ตอนที่แล้วบทที่ 193 - วิญญาณสัมบูรณ์ (5) [26-06-2020]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 195 - วิญญาณสัมบูรณ์ (7) [30-06-2020]

บทที่ 194 - วิญญาณสัมบูรณ์ (6) [28-06-2020]


บทที่ 194 - วิญญาณสัมบูรณ์ (6)

แม้ว่าฉันจะคิดเอาไว้บ้างแล้วแต่ฉันก็ต้องถอนหายใจออกมาเมื่อออกจากป่า จำนวนของมอนสเตอร์ที่ได้เจอทำให้ฉันคิดว่ามันเป็นมอนสเตอร์ทั้งหมดในโลกหรือป่าว มันไม่ใช่ว่าการปรากฏตัวของเราไม่มีใครสังเกตุเห็นหรอกนะ แต่ว่าจำนวนนี้มันมากเกินไป มันเกือบจะราวกับว่า...กองทัพของเอลพาทิสทั้งหมดได้มาล่าเรา

ฉันเคยได้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์มาแล้ว แต่ว่าจำนวนของมอนสเตอร์ที่เต็มที่ราบราวกับว่าสวนสัตว์แตกแบบนี้ฉันยังไม่เคยได้เห็นมาก่อน แม้แต่เดซี่ที่บัญชาการกองทัพอันเดตมาแล้วก็ยังต้องผงะไป

ถ้าหากว่าเราจะผ่านมันไปเหมือนกันที่ทำมาในก่อนหน้านี้ เราก็จะต้องจัดการพวกมันไปตลอดระยะทาง 100 เมตร

"เร็น...พวกเราจะไปยังไง"

"ก็อย่างที่เจ้าชายรู้ทำเพียงได้แค่ฝ่าไปเท่านั้น"

ใช่แล้ว ฉันไม่ใช่ปีศาจที่จะทิ้งเด็กๆหลังจากมาไกลขนาดนี้ นอกไปจากนี้แม้ว่าพวกเราจะถอยเข้าไปในป่ามันก็ไม่ใช่ที่ๆเด็กจะอยู่โดยที่ไม่มีเร็นได้ มหาสมุทรเป็นที่ๆเดียวที่เอล พาทิสไปไม่ถึง เราจะต้องไปที่นั่น

"เอาล่ะ ถ้างั้นมาบินไปกันเถอะ"

มันไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์บนพื้น

ฉันได้สูดหายใจเข้าและกระโดดขึ้นไปบนหลังล็อทเต้พร้อมกับเร็นและเด็กสาวเผ่ามนุษย์สัตว์สองคนและเด็กสาวเผ่ามนุษย์หนึ่งคน นอกเหนือจากนั่นก็ขี่อยู่บนหลังของเฟรมเดรกพูกี้ มอนสเตอร์บนพื้นได้พุ่งเข้ามาหาเราเหมือนกับกองทัพมดและคำรามออกมา แต่ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องสนใจ

"เราจะมุ่งตรงสู่มหาสมุทร"

"เข้าใจแล้ว"

ล็อทเต้ได้กระพือปีกและพุ่งออกไป กลับกันมอนสเตอร์ที่อยู่บนพื้นทำได้เพียงคำรามและวิ่งไล่ตามจากบนพื้น ส่วนมอนสเตอร์ที่บินได้ต่างก็บินเข้ามาหาเราแต่ไม่นานนักพวกมันก็กลายเป็นหินและล่วงลงไปทับพวกมอนสเตอร์บนพื้นจนตาย นี่มันเหมือนกันการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

"พี่ชินเจ๋งที่สุด"

"ขอบคุณนะเอลฟ่า"

ไม่ว่าพวกนั้นจะใช้ตัวอื่นๆเหมือนโล่เพื่อหลบสายตาฉันมากเท่าไหร่ก็ตามพวกมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะกลายเป็นหินในตอนที่เข้ามาใกล้ฉัน สำหรับจำนวนแล้วฉันไม่ได้นับมันอีกต่อไป

"ล็อทเต้ไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มกำลัง"

[รับทราบฮีโร่]

ล็อทเต้ได้เร่งความเร็วขึ้นและพูกี้ก็ไล่ตามหลังพวกเรามา ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเราทั้งหมดได้กลายเป็นหินและศัตรูที่อยู่ข้างหลังและข้างๆก็ถูกผลักออกไปด้วยไต้ฝุ่นคลั่ง จากนั้นก็เป็นหิน จากที่ราบไปชายฝั่งมีระยะทาง 50 กม. ในตอนนี้พวกเราได้ผ่านมาประมาณ 10 กม.แล้ว

[ฮีโร่มีการโจมตีมาจากด้านล่าง]

"เพิ่มความสูงอีกหน่อยนิง! เจ้าหนูจำเอาไว้นะว่าถ้ารู้สึกเหนื่อยหรือหายใจไม่ออกให้ใช้วิธีการหายใจด้วยมานา"

"โอเค"

"อื้อ"

หลังจากนั้นไม่นานจำนวนมอนสเตอร์ที่ไม่สามารถทำให้กลายเป็นหินได้ก็เพิ่มขึ้น ฉันได้ดื่มมานาโพชั่นลงไปและเหวี่ยงหอกของฉันใส่มอนสเตอร์ยักษ์ที่บินเข้ามาโจมตีพวกเราอย่างดุดัน

"เร็นป้องกันเด็กๆไว้"

[ฉันสามารถรับมือมันได้]

"พูกี้ลมหาย!"

[ก๊าซซซซซซซ]

เดซี่ที่ตามมาข้างหลักก็ดูเหมือนจะถูกโจมดีด้วยเหมือนกัน ในขณะที่ฉันโจมตีด้วยหอกในมือของฉัน ฉันก็ได้ใช้พลังของดวงตามารในการต่อสู้กับกองทัพมอนสเตอร์อีกครั้ง

"มาลองดูกันว่าพวกแกจะมีพลังแค่ไหนในตอนที่เราไปถึงมหาสมุทร"

[ก๊าซซซซซซซซ]

[ก๊าซซซซซซซ กินนี่ไปซะ]

ล็อทเต้ได้กระพือปีกอย่างรุนแรงและพ่นลมหายใจเพลิงสีดำออกมาเผาศัตรูที่อยู่ข้างหน้าเราจนเป็นขี้เถ้า ถ้าหากว่ามีเส้นทางที่เปิดแม้เพียงครู่หนึ่งฉันก็จะผ่านมันไป ด้วยทักษะขับขี่ ล็อทเต้และฉันเหมือนกับเป็นหนึ่งเดียวกันซึ่งได้แสดงการประสานงานที่ไร้ที่ติออกมาและเนื่องจากความเร็วที่น่าเหลือเชื่อของเราได้ทำให้เร็น ชารานาและริยูจะต้องช่วยป้องกันเด็กไม่ให้ตกลงไป

"โอป้านั่น"

จากนั้นเองเอลฟ่าก็ได้ร้องออกมา ฉันได้มองตามไปในทางที่เธอชี้ในขณะที่แทงหอกลงไปที่คอของไวเวิร์น ที่ตรงนั้นเป็นปลาทูน่าขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ แม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกล แต่ว่าทั้งไขมันและหน้าของป่าทูน่ามันก็ยังชัดเจนมากเกินไป ความสงสัยได้เต็มอยู่ในดวงตาของฉัน มันตัวใหญ่จนเกินไป

"ปลาทูน่าหรอ? ทำไมมันถึงบินได้ล่ะ?"

"พระเจ้า มันคือผู้พิทักษ์ไอกันธ์....สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องมหาสมุทรของอาณาจักเซนี่"

"ปลาทูน่านั่นเป็น...?"

"ฉันคิดว่าพวกนั้นจะปลอดภัยจากเอลพาทิส แต่ว่าเมื่อคิดว่าแม้แต่ไอกันธ์ก็ยังถูกยึด...! อ๊า พวกมันเล็งเป้าไปที่ผู้ปกป้องอาณาจักรตั้งแต่เมื่อไหร่!?"

"มันเป็นทูน่า! นายก็รู้ว่าเป็นปลา!?"

เร็นได้พูดออกมาอย่างโศกเศร้าโดยไม่สนใจในคำถามของฉันเลยแม้แต่นิด นอกจากนี้มานาของปลาทูนาหรือไม่ก็ปลาแซวม่อนได้ปล่อยมานาที่น่ากลังออกมา พวกเขาอยู่ห่างจากมันประมาณ 1 กม. แต่ว่ามานาที่มันปล่อยออกมาก็ทำให้ฉันต้องสั่น

[ก๊าซซซซซซซซซซซซ]

ทูน่ายักษ์ได้ร้องออกมาและพุ่งเข้ามาทางพวกเราเหมือนกับปีศาจ มันตัวใหญ่ยิ่งกว่าบาซิลิสที่ฉันสู้มาในก่อนหน้านี้ซะอีก หากดูจากมานาในร่างกายมันแล้วก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าดวงตามารของฉันจะมีผลกับมัน ถ้าหากว่ามันเข้ามาถึงตัวเราก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราจะถูกขยี้จนตาย! มอนสเตอร์บินตัวอื่นๆก็ดูเหมือนจะหวาดกลัวทูน่าเหมือนกันพวกมันจึงกระจายกันออกไป

ในตอนนั้นเองพูกี้ได้ก้าวมาหน้าล็อทเต้ เดซี่ได้หยิบแซ่ของเธอออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

"รูปร่างแบบนี้ ฉันชอบมัน"

"แต่ว่ามันเป็นทูน่านะ"

"มันทรงพลังมาก ร่างกายที่เรียบเนียน ฉันต้องการมัน"

"แต่ว่ามัน....เป็นทูน่า"

เกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้กัน!? มันมีบางอย่างที่ผิดนะ! เดซี่ได้ยกแส้ของเธอขึ้นราวกับว่าเธอกำลังถูกความหลงไหลกลืนกิน จากนั้นเธอก็เหวี่ยงแส้ใส่ทูน่าในตอนที่มันเข้ามาใกล้พวกเรา

"หนาม! แตกหน่อ!"

แส้ของเธอได้แยกออมาเป็นหนวดนับพันในทันทีซึ่งมันได้ฟาดปลาทูน่า จากระยะไกลมันดูราวกับว่าเป็นแมงกระพรุนที่จับเหยื่อของมัน ไม่ว่ายังไงก็ตามลักษณ์ที่น่ารังเกียจนี้ก็ทำให้ฉันอยากจะหันหน้าหนี

"มันดูเหมือนว่าเธอจะพยายามพูดให้มันฟังดูดี แต่ว่าคำพูดมันก็ไม่ได้เปลื่ยนจากหนวดเป็นหนามได้เลยนะ!"

"อึก ทักษะนี้มัน...เปลื่ยนแปลงไม่ได้...."

เสียงของเดซี่ได้เต็มไปด้วยความเศร้าซึ่งทำให้ฉันรู้สึกเห็นใจเธอ แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งแม้แต่น้อย หนามแต่ละอันต่างก็มีระดับมานาที่อยู่ข้างในอย่างน่าสะพรึงกลัวมันได้รัดพันทูน่าคลืบคลานไปที่สมองของมัน เร็นได้พูดออกมาอย่างกระวนกระวายใจ

"มันรู้สึกเหมือนฉันกำลังมองดูเอลพาทิส...."

"โชคดีที่พวกนั้นกำลังจะทำเพียงแค่ทำลายสมองเท่านั้น แต่ฉันขอไม่เถียงว่ามันน่าขยะแขยง"

ทำไมที่ทวีปแห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตแบบแมลงและหนวดล่ะ? โชคดีที่ฉันเป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้มาเห็นที่แบบนี้ แม้ว่าในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรที่ไร้สาระทูน่าก็ยังคงไม่หยุดพุ่งเข้ามาหาพวกเรา มันได้เรืองแสงออกมาอย่างสว่างไสวและเผาหนวดที่รัดร่างกายมันไว้ มันนั้นทรงพลังสมกับชื่อผู้พิทักษ์ของมัน หนวดจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นได้ถูกเผาลงไป

"เปิดสมองมัน แล้วมาเป็นเพื่อนกัน"

[ก๊าซซซซซซซซซซซ]

เดซี่ได้สร้างข้อเสนอที่แย่ที่สุดออกมาหนึ่งเรื่องในขณะที่เธอได้ใช้ทักษะอื่นลงไป หูของเธอดูจะตั้งขึ้นเล็กน้อยหลังจากนั้นซึ่งหมอกสีดำได้เริ่มกระจายออกมาจากมือที่ไม่ได้ถือแส้ เมื่อปลาทูน่าได้สัมผัสกับหมอกความต้านทานของทูน่าก็ได้ลดลงอย่างช้าๆ ฉันสงสัยว่ามันน่าจะเป็นทักษะที่จำเป็นในการสร้างอันเดต

[ก๊าซซซซซซซซ]

"อึก มันต่อต้าน คังชินช่วยที"

เสียงคำรามของทูน่าได้ดังก้องไปทั่วทุกที่จากนั้นมอนสเตอร์ที่บินได้จำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มโจมตีอีกครั้งเหมือนกับทหารที่ได้รับคำสั่งจากผู้นำ ยังไงก็ตามพวกมันไม่ได้เข้ามาโจมตีเรา แต่เป็นหนวดที่เชื่อมระหว่างเดซี่และทูน่า ยังไงก็ตามถ้าหากว่าเราสามารถทำให้ทูน่ามาเป็นพวกได้มันจะเป็นกำลังของเขาได้อย่างมาก ฉันจึงให้ไพก้าแสดงรูปธรรม

"ไพก้าไปเลย! เผาทุกๆอย่าง"

[นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังอยากจะได้ยินเลย]

เดซี่ได้ปล่อยหนวดออกไปนับไปถ้วนซึ่งทูน่าก็คำรามออกมาทั้งๆที่ถูกหนวดพันเอาไว้ มอนสเตอร์ต่างๆก็พยายามที่จะทำให้ทูน่าหลุดออกมาเป็นอิสระ ไพก้าได้พุ่งเข้าไปในวงการต่อสู้นั้นอย่างกล้าหาญและปล่อยสายฟ้าจำนวนมากออกมา ท้องฟ้าได้ถูกย้อมเป็นสีทองในทันที

[เข้ามาเลย! ฉันจะทอดพวกแกทั้งหมดให้กรอบไปเลย]

ยิ่งพลังที่ไพก้ามีมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งใช้มานามากเท่านั้น แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างเดซี่กับทูน่าจะเอนเอียงมาทางชัยชนะของเดซี่ด้วยการที่ไพก้าไปร่วมด้วย ฉันก็ต้องจ่ายมันไปด้วยมานาจำนวนมากของฉัน ฉันแทบจะรอให้คูลดาวน์ของมานาโพชั่นหมดลงแทบจะไม่ไหว ในขณะเดียวกันฉันก็โคจรวงจรเพรูต้าให้มากขึ้นเพื่อซึมซับมานาจากรอบๆ

บางทีเป็นเพราะฉันกำลังสนใจอยู่กับวงจรเพรูต้า ฉันจึงเป็นคนแรกที่สังเกตุเห็น

"ทูน่ากำลังทำอะไรบางอย่าง"

"มันเปิดปากออกมา ก่อนที่จะทำอะไรบางอย่าง ทำลายแมลง"

เดซี่ได้พูดออกมาอย่างสงบและส่งมอนสเตอร์อันเดตที่บินได้จากช่องเก็บของของเธอออกไปด้วยการโบกมือ มอนสเตอร์อันเดตได้บินตรงเข้าไปโจมตีที่หัวยักษ์ของทูน่า แม้ว่าหนวดจำนวนจะรัดทั่วทั่งตัวของทูน่า แต่ทูน่ามันก็ไม่ต้องทำอะไรมากนักในการเปิดปากกว้างออกมา ท่าทางของเดซี่ได้เปลื่ยนไปเล็กน้อย

"นั่นต้องหลบ หลังนี้คล้ายกับคลื่นมานา หนวด...หนามกำลังจะถูกทำลาย"

"ไม่ มันยากที่จะหลบจากระยะนี้ ดังนั้นต้องทำลายสมองมันก่อน"

"จิตใจของหัวหน้ากิลด์เท่มาก"

ฉันได้ยิ้มกับคำพูดของเดซี่จากนั้นก็พุ่งให้ล็อทเต้พุ่งไปหาทูน่า เด็กๆได้ร้องออกมาแต่ว่าฉันไม่สามารถจะรับมือกับพวกเขาได้ในตอนนี้

"จับเอาไว้เด็กๆ"

"อะ อื้อพี่"

"อื้อ"

ฉันได้ยกหอกสูงขึ้นและเรียกไพก้าและชาราน่าให้เข้ามาในหอกและร่างกายของฉันตามลำดับ จากนั้นล็อทเต้และฉันก็พุ่งทะลวงมอนสเตอร์ที่ขวางทางด้วยพลังที่มหาศาล

"เทพวายุพิโรธ!"

พลังสายฟ้าและพลังลมได้เริ่มถูกรวมเข้ามาในตัวของฉันซึ่งทำให้ฉันพุ่งออกไป ล็อทเต้ก็ได้ปรับตัวเข้ากับการไหลนี้อย่างเป็นธรรมชาติซึ่งทำให้เธอบินได้เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าและเป็นอิสระยิ่งกว่าสายลม มอนสเตอร์ทุกๆตัวที่อยู่ข้างหน้าเราได้ถูกส่งบินออกไปด้วยพลังมหาศาล แม้อย่างนั้นก็ยังมีมานามาเติมเต็มภายในฉันอีกด้วย

ด้วยการใช้ไต้ฝุ่นคลั่งฉันได้รวมลมที่ปั่นป่วนและสายฟ้าที่บ้าคลั่งในรูปร่างของวังวน จากนั้นฉันก็เปลื่ยนเส้นทางและเจาะเข้าไปในมอนสเตอร์กลุ่มอื่นๆ มันไม่จำเป็นจะต้องหลบอะไรทั้งสิ้น ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนที่มาต้านทานหอกของฉันได้

"ฮ่าาาาาาาาาห์! ตอนนี้มันถึงตาแกแล้ว"

ฉันได้ถือหอกเขาไว้ในขณะที่มีวังวนยักษ์ขึ้นและชี้มันไปทางหัวของทูน่า ในตอนนี้อนุภาคที่มองไม่เห็นของมานาได้ถูกรวบรวมอยู่ตรงปากของมัน ถ้าเป็นไปได้ฉันจะต้องจัดการมันในตอนนี้

"เจ้าชายยยยยยยยย! เด็กๆจะตายยยยยยยยยยย!"

"จับเอาไว้แน่นๆ"

แม้แต่ฉันก็ไม่สามารถจะควบคุมความเร็วของล็อทเต้ได้! ตอนนี้ฉันได้เน้นไปที่การเจาะทูน่าด้วยวังวนสายฟ้าและวายุในมือของฉัน

[ก๊าซซซซซซซซซซซ]

ฉันไม่ได้มีโอกาสที่จะปะทะกับสิ่งที่มันกำลังพยายามจะทำ ในขณะนั้นหอกของฉันก็ได้เจาะผ่านหัวของมันและทำให้เกิดการระเบิดขนาดยักษ์

[ติดคริติคอล]

ฉัรได้ดึงหอกออกมาจากหัวของมันซึ่งถูกเจาะเหมือนกับปล่องภูเขาไฟ ฉันสามารถจะรู้สึกได้เลยว่าปากของมันกำลังปิดอย่างช้าๆ แน่นอนว่ามันจะยิงคลื่นมานาได้ยังไงในเมื่อหัวมันถูกระเบิดไปแล้ว?

อ่า ฉันได้ใช้ความแข็งแกร่งในร่างกายไปหมดแล้วจริงๆ ตามคำอธิบายฉันจะไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้อีกเป็นเวลา 3 ชม. แต่ว่าก็ไม่ใช่แค่นั้น ฉันยังไม่สามารถจะใช้ทักษะอื่นๆได้อีกด้วย ฉันหมดแรงไปแล้ว

ในขณะนั้นเองหนวดหลายร้อยเส้นก็เข้ามาใกล้ๆฉันและเจาะเข้าไปในที่ๆหอกของฉันทะลงไป หนวดพวกนี้น่าขยะแขยงจริงๆ

[เยี่ยมถึงสมองแล้ว]

"อึก น่ารังเกียจจ"

เดซี่ดูเหมือนจะร่าเริงเป็นอย่างมากในขณะที่ส่งข้อความมาถึงฉันเพื่อรายงานความสำเร็จ ในขณะเดียวกันฉันก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างภายในสมองของมันได้พองออกมาอย่างผิดปกติ ครู่หนึ่งแมลงยักษ์ก็โผล่ออกมา มันมีแผลแปลกๆบนร่างกายและปากของมันก็เหมือนกับสว่าน นี้มันคือเอลพาทิส มันยังไม่ตาย"

"ฉันต้องฆ่ามัน"

"เจ้าชายคุณดูเหนื่อยนะ"

"ฉันไม่ได้---"

"เจ้าชาย!!!"

ก่อนที่ฉันจะพูดจบประโยค ฉันก็ต้องตกใจกับเสียงตะโกนของเร็นและหันไปมอง ยังไงก็ตามฉันไม่สามารถจะหันร่างกายได้ มันดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะต้องแก้ไขแล้ว

"นี้เป็นสิ่งที่พิเศษที่เตรียมไว้สำหรับนาย"

เสียงที่ไม่น่ารื่นรมณ์ของชายคนหนึ่งได้ดังขึ้นมา มันเป็นเสียงที่มาจากเด็กคนหนึ่งที่อยู่บนหลังของล็อทเต้ ยูรุโต๊ะ

"ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถจับฮีโร่จากโลกอื่นได้ นายเห็นไหม พวกเรามีเพียงแค่สองชนิดเท่านั้นที่สามารถจะใช้ฮีโร่ได้... การเสียไอกันธ์ไปมันน่าเสียใจเล็กน้อย แต่ว่าถ้าพวกเราได้ฮีโร่มาแทนมันก็นับได้ว่าคุ้มค่า ตราบเท่าที่ฉันสัมผัสนายได้ ฉันก็สามารถจะสร้างความเสียหายให้กับนายได้ตามที่ฉันต้องการ

"ยู ยูรุโต๊ะ?"

"อย่าเข้าไปใกล้เขาเอลฟ่า เขาไม่ใช่ยูรุโต๊ะ!"

"อึก เจ้าชายฉันไม่สามารถเอาเขาออกไปได้! ถ้าฉันใช้ทักษะโจมตี นายจะ...!"

"เร็น ฉันไม่เป็นอะไรดังนั้นพาคนอื่นๆและไปหาเดซี่ซะ! ฉันจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"

"อึก.... เข้าใจแล้ว"

"พี่ชิน พี่---!"

เอลฟ่าได้ปิดปากกลางคัน เร็นได้คว้าตัวเธอและเด็กสาวเผ่ามนุษย์ ล็อทเต้ก็ดูเหมือนว่าจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนหลังของเธอในขณะที่เธอแทบจะคลั่งไป

[เจ้ามนุษย์ที่ไร้เดียงสาเจ้ากล้าโจมตีฮีโร่]

ยังไงก็ตามยูรุโต๊ะไม่ได้อยู่ในร่างมนุษย์อีกแล้ว ฉันไม่รู้ว่ามัดฉันยังไง แต่ว่ามีอะไรบางอย่างติดอยู่ที่หน้าอกและแขนขาของฉัน

"นายหนีไปไหนไม่ได้แล้ว มานาของนายน่าจะถูกหยุดเอาไว้เหมือนกับร่างกายของนาย นายจะไม่สามารถเปิดช่องเป็นของหรือประตูดันเจี้ยนได้แม้แต่นิด ฉันได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการนี้ เว้นเสียแต่ว่านายจะเป็นเหมือนกับผู้กินมานานายจะไม่มีทางหนีไปได้เลย ในตอนนี้เปิดปากของนายและกลายมาเป็นพวกของเราได้แล้ว"

มันเป็นการมัดที่ทรงพลังเหมือนกับคำสาปของเดม่อนลอร์ดที่ชินะใช้ใส่ฉันในทวีปลูก้า แม้ว่าฉันควรจะสามารถใช้ทักาะได้ แต่ว่ามันก็ทำได้ยากหากไม่สามารถขยับร่างกายได้

นอกจากนี้การมัดของเอลพาทิสก็ยังสมบูรณ์แบบในการป้องกันการต่อต้านจากคนๆหนึ่ง นอกจากนี้มันยังรู้อีกด้วยว่าเดซี่เธอเป็นเนรโครแมนเซอร์ มันวางเหยื่อล่อเป็นไอกันธ์ มันรู้ว่าเดซี่จะใช้พลังของเนรโครแมนเซอร์เพื่อทำให้ไอกันธ์มาเป็นพวก ในตอนนี้เดซี่ก็กำลังยุ่งกับการทำให้ไอกันธ์มาเป็นพวกทำให้เธอไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายที่ฉันเผชิญอยู่อย่างสิ้นเชิ

"แต่ว่าฉันไม่ตรวจพบมานาใดๆจากสมองของนาย...!"

"ฉันบอกนายแล้ว ฉันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ ฉันซ่อนตัวเองไว้เพื่อล่านักสำรวจคนสุดท้ายเมื่อมีโอกาส"

เสียงนี่ไม่ได้เป็นของมนุษย์อีกต่อไปแล้ว แมลงได้กระโดดออกมาจากสมองของไอกันธ์และกำลังเข้ามาใกล้ฉันอย่างช้าๆ

"ถ้าอย่างนั้นนายไม่เคยถูกพบเลยงั้นหรอ!?"

"หุหุหุ ฉันสามารถจะเลียนแบบคนได้ด้วยมานาของฉัน ถ้านายคิดจะอ่านความคิดหรืออ่านวิญญาณของฉัน นายก็จะไม่สามารถมองผ่านฉันไปได้"

"...ใช่แล้ว มันเป็นการยากจริงๆที่จะอ่านนายในตอนแรก"

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าฉันจะอายเล็กน้อยที่จะพูดมัน แต่ว่าฉันมีทักษะวิญญาณสัมบูรณ์แล้วว ฉันสามารถจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องดวงวิญญาณ

"....?"

"การละเล่นของเทพแห่งท้องฟ้า"

ในเวลาต่อมาฉันได้ลอยตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสบายๆ...เหมือนกับคนในโลกที่เรียกมันว่าบิน"

"อะไรกัน....!?"

[ก๊าซซซซซซซซซซ]

ยูรุโต๊ะได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือนเมือกและแมลงที่ดูไม่น่ามองซึ่งคล้ายกับหลอดเลือดดำก็ได้บินเข้ามาหาฉันพร้อมตะโกนออกมา ฉันได้ตะโกนออกมาในขณะบิน

"ไพก้าเผาพวกมัน"

[เข้าใจแล้ว]

"อึก ถ้าแบบนี้พวกเราก็จะใช้อีกคนหนึ่ง....!"

[เว้นแต่ว่าแกจะเร็วกว่าสายฟ้า มันจบแล้ว]

ในช่วงเวลาที่เมือกกำลังพยายามจะเกาะติดกับร่างของล็อทเต้ สายฟ้าของไพก้าก็ถูกยิงลงมา จากนั้นเมือกก็ได้ระเหยไปในอากาศ ในขณะที่แมลงอีกตัวหนึ่งไม่รู้จะทำอะไร ฉันได้กลับไปที่รูปร่างเดิมและยิ้มออกมา

"วายร้ายน่ะไม่สามารถตายได้โดยที่ไม่ให้ข้อมูลทั้งหมดที่พวกนายมีได้หรอกนะ นายพูดว่ามีมากกว่าหนึ่งสินะ?"

[ก๊าซซซซซซซซซซ]

10 นาทีหลังจากนั้นพวกเราก็ได้มุ่งหน้าไปที่ชายฝั่งอีกครั้งและในคราวนี้มีเพื่อนใหม่ร่วมด้วยคือไอกันธ์และไปกันด้วยความเร็วเต็มกำลัง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด