ตอนที่แล้วDTH ตอนที่ 20 เกือบจะเสียหน้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDTH ตอนที่ 22 เขาน่าสนใจนิดหน่อย

DTH ตอนที่ 21 น่ารำคาญ น่ารำคาญจริงๆ


ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้เพลิดเพลินไปกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าเลย

ถ้าเขารู้ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ เขาคงจะไม่ไปเปิดช่องให้เหลียง อี้ชูเข้ามาคุยตั้งแต่แรก แต่เขาควรจะทำยังไง?

เพียงแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจเขางั้นหรือ?

เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้

ตอนนี้เจ้าของศาลาเสาวธารเมามายกำลังระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ท่านเป็นคนดีจริงๆ

เพราะกำไรที่นายน้อยหลินนำมาให้เขานั้นเทียบเท่ากับรายได้สำหรับหนึ่งเดือน

ถ้าหากมีคนพูดว่านายน้อยตระกูลหลินเป็นเพียงแค่คนโง่

เขาจะเป็นคนแรกที่โต้แย้งข้อกล่าวหานั้น

พวกนั้นมันจะไปรู้อะไร? นายน้อยหลินไม่ได้โง่แต่เขาใส่ใจต่างหาก

ในตอนแรกหลิน ฟานก็ไม่ได้คิดอะไร

เขาไม่สนว่าเหลียง อี้ชูจะหล่อกว่าเขา และก็ไม่สนใจเรื่องที่อีกฝ่ายสูงกว่าเขาด้วย

นั่นก็เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหนมันก็ไม่มีใครจะร่ำรวยไปกว่าเขาแล้ว

อย่างไรก็ตามความจริงมันก็ได้ตบหน้าเขาอย่างไร้ปรานี

เรื่องเงินงั้นเหรอ?

เขาไม่มีเงินเก็บแม้แต่นิดเดียวในขณะที่เหลียง อี้ชูมีอยู่ถึงหนึ่งหมื่นเงิน

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกมา เพราะถ้าเขาพูดมันออกมาเขาจะต้องขายหน้าเป็นแน่

ท้องของผู้ลี้ภัยตอนนี้เต็มไปด้วยอาหาร แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาอิ่มแบบนี้ แต่มันก็เป็นมื้อที่หรูหราที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยมีมา

บางทีแม้ว่าหลังจากที่พวกเขาตายไปแล้ว พวกเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะได้กินอาหารที่มีราคาแพงเช่นนี้

ผู้ลี้ภัยแยกย้ายกันไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข

ที่เหลือก็ปล่อยให้ผู้จัดการเฉินและโกวชิจัดการเรื่องกำหนดพื้นที่เพาะปลูกและให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม

หลิน ฟานไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นข้อตกลงที่ขาดทุน

เพราะจากมุมมองของเขาข้อตกลงครั้งนี้มันเป็นการลงทุนระยะยาว

น่าเสียดายที่มันไม่มีใครเข้าใจเรื่องนี้ เว้นแต่เหลียง อี้ชูคนเดียว

ณ ทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลหลิน

“ข้ารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย” หลิน ฟานยืนอยู่หน้าประตูและกลัวเกินที่จะเดินเข้าไป

โกวชิกระซิบเบาๆ “นายน้อยท่านมาถึงบ้านแล้ว”

หลิน ฟานสูดลมหายใจเข้าลึกๆและเดินเข้าไปในบ้านของเขาเอง

มันให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังมีพายุก่อตัวขึ้น

เขารู้ว่าเขาไม่สามารถหนีจากเรื่องนี้ไปได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญแทน

หลิน ฟานถามยามที่ยืนอยู่ตรงประตู “วันนี้พ่อของข้าออกไปข้างนอกหรือไม่?”

“ขอรับนายน้อย หัวหน้าตระกูลออกไปแล้วดั่งที่ท่านกล่าว”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เยี่ยมมาก

แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเพราะเขาไม่สามารถซ่อนเรื่องนี้ได้ตลอดไป

เขาไม่ได้โง่

คิดว่าพ่อของเขาจะยกโทษให้กับสิ่งที่เขาทำในวันนี้งั้นเหรอ?

เขาไม่ได้เก็บภาษีของหมู่บ้านตระกูลหวังและยังลดภาษีในอนาคตให้อีก แค่นี้มันก็เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลให้พ่อของเขาตีเขาจนตายแล้ว

แต่ครั้งนี้เขายังไปให้พื้นที่เพาะปลูกที่ว่างเปล่าแก่ผู้ลี้ภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตและยังทำให้เกิดปัญหาอีก

ถ้าเขาไม่ใช่ลูกชายของท่าน ครั้งนี้เขาคงจะต้องเตรียมงานศพของตัวเองจริงๆแล้ว

และการที่ตอนนี้เขายังไม่ได้รับคะแนนความโกรธก็แสดงว่าพ่อของเขายังไม่รู้เรื่องในคราวนี้

อย่างไรก็ตามมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วว่าเขาจะรู้เรื่องทั้งหมดเมื่อไหร่

ก่อนที่จะกลับไปที่ลานหลิน ฟานสั่งให้ผู้จัดการเฉินดูแลเรื่องนี้อีกครั้ง

แม้ว่าเขาจะเป็นพวกไม่ได้เรื่อง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ

เพราะการจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกมันเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว และการที่ให้พวกเขามาทำฟาร์มในพื้นที่อุดมสมบูรณ์แบบนี้มันไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ลี้ภัยสำนึกในบุญคุณของตระกูลหลิน แต่ยังทำให้พวกเขาพยายามมากขึ้นเพื่อตอบแทนสิ่งที่ได้รับมา ผลผลิตมันอาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำ

ข้าจะไม่เข้าใจเรื่องยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวได้ยังไง?

ณ ลานด้านหลัง

“ลูกพี่ลูกน้อง ข้าไม่คิดว่ามันจะเป็นความคิดที่ดีนักที่จะออกไปข้างนอกตอนบ่าย” โจว เชียงเหมาเตือน ถ้าท่านลุงรู้เรื่องนี้เขาจะโกรธ แต่ถ้าลูกพี่ลูกน้องของเขายังคิดที่จะออกไปตอนบ่ายอีกละก็ความโกรธของท่านจะกระโดดไปอีกขั้น

“ไม่ต้องห่วงวันนี้ข้าก็เหนื่อยเช่นกัน และต้องการพักผ่อน”

หลิน ฟานกำลังคิดเกี่ยวกับวิธีจัดการกับเรื่องนี้

การได้รับคะแนนความโกรธมันเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริง แต่เขาต้องทำให้เรื่องนี้มันจบลงสวยงามด้วย

มันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเขาสามารถเอาใจพ่อของเขาบ้างเป็นบางครั้ง

โจว เชียงเหมาถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ลูกพี่ลูกน้องฟังเขา

“ลูกพี่ลูกน้องเจ้าไปทำธุระของเจ้าเถอะ เวลานี้ข้าต้องการพักก่อนสักเล็กน้อย ช่วยไปถามให้ด้วยว่าพ่อของข้าไปไหนและจะกลับมาเมื่อใด” หลิน ฟานต้องการวิธีรับมือกับปัญหา

ครั้งนี้การใช้วิธีการทั่วไปมันอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้

เขาต้องคิดวิธีที่มันพิเศษกว่านี้

“ลูกพี่ลูกน้องไม่ต้องห่วง ข้ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้”

หลังจากที่พูดจบโจว เชียงเหมาก็ออกไปอย่างรวดเร็ว

เขากระตือรือร้นที่จะทำสิ่งต่างๆเพื่อลูกพี่ลูกน้อง

เมื่อเห็นหลิน ฟานนอนลงบนเก้าอี้ โกวชิจึงรีบนำผลไม้เย็นๆออกมาวางให้ทันที

ชีวิตของเขาช่างสุขสบาย มีเพียงครอบครัวที่ร่ำรวยเท่านั้นที่มีความสามารถในการใช้จ่ายเช่นนี้

เขาเชื่อว่าคนทั่วไปก็คงต้องการกินผลไม้เย็นๆเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะกินน้ำแข็งด้วยซ้ำ

โกวชิส่ายหัวและถามออกมา “นายน้อยข้าได้ทำสำเนาของวิชาเอาไว้แล้ว ท่านจะให้ข้านำมันไปติดเอาไว้รอบๆเลยหรือไม่?”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ นำมันมาให้ข้าก่อน” หลิน ฟานพูด

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งนี้คือสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด

และแม้ว่าหลิน วานยี่จะเป็นพ่อของเขา แต่ถ้าเขาทำมากเกินไปเขากลัวว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหาที่แก้ไม่ได้

หลิน ฟานรับหนังสือและโบกมือเพื่อให้โกวชิหยุดพัดเขา “เข้าไปพักในห้องของเจ้า วันนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว”

“นายน้อยข้าไม่เหนื่อย”

“ไปพัก” หลิน ฟานพูด

ตั้งแต่ที่โกวชิได้รับวิชาดาบพยัคฆ์อาฆาต เขาก็เริ่มการฝึกฝนตั้งแต่วันนั้น แต่เนื่องจากเขาไม่มีเวลาว่างในตอนกลางวันเขาจึงเลือกมาฝึกในตอนกลางคืนแทน

แม้แต่ร่างที่ทำมาจากเหล็กก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้

“ขอรับนายน้อย ได้โปรดเรียกข้าถ้าท่านต้องการความช่วยเหลือ” โกวชิพูดก่อนที่จะเดินไปห้องข้างๆ

ลานบ้านของหลิน ฟานมีห้องมากกว่าหนึ่งห้องและบางห้องก็มีไว้สำหรับยามของเขา

แต่เนื่องจากเจ้าของร่างก่อนหน้านี้ไม่ชอบให้มีคนอยู่ใกล้ๆนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันว่างเปล่า

เมื่อมองไปที่เทคนิคการบ่มเพาะจิตใจในมือเขาก็ขมวดคิ้ว

คัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญ

“ช่างมันเถอะยังไงข้าก็จะดู” หลิน ฟานมองไปที่หน้าแรก เนื้อหาข้างในนั้นช่างลึกลับและยากที่จะเข้าใจ แต่โชคดีที่เขาสามารถเข้าใจมันได้ สำหรับเขาเส้นเมอริเดียนและจุดฝังเข็มเปรียบเสมือนหนังสือแห่งสวรรค์

ลานบ้านเงียบสงบ

ในระยะไกล เมื่ออาวุโสวูเห็นว่านายน้อยกำลังอ่านคัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญ เขาจึงยิ้มออกมาด้วยความยินดี

ดูเหมือนว่านายน้อยจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

และแม้ว่าตำแหน่งที่อาวุโสวูยืนอยู่จะเป็นจุดที่ค่อนข้างเด่น แต่มันกลับไม่มีใครสังเกตเห็น มันราวกับว่าร่างกายของเขาและสภาพแวดล้อมรอบโดยรอบได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ทันใดนั้นสายตาที่อาวุโสวูมองนายน้อยก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

นี่ข้ากำลังดูอะไรอยู่กันแน่?

มันมีละอองหมอกสีม่วงที่มีลักษณะคล้ายกับงูตัวเล็กๆไหลออกมาจากจุดกวนหยวน จากนั้นมันก็ไหลเข้าไปในจุดป่ายฮุยด้านหลังศีรษะของนายน้อย

“เป็นไปได้อย่างไร?” อาวุโสวูอุทาน

“นั่นใคร!”

เมื่อหลิน ฟานได้ยินเสียงเขาจึงมองไปรอบๆเพื่อหาที่มาของมัน

แต่ก็พบว่ามันว่างเปล่าและไม่มีอะไรเคลื่อนไหว

“ข้าน่าจะแค่หูฝาดไปเอง” หลิน ฟานส่ายหัว เขาน่าจะกลัวนักฆ่าจนหลอนไปเอง

ในตอนที่เขาศึกษาคัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญเสร็จ

ระบบสนับสนุนขนาดเล็กก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เทคนิคการบ่มเพาะจิตใจ : คัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญ (ยังไม่ได้เรียน)

เขาสังเกตเห็นว่าเขาสามารถเพิ่มคะแนนลงไปได้

แล้วจะรออะไรอีก

เขาใช้คะแนนความโกรธลงไป500คะแนน ทันใดนั้นมันก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น

เทคนิคการบ่มเพาะจิตใจ : คัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญ (ขั้นหนึ่ง)

กำลังภายในของเขาเปลี่ยนจาก0เป็น1

ร่างกาย : 30 (เส้นทางการต่อสู้ระดับหนึ่ง)

กำลังภายใน : 1

เทคนิคการบ่มเพาะจิตใจ : คัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญ (ขั้นหนึ่ง)

เทคนิคการเพาะปลูก : วิชาดาบพยัคฆ์อาฆาต (จุดสูงสุด)

คะแนนความโกรธ : 1,001

เขารู้สึกคลุมเครือราวกับว่ามีพลังงานบางอย่างที่เขาสามารถใช้ได้เพิ่มเข้ามา แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็ก แต่มันก็มีอยู่

บางทีนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่ากำลังภายใน

“เมื่อร่างกายของข้ามาถึง30จุดมันก็จะเข้าสู่ระดับหนึ่ง และถ้าหากข้าเพิ่มกำลังภายในต่อไปแบบนี้มันก็น่าจะเข้าสู่ระดับหนึ่งเช่นเดียวกัน แล้วทำไมข้าถึงไม่ฝึกฝนมันทั้งคู่ไปเลยซะละ?”

การเพาะปลูกทั้งภายในและภายนอก?

น่ารำคาญ

นี่มันน่ารำคาญจริงๆ

หลังจากที่เขาลองคิดดูสักครู่

คัมภีร์อาทิตย์ม่วงสี่นักบุญมีทั้งหมด33ขั้น แต่ละขั้นจะนำการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มาสู่เขา

เมื่อเขาเห็นว่ามันใช้500คะแนนความโกรธเพื่อยังขั้นหนึ่ง เขาจึงคิดว่าคะแนนความโกรธที่เหลืออยู่มันน่าจะพอให้เขายกระดับมันไปถึงขั้นที่สอง

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถลงคะแนนไปที่มันได้อีก

แต่เขาสามารถนำมันไปลงที่กำลังภายในได้

จากนั้นเขาก็คิดขึ้นมาได้

เขาเคยพูดว่าต้องการเพลิดเพลินไปกับชีวิตที่ร่ำรวย แล้วทำไมเขาถึงต้องไปสนใจเรื่องพวกนี้ด้วย?

“ช่างมันเถอะ ตอนนี้ข้าจะพักก่อน จากนั้นก็คิดหาวิธีที่จะทำให้พ่อผ่อนคลาย ข้าไม่สามารถปล่อยให้ท่านโกรธมากไปกว่านี้ได้ เพราะเดี๋ยวร่างกายของท่านจะได้รับผลกระทบ”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด