ตอนที่แล้วบทที่ 46 ความเข้าใจผิดอันเนื่องมาจากขนมปังอบไอน้ำ 
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 48 การสนทนากับหวังเกาเฟิง 

บทที่ 47 คนรักของนักธุรกิจใหญ่ล้มป่วย 


บทที่ 47 คนรักของนักธุรกิจใหญ่ล้มป่วย

นักลงทุน หลี่เย่เต๋อ นั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในมลฑลหัวหนาน ในตอนแรกเขาเป็นเพียงลูกจ้างของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เขาได้ใช้ความรู้ของเขาในการปฏิรูปประเทศในช่วงต้นปี 90s เขาได้รับทรัพย์สินก้อนแรก หลังจากนั้นเขาได้เริ่มลงทุนธุรกิจในต่างประเทศก่อนจะก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมา ซึ่งมันได้เป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดหุ้น ก่อนที่เขาจะเริ่มหมุนเงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาขึ้นรถ ซูเถาได้สอบถามข้อมูลของผู้ป่วยจากคนขับรถ เขาจึงได้รู้ว่าผู้ป่วยไม่ใช่หลี่เย่เต๋อ แต่เป็นคนรักของเขาต่างหาก

ได้ยินดังนั้น ท่าทีของลู่ชีเหมี่ยวดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก “พวกผู้ชายมักจะทอดทิ้งผู้หญิงเสมอในตอนที่พวกเขารวยแล้ว !”

คนขับยิ้ม “เหรียญมีสองด้านเสมอ ผู้หญิงก็มักจะเข้าหาผู้ชายที่ร่ำรวยเช่นกัน มันเป็นสิ่งล่อตาล่อใจยากที่จะปฏิเสธ”

“ถึงอย่างนั้น ผู้ชายก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน” ลู่ชีเหมี่ยวตอบโต้

ซูเถาได้รู้ถึงความผิดหวังของลู่ชีเหมี่ยวที่มีต่อผู้ชายและก็รู้เรื่องของเธอเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะเปลี่ยนหัวข้อ “คนไข้ป่วยเป็นอะไร ?”

คนขับหยุดรถชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจ “ตอนแรกเธอก็ดูปกติดี แต่ดูเหมือนจะมีข่าวลือว่าเธอเป็นพวกละเมออย่างรุนแรง บางคนถึงขนาดเห็นเธอพยายามจะกระโดดออกมาจากระเบียงด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังมีข่าวลืออีกว่าบอสตื่นเพราะได้ยินเสียงลับมีดกลางดึก พอเขาลุกขึ้นมาดู เขาก็เห็นเธอใช้มีดสับเนื้อสัตว์ซึ่งทำให้เขากลัวมาก หลังจากเหตุการณ์นั้น เขาก็ได้พยายามหาหมอมาหลายคน แต่ไม่มีใครรักษาอาการนี้ได้เลย”

ซูเถาพยักหน้า อาการละเมออย่างหนักเป็นอะไรที่ยากจะรักษา “เพราะงั้นบอสของนายเลยเป็นพวกเจ้าชู้งั้นเหรอ”

คนขับรถเอานิ้วแตะริมฝีปากก่อนจะลดเสียงลง “ปกติบอสเราไม่ได้มีคนรักมากมายนัก แต่คนๆนี้ติดตามบอสมาตั้งแต่อายุ 18 แม้แต่ภรรยาของเขาก็รู้เรื่องนี้ ภรรยาของเขามักจะก่อความวุ่นวายมาหลายครั้งแล้ว แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะธุรกิของหลี่เย่เต๋อยังต้องพึ่งพาเธอ”

“เป็นผู้หญิงที่มีความสามารถงั้นสินะ” ซูเถาหยักหน้า

“เป็นที่น่าเสียดายที่คนมีความสามารถอย่างเธอต้องทนทุกข์ทรมาณกับโรคร้ายนี้ เธอน้ำหนักลงไปมากเลย” คนขับรถถอนหายใจ

ถึงแม้ว่าเรื่องที่คนขับรถเล่านั้นดูจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่นัก แต่ก็ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

รถได้ขับเข้าไปในสวนการเกษตรเชิงนิเวศน์ที่ประดับด้วยรูปปั้นเหยี่ยวยักษ์ในแต่ละข้าง ตามแนวทางมีร้านค้าซึ่งเต็มไปด้วยผลไม้หลากหลายชนิด

ไม่กี่นาทีต่อมา คนขับรถได้จอดรถที่หน้าคฤหาสน์ เมื่อซูเถาและลู่ชีเหมี่ยวลงมา ก็ได้มีชายอายุราวๆ30 กลางๆเดินเข้ามาหาพวกเขา

ชายคนนั้นดูจะไม่ค่อยพอใจมากนัก เนื่องจากหมอทั้งสองที่ทางโรงพยาบาลส่งมานั้นดูจะเด็กเกินไป

แต่เมื่อเขาเห็นลู่ชีเหมี่ยว ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย เนื่องจากเขาไม่เคยคิดเลยว่าโรงพยาบาลเจียงหัวจะส่งคนที่สวยขนาดนี้มา เขาจึงรีบเปลี่ยนท่าทีในทันที

“ผู้จัดการ ซู ผมพาเขามาส่งแล้ว ขอตัวก่อน” คนขับรถกล่าวทักทายซูเหวิ่นฉีก่อนจะขับรถออกไปป

“ยินดีที่ได้พบ”ซูเหวิ่นฉียื่นมือออกไป เขามองไปยังซูเถาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรพลางขมวดคิ้ว ในแววตาของเขามีความสงสัยในตัวซูเถา ซูเถาดูเหมือนคนอายุแค่ 20 ต้นๆเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะมีหมออายุน้อยขนาดนี้ เขาคงเป็นเด็กฝึกหัดของลู่ชีเหมี่ยวแน่นอน

หลังจากนั้น ซูเหวิ่นฉีได้จับมือทักทายกับลู่ชีเหมี่ยวอยู่เป็นเวลานาน “หมอโรงพยาบาลเจียงหัวมีเสน่ห์กันทุกคนหรือเปล่า ?”

ลู่ชีเหมี่ยวดึงมือกลับด้วยความรังเกียจก่อนจะถาม “เราจะไปพบคนไข้กันได้หรือยัง ?”

“ไม่ต้องรีบร้อน รอหมอหวังมาก่อนก่อยว่ากัน” ซูเหวิ่นฉีนำบุหรี่ออกมาและจุดไฟ

ซูเถาและลู่ชีเหมี่ยวต่างมองหน้ากัน พวกเขารู้ว่าผู้จัดการซูคงไม่ได้คาดหวังในตัวพวกเขามากนัก ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเชิญหมอคนอื่นนอกจากพวกเขามาด้วย

ในตอนนั้นเอง ลู่ชีเหมี่ยวขมวดคิ้ว “พวกคุณมีหมอคนอื่นอยู่แล้วนี่ งั้นพวกเราขอตัวก่อน”

ซูเหวิ่นฉียิ้มพลางถอนหายใจ “ทำไมพวกคุณจะไปกันเร็วนักล่ะ ยังไงซะพวกคุณก็เป็นหมอ คงจะเคยได้ยินชื่อของหวังเกาเฟิงมาบ้างสินะ”

หวังเกาเฟิงนั้นเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก ลู่ชีเหมี่ยวก็เคยอ่านเรื่องของเขาในนิตยสารการแพทย์เหมือนกัน เธอมองไปยังซูเถาก่อนจะถามเบาๆ “เราจะไปกันได้หรือยัง ?”

“เราจะไปทั้งๆอย่างนี้เหรอ ? ให้คนอื่นดูถูกเรามากกว่าเดิมเนี่ยนะ ?” ซูเถายิ้ม

คิ้วของซูเหวิ่นฉีกระตุกเล็กน้อย เนื่องจากเขาไม่ได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคุยกัน เขารู้สึกดูถูกสองคนนี้มากเนื่องจากตี้ชีหยวนส่งสองคนนี้มาเพื่อโชว์เท่านั้นเอง

ลู่ชีเหมี่ยวถาม “นายตั้งใจจะทอะไรน่ะ ?”

“ไปดูคนไข้ก่อน ส่วนจะรักษาหรือเปล่าไว้ค่อยคิดทีหลัง ชั้นว่าที่นี่วิวดีมากเลย คิดซะว่าเรามาทัศนศึกษาก็แล้วกัน !” ซูเถาตอบกลับ

ซูเหวิ่นฉีหัวเราะเยาะ เขารู้สึกว่าหมอหนุ่มคนนี้ประเมินตัวเองสูงไปหน่อย ถ้าไม่เป็นเพราะสาวสวย เขาคงไล่ทั้งสองคนกลับไปแล้ว !

ขณะที่ซูเหวิ่นฉีกำลังสูบบุหรี่อยู่นั้น ได้มีรถสีดำขับเข้ามาจอดที่ทางเข้า ที่รถมีป้ายทะเบียนตัว 'A' มันเป็นสัญลักษณ์ว่านี่เป็นรถของฉงจิ้ง

ทันใดนั้น ซูเวิ่นฉียิ้ม ก่อนจะรีบโยนบุหรี่ทิ้งลงพื้น “หมอหวัง เขามาถึงแล้ว”

หวังเกาเฟิงนั้นตัวสูงราวๆ 5ฟุต 9 นิ้ว รูปหน้าสี่เหลี่มและคิ้วที่คมชัด “ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ผู้จัดการซู คุณไม่ต้องออกมาต้อนรับผมถึงนี่ก็ได้”

ซูเวิ่นฉีถอนหายใจก่อนจะตอบกลับ “บอสเราเป็นห่วงอาการของเธอมาก เลยกำชับพวกเราให้เตรียมพร้อมกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ”

หลังมองเห็นลู่ชีเหมี่ยวและซูเถา หวังเกาเฟิงอึ้ง เขาจำได้แม่นว่านั่นคือซูเถา ก่อนจะยิ้ม “นี่เรามีแขกคนอื่นด้วยเหรอ ?”

ซูเหวิ่นฉีส่ายหัว “พวกนั้นเป็นหมอของโรงพยาบาลเจียงหัว บอสกังวลเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ในแง่การรักษา คุณยังคงได้รับสิทธิ์เต็มที่ !”

“ได้โปรดรอที่ชั้นหนึ่งซักครู่ ผมจะไปพาเธอลงมา” ซูเหวิ่นฉีทิ้งท้ายก่อนจะออกไป

ตั้งแต่เริ่มจนจบ ซูเหวิ่นฉีไม่ได้สนใจซูเถาและลู่ชีเหมี่ยวเลย เขาทำแค่ส่ายหัวไปมาเท่านั้น “มีหลายเรื่องที่เราต้องจัดการ ยกโทษให้ผมด้วยที่ไม่ได้ทักทายพวกคุณ ถ้าพวกคุณต้องการจะเดินชมคฤหาสน์ เดินเข้าไปได้เลย ข้างในมีบ่อเลี้ยงปลาและสวนผลไม้ แน่นอน ทั้งหมดฟรี”

ลู่ชีเหมี่ยวรู้สึกโมโหกับคำพูดของเขา ก่อนที่จะหันไปคุยกับซูเถา “นายรับได้เหรอเรื่องนี้น่ะ ? ทำไมพวกเราไม่ไปให้พ้นๆซักทีล่ะ คนไข้จะเป็นจะตายยังไงก็ไม่ใช่ธุระของพวกเรา”

ซูเถาไม่คิดเลยว่าลู่ชีเหมี่ยวนั้นภายนอกจะดูเย็นชา แต่ภายในจะเดือดดาลได้ขนาดนี้ หลังกจากที่เธอระเบิดอารมณ์ทั้งหมดแล้ว เขายิ้ม “เธอไม่สนใจจริงๆเหรอ ?”

ลู่ชีเหมี่ยวกัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะถอนหายใจ “งั้นลืมมันไปซะเถอะ เราจะเข้าไปดูข้างใน หวังเกาเฟิงเป็นคนที่อยู่ในทีมผู้เชี่ยวชาญ เราสามารถลดช่องว่างระหว่างเขากับพวกเราได้”

ซูเถาไม่สามารถกลั้นขำได้ต่อไปก่อนจะเผลอหัวเราะออกมา “คนอื่นจะดูถูกเราก็ช่าง แต่เราไม่ควรดูถูกตัวเอง ! นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนในทีมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งไม่ใช่พวกเราหรอกเหรอ ?”

ลู่ชีเหมี่ยวนั้นรู้ถึงความสามารถของซูเถาดี แต่เธอก็คิดว่าเขานั้นยังด้อยกว่าหวังเกาเฟิง

ซูเถานั้นเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกันนิดหน่อยกับหวังเกาเฟิง เขาจึงมั่นใจว่าหวังเกาเฟิงนั้นจำเขาได้  สาเหตุที่หวังเกาเฟิงนั้นไม่ได้ทักทายเขานั้นเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา พวกเขานั้นเรียกว่าเป็นเพื่อนกันก็คงไม่ได้ ในทางตรงข้ามอาจจะเป็นศัตรูกันด้วยซ้ำ

ย้อนไปในเหตุการณ์ที่มหาลัยเจียงหัว ซูเถาเกือบจะทำให้หวังเกาเฟิงนั้นต้องอับอายเพราะเรื่องของหูเสี่ยวเฟิง หวังเกาเฟิงจะลืมเรื่องนี้ง่ายๆได้ยังไงกัน ?

หวังเกาเฟิงยังให้คนตรวจสอบเรื่องของซูเถา และรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นศิษย์ของถังหนานเจิ้งหรืออาจารย์ของสาขาฮั่นโจว ซูเถาเป็นเพียงแพทย์ของโรงพยาบาลเจียวหัวแผนกแพทย์แผนจีนและเป็นผู้สืบทอดตำหนักอีกด้วย

ถึงแม้ว่าหวังเกาเฟิงจะได้สำรวจเรื่องของซูเถามาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับซูเถาเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก สถานภาพทางสังคมของซูเถานั้นต่ำมาก และพวกเขานั้นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยแม้แต่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม หวังเกาเฟิงก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจนักเมื่อเขาเห็นซูเถา

ในมุมมองของเขา ซูเถาเป็นเพียงแมลงวันที่คอยตอมเขาเท่านั้น เป็นแค่พวกน่ารำคาญ

ห้องนั่งเล่นได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยการตกแต่งที่หรูหราและพรมสไตล์จีน โซฟาหนังสีทองถูกจัดเอาไว้ด้านข้างพร้อมกับหน้าต่างแบบเปิดที่สามารถมองเห็นวิวของคฤหาสน์ได้

“เชิญนั่ง !” ซูเหวิ่นฉีพูดขั้นก่อนที่เขาจะนั่งลง เมื่อเขามองเห็นซูเถาและลู่ชีเหมี่ยวเดินเข้ามา เขาแกล้งยิ้ม “พวกคุณอยากดื่มอะไรล่ะ ? ไม่ต้องเกรงใจ พวกคุณชอบชาอู่หลงกับชาผูเอ่อมั้ย พวกเรามีชาเกรดพรีเมี่ยมที่หาไม่ได้จากข้างนอกด้วยนะ”

ลู่ชีเหมี่ยวสลัดสีหน้าของความโกรธทิ้งและพยายามไม่สนใจซูเหวิ่นฉี

ในทางกลับกัน ซูเหวิ่นฉีรู้สึกดูถูกพวกเขาภายในใจ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าหมอทั้งสองของโรงพยาบาลเจียงหัวนั้นจะหน้าด้านขนาดนี้  ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรักาาได้ก็ตาม ทำไมพวกเขายังไม่ไปอีก ? ในทางกลับกัน เขายิ่งรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าตี้ชีหยวนนั้นหลอกเขา โดยการส่งทั้งสองคนมาแสดงโชว์เท่านั้น เขาสามารถหาหมอแบบนี้ที่ไหนก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นซูเหวิ่นฉีก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่

แต่ในขณะเดียวกันเขาก็แอบมองหมอหญิง เขารู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาเมื่อเห็นเธอขมวดคิ้ว

หวังเกาเฟิงไม่ได้พูดอะไรเนื่องจากเขาเห็นซูเหวิ่นฉีมองดูซูเถาด้วยสายตาดูถูก ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมซูเถายังอยู่ที่นี้คงเป็นเพราะซูเถาอยากจะเห็นความสามารถของเขา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่เท่าไหร่

ไม่กี่นาทีผ่านไป ผู้ป่วยหญิงค่อยๆเดินลงมา เธอใส่เดรสสีแดงเดินลงมาอย่างสง่างามและแผ่วเบา เมื่อเธอมองเห็นหมอทั้งสามก็ได้ดูพวกเขาอยู่ซักพักก่อนจะพูดขึ้น “ขอบคุณพวกคุณทุกคนที่อุตส่าห์มารักษาชั้นแม้ว่าจะยุ่งกันมาก เรามาดื่มชาพูดคุยกันก่อนดีกว่า ?”

ซูเถารู้สึกประหลาดใจเพราะเขาเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน เขาเคยพบเธอที่ Gentle Countryside มาก่อน เธออเป็นหุ้นส่วนของหยานจิ้ง

ฉินเม่ยเม่ยมองไปยังซูเถาก่อนที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก ในทางกลับกันซูเถายิ้มเนื่องจากเขาเคยถูกมองข้ามมาก่อน

หวังเกาเฟิงยิ้มก่อนจะม้วนแขนเสื้อขึ้น “เวลานั้นมีค่า เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าไหม ?”

ฉินเม่ยเม่ยยิ้ม “แน่นอน ! แล้วนี่ยังต้องจับชีพจรอยู่ไหม ?”

“แน่นอน !” หวังเกาฟิงหยักหน้า

ฉินเม่ยเม่ยยื่นแขนออกมา ผิวของเธอจัดว่าดูดีทีเดียว แต่เนื่องจากเธอผอมเกินไปจึงมองเห็นเส้นเลือดดำชัดเจน

ท่าทีของหวังเกาเฟิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดและเริ่มถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับการคุมอาหาร และลักษณะการใช้ชีวิตของเธอ

ลักษณะการใช้ชีวิตของเธอนั้นดูเป็นไปอย่างปกติ มันทำให้หวังเกาเฟิงขมวดคิ้วมากขึ้นก่อนเขาจะโยนคำถามออกไป “พ่อแม่คุณเคยเห็นคุณนอนละเมอเมื่อตอนที่คุณยังเด็กอยู่หรือเปล่า ?”

“ไม่เลย ชั้นเพิ่งรู้เรื่องนี้ไม่นานมานี้เอง” ฉินเม่ยเม่ยส่ายหัว

หวังเกาเฟิงยิ้ม “ผมจะเริ่มฝังเข็มรักษาคุณก่อน ถ้ามันเป็นไปตามที่ชั้นคิด คงจะเห็นผลอย่างรวดเร็ว”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด