ตอนที่แล้วบทที่ 149 ทุกคนต้องตาย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 151 หมาป่าจันทราสีเงิน

บทที่ 150 จิ้งจอกน้อยกลับมาอีกครั้ง


ช่วงเวลาหลังจากนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่อยู่เหนือความคาดหมายของเฉียนคุนและคนที่เหลือ หุบเขาเมฆาทมิฬตกอยู่ในสภาพวะที่เงียบงันจนน่ากลัว

เจียงอี้ออกไล่ล่าสัตว์อสูรสองครั้งในช่วงเช้าและบ่มเพาะพลังในยามราตรี เป็นเวลาร่วมเดือนที่ไม่มีสัตว์อสูรชั้นสูงเยี่ยงจิ้งจอกวิญญาญสามหางออกมาเพ่นพ่าน แม้แต่กลิ่นอายอันทรงพลังและน่าขนลุกเมื่อครั้งนั้นก็ไม่ปรากฏขึ้นมาอีกเลย

สิ่งที่ทำให้เฉียนคุนและคนที่เหลือรู้สึกเบาใจมากขึ้นก็คือการที่เจียงอี้สามารถจัดการกับสัตว์อสูรที่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับที่สองได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าก่อนหน้านี้ทุกคนจะได้เป็นประจักษ์พยานแล้วว่าเจียงอี้สามารถรับมือกับสัตว์อสูรระดับสองขั้นสูงสุดได้อย่างสูสี แต่การที่สามารถสังหารมันได้ก็เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวอย่างผู้อาวุโสหลิว

แต่การปะทะไม่กี่ครั้งที่ผ่านมา เจียงอี้กลับสามารถจัดการพวกมันได้ด้วยตัวเองอีกทั้งยังใช้วิธีการที่ทำให้เฉียนคุนตื่นตระหนก!

ครั้งแรกเจียงอี้เผชิญหน้ากับมังกรกุทัณฑ์[1] แม้ว่ามันจะถูกสะกดข่มด้วยเจตจำนงสังหาร แต่ด้วยการดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ มันก็ช่วงชิงไหวพริบและปลดปล่อยวิชาอสูรออกมาได้ในที่สุด

หนามแหลมจำนวนมากถูกยิงออกมาจากด้านหลังของมัน แน่นอนว่าไพ่ตายของมังกรกุทัณฑ์ย่อมไม่ใช่สิ่งที่สัตว์อสูรระดับสองทั่วไปจะเทียบเคียงได้ มันพุ่งออกมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจและในจังหวะที่เกือบจะแทงทะลุร่างของเจียงอี้นั้น…!

จู่ๆร่างของเขาก็สว่างวาบด้วยแสงสีแดงปานดวงอาทิตย์ เปลวเพลิงสีสดใสพวยพุ่งออกมา แต่ทางด้านของเฉียนคุนและคนที่เหลือกลับรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างน่าประหลาด

เมื่อนึกออก สีหน้าของพวกเขาก็ซีดขาวลงเมื่อตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วมันคือเปลวเพลิงของวิหคเพลิง!

เปลวเพลิงของมันถูกปลดปล่อยออกมาและบดขยี้หนามแหลมของมังกรกุทัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเจียงอี้ก็อาศัยช่วงเวลาที่มันอ่อนแอหลังจากฝืนใช้วิชาอสูรในการสังหารมัน

ครั้งที่สองนั้นอันตรายยิ่งกว่าเดิม เจียงอี้ต้องประจันหน้ากับสัตว์อสูรที่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับสองพร้อมกันถึงสองตัว ในตอนนั้นเฉียนคุนและคนที่เหลือทำได้เพียงแค่ยิ้มรับความตาย

แต่ทันใดนั้นเอง เศษหินขนาดเล็กสองก้อนที่มีไอความร้อนสูงจนน่าตกใจก็ปรากฏอยู่บนฝ่ามือของเจียงอี้

ก่อนที่พวกเขาจะได้รู้สึกตัว เสียงร้องโหยหวยของสัตว์อสูรที่ทรงพลังทั้งสองและลูกสมุนนับสิบของพวกมันก็ดังระงมไปทั่วทั้งผืนป่า พวกมันทั้งหมดถูกแผดเผาจนตาย!

เมื่อเฉียนคุนนึกถึงตอนที่หินสีแดงทั้งสองก้อนแผลงฤทธิ์ สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความกลัว อย่างไรก็ตามเขากับคนที่เหลือต่างก็ไม่กล้าที่จะเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปด้วยความประมาทเลินเล่อและทำเพียงแค่รายงานให้เฉียนว่านก้วนได้รับทราบ

หลังจากทราบข่าว เฉียนว่านก้วนก็ออกคำสั่งไม่ให้เปิดเผยเรื่องของเจียงอี้ ไม่เว้นแม้แต่กับคนในตระกูลเฉียน มิฉะนั้นพวกเขาจะต้องรับโทษประหาร

เฉียนว่านก้วนรู้อยู่แล้วว่าเจียงอี้เก็บงำความลับบางอย่างไว้ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่เขาไม่กังวลที่จะปล่อยให้เจียงอี้อยู่ในหุบเขาเมฆาทมิฬต่อ หากว่าชายคนนี้สามารถทำลายได้แม้แต่ตราประทับผู้ปกครองอันโด่งดัง แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะไม่มีความสามารถในการเอาตัวรอด?

สองเดือนต่อมา เฉียนว่านก้วนและจ้านอู๋ซวงก็ได้มาเยี่ยมเยียนเจียงอี้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาถูกกดดันโดยคนในตระกูลและไม่สามารถอยู่ได้นานนัก พวกเขาทำได้เพียงพูดคุยกันเล็กน้อยและขอให้เจียงอี้ระวังตัวก่อนที่จะกล่าวอำลา

หลังจากที่บ่มเพาะพลังอย่างทรหด บวกกับความช่วยเหลือจากเม็ดยามังกรปฐพีของเฉียนว่านก้วน ในที่สุดเจียงอี้ก็ทะลวงสู่ขอบเขตฉูติ่งขั้นที่แปดได้สำเร็จเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

ความเร็วในการบ่มเพาะพลังอันน่าตกตะลึงของเขาทำให้เฉียนคุนและคนที่เหลือลอบชื่นชมอยู่เงียบๆ

……

วันหนึ่ง ในขณะที่เจียงอี้กำลังทำกิจวัตรประจำวันโดยการออกล่าสัตว์อสูร จู่ๆเฉียนคุนก็โผล่ออกมาจากข้างป่าและตามเขากลับไปยังถ้ำ เมื่อมาถึงถ้ำ เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามีหญิงงามกำลังรอพบเขาอยู่

เจียงอี้จ้องมองซูรั่วเสวี่ยที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสับสนจากนั้นเขาก็เอ่ยถาม “อาจารย์ซู เจ้ามีธุระอะไรถึงมาหาข้าที่นี่? ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มเพื่อพาลูกศิษย์ออกทำภารกิจหรอกหรือ?”

“ผู้นำกลุ่มอะไรล่ะ?”

ซูรั่วเสวี่ยจ้องเขม็งมาที่เจียงอี้พร้อมกับตอบกลับ “เจ้าเล่นสังหารสัตว์อสูรทั้งหมดที่นี่ ทำให้ในบริเวณสำนักแทบจะไม่มีสัตว์อสูรหลงเหลืออยู่เลย รองเจ้าสำนักฉีขอให้ข้ามาถามเจ้าว่ายังคิดที่จะล่าพวกมันอีกนานแค่ไหน? หากเจ้ายังทำเช่นนี้ต่อไป ลูกศิษย์ทั้งหลายของสำนักก็จะไม่มีอะไรให้กินแล้ว”

เหล่านายน้อยและคุณหนูที่เป็นศิษย์ของสำนักจิตอสูรต่างก็กระตือรือร้นที่จะเพิ่มพูนความแข็งแกร่งด้วยกันทั้งสิ้น พวกเขามักใช้จ่ายเงินทองจำนวนมหาศาลเพื่อบ่มเพาะพลัง รายได้หลักของสำนักเองก็มาจากคนเหล่านี้

เงินทองของพวกเขาใช้สำหรับแลกเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบจากสัตว์อสูรซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ไม่มากนัก ความจริงแล้วเจียงอี้ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้มาสักพักและรู้ว่าซูรั่วเสวี่ยกล่าวหยอกล้อเขาเท่านั้น เขาจึงตอบกลับไปด้วยความตลกขบขัน

“ไม่นานๆ เพียงแค่สามหรือห้าปีเท่านั้น!”

ป๊อก!

ซูรั่วเสวี่ยเขกไปที่ศีรษะของเจียงอี้ด้วยความหมั่นไส้ จากนั้นนางค่อยกล่าวออกมา

“อีกครึ่งปี! หากว่านานกว่านั้น รองเจ้าสีนักฉีจะมาลากตัวเจ้ากลับไปด้วยตัวเอง”

“ครึ่งปี?”

เจียงเริ่มคิดคำนวณก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับ “ตอนนี้ข้ารวบรวมได้ห้าถึงหกล้านตำลึงทอง อีกครึ่งปีให้หลัง ข้าน่าจะสามารถทำเงินได้อีกเจ็ดถึงแปดล้านตำลึงทอง”

“จากนั้นข้าก็จะมีเงินมากพอที่จะซื้อสมุนไพรชีเย่สามกลีบและโสมเก๋ากี้พันปี ส่วนเงินที่เหลือก็เพียงพอสำหรับการซื้อทรัพยากรเพื่อใช้บ่มเพาะพลังได้อีกสองสามปี”

“มากขนาดนั้นเชียว? ไม่ใช่ว่าเจ้าเพิ่งอยู่ที่นี่ได้เพียงแค่สามเดือน?” ซูรั่วเสวี่ยเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“ฮิฮิ!”

เจียงอี้หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์และกล่าว “เจ้าไม่เห็นหรือว่าพี่ใหญ่คนนี้เก่งกาจแค่ไหน? ข้าสามารถออกล่าสัตว์อสูรได้ประมาณสองร้อยตัวต่อวัน สามในสิบส่วนของพวกมันยังเป็นสัตว์อสูรระดับสอง เจ้าลองคำนวณเล่นๆดูสิว่ามันจะเปลี่ยนเป็นเงินได้ประมาณกี่ตำลึงทอง?”

“พี่ใหญ่?”

ดวงตาที่งดงามดั่งอัญมณีของซูรั่วเสวี่ยเผยให้เห็นความโกรธ

“เจ้าอายุเท่าไหร่กันเชียว? กล้าดียังไงถึงเรียกตัวเองว่าพี่ใหญ่ต่อหน้าข้า?”

“ฮ่าฮ่า!”

เจียงอี้ลูบคางเล็กน้อยขณะเปล่งเสียงหัวเราะ “ซูรั่วเสวี่ย เจ้าดูอ่อนกว่าวัย ส่วนข้านั้นก็เติบโตขึ้นแล้ว หากเจ้าไม่เชื่อก็ลองถามพวกเฉียนคุนดู! ข้าดูไม่เหมือนคนที่แก่กว่าเจ้ารึ?”

“เอ่อ…”

หลังจากที่ถูกเจียงอี้พูดจาแบบไม่เคารพใส่ ไม่เพียงแต่ซูรั่วเสวี่ยจะไม่แสดงความโกรธออกมาเท่านั้น แต่นางกลับจ้องมองไปที่เขาราวกับว่ากำลังพิจารณาบางอย่าง

หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาเป็นเวลาสามเดือน เจียงอี้ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ส่วนสูงของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ตอนนี้เขาสูงกว่านางครึ่งศีรษะ บุคลิกอันไร้เดียงสาของเขาถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจและหนักแน่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาของเจียงอี้ที่เคยสดใส บัดนี้ได้เปลี่ยนไปและสามารถสัมผัสได้ถึงความดุดันและแข็งกร้าว เด็กน้อยในอดีตที่แสนดื้อรั้นในใจของซูรั่วเสวี่ยได้เปลี่ยนเป็นชายหนุ่มผู้มากไปด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นไปเสียแล้ว

“เจ้าจ้องข้าทำไม? มีอะไรติดอยู่บนหน้าข้าหรือ? หรือว่านายน้อยผู้นี้จะหล่อเหลาขึ้นจนแม้แต่เจ้าเองก็อดใจไม่ไหว?”

“ไอ้บ้า!”

ซูรั่วเสวี่ยรีบเบือนหน้าหนี หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้ว นางก็กลับมาใช้น้ำเสียงอันเฉยเมยอีกครั้ง

“ยังมีอีกเรื่อง ไม่กี่เดือนนับจากนี้ สงครามราชอาณาจักรจะเริ่มต้นขึ้น ข้าได้ยินมาว่ารางวัลของปีนี้ไม่ธรรมดา หากเจ้าต้องการเข้าร่วม ข้าจะช่วยเจ้าในการลงทะเบียน”

“สงครามราชอาณาจักร?”

คิ้วของเจียงอี้ขมวดเข้าหากันราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องส่ายหัว

“ไม่ไป! ไม่ไป! ข้ากำลังยุ่งอยู่กับการหาเงิน ไหนจะต้องบ่มเพาะพลังและตามหาสมุนไพรสยบวิญญาณอีก ข้าไม่มีเวลาว่างให้กับเรื่องอื่นหรอกนะ”

“ฮึ่ม!”

ซูรั่วเสวี่ยเค้นเสียงเล็กน้อยราวกับว่าคาดเดาคำตอบไว้แล้ว จากนั้นนางก็เอ่ยถาม

“เกี่ยวกับสมุนไพรสยบวิญญาณ เฉียนว่านก้วนยังไม่ได้ข่าวคราวของมันอีกหรือ?”

“อืม!”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเจียงอี้ก็ดูแย่ลงเล็กน้อยจากนั้นก็ถอนหายใจ

“ในประวัติศาสตร์ของทวีปนี้มีการค้นพบสมุนไพรสยบวิญญาณเพียงแค่ไม่กี่สิบต้นเท่านั้น แม้ว่าเฉียนว่านก้วนจะส่งคนออกไปตามหาแล้วตลอดทั้งสามเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับมาเลย”

“เฮ้อ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เจ้าเองก็รักษาตัวด้วยล่ะ!”

ซูรั่วเสวี่ยหันมามองเจียงอี้ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง ไม่นานนักร่างของนางก็หายเข้าไปในป่า

ปัง!

แต่ทันใดนั้นเอง พลุสัญญาณก็ถูกยิงขึ้นจากทิศทางเดียวกับที่ซูรั่วเสวี่ยเพิ่งจากไป สีหน้าของเฉียนคุนเคร่งเครียดและอุทานออกมา

“แย่แล้วนายน้อยอี้! เฉียนลี่ส่งสัญญาณมาบอกจิ้งจอกวิญญาณสามหางกลับมาอีกแล้ว!”

“อะไรนะ? เจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนั้นอยากจะตายจริงๆใช่ไหม? หึ! ก็ดี ในเมื่อเจ้ากล้าหลอกนายน้อยผู้นี้ เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้ากลายเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าซะ!”

เจียงอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา ภายในใจของเขาคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ

ก่อนหน้านี้เจียงอี้ปล่อยจิ้งจอกน้อยหนีไปเพราะความใจอ่อน แต่มันกล้ากลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง? เมื่อมีไข่มุกวิญญาณเพลิงอยู่ในมือ  เขาย่อมไม่กลัวปีศาจจิ้งจอก แต่นั่นไม่ใช่กับซูรั่วเสวี่ยและสมาชิกตระกูลเฉียน

โดยไม่กล้าปล่อยให้เสียเวลา เจียงอี้รีบทะยานไปในทิศทางเดียวกับที่ซูรั่วเสวี่ยเพิ่งจะจากไปในทันที

[1] กุทัณฑ์ – ธนู

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด