ตอนที่แล้วบทที่ 2 ความสดใหม่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 4 คืนหนึ่งคืนนั้น

บทที่ 3 พล็อตเรื่องเดิมๆ ที่แตกต่าง


เพียงแค่พิจารณาการแต่งตัวของสตรีผู้นี้ เธอก็ดูไม่ธรรมดาเสียแล้ว

เพราะถ้าแปลงสกุลเงินออกมาเป็นเงินหยวน

ทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอคงมีมูลค่ารวมกันมากกว่า ร้อยล้านหยวน เลยทีเดียว

หากมีใครสักคนจะเรียกเธอว่าเป็นตู้เงินเคลื่อนที่ก็คงไม่ผิด

ฝ่ายเย่หัวเองก็ออกจะชื่นชมเธอผู้นี้มิใช่น้อย

เพราะผู้หญิงที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วยเมื่อสามปีก่อน

ก็แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสนนราคาประมาณ ร้อยล้านหยวน เช่นเดียวกัน

แต่ผู้หญิงคนนั้น เธอสวมแหวนวงหนึ่งไว้ที่นิ้วชี้ข้างนึงด้วย

เธอผู้นี้ที่มาใหม่กลับไม่ได้สวมแหวนเลยสักวง

ถ้าเธอสวมแหวนแบบเดียวกัน มูลค่าของเครื่องทรงบนตัวเธอก็คงทะลุราคาร้อยล้านหยวนเป็นแน่แท้

เย่หัวคิดในใจว่า คืนนี้คงมีความเป็นไปได้ที่เขาจะได้ลิ้มรสอะไรๆ ที่สดใหม่อีกครั้ง

“ให้เธอเข้ามา” เย่หัวบอกยามรักษาความปลอดภัย

พนักงานรักษาความปลอดภัยก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อหลีกทางให้เธอ

หญิงสาวแสดงการการฟึดฟัดไม่พอใจก่อนเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์

อันที่จริงแล้ว

ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างจะมีคุณลักษณะตรงตามมาตรฐานของเย่หัวมิใช่น้อย

ดวงตาของเธอใสกระจ่างราวกับหยดน้ำ

ผิวพรรณขาวเนียนโปร่งใสราวเพชรแท้เนื้อบริสุทธิ์

ทรวดทรงองค์เอวมีเส้นโค้งเว้าชวนมอง

รูปร่างนั้นค่อนไปทางสมบูรณ์แบบก็ว่าได้

แต่เธอผู้นี้ช่างดูเฉยชาและงามสง่าน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน

ช่วยไม่ได้ที่เย่หัวจะเปรียบเทียบผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้กับผู้หญิงอีก

คนที่เขาได้รู้จักเมื่อสามปีก่อน เธอทั้งคู่ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่

และหากพูดถึงจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละคน พวกเธอคงต่างกันเพียงแค่

คนนึงได้สัมผัสลิ้มรสในความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับเย่หัวไปแล้ว

ส่วนผู้หญิงอีกยังไม่ได้แปดเปื้อนด้วยมลทินใดๆ เลยก็เท่านั้น

ถึงกระนั้น หากพิจารณาการแต่งตัวของเธอให้ดีแล้ว

เธอคงเพิ่งไปร่วมสังสรรค์ในงานเลี้ยงที่ไหนสักที่มา

แก้มทั้งสองข้างยังดูแดงปลั่งด้วยฤทธิ์ไวน์อยู่เลย

“จิงหยา” คือชื่อของเธอ

เธอมองไปยังบุรุษที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย

ตอนนี้เธอได้ประจักษ์กับตาตัวเองแล้วว่าเจ้าของบาร์แห่งนี้

หล่อเหลาราวเทพบุตรจุติสมคำเล่าลือ

พวกผู้หญิงเหล่านั้นไม่ได้คุยโม้โอ้อวดจนเกินจริงแต่อย่างใด

จิงหยานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ข้างๆ เขา ด้วยท่วงท่าอันงามสง่า

เธอวางกระเป๋าที่ถือในมือลงใกล้ตัว

และใช้สายตาพินิจพิจารณาชายเจ้าของบาร์ผู้นี้ด้วยอาการเย็นชา

ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในนี้ จนกระทั่งวินาทีนี้ที่เธอกำลังประจันหน้ากับเขา

ผู้ชายคนนี้ยังไร้อารมณ์ความรู้สึก เขายังคงไว้ซึ่งสีหน้าเพิกเฉย ไม่แยแส

ไม่ยี่หระอะไรต่อการปรากฏตัวของเธออย่างนั้นหรือ

เธอจึงค่อนข้างประหลาดใจ ยากที่จะเดาใจชายคนนี้

แต่เธอก็เคยเจอคนประเภทนี้มาแล้วนี่นา

พวกที่ทำตัวยากและซับซ้อนเพื่อให้ตัวเองดูน่าสนใจ

เธอและเขาจ้องมองกันและกัน จริงๆ ทั้งคู่มีลักษณะบางอย่างเหมือนกัน

การจ้องกันไปจ้องกันมาแบบนี้ ดูเหมือนต่างฝ่ายต่างประเมินว่าใครเฉยเมยกว่าใคร

คงยากที่คนแบบเดียวกันแบบนี้จะเผชิญหน้ากันในลักษณะนี้

“ถังเหว่ย! หยุดมองได้แล้ว ตั้งใจทำงานสิ”

เสียงของเพื่อนพนักงานที่เตือนเด็กสาวดังขึ้น

“ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ฉันเทียบเขาไม่ได้เลย”

ถังเหว่ยรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าไร้ราคาเสียเหลือเกิน

เมื่อเธอเปรียบเทียบตัวเธอกับผู้หญิงที่เพิ่งบุกเข้ามาในบาร์คนนี้

เธอรู้สึกว่าเธอเป็นเพียงลูกเป็ดขี้เหร่ ต่างกันลิบลับกับนางพญาหงส์ผู้นั้น

ในที่สุด จิงหยาก็เป็นฝ่ายพูดประโยคแรก “คุณมีไวน์ไหม”

เย่หัวผลักแก้วไวน์ตรงหน้าเขาเบาๆ ไปยังจิงหยา

เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มว่า “เชิญครับ”

จิงหยาเหลือบมองดูแก้วไวน์ที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า

เส้นสายสีแดงสดที่อยู่ในเครื่องดื่มดึงดูดความสนใจของเธอเป็นพิเศษ

แว่บแรกที่เห็นเธอรู้สึกว่ามันช่างดูยั้วเยี้ยน่าขยะแขยงเหมือนพวกหนอน

แต่มองดูดีๆ แล้ว เส้นสีแดงเหล่านั้นมันคือของเหลวดีๆ นี่เอง

“ผมเรียกไวน์แก้วนี้ว่า ‘ความตาย’ เมื่อคุณดื่มมัน

คุณจะได้สัมผัสถึงรสชาติของความตายได้ไงล่ะ” เย่หัวพูดกับเธอเบาๆ

จิงหยาเบ้ปาก เธอนึกในใจ ความตายบ้าบออะไรกัน?

มันก็เป็นแค่กลวิธีพูดเพื่อทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้มันดูลึกลับน่าค้นหาก็เท่านั้นล่ะ

“ความตาย? ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน มันจะเป็นยังไง”

“ไวน์แก้วนี้คงให้คำตอบคุณได้”

จิงหยายื่นแขนอันบอบบางของเธอหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา

เธอดื่มของเหลวในแก้วทั้งหมดในอึกเดียว

และทันใดนั้น สรรพสิ่งรอบตัวเธอหยุดชะงัก

เธอรู้สึกว่าร่างของเธอก็เบาหวิว มันเบาขึ้น... เบาขึ้น

ตอนนี้จิงหยาเห็นตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ลอยอยู่กลางอากาศ

เธอเห็นเย่หัวยืนอยู่ตรงข้ามกับเก้าอี้ของเธอ เก้าอี้ค่อยๆ พาเธอลอยขึ้น

ลอยขึ้น ทะลุผ่านหลังคาขึ้นไป มันพาเธอขึ้นสู่กลางเวหา

ถึงจุดที่เธอเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมือง

มันมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแน่นอน จิงหยาคิดในใจ

เธอแค่ดื่มไวน์แก้วนั้นไป แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!

จิงหยาลืมตาอย่างฉับพลัน เธอจ้องมองดูเย่หัว

“ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว

สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือความโดดเดี่ยวหลังความตายต่างหากล่ะ”

เย่หัวเอ่ยเบาๆ ขณะที่เขาหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าและจุดไฟเพื่อสูบมัน

“คุณผสมอะไรให้ฉันดื่ม”

เย่หัวถอนหายใจและตอบว่า “ถ้าผมผสมอะไรลงไปในแก้วจริงๆ

คุณคงโดนผมอุ้มขึ้นเตียงไปนานแล้ว สบายใจได้ครับ

ไวน์แก้วนี้ไม่มีแม้แต่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์"

จิงหยาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย อย่างไรเสีย

เธอก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ แม้แต่น้อย

“คุณนี่มันแปลกคนดีจริง” เธอพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

เย่หัวพูดตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบเดียวกัน “คุณก็แค่อยากตาย”

"อะไรทำให้คุณพูดออกมาแบบนั้น"

“คุณเดินเข้ามาในตรอกเล็กๆ มืดๆ แบบนี้ แล้วแต่งตัวแบบคุณนี่นะ เขาเรียกว่าท้าทายความตายอยู่ไม่ใช่เหรอ”

จิงหยานิ่งเงียบ ก่อนที่เธอจะพูดกับเย่หัวว่า “ฉันขอเหล้าแรงๆ สักแก้วสิ”

“ดื่มเหล้าเข้าไปไม่ช่วยแก้ปัญหาคุณได้หรอก คุณผู้หญิง... สิ่งที่คุณควรทำ

คุณแค่เทมันออกมา สิ่งอัดอั้นในใจ แค่ระบายให้ใครสักคนฟัง”

จิงหยาตะโกนใส่หน้าเขา “ทำไมฉันต้องบอกปัญหาฉันกับคุณด้วย!”

“เพราะคุณเตรียมตัวมาแล้วนี่ คุณมาที่นี่เพื่อมาเล่าให้ผมฟัง”

จิงหยารู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก ใช่... เธออยากระบาย

อยากพูดถึงปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่

แต่เธอจะบอกเล่าให้ผู้ชายคนนี้ฟังได้อย่างไร

ดูเหมือนเขาจะรู้เรื่องราวทั้งหมดดีอยู่แล้ว

“บอสครับ พวกเราขอตัวกลับก่อน”

เว่ยฉางเข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาของคนทั้งสองอย่างนอบน้อม

เย่หัวส่งสัญญาณโบกมือให้ทุกคนออกไป ณ เวลานี้ เขาคงเป็นคนที่หนุ่มๆ

หลายคนคงอิจฉาที่สุด ที่ได้อยู่ตามลำพังกับสาวเจ้าเสน่ห์ผู้นี้

และบรรดาสาวๆ ก็คงอิจฉาเธอผู้นี้เช่นเดียวกัน

ที่มีโอกาสใกล้ชิดบอสเจ้าของบาร์แบบนี้

“ตอนนี้ ไม่มีใครแล้ว” เย่หัวกล่าวออกมาเบาๆ

จากนั้นก็จุดบุหรี่อีกมวนขึ้นมาสูบ

เขากำลังเตรียมตัวฟังเรื่องเล่าจากปากของจิงหยา

จิงหยาสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะพูดกับเขาว่า “ใช่! ฉันอยากตาย ฉันถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงาน”

“ฟังจากที่คุณเล่า ผู้ชายคนนั้นคงมีฐานะสินะ” เย่หัวสันนิษฐาน

มันก็แค่พล็อตเรื่องเดิมๆ ของนิยายน้ำเน่าทั่วไป

“ฉันคิดว่าคุณจะหยั่งรู้ทุกอย่างเสียอีก” จิงหยาตะโกนสวนกลับ

“โอว...?” เย่หัวเริ่มสนใจเรื่องของจิงหยาจริงๆ จังๆ ขึ้นมาทันที

นี่อาจจะไม่ใช่พล็อตเรื่องดาษดื่นทั่วไป

“ผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอ เขาก็ผู้ชายธรรมดาๆ คนนึง

ทั้งหมดคือข้อตกลงระหว่างเขาและคุณปู่ของฉัน ปู่คือคนที่วางแผนทั้งหมด

เมื่อคืนนี้ ฉันคิดว่ามันคงแค่งานเลี้ยงเจรจาธุรกิจธรรมดา ที่ไหนได้

มันกลายเป็นการนัดบอดเสียนี่ คุณปู่คือจอมบงการอยู่เบื้องหลังเรื่องบ้าๆ นี่

มันมีที่มาที่ไปยังไงน่ะเหรอ ก็ปู่ของผู้ชายคนนั้นช่วยชีวิตปู่ของฉันในสนามรบ

ตอนนั้นฉันยังอยู่ในท้องแม่อยู่เลย ฉันก็มีคู่หมั้นคู่หมายซะแล้ว ให้ตายเหอะ!”

จิงหยายังเล่าไม่หยุด “แล้วคุณรู้อะไรไหม

คุณปู่ยังบอกให้ฉันหาการหางานให้ผู้ชายคนนั้นทำเสียด้วย

เขาทำอะไรเป็นเสียที่ไหน”

เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้เย่หัวฟัง

บางทีอาจจะจริงอย่างที่เขาเพิ่งพูดกับเธอไปหยกๆ

แค่ระบายทุกอย่างออกมาให้คนแปลกหน้าสักคนฟัง

สิ่งที่มันหนักอึ้งข้างในอาจจะบรรเทาเบาบางลง

หลังจากฟังเรื่องของจิงหยา เย่หัวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ก่อนบอกเธอไปว่า

“ผมไม่คิดว่าพล็อตเรื่องมันจะเป็นแบบนี้เลยนะคุณผู้หญิง

ผู้หญิงที่เพรียบพร้อมแบบคุณเนี่ยน่ะเหรอ เป็นฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบ”

“ก็ฉันไม่ได้เต็มใจ!”

จิงหยากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือนุ่มนิ่มของเธอ

“ก็ถ้าคุณไม่เต็มใจ คุณกล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่งคุณปู่ของคุณไหมล่ะ”

จิงหยาไม่ตอบ ในแววตาของเธอระคนไปด้วยความป่วนปั่น

เธอจะกล้าไหมน่ะหรือ เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่กล้า

“ฉันขอไวน์แก้วนึง”

แทนที่จะรินไวน์ให้ตามคำขอของหญิงสาว

เย่หัวพูดตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“คุณอยากแค่เมาแล้วขึ้นเตียงกับผม แค่นั้นใช่ไหม?

คุณแค่อยากประชดครอบครัวคุณใช่ไหม?”

“รีบเอาไวน์มาสิ!” จิงหยาตะโกน

“เวลานี้ คงไม่จำเป็นล่ะมั้ง ที่จะต้องรู้สึกผิดชอบชั่วดีอะไร

คุณเดินเข้ามาในตรอกเล็ก ๆ มืดๆ แบบนี้ตามลำพัง อย่าบอกนะ

ว่าคุณไม่คิดถึงเรื่องร้ายๆ เรื่องด้านมืดที่กำลังจะเกิดขึ้น

คุณคงคิดไว้ล่วงหน้าแล้วสินะ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

เขาพูดต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น คุณก็แค่อยากถูกทำร้ายย่ำยี

เพื่อหาบทสรุปสุดท้ายให้ชีวิตคุณ คุณไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรหรอก

เวลาคุณนอนกับผู้ชายสักคนตอนคุณเมา

คุณต้องร่วมรักกับผู้ชายคนนั้นตอนที่คุณมีสติสัมปชัญญะสิคุณถึงจะสัมผัส

ประสบการณ์แสนสุดยอด อย่าบอกผมนะ

ว่าคุณอยากให้ครั้งแรกของเราเกิดขึ้นตอนคุณเมามายไร้สติงั้นหรือ”

จิงหยาฟังสิ่งที่เย่หัวสาธยาย หากเป็นผู้ชายคนอื่นมาพูดเรื่องแบบนี้กับเธอ

เธอคงไล่ตะเพิดผู้ชายคนนั้นไปไหนต่อไหนแล้ว

จิงหยาหัวเราะออกมา ก่อนจะตอบว่า “คุณสนใจฉัน

ตั้งแต่ตอนที่ฉันเดินเข้ามาแล้วใช่ไหม”

“ถูกต้อง ผู้หญิงอย่างคุณน่าดึงดูดมาก” เย่หัวตอบตรงไปตรงมา

เขาไม่ใช่ผู้ชายพูดปากไม่ตรงกับใจ

“วิธีของคุณไม่เลวเลยนะเนี่ย มีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อคุณไปกี่คนแล้วล่ะ”

“ผมคงต้องพูดให้คุณเข้าใจไว้นะ ผมค่อนข้างเลือก และเรื่องมาก

ใช่ว่าผมจะนอนกับผู้หญิงคนโน้นคนนี้ไปทั่ว

หากผมอยากแตะต้องผู้หญิงคนไหน

ผู้หญิงคนนั้นควรรู้สึกเป็นเกียรติเสียด้วยซ้ำ สำหรับคำถามของคุณ

คุณเป็นผู้หญิงคนที่สอง”

ได้ยินแบบนี้ จิงหยาถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

เขาผู้นี้ช่างหลงตัวเองเสียเหลือเกิน

แต่เขาก็มีต้นทุนพอจะหลงตัวเองอยู่หรอก

“แค่คืนเดียว ก็อาจจะกลายเป็นคืนที่มีคุณค่ามหาศาล”

เย่หัวกล่าวอย่างเฉยเมย

แต่คำพูดนี้ของเขาก็ดูเป็นการเชื้อเชิญจิงหยาอยู่ในที

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด