ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 248 : ต่างฝ่ายต่างรอ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 250 : รนหาความตายเก่ง

ราชันย์เร้นลับ 249 : ลอบสังหาร

 

    ไอรีนปิดปากสนิท ดวงตาจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเบเคอร์ลันอย่างโกรธแค้นผสมผสานอาการหวาดผวา

 

    เบเคอร์ลันชูกำปั้นขวา เปลวเพลิงสีส้มกำลังลุกท่วมและเต้นระบำอย่างไร้สุ้มเสียง

 

    ราชทูตอินทิสย่างกรายเข้าใกล้พร้อมกับทำท่าทางคล้ายจะนำกำปั้นมานาบผิวพรรณขาวนวลของหญิงสาว

 

    ฉากตรงหน้าชวนให้ไอรีนนึกถึงบทบรรยายในนิยายหลายเรื่อง กล่าวถึงการสอบปากคำสุดป่าเถื่อนด้วยการใช้เหล็กร้อนแช่ไฟและนำมานาบร่างกายเพื่อสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส

 

    “ไม่สิ ฉันไม่ควรทำรุนแรงกับหญิงงาม” เบเคอร์ลันลดมือลงพลางยิ้มอ่อน

 

    จากนั้นมันสะบัดข้อมือสุดแรง ส่งผลให้เปลวเพลิงสีส้มแปรเปลี่ยนเป็นแส้ไฟเส้นยาว

 

    รอบแส้มีหนามถ้วนทั่ว ไอความร้อนจากเพลิงระอุได้แผดเผาจนมวลอากาศบิดเบี้ยว

 

    เพี้ยะ!

 

    เบเคอร์ลันตวัดแส้ใส่ไอรีนจนเดรสแดงเข้มขาดเป็นทางยาวพร้อมกับสร้างรอยไหม้สีดำ ใบหน้างดงามพลันบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดพลางแหกปากกรีดร้องทุรนทุราย

 

    “ใครส่งแกมา” เบเคอร์ลันไต่ถามเสียงนุ่มนวลผิดจากการกระทำ

 

    ริมฝีปากไอรีนสั่นระริกหลายหน ก่อนจะยอมเปล่งเสียงในตอนท้าย : 

 

    “เขาคือ…”

    

    ขณะเบเคอร์ลันกำลังตั้งใจฟังคำตอบ ดวงตามันพลันเบิกโพลงอย่างแดงก่ำ

 

    อันตราย! ราชทูตอินทิสรีบกระโดดถอยหลังพร้อมกับกลิ้งตัวไปบนพื้นห้องนอน

 

    ในจุดยืนเดิมของมัน เปลวเพลิงอันร้อนแรงผุดขึ้นกระทันหันพร้อมกับก่อตัวเป็นกำแพงอัคคีมอดไหม้

 

    ซ่า! ซ่า! ทันใดนั้น เลือดเนื้อแดงสดระเบิดกระจายใส่กำแพงไฟจนเกิดเสียงร้อนฉ่า

 

    บางส่วนทะลุกำแพงไฟมาได้และตกลงพื้นในสภาพเศษซากไหม้เกรียม

 

    เบเคอร์ลันพยุงตัวลุกยืนอีกครั้ง ดวงตาของมันจดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้าโดยไม่ละสายตาไปไหน

 

    ทันใดนั้น ช่องท้องไอรีนถูกแหวกออกจากด้านในด้วยท่อนแขนปริศนาสองข้าง

    เมื่อสองแขนทิ่มพรวดออกมาจากร่างกายสาวสวยนามไอรีน ร่างของสิ่งมีชีวิตปริศนาด้านในผุดออกมาโดยมีคราบของเหลวสีแดงเข้มเปียกชุ่มร่างกาย ของเหลวน่าขยะแขยงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายโลหิต แถมยังหยดเป็นระยะจนพื้นเปรอะเปื้อน หากมองผิวเผิน สิ่งมีชีวิตปริศนามีขนาดใกล้เคียงมนุษย์เพศชายโตเต็มวัย

 

    เป็นการยากจะให้จินตนาการว่า สตรีเลอโฉมรูปร่างสมส่วนปราศจากจุดนูนยื่นอย่างไอรีน จะมีสัตว์ประหลาดน่าขยะแขยงเช่นนี้ซ่อนอยู่ด้านใน!

 

    เข้าไปแอบได้ยังไง?

 

    โผละ!

 

    ลำตัวใต้ศีรษะไอรีนระเบิดกระจัดกระจายทุกส่วน เศษเลือดเนื้อเละเทะเริ่มหลั่งไหลมาห่อหุ้มร่างของ ‘มัน’ จนกลายสภาพเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ของเหลวสีแดงคล้ายเลือดบนพื้นและบนร่างกายถูกแปรเปลี่ยนเป็นชุดคลุมยาวของนักบวชสีแดงสดคล้ายกุหลาบ

 

    บุคคลปริศนาเปิดเผยใบหน้าแท้จริงอันงดงามราวกับหญิงสาว เมื่อจ้องมองผ่านม่านกำแพงไฟ สีแดงของชุดคลุมยาวช่างเข้มข้นราวกับบุปผาบานสะพรั่ง

 

    “นักบวชกุหลาบ!” ในฐานะหัวหน้าสายลับของประเทศ เบเคอร์ลันมีความรู้กว้างขวางมากพอจะระบุชนิดโอสถอีกฝ่ายในทันที

 

    ลำดับ 6 ของเส้นทางผู้วิงวอนความลับ ‘นักบวชกุหลาบ’

 

    นักบวชกุหลาบล้วนเชี่ยวชาญด้านการใช้เวทมนตร์เกี่ยวกับโลหิตและเลือดเนื้อ!

 

    ผู้วิเศษโอสถชนิดนี้สามารถซ่อนตัวภายในร่างกายมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนด้วยวิธีการแปลกประหลาด ส่งผลให้การตรวจสอบทุกชนิดกลายเป็นหมัน

 

    แต่หากบุคคลด้านในต้องการปรากฏตัวออกมา เจ้าของร่างจะเสียชีวิตทันที

 

    “แด่พระองค์ท่าน!” แม้จะเหลือเพียงศีรษะ แต่ไอรีนก็ยังฝืนเปล่งถ้อยคำสุดท้ายด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับหลับตาจากไปอย่างสงบ

 

    นักบวชกุหลาบใช้แขนขวาทำสัญลักษณ์สี่จุดบนหน้าอกเป็นทรงคล้ายกางเขน 

    

    ถัดมา มันหันมองเบเคอร์ลันด้วยดวงตาแดงก่ำ กระจกตากำลังสะท้อนภาพเปลวไฟสีส้มสั่นไหววูบวาบ นักบวชกุหลายย่างกรายเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่รีบร้อน มันเดินผ่านม่านเพลิงโดยปราศจากรอยขีดข่วน มีเพียงหยดเลือดสีแดงยังคงหลั่งไหลลงพื้นอย่างต่อเนื่อง

 

    เบเคอร์ลันผงะถอยหลังพลางตะโกน

 

    “ใครก็ได้!

 

    “รีบเข้ามาช่วยฉันเร็วเข้า!”

    แม้มือขวาคนสนิทอย่างโรซาโก้ รวมถึงสายลับอินทิสมากฝีมือจะถูกส่งออกไปทำภารกิจจนหมด แต่ภายในสถานทูตก็มิได้ขาดแคลนผู้วิเศษ ส่วนใหญ่เป็นผู้วิเศษของกองทัพอินทิส พวกมันได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ในฐานะผู้ติดตามบุคคลสำคัญระดับประเทศ สรุปโดยสั้นก็คือ สถานทูตของสาธารณรัฐอินทิสประจำกรุงเบ็คลันด์มิได้บกพร่องด้านความปลอดภัย

 

    ผู้วิเศษของกองทัพประกอบด้วย ลำดับ 5 หนึ่งคน ลำดับ 6 หนึ่งคน ลำดับ 7 สามคน และลำดับ 8 กับ 9 รวมกันเกินกว่าสิบคน

 

    อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเบเคอร์ลันจะตะโกนกึกก้องเพียงใด แต่สุ้มเสียงกลับไม่เล็ดลอดออกไปเลยสักนิด ประหนึ่งถูกดนตรีของงานเลี้ยงลีลาศกลบจนมิดชิด

 

    ราวกับห้องนอนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกก็มิปาน

 

    “นี่มัน…” เบเคอร์ลันเลิกตะโกนอย่างเปล่าประโยชน์ มันหรี่ตาลงพลางมองไปรอบตัว

 

    นักบวชกุหลายไม่รีบร้อน เพียงยกมุกปากขึ้นและกล่าวอย่างเย้ยหยัน

 

    “ต้องการให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ เรื่องราวลงเอยเช่นนี้เพราะเจ้าทำตัวเอง

 

    “เจ้าบอกให้คนคุ้มกันห้ามรบกวนและห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด    

 

    “ใช่แล้ว… ข้าเพียงช่วยทำให้คำสั่งของเจ้าเข้มข้นขึ้นและแอบบิดเบือนมันเล็กน้อย ฉะนั้น ถ้าต้องการหนีรอดจากความสันโดดตรงหน้า คงมีแต่ต้องฝ่าฝันด้วยตัวเอง”

 

    เบเคอร์ลันพลันหน้าซีดหลังจากฟังอีกฝ่ายอธิบายจบ สมองของมันย้อนนึกถึงพลังพิเศษของโอสถชนิดหนึ่ง โอสถดังกล่าวเชี่ยวชาญการขยายหรือบิดเบือน ‘คำสั่ง’ ผู้อื่น รวมถึงมีเอกลักษณ์พิเศษในการดัดแปลง ‘คำสั่ง’ ของเป้าหมายให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง โอสถชนิดดังกล่าวมีชื่อว่า…

 

    “บารอนแห่งการเน่าเปื่อย!” เบเคอร์ลันคำรามลั่นห้อง

 

    นี่คือชื่อของโอสถลำดับ 6 แห่งเส้นทาง ‘นักกฎหมาย’ หรือส่วนใหญ่รู้จักกันในนามเส้นทาง ‘จักรพรรดิมืด’

 

    ยังไม่ทันสิ้นเสียง สีหน้าเบเคอร์ลันยิ่งบิดเบี้ยวและอึมครึมหนักกว่าเดิม มันแผดเสียงตะเบ็งกึกก้องโดยไม่กลัวคอแตก

 

    “ผู้เลี้ยงแกะ! แกคือผู้เลี้ยงแกสินะ!!

 

    “แกเป็นใครในชุมนุมแสงเหนือ? มิสเตอร์ A งั้นหรือ?

 

    “ลอบสังหารฉันทำไม?”

 

    นักบวชกุหลาบ ไม่สิ ผู้เลี้ยงแกะ ยกโค้งมุมปากอย่างมีเลศนัย

 

    “เรื่องนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องทราบ

 

    “เพียงรับพรจากพระองค์ท่านไปก็พอ—”

 

    ยังไม่ทันกล่าวจบ ร่างกายผู้เลี้ยงแกะพลันแข็งทื่อประหนึ่งข้อต่อขึ้นสนิม สภาพคล้ายกับเนื้อหนังถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นหุ่นกระบอก

 

    เบเคอร์ลันเผยรอยยิ้ม สีหน้าอึมครึมเมื่อครู่พลันสลายไป มันหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อบนอกซ้ายขึ้นมาซับมุมปาก

 

    “ฉันชอบศัตรูพูดมากแบบแก เพราะนั่นจะทำให้ฉันมีเวลามากพอ”

 

    หลังจากผ้าสีขาวถูกดึงออก กระเป๋าเสื้อบนอกซ้ายเผยให้เห็นศีรษะของหุ่นกระบอกขนาดเท่าหัวแม่มือ ดวงตาหุ่นกระบอกดำสนิททั้งสองข้าง

 

    ขณะผู้เลี้ยงแกะกำลังพะงาบปากคล้ายจะกล่าวบางสิ่ง สมองของมันพลันได้ยินเสียงแว่วจากจุดห่างไกล

 

    “นี่เจ้า…”

 

    หลังจากเว้นวรรค ร่างกายผู้เลี้ยงแกะเริ่มสั่นเกร็ง ผิวหนังกลายเป็นสีดำสนิท สองเขายาวผุดขึ้นบนกระโหลกศีรษะพร้อมกับลวดลายพิสดารแฝงบรรยากาศชั่วร้าย บนแผ่นหลังสยายปีกสีดำคู่หนึ่งกระพือแผ่วเบา ส่งกลิ่นเหม็นฉุนคล้ายกำมะถันตลอดเวลา

 

    ผู้เลี้ยงแกะพุ่งตัวมาด้านหน้าราวสามเมตรร่างกายของมันกำลังเริ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายปีศาจ

 

    อย่างไรก็ตาม ราวกับข้อต่อทุกชิ้นถูกพันธนาการมิให้ขยับเขยื้อน ร่างกายของมันเริ่มแข็งทื่อและเชื่องช้า ความคิดความอ่านพร่ามัวอย่างวิงเวียน

 

    “โฮ่? มีพลังปีศาจด้วยหรือ สมกับเป็นผู้เลี้ยงแกะมากประสบการณ์ ฉันจะช่วยส่งแกไปหาพระองค์ท่านให้เอง” เบเคอร์ไม่พล่ามไร้สาระไปมากกว่านี้ เพียงเสกหอกอัคคีลุกโชนขึ้นในมือขวา ปลายแหลมของหอกคล้ายกับมีมวลเปลวไฟมหาศาลอัดแน่น

 

    เบเคอร์ลันเอนตัวไปด้านหลังพร้อมกับเกร็งง้างมือขวา เตรียมซัดหอกใส่ผู้เลี้ยงแกะเต็มแรง หวังฝังเหยื่อให้ติดผนังและถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

 

    ลำดับ 7 ของเส้นทาง ‘นักวางแผน’ คือ ‘นักวางเพลิง’ โดยในสมัยอดีตกาลถูกเรียกขานด้วยชื่อ ‘จอมอาคมอัคคี’

 

    แค่ก! แค่ก… แค่ก!

 

    เบเคอร์ลันพลันไอคอแห้งกะทันหัน ไอแรงจนตัวมันคิดว่าจะสำรอกหัวใจและเครื่องในออกมาทั้งหมด หอกเพลิงเริ่มสลายไปทีละนิดจากการสูญเสียสมาธิควบคุม ใบหน้าของมันกำลังแดงก่ำ หน้าผากเกิดความรู้สึกร้อนรุ่มอย่างผิดวิสัย

 

    ขณะเดียวกัน อำนาจพันธนาการศัตรูจากผลของสมบัติวิเศษในกระเป๋าเสื้อเริ่มเสื่อมถอย ผู้เลี้ยงแกะสลัดหลุดจากอาการเฉื่อยฉาและข้อต่อแข็งโดยสมบูรณ์

    

 

    “เจ้าเคยคิดบ้างไหม ทำไมข้าถึงพยายามยืดบทสนทนาให้นานออกไป รู้สึกอย่างไรบ้างกับการป่วยเป็นโรคปอดบวมรุนแรงจนต้องไอกระแอมไม่หยุด?” ใบหน้าคล้ายปีศาจของผู้เลี้ยงแกะกลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง

 

    เมื่อฟังจบ เบเคอร์ลันพลันนึกถึงใบหน้าอันงดงามคล้ายหญิงสาวในช่วงแรกขณะผู้เลี้ยงแกะเริ่มปรากฏตัว ราชทูตแห่งอินทิสพยายามเปล่งเสียงอย่างตะกุกตะกัก

 

    “แค่ก! แค่ก! …โรคภัย!

 

    “นี่แก… แค่ก! ฆ่า… แม่มด… แค่ก! แห่งทุกข์ระทม แค่ก! ได้ยังไง!”

 

    ในเวลาเดียวกัน ผู้เลี้ยงแกะทำการลบล้างกายาปีศาจ ร่างกายเริ่มเปลี่ยนเป็นภาพมายาพร่ามัวซ้อนทับหลายชั้น

 

    มันหัวเราะในลำคอ

 

    “เปล่าเลย สิ่งนี้เป็นของขวัญจากท่านนักบุญมืดต่างหาก

 

    “ข้าย่อมทราบว่านักวางแผนมีลูกไม้ในมือไม่น้อย จึงจำเป็นต้องเอาจริงเพื่อปิดฉากเรื่องราวในคราวเดียว จะไม่ได้เกิดความหวังเลือนลางว่าจะมีชีวิตรอดกลับออกไป”

 

    หนังสือปริศนาเล่มหนึ่งปรากฏบนมือผู้เลี้ยงแกะ ลักษณะเลือนลางและโปร่งใส

 

    ขณะหนังสือโบราณถูกพลิกหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงสวดภาวนาดังตามอย่างแผ่วเบา

 

    “ข้าบรรลุ ข้าประจักษ์ ข้าบันทึก

 

    “จะช่วยอธิบายสักหน่อยก็ได้ ถือเป็นของขวัญก่อนตาย หากข้าบันทึกพลังใดลงไป จะสามารถใช้งานมันได้หนึ่งครั้ง… ข้าได้รับพลังอันยิ่งใหญ่เช่นนี้มาจากความเมตตาของท่านนักบุญมืด ถึงแม้จะสำแดงประสิทธิภาพได้เพียงครึ่งเดียวจากของเดิม แต่เท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว” เสียงของผู้เลี้ยงแกะเริ่มล่องลอยและไม่คมชัด ร่างกายมันกำลังถูกห่อหุ้มด้วยความมืดมิดจากหนังสือโบราณตรงหน้า

 

    มันกลายร่างเป็นอัศวินขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนสูงราว 2.3 ถึง 2.4 เมตร ร่างกายกำลังสวมชุดเกราะสีดำแฝงไอความเย็น บริเวณดวงตาปรากฏแสงสว่างสีแดงเข้มคล้ายโลหิต

 

    อัศวินชุดเกราะสีดำยกดาบใหญ่ในมือขึ้นพร้อมกับย่างกรายเข้าหาเหยื่อ ก่อนจะเหวี่ยงดาบใส่เบเคอร์ลันอย่างอำมหิต

 

    “อย่า!

 

    “ฉันทำอะไรผิด?”

 

    ขณะเบเคอร์ร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงโหยหวน เปลวเพลิงสีส้มพวยพุ่งออกจากร่างกายอย่างบ้าคลั่ง แต่ตัวมันและเปลวเพลิงกลับถูกดาบยักษ์ฟันขาดเป็นสองท่อนในฉับเดียวอย่างง่ายดาย

    ตุ้บ! เบเคอร์ลันทั้งสองซีกล้มทรุดลงกับพื้นห้อง ไม่มีโลหิตแม้แต่หยดเดียวกระฉูดออกมาจากบาดแผลใหญ่ แม้แต่ดวงวิญญาณก็คล้ายจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยดาบมายาสีดำเล่มใหญ่

 

    บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!

 

    เมื่อขาดการควบคุม เปลวเพลิงจากร่างเบเคอร์ลันเริ่มอาละวาดตามธรรมชาติของธาตุอัคคี แรงระเบิดส่งผลให้อาคารสั่นสะเทือนและเครื่องแก้วภายในห้องแหลกละเอียด ในวินาทีนี้ บาเรียปิดกันระหว่างห้องนอนกับโลกภายนอกได้สลายไปเนื่องจากเจ้าของพลังอย่างเบเคอร์ลันเสียชีวิตลง

 

    ผู้เลี้ยงแกะไม่ย่ามใจ ไม่แม้กระทั่งรอให้ตะกอนพลังของเบเคอร์ลันปรากฏ มันอาศัยร่างมายาพุ่งทะลุออกจากผนังห้องนอน ก่อนผู้วิเศษของกองทัพอินทิสจะรุดมาถึงจุดเกิดเหตุและเกิดการปะทะ เพียงไม่นาน มันปะปนกับความมืดมิดด้านนอกหลบหนีไปอย่างง่ายดาย

 

    … 

 

    ณ บ้าน 15 ถนนมินส์ ไคลน์ชะงักมือขวาไว้บนลูกบิดประตู

 

    มันตัดสินใจโยนเหรียญเพื่อยืนยันความปลอดภัยครั้งสุดท้ายก่อนเปิดออก

 

    ในเมื่อเอียนแวะมาหาแล้ว และฉากก็ดันไปตรงกับนิมิตทำนายฝัน สองสิ่งนี้หมายความว่าอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ!

 

    หลังจากปากพึมพำประโยค ‘ผู้มาเยือนด้านนอกจะนำพาอันตราย’ ครบเจ็ดหน ไคลน์ดีดเหรียญ ¼ เพนนีขึ้นฟ้าพร้อมกับแบมือรอรับอย่างใจเย็น ผลออกมาเป็นด้าน ‘ก้อย’

 

    ปฏิเสธ… ชายหนุ่มพึมพำเสียงค่อยพร้อมกับบิดข้อมือ แต่ยังไม่ได้ผลักประตูออกไป

 

    ไคลน์ยังไม่ลดความระแวงลง มันทราบว่าเบเคอร์ลันมีลูกน้องเป็นผู้วิเศษลำดับกลางในเส้นทางนักทำนาย บุคคลดังกล่าวอาจรบกวนผลทำนายในโลกจริงของตน

 

    จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดหากคำทำนายจะถูกบิดเบือน!

 

    น่าเสียดาย เราไม่มีเวลามากพอจะยืนยันเรื่องนี้ด้วยมิติเหนือหมอกเทา… ไคลน์เปิดเนตรวิญญาณมองทะลุประตูไม้เพื่อสำรวจความผิดปรกติเป็นหนสุดท้าย และเมื่อไม่พบสิ่งใดเลย จึงเปิดประตูออกไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับถอยหลังสองก้าวอย่างไม่ประมาท

 

    ด้านนอก จ่าฟาซินในชุดลายตารางหมากรุกสีขาวสลับดำถอดหมวกออก ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเคร่งขรึม :

 

    “เบื้องบนกำชับให้ผมมาแจ้งคุณว่า กรุณาระวังตัวในคืนนี้และคืนพรุ่งนี้ให้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับบุคคลแปลกหน้า”

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงสัปดาห์ละ 5 ตอน

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...