ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 220 : พิธีกรรมสังเวยของท่านไคลน์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 222 : งานแรก

ราชันย์เร้นลับ 221 : ชุมนุมทาโรต์ยกระดับ

 

    เรือโทสะสีครามเปรียบดั่งใบไม้บนผิวน้ำ มันรักษาความสงบนิ่งท่ามกลางระลอกคลื่นซัดสาดของทะเลโซเนียร์ไว้ได้มั่นคง

 

    บางคราว ลำเรือถูกยกสูงจากยอดคลื่น บางคราว ลำเรือถูกกดต่ำจากท้องคลื่น แต่ก็ไม่เคยปรากฏสัญญาณอันตรายใกล้คว่ำแม้แต่หนเดียว

 

    อัลเจอร์·วิลสันกำลังยืนใจกลางห้องกัปตัน ขณะหันหลังให้ตู้แช่ไวน์ขาวแดง มันตัดสินใจเดินเวียนวนไปมาอย่างกระวนกระวาย

 

    ท้ายสุด มันขบกรามแน่นพลางเดินกลับมายืนข้างโต๊ะทำงานทำจากไม้มะฮกกานีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

 

    อัลเจอร์กวาดเครื่องวัดระยะทางสำริดออกจากโต๊ะ ควานหากระดาษและปากกา ตามด้วยการเอนตัวไปด้านหน้า ก้มศีรษะวาดสัญลักษณ์ตามภาพฉายของเดอะฟูล

 

    ด้วยความทรงจำของกะลาสี มันจำจดพิธีกรรมสังเวยส่วนแรกได้ละเอียดแม่นยำ

 

    ก่อนอื่น อัลเจอร์เปิดลิ้นชักและหยิบเทียนไขสองเล่ม ตามด้วยการสร้างแท่นบูชาตามหลักพิธีกรรมคู่ขนาน เทียนไขเล่มดังกล่าวถูกวางไว้บนกระดาษสัญลักษณ์เนตรไร้ม่านตาและเส้นบิดเป็นเกลียว แทนตัวตนของเดอะฟูล ส่วนเทียนอีกเล่มวางกึ่งกลางแท่นบูชา แทนตัวตนผู้มอบสิ่งของสังเวย

 

    หลังจากเก็บกวาดสิ่งของไม่จำเป็นออกจากผิวโต๊ะ อัลเจอร์ทำการเสกน้ำสะอาดด้วยฝ่ามือซ้ายและขัดถูแท่นบูชาจนหมดจด จากนั้นก็ใช้มีดเงินสำหรับพิธีกรรม สร้างม่านกำแพงวิญญาณล้อมรอบโต๊ะทำงานไว้

 

    เมื่อจัดเตรียมทุกสิ่งเสร็จสรรพ มันใช้พลังวิญญาณจุดเทียนไขสองเล่ม ตามด้วยการก้าวถอยหลังท่ามกลางแสงไฟสลัว 

 

    ขณะลมหายใจถูกอัดเต็มปอด อัลเจอร์ก้มศีรษะลงพลางท่องเป็นภาษาเฮอมิสโบราณ

 

    “เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสายหมอกเทา ราชันย์เหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ

 

    “ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาให้ท่านรับฟังคำขอร้อง

 

    “ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาให้ท่านรับเครื่องเซ่นสังเวย

 

    “ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาให้ท่านเปิดประตูสู่อาณาจักร

 

    … 

 

    เสียงสวดภาวนาภาษาโบราณดังก้องกำแพงวิญญาณ กระตุ้นให้เกิดสายลมธรรมชาติหมุนวนเป็นเกลียวอย่างเกรี้ยวกราด

    เฮอมิสโบราณคือภาษาพิธีกรรมเก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือผู้วิเศษเผ่ามนุษย์ เป็นไปด้วยปริศนามากมายในตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีระดับความปลอดภัยต่ำมาก การพูดส่งเดชอาจนำพาอันตรายร้ายแรงมาสู่ตัว

 

    ผิวหนังเริ่มเกิดความเจ็บปวดคล้ายถูกคมมีดกรีดเฉือน ขณะกัดฟันอดทน อัลเจอร์รีบล้วงหยิบขวดแก้วสีน้ำตามเข้มจากกระเป๋า ตามด้วยการหมุนเปิดฝาและเทวัตถุลักษณะคล้ายเม็ดงาจำนวนมากออกมา

 

    เม็ดหยาบเหล่านี้หมุนเป็นเกลียวขึ้นไปในอากาศด้วยอำนาจแรงลม ผิวของมันสะท้อนแสงเทียนจนส่องประกายคล้ายโลหะแวววาว มอบความงดงามเหนือคำบรรยาย

 

    อัลเจอร์โปรยเม็ดหยาบให้กระจัดกระจายไปกับสายลมท่ามกลางกำแพงวิญญาณ

 

    ฟ้าวว!

 

    ลมกระโชกรุนแรงหนักหน่วง แต่ลดความเกรี้ยวกราดลงจากตอนแรกมาก สายลมเริ่มถูกย้อมเป็นสีดำและเงินอย่างเท่าเทียม

 

    ระหว่างกระบวนการ สองสายลมผสมผสานกลายเป็นสีเดียวกลมกลืน ตามด้วยการหลั่งไหลเข้าไปในเทียนไขแทนตัวเดอะฟูล 

 

    เพียงไม่นาน พลังวิญญาณเข้มข้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปทรง ห้วงมิติในจุดดังกล่าวถูกฉีกขาดและเปิดกว้าง เกิดเป็นประตูมายาขนาดปรกติหนึ่งบาน ผิวประตูสลักสัญลักษณ์เดียวกับบนกระดาษทุกประการ 

 

    ในเวลาเดียวกัน ไคลน์เริ่มเห็นเค้าโครงบานประตูพร่ามัวก่อตัวด้านหลังเก้าอี้พนักสูงของตน มันสัมผัสถึงพลังวิญญาณจำนวนหนึ่งกำลังกระเพื่อมไปทั่วมิติลึกลับ

 

    ‘ได้ผลสินะ’

 

    เมื่อสัญชาตญาณไคลน์บ่งบอกว่าถึงเวลาอันเหมาะสม มันทำการถ่ายพลังวิญญาณตัวเองเข้าไปยังใจกลางความวุ่นวาย ตอบรับการก่อตัวของบานประตู

 

    แอ๊ด~

 

    เกิดเป็นเสียงค่อย บานประตูลักษณะพร่ามัวเริ่มเปิดออกอย่างเชื่องช้า

 

    ตัดกลับไปทางห้องกัปตันเรือ บานประตูมายาจากพลังสายลมและแสงเทียนตรงหน้าอัลเจอร์ กำลังเปิดออกอย่างเชื่องช้าไม่ต่างกัน ด้านในมือเพียงความมืดสนิท พร้อมกับเงาลางสีดำจำนวนมากในลักษณะเกือบล่องหน รวมถึงริ้วแสงสีสันเจิดจ้าสง่างาม อัดแน่นด้วยมวลความรู้มหาศาล

 

    เหนือภาพเหล่านี้คือพระราชวังโบราณรายล้อมด้วยหมอกสีเทา ประหนึ่งดินแดนเทพสำหรับเฝ้ามองความเป็นไปของโลก การเห็นฉากตรงหน้าเต็มสองตา ร่างกายอัลเจอร์เกิดการสั่นเทาอย่างหยุดไม่อยู่ สองอารมณ์กำลังขัดแย้งรุนแรงในห้วงจิต ทั้งความหวาดกลัวจากก้นบึ้งยากลบเลือน และความตื่นเต้นชนิดมิอาจอธิบายเป็นถ้อยคำ

 

    มันรีบหยิบต่อมใต้สมองของซาลามันเดอร์สีรุ้งออกมาถือ สิ่งนี้ถูกเตรียมไว้นานแล้ว

 

    อัลเจอร์ประคองด้วยสองมืออย่างระมัดระวัง ศีรษะก้มต่ำลงนอบน้อม ตามด้วยการยื่นวัตถุผิวนิ่มและเปลี่ยนสีตลอดเวลาผ่านวงกบประตูมายาเข้าไป 

 

    ทันใดนั้น อัลเจอร์สัมผัสถึงแรงดูดลึกลับพร้อมกับน้ำหนักบนฝ่ามือเบาลง เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบลงเพียงเสี้ยวลมหายใจ อาการเหน็บชาจากผิวสัมผัสของต่อมใต้สมองซาลามันเดอร์สีรุ้งไม่หลงเหลืออีกต่อไป

 

    มันก้มหน้าเช่นนั้นเป็นเวลานาน ไม่มีความกล้ามากพอจะเงยศีรษะจ้องมองอีกฝ่าย จนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชาของมิสเตอร์ฟูลดังกังวานในโสตประสาท

 

    “ทำได้ดี”

 

    “เป็นเกียรติอย่างยิ่งขอรับ”

 

    อัลเจอร์รีบขานตอบ

 

    เมื่อเงยศีรษะขึ้นอีกครั้ง บานประตูมายาจากสายลมและแสงเทียน หายไปอย่างสมบูรณ์ราวกับเป็นเรื่องโกหก พายุรอบตัวสงบลง สีเปลวเทียนกลับเป็นปรกติ

 

    หลังดับเทียนด้วยวิธีปรกติ อัลเจอร์นั่งลงบนเก้าอี้กัปตันด้วยสีหน้าแววตาสับสน หลากหลายอารมณ์กำลังถาโถมสมอง 

 

    มันพึมพำในใจ

 

    ‘ในตอนแรก ท่านสามารถดึงกายจิตของมนุษย์ขึ้นไปบนมิติสายหมอก 

 

    ‘ถัดมาสักพัก ท่านอนุญาตให้สมาชิกแจ้งข้อความด้วยการสวดภาวนา ขณะเดียวกันก็สามารถตอบกลับได้ทุกเมื่อ

 

    ‘มาถึงตอนนี้ ท่านสำเร็จพิธีกรรมสังเวย

 

    ‘ท่านกำลังฟื้นคืนพลังทีละนิด เข้าใกล้การหลุดพ้นจากพันธนาการมากขึ้น 

 

    ‘แล้วท่านจะลงมาบนโลกมนุษย์ในสักวัน’

 

    สมมติฐานหรือการคาดเดาดังกล่าว ได้ทำให้หัวใจอัลเจอร์เกิดความกระวนกระวายสถานหนัก ขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจในปริมาณเท่าเทียม

 

    ‘อย่างน้อย เราคือหนึ่งในสมาชิกชุมนุมไพ่ทาโรต์ แถมยังเป็นสมาชิกยุคบุกเบิก’

 

    มันถอนหายใจยาว

 

    … 

 

    ท่ามกลางพระราชวังโอ่อ่าเหนือห้วงมิติสายหมอกเทา ไคลน์กำลังนั่งเล่นต่อมใต้สมองของซาลามันเดอร์สีรุ้งในมือ

    

    แสงหลากสีสันส่องสะท้อนบนใบหน้าชายหนุ่มพลางสลับไปเรื่อยๆ 

 

    ฝ่ามือเกิดอาการเหน็บชาแผ่วเบา ในใจกำลังอิ่มเอมกับความสำเร็จครั้งใหญ่ ใบหน้าเผยร้อยยิ้มแห่งความสุขอย่างแท้จริง

 

    ‘ในอนาคต ชุมนุมไพ่ทาโรต์จะยิ่งมหัศจรรย์กว่านี้หลายเท่า!’

 

    หลังจากไตร่ตรองสถานการณ์อย่างถี่ถ้วน ไคลน์แผ่พลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดงตัวแทนมิสจัสติส

    

    หลังจากจิตถูกส่งกลับมายังห้องนอน เด็กสาวมิอาจสงบใจนั่งนิ่งตรงขอบเตียง เธอเปิดอ่านหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าอย่างกระสับกระส่าย จับใจความตัวอักษรไม่ได้สักนิด ก่อนตัดสินใจเดินไปนั่งหน้ากระจกเงาเพื่อสงบสติ แต่แววตากลับเอาแต่เหม่อลอยไม่จดจ่อ

 

    เธอตั้งตารอคอยความสำเร็จจากพิธีกรรมสังเวยของแฮงแมน ขณะเดียวกันก็แอบกังวลว่าผลลัพธ์จะออกมาล้มเหลว

 

    ‘จักรพรรดิโรซายเคยกล่าวว่า ภายใต้ทุกสถานการณ์สำคัญ มนุษย์ต้องใจเย็นและคุมสติให้มั่นคงเสมอ

 

    ‘ออเดรย์ เธอจะเป็นแบบนี้ไม่ได้! สูดลมหายใจเข้าไว้!

    

    ‘หรือเราควรหยอกล้อสุนัขเพื่อสงบจิต แต่แบบนั้นคงไม่ดีแน่ ซูซีสามารถพูดและคิดได้เหมือนมนุษย์ เธอเองก็มีศักดิ์ศรี คงเล่นสนุกเหมือนในอดีตไม่ได้แล้ว’

 

    ความคิดออเดรย์กำลังล่องลอยไร้จุดหมาย เด็กสาวเกร็งมือบีบตุ๊กตาแต่งกายหรูหราไว้แน่นถนัดโดยไม่รู้ตัว 

 

    ผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ ม่านหมอกสีเทาหนาทึบปรากฏตรงหน้าเธอในลักษณะกระทันหัน ท่ามกลางความพร่ามัว ออเดรย์มองเห็นเก้าอี้โบราณเด่นตระหง่านไกลออกไป

 

    บุคคลบนเก้าอี้ เดอะฟูล กล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

 

    “มิสจัสติส การทดลองประสบผลสำเร็จ เจ้าเตรียมวัตถุวิญญาณเอาไว้หรือยัง”

 

    ‘เจ๋ง! สมกับเป็นมิสเตอร์ฟูล!’

 

    ออเดรย์หลงลืมชั่วขณะว่าผู้ทดลองพิธีกรรมตัวจริงคือแฮงแมน เธอพยายามข่มอาการตื่นเต้นด้วยพลังผู้ชม 

 

    “ค่ะ! ดิฉันเตรียมไว้ข้างกายตลอดเวลา”

 

    บ้านของเธอมีสิ่งของแบบนี้มากมาย เพียงแต่ในช่วงแรกก่อนเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ เด็กสาวไม่ทราบว่าสิ่งใดคือวัตถุวิญญาณบ้าง แต่เมื่อลองรื้อค้นคลังสมบัติของตระกูล ออเดรย์ได้พบกับน้ำมันสกัดหลากหลายชนิด

 

    ไคลน์ผงกศีรษะแผ่วเบา

 

    “พร้อมประกอบพิธีกรรมหรือยัง แต่รอบตัวเจ้าต้องไม่มีผู้วิเศษคนอื่นคอยจับตามอง”

 

    ‘เอ่อ… สุนัขวิเศษนับไหมคะ’

 

    ออเดรย์ชำเลืองมองประตูห้องปิดสนิท หลังจากชั่งน้ำหนักอย่างถี่ถ้วน เธอตัดสินใจเอาเองโดยอิงจากสามัญสำนึกเป็นหลัก

 

    “กระทำได้ทันทีค่ะ!”

 

    ไคลน์ทำท่ารับทราบ

 

    “ขั้นตอนพิธีกรรมตรงตามคำอธิบายของพิธีกรรมสังเวยทุกประการ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนบทสวดภาวนาเล็กน้อย

 

    “ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาให้ท่านรับฟังคำขอร้อง

 

    “ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาให้ท่านเปิดประตูสู่อาณาจักร

 

    “ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาพลัง

 

    “จงอย่าลืม ต้องประกอบพิธีกรรมแบบคู่ขนานเท่านั้น”

 

    ออเดรย์ครุ่นคิดสักพักก่อนพยักหน้ารับ เธอตัดสินใจเริ่มพิธีกรรมทันทีโดยไม่รีรอ

 

    … 

 

    ทุกสิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งบานประตูมายาเปิดออก ฉากด้านในปรากฏให้เห็นความระยิบระยับอลังการยิ่งกว่าดวงดาวบนผืนนภายามราตรี ออเดรย์รู้สึกลุ่มหลงเคลิบเคลิ้มไปกับภาพตรงหน้า ทั้งกายใจและเกิดความสั่นเทิ้มอย่างล้นปรี่

 

    สิ่งนี้คือโลกเร้นลับ และเธอก็ปรารถนามันมาตลอด

 

    ‘ความรู้สึกแบบนี้แหละ!’

 

    เด็กสาวสรรเสริญเดอะฟูลจากก้นบึ้ง

 

    สำหรับเทพธิดา เธอศรัทธา

    แต่สำหรับเดอะฟูล เธอเคารพบูชายิ่งชีพ

 

    ออเดรย์แบ่งแยกลำดับความสำคัญของเทพแต่ละองค์ในใจ

 

    ทันใดนั้น เด็กสาวแสดงสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้พบบางสิ่งถูกวางไว้เหนือ ‘แท่นบูชา’ มันคือวัตถุผิวนุ่มหลากสีสันสลับไปมา 

 

    “ต่อมใต้สมองของซาลามันเดอร์สีรุ้ง!”

 

    ออเดรย์โพล่งอย่างตื่นเต้น ดวงตาส่องประกายระยิบระยับ ภายในใจเกิดความปรารถนาจะเดินเข้าไปหยิบ

 

    แต่มารยาทของชนชั้นสูงช่วยระงับพฤติกรรมหยาบคายเช่นนั้นไว้ เด็กสาวแสดงการคำนับมิสเตอร์ฟูลอย่างนอบน้อมอีกครั้ง

 

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมรับมอบ ออเดรย์อดใจไม่ไหวอีกต่อไป เธอเดินตรงไปหยิบวัตถุดิบวิเศษหลากสีขึ้นมาพิจารณาอย่างมีความสุขหนแล้วหนเล่า

 

    ‘ชุมนุมไพ่ทาโรต์ของเราแตกต่างจากองค์กรลับใดทั้งหมด!’

 

    ออเดรย์เกิดความรู้สึกเหนือกว่า

 

    ถัดมา เธอชำเลืองไปทางประตู กังวลว่าสุนัขซูซีอาจเปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มเสียง

 

    ภายในห้องนอน เด็กสาวตั้งใจปรุงโอสถด้วยสมาธิจดจ่อมากกว่าปรกติ ของเหลวในหม้อจะนำพาเธอไปสู่การเลื่อนลำดับพลังขึ้นอีกหนึ่งขั้น

 

    ไม่กี่นาทีถัดมา ในมือเด็กสาวถือขวดบรรจุของเหลวหลากสีสันสลับไปมา ใครได้เห็นเป็นต้องหลงใหลกันถ้วนหน้า

 

    ออเดรย์ยกซดโอสถนักอ่านใจเข้าไปรวดเดียวหมดขวด จากนั้นก็เผชิญกระบวนการหลอมรวมเข้ากับพลังพิเศษ วัตถุดิบแต่ละชนิดแผ่พลังวิญญาณอันเข้มข้นของมันโจมตีผู้บุกรุกหน้าใหม่ แต่สุดท้ายลงเอยด้วยผลสำเร็จลุล่วง

 

    หลังจากพิจารณาวิวทิวทัศน์รอบตัว ภาพการมองเห็นของเด็กสาวคมชัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงการยกระดับพลังสังเกตุด้านอื่น เธอรีบเข้าฌานตามความเคยชินเพื่อมิให้พลังวิญญาณใหม่ไหลซึมออกจากร่าง

 

    เมื่อพลังลำดับ 8 เริ่มเสถียร เด็กสาวเดินไปเปิดประตูห้องและปล่อยให้สุนัขโกลเดนรีทรีเวอร์ขนฟูเดินเข้ามา

 

    ใบหน้าซูซีปรากฏความฉงนชัดเจน

 

    “เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะ”

 

    สุนัขตัวเมียไม่ปิดบังความสงสัย

 

    ออเดรย์อมยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ออตโตมัน*พร้อมกับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

 

( เก้าอี้นวม ไม่มีพนักพิง ไม่มีจุดวางแขน ) 

 

    “ซูซี ฉันควรทำอย่างไร จึงจะบอกใบให้ซิลและฟอร์สทราบบางสิ่งโดยไม่เปิดเผยตัวเอง รวมถึงวิธีทำให้พวกเธอสนใจสิ่งนั้น”

 

    หลังจากจบประโยค เด็กสาวเริ่มคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับภารกิจมอบหมายจากเดอะฟูล

 

    สายตาจ้องมองไปทางซูซีอย่างคาดหวัง ในเวลาเดียวกัน สุนัขตัวเมียก็แหงนมองกลับ

 

    หนึ่งมนุษย์ หนึ่งสุนัข กำลังช่วยกันระดมสมองหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งเครียด

 

    … 

 

    หลังจากบรรลุเป้ามหาย ไคลน์ส่งตัวเองกลับมายังโลกความจริงและงีบหลับไปหนึ่งชั่วโมงกว่า จากนั้นก็รีบออกจากบ้านเพื่อไปจับจ่ายซื้อของ

    หมดเงินราวหนึ่งปอนด์ แลกมากับแว่นตากรอบทอง วิกผม และหนวดปลอมหลากหลายรูปทรง ทั้งหมดใช้วิธีติดกาว ส่งผลให้สามารถกระชากหลุดได้ด้วยมือ

 

    สิ่งเหล่านี้คืออุปกรณ์ปลอมตัว ค่อนข้างจำเป็นกับแผนการณ์ในอนาคตอันใกล้

 

    ก่อนมื้อค่ำ ชายหนุ่มเดินทางไปยังเขตตะวันออก ย่านอันตรายและมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของเมือง จากนั้นก็เช่าหอพักขนาดหนึ่งห้องนอนในราคา 4 ซูล 3 เพนนีต่อสัปดาห์ ก้อนแรกต้องจ่ายล่วงหน้าสองสัปดาห์ เป็นเงินรวม 17 ซูล 

 

    เมื่อเสร็จสิ้น การเตรียมตัวพื้นฐานสำหรับดำรงชีวิตภายในกรุงเบ็คลันด์เป็นอันเรียบร้อย

 

    ไม่เพียงเท่านั้น เขตตะวันออกยังสร้าง ‘ความประทับใจ’ ให้ไคลน์ไม่น้อย เกือบทุกถนนในย่านนี้มีลักษณะคล้ายคลึงถนนสายล่างของเมืองทิงเก็น แตกต่างกันตรง ขนาดของเขตตะวันออกนั้นกว้างใหญ่กว่าหลายเท่า

 

    ชาวเมืองละแวกดังกล่าวสวมชุดเก่า แต่ไม่ถึงกับสกปรกหรือขาดรุ่งริ่ง มีหลายรายสวมชุดมอมแมม ผิวหนังซีดเซียว โครงร่างผอมแห้งคล้ายกับไม่มีแรง คงไม่น่าแปลกใจหากจะมีใครสักคนอาละวาดบ้าคลั่งเนื่องจากหิวโซ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอันธพาลจึงเพ่นพ่านไปทั่วเขตตะวันออกเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัว

 

    หลังจากกลับถึงเขตเชอร์วู้ด ไคลน์รู้สึกเหมือนกับหลุดพ้นจากขุมนรกและย่างกรายเข้าสู่แดนสวรรค์ 

 

    ในช่วงสองวันถัดไป มันมีแผนทดสอบการสร้างยันต์ผ่านพลังวิญญาณและพิธีกรรมเวทมนตร์ 

 

    … 

 

    ผ่านมาแล้วหลายวันในเบ็คลันด์ ไคลน์มิได้สวดภาวนาถึงเทพธิดารัตติกาลเลยสักครั้ง มันกำลังรอให้โฆษณาของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเริ่มผลิดอกออกผล

 

    จนกระทั่งเช้าวันพฤหัสบดี 

 

    เสียงกริ่งของบ้านดังขึ้นเป็นครั้งแรก

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงสัปดาห์ละ 5 ตอน

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...