ตอนที่แล้วบทที่ 49 ชีวิตเป็นของเรา ใช้ซะ ! 
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 51 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน 

บทที่ 50 เรื่องอับอายภายในครอบครัวไม่ควรจะเอามาเผยแพร่สู่ภายนอก 


บทที่ 50 เรื่องอับอายภายในครอบครัวไม่ควรจะเอามาเผยแพร่สู่ภายนอก

“ชั้นยังใส่สร้อยให้เธอไม่เสร็จเลย ไม่ต้องรีบร้อน” เฉียวเต้อเหากดมือข้างหนึ่งของเขาลงบนไหล่ของเธอ เขารู้สึกถึงความนุ่มและกลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอในขณะที่เขากำลังพยายามจะใส่สร้อยคอให้ลู่ชีเหมี่ยว

ลู่ชีเหมี่ยวรู้สึกคันๆที่คอในขณะที่ภายในใจนั้นรู้สึกรังเกียจ เธอรู้สึกตกใจและไม่คิดว่าเฉียวเต้อเหาจะรุกใส่เธอขนาดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มันก็ผิดที่เธอไม่ได้จัดการเรื่องที่เขาล่วงละเมิดทางเพศเธอให้ชัดๆ มันเลยทำให้เฉียวเต้อเหานั้นกล้ามากขึ้น

เฉียวเต้อเหาลากนิ้ววนไปที่คอของเธอก่อนจะเคลื่อนนิ้วไปยังไหปลาร้า ลู่ชีเหมี่ยวไม่อาจจะทนได้อีกต่อไปก่อนจะลุกแล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อ ชั้นรับมันไว้ไม่ได้ มันแพงเกินไป ชั้นยังมีงานที่ต้องสะสาง ดังนั้นขอตัวก่อน”

พอเห็นลู่ชีเหมี่ยวเดินออกไป เฉียวเต้อเหามองไปยังสร้อยคอก่อนจะบ่นพึมพำ “เธอต้องเข้าใจชั้นผิดแน่ๆเลย”

เฉียวเต้อเหานั่งอยู่ในสำนักงานของเขาอยู่นานก่อนจะโทรศัพท์หาเฉียวโป “ลูกกับเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นยังไงบ้าง ? พวกลูกยังทะเลาะกันอยู่อีกหรือเปล่า ?”

เฉียวโปอยู่ที่คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยสาวๆ “ผมเอาใจใส่เธอตลอดแหละน่า ช่วงนี้ผมงานยุ่งหน่อย เลยต้องออกไปข้างนอกตอนกลางคืนบ่อย”

เฉียวเต้อเหาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ “เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นผู้หญิงที่ดี ระวังพฤติกรรมของลูกให้ดี อย่าให้เธอรู้ก็แล้วกัน”

เฉียวโปยิ้มอย่างอายๆ “พ่อ ผมรูว่าต้องทำยังไง ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของเราหรอก”

“ก็ได้ ตอนพ่อไปเจอกับหยานจิ้งพ่อได้ซื้อของขวัญมา มาหาพ่อแล้วแวะเอาของขวัญนี่ให้เธอเพื่อลดช่องว่างระหว่างพวกลูกหน่อย” เฉียวเต้อเหาถอนหายใจ

เฉียวโปอึ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม “พ่อ ผมว่าพ่อต้องโดนทุบหัวมาแน่ๆ”

เฉียวเต้อเหาขมวดคิ้ว “เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นลูกสะใภ้ที่พ่อแนะนำมาให้ลูก พ่อจำเป็นจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เพื่อความสุขของพวกลูก อย่างลูกน่ะทำไม่ได้หรอก !”

หลังจากที่เฉียวโปวางสาย ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามเขาก็ได้ถามขึ้น “นั่นใครน่ะ ?”

“พ่อชั้นเอง” เขาตอบ

“ทำไมชั้นรู้สึกว่านายกับพ่อไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่เลย” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย

เฉียวโปตอบกลับ “ถ้าเธอมีพ่อแบบนี้ เธอก็คงเป็นแบบชั้นเหมือนกัน”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ?” เธอถามต่อ

เฉียวโปหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด “เรื่องในครอบครัวน่ะไม่มีใครเอามาเล่าให้คนอื่นฟังหรอก”

เนื่องจากถูกเฉียวเต้อเหาขัดจังหวะ ทำให้เฉียวโปหมดอารมณ์ที่จะคุยกับหญิงสาวคนนั้นต่อ เขาเดินออกมาจากคาเฟ่และขับรถคาดิแลคกลับไปที่โรงพยาบาลเจียงหัวเพื่อไปเอาของขวัญที่เฉียวเต้อเหา

เฉียวโปไม่ได้พูดคุยอะไรมากนักกับเฉียวเต้อเหา เขาเดินไปยังแผนกกุมารเวชศาสตร์และพบว่าลู่ชีเหมี่ยวนั้นไม่อยู่ เขาจึงนั่งรอเธออยู่บนเก้าอี้

หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง ลู่ชีเหมี่ยวกลับมาและเห็นควันอยู่ในห้องก่อนจะพบว่าเฉียวโปกำลังนั่งเขย่าขาเล่นเกมกับคอมพิวเตอร์ของเธออยู่ เธอถามขึ้นอย่างไม่พอใจ “นายมาทำอะไรที่นี่ ?”

เฉียวโปดับบุหรี่ก่อนจะยิ้ม “ชั้นมาเพื่อดูว่าเมียชั้นกำลังเล่นชู้อยู่กับเพื่อนร่วมงานหรือเปล่า”

ทันใดนั้นลู่ชีเหมี่ยวขมวดคิ้ว “นายพูดเรื่องอะไรของนาย ?”

เฉียวโปพูดต่อ “ดูเผินๆ โรงพยาบาลเป็นสถานที่ศักสิทธิ์ที่ช่วยคนที่กำลังจะตายและรักษาคนที่บาจเจ็บ แต่จริงๆแล้ว มันเป็นที่ๆแสนจะสกปรกที่มีข่าวอื้อฉาวทุกปี เมื่อก่อนจิตแพทย์ได้นอกใจพยาบาลจนทำให้เธอนั้นต้องฆ่าตัวตาย”

“เฉียวโป นายน่ะเอาแต่เที่ยวข้างนอกอยู่ตลอด ชั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นายก็ยังจะมากล่าวหาชั้นเนี่ยนะ” ลู่ชีเหมี่ยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เมื่อเห็นว่าลู่ชีเหมี่ยวกำลังโกรธ เฉียวโปเช็ดจมูกของเขาก่อนจะโยนของขวัญลงบนโต๊ะ “นี่เป็นของขวัญที่พ่อชั้นซื้อให้เธอ รับมันไปซะ เจ้าแก่นั้นดูจะใจดีกับเธอเหลือเกินนะ ขนาดแม่ชั้นอยู่กับเขามาทั้งชีวิต ชั้นยังไม่เคยเห็นเขาทำอะไรแบบนี้กับใครมาก่อนเลยด้วยซ้ำ ช่างเป็นพ่อสามีที่ใจดีจริงๆ !”

เมื่อพูดเสร็จ เขาได้ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป

ลู่ชีเหมี่ยวรู้สึกอึ้งขณะที่ความรู้สึกสับสนผุดขึ้นมาในจิตใจของเธอ เรื่องที่เฉียวโปพูดนั้นก็เห็นอยู่ชัดเจน เขาสงสัยว่าเธอนั้นแอบมีความสัมพันธ์ลับๆกับเฉียวเต้อเหา

เมื่อเธอมองไปยังของขวัญ ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเธอสั่น เฉียวเต้อเหาได้ส่งข้อความมาหาเธอ “เหมี่ยวเหมี่ยวๆ ชั้นได้ให้เฉียวโปเอาของขวัญไปให้เธอ อย่าได้เข้าใจชั้นผิด ชั้นแค่ต้องการให้พวกเธอทั้งสองมีความสุข เธอสามารถมาหาชั้นได้ตลอดถ้ามีปัญหา วางใจเถอะ พ่อจะคอยเป็นกำลังใจให้ลูกเสมอ”

ลู่ชีเหมี่ยวรู้สึกร่างกายสั่นไหวก่อนที่เธอจะโยนของขวัญอย่างรุนแรง มันกระเด็นไปถึงมุมห้องของเธอ

เมื่อตอน 5 โมงครึ่ง ได้มีเสียงหัวเราะคิกคักดังอยู่ที่ทางเดิน ลู่ชีเหมี่ยวล็อคห้องทำงานของเธอก่อนจะเดินออกไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง เมื่อเธอเดินผ่านหัวมุมก็ได้บังเอิญเดินชนคนเข้า มีเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายดังขึ้นมา “หัวหน้าลู่ ทำไมคุณมักจะเดินใจลอยอยู่เสมอเลยล่ะ ? คุณเดินชนผมสองครั้งแล้วนะ”

เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเป็นซูเถา เธอฝืนยิ้ม “เอาล่ะหัวหน้าซู ชั้นต้องขอโทษจริงๆ พอดีชั้นไม่ได้สนใจเท่าไหร่น่ะ !”

ซูเถาถอนหายใจ อย่างน้อย เมื่อเทียบกับตอนแรก การตอบสนองของเธอก็ดีกว่าครั้งที่แล้วมาก เขาจึงยิ้มตอบ “มีอะไรรบกวนคุณอยู่หรือเปล่า ? ให้ผมช่วยไหม ?”

“ไม่มีอะไร ขอบใจที่หวังดี” ลู่ชีเหมี่ยวส่ายหัว

หลังพูดจบ เธอได้เดินไปยังลานจอดรถและมุ่งตรงไปยังรถ BMW สีขาว พอมองตามเงานั่นไป ซูเถาถอนหายใจ เธอยังคงเย็นชาเหมือนเดิม เขาส่ายหัวก่อนจะเดินไปยังป้ายรถเมล์

ลู่ชีเหมี่ยวขับรถอออกจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอขับรถผ่านป้ายรถเมล์ ทันใดนั้นเธอได้เหยียบเบรกอย่างกะทันกันก่อนจะลดกระจกลง “ขึ้นมา ชั้นจะไปส่งนายเอง”

ซูเถาอึ้ง และเมื่อเขาพยายามจะปฏิเสธ รถเมล์ก็มาถึงพอดี ถ้าเขาไม่รีบขึ้นไปตอนนี้ ก็คงต้องไปใช้ขนส่งสาธารณะ เขาจึงรีบขึ้นไปนั่งบนรถของลู่ชีเหมี่ยว

ในรถเปิดเพลงแนวร็อคแอนด์โรลซึ่งทำให้ซูเถาประหลาดใจทีเดียว เขาไม่คิดว่าคนเย็นชาออย่างลู่ชีเหมี่ยวจะฟังเพลงแนวนี้

“คืนนี้นายว่างมั้ย ?” ลู่ชีเหมี่ยวถามขึ้นในขณะที่ขับรถผ่านแยก

ซูเถาไอด้วยความตกใจ เขายิ้ม “ว่าง คุณจะชวนผมไปข้างนอกงั้นเหรอ ?”

ลู่ชีเหมี่ยวยิ้ม “ใช่ มากับชั้นและไปเที่ยวผ่อนคลายกันซักหน่อย คิดว่าไง ?”

ซูเถายักไหล่ “ชั้นไม่คิดว่าเราสนิทกันมากเท่าไหร่ ว่ามั้ย ?”

ลู่ชีเหมี่ยวเบาเสียงเพลงเพลงก่อนจะยิ้ม “ถ้านายไม่อยากมา ชั้นจะโยนนายออกไปที่แยกหน้านี่แหละ”

ซูเถาเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะยิ้มแบบฝืนๆ “งั้นลืมมันไปซะ ยังไงชั้นก็ขึ้นมาบนเรือโจรสลัดนี่แล้ว งั้นก็เอาตามนั้นแล้วกัน”

การจราจรหนาแน่นเล็กน้อยเนื่องจากเป็นชั่วโมงเร่งด่วน เทคนิคการขับรถของลู่ชีเหมี่ยวดูคล่องแคล่วมาก หลังผ่านไปราว 20 นาที พวกเขาก็มาถึง Meritin Plaza ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเมือง เธอเลือกบุฟเฟ่ต์อาหารตะวันตกที่ราคา 128 หยวนต่อหัว ที่ฮั่นโจว นี่ถือเป็นราคาของคนชนชั้นกลาง – สูง เมื่อซูเถาควักกระเป๋าเพื่อจะจ่ายเงิน ลู่ชีเหมี่ยวได้ชิงจ่ายเงินก่อนและปิดโอกาสเขาไปในทันที

“ชั้นบออกไปแล้วว่าจะเลี้ยงนาย” ลู่ชีเหมี่ยวพูดหลังจากเห็นท่าทางที่อึดอัดของซูเถา “ถ้านายยังรู้สึกคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครั้งหน้านายค่อยเลี้ยงชั้นก็แล้วกัน”

ซูเถายักไหล่ “งั้นชั้นไปตักอาหารก็แล้วกัน”

มีอาหารให้เลือกมากมาย โดยมีซีฟู้ดเป็นอาหารหลัก มีทั้งแซลมอน หอยงวงช้าง และปลิงทะเล ซึ่งเป็นที่นิยมมาก สำหรับสเต็กก็จะมีสเต็กปลาอบ หอยเชลล์ หอยนางรม และแผงบาร์บีคิวซึ่งมีไม่มากนัก

จริงๆแล้ว ลู่ชีเหมี่ยวไม่ค่อยจะกินบุฟเฟ่ต์มากนัก เนื่องจากเธอมักจะกินพวกผลไม้และสลัดมากกว่า

ยังไงซะ พวกเขาก็อยู่ที่นี่แล้ว และพวกเขาก็ตั้งใจจะกินให้คุ้มค่า ซูเถาเล็งไปที่อาหารราคาแพงเป็นหลัก  เมื่อลู่ชีเหมี่ยวเห็นซูเถาตักอาหารมา 7-8 จานพูนๆ เธอก็ได้หัวเราะออกมา “พวกเด็กเสิร์ฟหันมามองนายกันหมดเลยนะ”

“เรามาที่นี่เพื่อกินนะ ไม่ได้มาเพื่อมองหน้าคนอื่นซักหน่อย” ซูเถาตอบกลับในขณะที่กำลังกินอยู่

พอเห็นว่าซูเถานั้นกินเยอะขนาดไหน ลู่ชีเหมี่ยวพูดขึ้น “นายยังต้องไปคาราโอเกะกับชั้นต่อหลังจากกินเสร็จ”

“แน่นอน ที่ไหนชั้นก็ไปทั้งนั้นแหละ” ซูเถาพูดขณะกำลังจัดการกับส้อมและมีดอยู่

ลู่ชีเหมี่ยวยิ้ม “ไม่คิดเลยว่านายจะเป็นคนที่ซื่อตรงแบบนี้”

ซูเถาตอบกลับในขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่ “ชั้นอาจจะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่อย่าเหมารวมว่าชั้นเป็นพวกลามกก็แล้วกัน”

“ไม่ใช่หรือไง ? นายมักจะมองคนอื่นด้วยสายตาหื่นกามตลอดเลย” ลู่ชีเหมี่ยวหัวเราะ

ซูเถายักไหล่ “มันเป็นแค่นิสัยส่วนตัวของชั้นเท่านั้นเองเวลามองคนอื่น”

ลู่ชีเหมี่ยวแหย่เขาต่อ “ยังไงซะ นายก็ยังเป็นพวกหยาบคายที่คอยกวาดตามองคนอื่นไปทั่วนั่นแหละ”

ซูเถายิ้มอย่างอึดอัดพลางลงมือกินอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเห็นว่าซูเถานั้นหิวขนาดไหน อารมณ์ของลู่ชีเหมี่ยวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน เธอได้เริ่มเดินไปหยิบเนื้อและซีฟู้ด หลังจากกินไปครึ่งชั่วโมง ลู่ชีเหมี่ยวยิ้ม “ชั้นอิ่มแล้วล่ะ”

เมื่อเห็นปีกไก่บนจานของลู่ชีเหมี่ยว ซูเถาได้เอาส้อมจิ้มมันมาที่จานของเขา “อย่ากินเหลือสิ ชั้นจะจัดการปีกไก่ของเธอเอง”

ลู่ชีเหมี่ยวรู้สึกใจหวิวเล็กน้อยเมื่อเธอเห็นว่าซูเถาไม่ได้รู้สึกรังเกียจอาหารบนจานของเธอ หลักจากที่เธอได้พูดคุยกับซูเถามากขึ้น เธอรู้สึกว่าซูเถาไม่ได้น่ารังเกียจเหมือนเมื่อก่อน

พวกเขาขึ้นไปยังชั้น 4 ซึ่งลู่ชีเหมี่ยวได้จองห้องเล็กๆเอาไว้ ก่อนที่เด็กเสิร์ฟจะนำน้ำผลไม้และเบียร์มาเสิร์ฟ

ซูเถาสังเกตได้ว่ามีบางอย่างกำลังรบกวนลู่ชีเหมี่ยวอยู่ เขานั่งที่มุมห้องก่อนจะดื่มเบียร์พลางฟังเธอร้องเพลง น้ำเสียงของเธอนั้นไม่เหมือนตอนที่เธอพูด เสียงร้องของเธอฟังดูหวานและไพเราะ

เขาเดินไปที่กำแพงก่อนจะปรับไฟในห้องให้เป็นโหมดช้า ลู่ชีเหมี่ยวนั่งอยู่บนเวทีพร้อมกับถือไมโครโฟน เธอสวมชุดรัดรูปสีเหลืองและถุงน่องสีดำและใส่ส้นสูง แต่งตัวสไตล์หญิงสาวที่แต่งงานแล้วซึ่งสามารถล่อลวงผู้ชายให้ถึงตายได้เลย !

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด