารถนาทั้งหมดของซวีเฉิงเยว่คือ การออกจากผู้ชายสวะอย่างหนานกงจิ่ง  ปกป้องตระกูลซวีและทดแทนพระคุณพ่อแม่ ทำให้พวกท่านมีชีวิตที่สงบสุขในชีวิตบั้นปลาย

“เฉิงเยว่  ทำไมเธอถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ?  แล้วคุณชายจิ่งไม่ได้อยู่กับเธอหรอ?”  พูดจบเธอก็นั่งลงข้างๆถัดจากฉีเซิง เจ้าของเสียงพูดเป็นสาวน้อยน่ารัก รูปร่างบอบบาง เส้นผมหยักศกคล้ายลอนคลื่นถูกปล่อยให้ระกับใบหน้าอันอ่อนเยาว์

จากข้อมูลที่ฉีเซิงได้รับมา  เจ้าหล่อนชื่อหลานเสวี่ย  ดูเผินๆเธอดูเหมือนจะเป็นเพื่อนที่แสนดีของซวีฉีเยว่  ใช่...ครั้งหนึ่งซวีเฉิงเยว่เองก็เคยคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น  ซวีเฉิงเยว่จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากหลานเสวี่ย  เมื่อคราวที่ตระกูลซวีเผชิญกับวิกฤติ  คราวนั้นไม่เพียงหลานเสวี่ยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เธอกลับพูดจาดูถูกถากถางเธอด้วยซ้ำ

ไหนจะเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหนานกงจิ่งและซูอี้อี้อีกล่ะ  ก็เป็นหลานเสวี่ยเพื่อนที่แสนดีคนนี้อีกนั่นล่ะ ที่คาบข่าวมาบอกซวีเฉิงเยว่

“ไม่รู้สิ”  ฉีเซิงตอบเสียงเรียบ

“ฮึ..แม่คนแผนสูง!  อย่ามาทำตัวแสนดีใกล้ๆฉัน  รีบๆไสหัวไปไกลๆ  ไป๊ !!  ชิ่วๆ !!

หลานเสวี่ยพบว่าปฏิกิริยาตอบรับของซวีเฉิงเยว่ออกจะประหลาดไปนิดนึง  แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะคิดว่าซวีเฉิงเยว่อาจจะกำลังอารมณ์ไม่ดีก็ได้  หากเธอเป็นซวีเฉิงเยว่  แล้วเห็นคู่หมั้นไปทำตัวสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่น  เธอก็คงจะรับไม่ได้เหมือนกัน

“เฉิงเยว่  เมื่อกี้ฉันเห็นซูอี้อี้ด้วยล่ะ”  เสียงของหลานเสวี่ยเต็มไปด้วยความกังวล  แต่สีหน้าของเธอกลับไม่ได้เป็นเหมือนกับน้ำเสียงของเธอนัก

“คุณชายจิ่งเป็นคู่หมั้นของเธอ  เธอจะปล่อยให้ยัยผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นฉกไปไม่ได้น่ะ”  หนานกงจิ่งมักจะถูกเรียกว่าคุณชายจิ่งจากคนในวงการธุรกิจ  เนื่องจากพ่อของเขายังไม่ได้ยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้กับเขา

ฉีเซิงกวาดตามองท่าทีของหลานเสวี่ย  เจ้าหล่อนไม่ได้พยายามที่จะปกปิดเจตนาที่แท้จริงแม้แต่น้อย

ฉีเซิงอดประหลาดใจไม่ได้ ‘ยัยซวีเฉิงเยว่ต้องตาถั่วขนาดไหนที่มองว่า แม่นี่หวังดี?”

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง  ที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า  IQ  ของตัวร้ายผู้หญิงและตัวประกอบมักจะอยู่ใน่โหมดออฟไลน์เสมอ

“ซูอี้อี้มางานนี้ได้ยังไง?” ฉีเซิงเอ่ยถามหลานเสวี่ยแกนๆ  เธอยังไม่คิดจะเป็นศัตรูกับหนานเสวี่ยในตอนนี้

แน่นอน...ฉีเซิงรู้อยู่แล้วงานนี้นากเอกต้องมา  ปกตินิยายทุกเรื่อง  นอกจากพระเอกแล้ว นางเอกมักจะมีชายหนุ่มฐานะสูงส่งไม่ยิ่งหย่อนกว่าพระเอกมาอุทิศตัวดูแลเธอด้วยความปรารถดีอยู่เสมอ

และนั่นล่ะบทของหลิงฮ่าว...พระรองอันดับหนึ่ง ผู้ควงซูอี้อี้มางานนี้

“หล่อนมากับคุณชายเล็กตระกูลหลิง  เล่นหูเล่นตากับคุณชายจิ่งแล้ว ยังจะหน้าด้านไปยั่วยวนคุณชายหลิงอีก  วิธีต่ำตมไร้ยางอายอย่างนี้  ไม่รู้ว่าแม่นั่นไปร่ำเรียนมาจากที่ไหน”  สีหน้าของหลานเสวี่ยเต็มไปด้วยความเดือดดาล

ฉีเซิงกำลังจะเอ่ยปากตอบ  แต่เธอกลับถูกขัดด้วยน้ำเสียงอันน่าดึงดูดเสียงหนึ่งจากทางด้านข้างของเธอ หากตั้งใจฟังดีๆจะสัมผัสได้ถึงความอดกลั้นในน้ำเสียงนั้นด้วย

“เธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้?”

“คุณชายจิ่ง”  หลานเสวี่ยรีบลุกขึ้นยืนแทบทันที  ความกังวลในใจเริ่มก่อตัวขึ้นทันที

‘คุณชายจิ่ง คงไม่ได้ยินที่เธอพูดหรอกใช่ไหม?’

หนานกงจิ่งพยักหน้าให้หลานเสวี่ยอย่างเย็นชาและไม่เป็นมิตร  หลานเสวี่ยขยิบตาส่งสัญญานให้กับฉีเซิงก่อนจะขอจากไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งไว้แค่ฉีเซิงและหนานกงจิ่ง

ฉีเซิงเงยหน้าขึ้นสำรวจใบหน้าของหนานกงจิ่ง  ในฐานะพระเอกแน่นอนว่ารูปร่างหน้าตา และออร่าของหนานกงจิ่งย่อมโดดเด่นแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป  เธอแอบเดาะลิ้นด้วยความอัศจรรย์ใจ  แม้ว่าสีหน้าของเธอจะดูเหมือนเฉยชาอยู่ก็ตาม เธอไม่ลุกขึ้นด้วยซ้ำ

“ฉันแค่รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายเลยนั่งพัก” เสียงนี้ย่อมเป็นเสียงของซวีเฉิงเยว่ที่หนานกงจิ่งเคยได้ยิน  แต่แทนที่เสียงของเธอจะน่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อน  ตอนนี้น้ำเสียงของเธอกลับเรียบเฉย ‘วันนี้ซวีเฉิงเยว่กินยาผิดมาหรือไง’

“คุณแม่ของฉันกำลังตามหาเธออยู่”  หนานกงจิ่งนึกจุดประสงค์ที่เขาตามหาเธอขึ้นมาได้

เมื่อก่อนเขาไม่เคยต้องเดินตามหาเธอด้วยซ้ำ  เพราะเธอมักจะเกาะติดเขาไปแทบจะทุกที่  แต่วันนี้เธอกลับไม่มาวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา  การที่ต้องออกมาเดินตามหาเธอครั้งนี้มันทำให้เขาหงุดหงิด  ยิ่งหนานกงจิ่งนึกถึงตอนที่เห็นซูอี้อี้เดินควงแขนเข้ามาในงานพร้อมกับหลิงฮ่าว  ความโกรธในใจของเขายิ่งพุ่งพรวด  ยิ่งเมื่อเห็นสองคนนั้นทำท่าทางสนิทสนมกันเป็นพิเศษ  สายตาที่มองมาที่ฉีเซิงยิ่งดูเกรี้ยวกราด

“มองฉันทำไม?  วันนี้ฉันยังไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับนายด้วยซ้ำ!”  ฉีเซิงรู้สึกรำคาญสายตาทิ่มแทงของเขา

‘อะไรกันยะ? แค่เพราะว่านายเป็นพระเอกใช่ไหม นายถึงจะไปเดทกับใครก็ได้  ทั้งๆที่มีคู่หมั้นอยู่ทนโท่ทั้งคน?  ต่อให้นายไม่ชอบคู่หมั้นของนายแค่ไหน  นายก็ควรไปถอนหมั้นกับเธอให้เรียบร้อยก่อน  แล้วค่อยไปคบหาดูใจกับคนนายชอบ นี่สิถึงจะเป็นลูกผู้ชายตัวจริงและถือได้ว่าเป็นการกระทำที่รับผิดชอบต่อทั้งคนรักและคู่หมั้น !!!’

“วันนี้อย่าก่อเรื่องวุ่นวาย” หนานกงจิ่งกดเสียงต่ำเตือน

“ โอ้ ! นี่หน้าตาฉันดูเหมือนพวกชอบก่อเรื่องเรอะ? ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งมากเข้าใจไหม?  เข้าใจตรงกันนะ!!’

ทั้งคู่เดินตรงไปยังบันไดชั้นบน ระหว่างทางฉีเซิงปิดปากเงียบ เธอไม่พูดไม่จาไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับหนานกงจิ่งทั้งสิ้น

การที่ซวีเฉิงเยว่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน  หนานกงจิ่งคิดว่าเธอกำลังเล่นตัวเพื่อให้เขาสนใจ  ดังนั้นเขาจึงไม่เก็บการกระทำของเธอมาใส่ใจ  หนานกงจิ่งไม่เคยชอบเธอและไม่มีวันชอบ

ฉีเซิงผู้กำลังใช้ความคิด เพื่อหาหนทางในการถอนหมั้นผงะซวนเซหลุดออกจากภวังค์  เมื่อชนเข้ากับแผ่นหลังของหนานกงจิ่ง “เกิดอะ- ไรขึ้น?”  เธอกลืนคำถามลงท้องทันที  เมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

‘นี่คงตรงกับสำนวนที่ว่า ‘หนทางคับแคบพานพบศัตรูใช่ไหม?  ซูอี้อี้กับหลิงฮ่าวกำลังยืนอยู่ข้างหน้า  ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขากำลังจับมือกันอยู่!!!’

หญิงสาวหน้าตาน่ารักแบบไร้เดียงสา ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปนั้นคือซูอี้อี้    เธอสวมชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ที่ออกแบบมาอย่างประณีต  ตัวชุดออกแบบมาให้รัดตรึงช่วงเอวเพื่ออวดเอวที่เพียวบาง เธอดูสวยบริสุทธิ์ไร้ที่ติ เมื่อรวมกับการแต่งหน้าอย่างเบาๆของเธอ

เมื่อสายตาของเธอประทะเข้ากับหนานกงจิ่ง  ซูอี้อี้ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ  ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก  อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอสังเกตเห็นฉีเซิงยืนอยู่ด้านหลังของหนานกงจิ่ง  ร่องรอยความเจ็บปวดก็ฉายแววขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที

ฉีเซิงเดินเยื้องผ่างผ่านหน้าหนานกงจิ่งก่อนจะพูดกับเขาว่า “ฉันจะล่วงหน้าไปหาคุณป้าก่อนนะ”

“คุณซวีคะ  อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ”  ซูอี้อี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร  เธอแสดงสีหน้าราวกับว่ากลัวฉีเซิงจะเข้าใจเธอผิด

ฉีเซิงชะงักฝีเท้าและหยุดลงตรงหน้าของซูอี้อี้  เธอปรายตามองซูอี้อี้  “อะไรที่คุณซู คิดว่าดิฉันเข้าใจคุณผิดคะ?”

‘แหม...คุณนางเอกผู้ยิ่งใหญ่! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ  หล่อนจะมาตอแยฉันทำไม ?’

“ฉัน....”  ซูอี้อี้สะอึก  เห็นได้ชัดว่า เธอตั้งตัวไม่ถูกกับท่าทางของฉีเซิง

“อย่าให้มันมากไปนักนะซวีเฉิงเย่ว!”  หนานกงจิ่งส่งเสียงตำหนิ

‘ไปตายซะไอ้กร๊วก!! ฉันคนนี้ทำอะไร?  ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ  อย่าถือหางกันให้มากเกินไปหน่อยเลยน่า’ ฉีเซิงสูดลมหายใจลึก

“เผอิญว่าวันนี้ฉันอารมณ์ดี  ฉันจึงไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำกับพวกคุณ”

[ โฮสต์  กรุณาหยุดคิดหาวิธีฆ่าพระเอก] เสียงเย็นเยียบของระบบดังขึ้นขัดขวางจินตนาการของฉีเซิง

ฉีเซิงฮัมในลำคอตอบรับระบบ  ก่อนจะผละมุ่งหน้าไปหาคุณนายหนานกง

มองตามแผ่นหลังของคนที่เดินจากไป  หนานกงจิ่งค่อนข้างจะประหลาดใจ ‘วันนี้ซวีเฉิงเยว่คงจะกินยาผิดมาจริงๆนั่นแหละ’

“ช่วยดูและเธอแทนฉันด้วย”  หนานกงจิ่งมองหลิงฮ่าว

“ไม่จำเป็นต้องให้นายมาสั่ง  ยังไงฉันก็ดูแลกระต่ายน้อยของฉันอยู่แล้ว”

ความสงสัยของหนานกงจิ่งที่มีต่อซวีเฉินเยว่บินหายไปทันที  เมื่อได้ยินประโยคยั่วโมโหของหลิงฮ่าว เขาเขม้นมองหลิงฮ่าว ก่อนจะลูบหัวซูอี้อี้อย่างปลอบประโลม “อย่ากังวลไปเลยนะอี้อี้  ฉันจะรีบแก้ปัญหาเรื่องซวีเฉิงเยว่ให้เร็วที่สุด”

ซูอี้อี้กัดริมฝีปากของเธอก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

โถงทางเดินกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง  ทันใดนั้นประตูบานหนึ่งก็เปิดออก  บอดี้การ์ดร่างกายกำยำสองคนก็เดินเข้ามา  พวกเขาเบี่ยงตัวออกมายืนอยู่ข้างๆประตูอย่างสุภาพ  จากชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินออกมาจากประตูบานนั้น  ชายคนนี้ไม่ได้สวมชุดทักซิโด้เหมือนกับคนอื่นๆที่มาร่วมงาน  บนร่างกายของเขามีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขายาวสีดำสนิท  ปลายแขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย จนเผยให้เห็นนาฬิกาแบรนด์ดัง เขาก้าวเดินไปบนโถงทางเดินที่ไร้ผู้คนอย่างไม่รีบร้อน มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด