ตอนที่แล้วGE389 เปิดฉากสังหาร [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE391 ตอบแทนด้วยโลหิต [ฟรี]

GE390 ตามหาหยูฉงเอ๋อร์ [ฟรี]


ภายในตำแหน่งที่ 13 ของส่วนที่ 1 หยูเป่ยและผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณคนอื่นๆถูกกองทัพอสูรรุมล้อม แต่หยูฉงเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ที่นี่

ผู้ที่ถูกล้อมทั้งหมดมีด้วยกัน 12 คน ทุกคนได้รับบาดเจ็บมากน้อยต่างกันไป แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดคือผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูง 2 คน ที่ทำหน้าที่คุ้มกันคนที่เหลือ

ชายชราในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงคนหนึ่งถือแผ่นข่ายอาคมไว้ในมือ กระตุ้นข่ายอาคมระดับไร้ดัดแปลง ป้องกันไม่ให้กองทัพอสูรบุกเข้ามา

ชายชราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคงสภาพข่ายอาคมเอาไว้ แต่ราชาอสูรก็นำทัพของมันจู่โจมเข้าใส่อย่างรุนแรง จนชายชราแทบจะต้านเอาไว้ไม่อยู่

คาดไม่ถึงว่าหยูฉงเอ๋อร์จะสร้างปัญหาจนทำให้ทุกคนต้องถูกล้อมอยู่ที่นี่

“หยูเป่ย! ที่พวกข้าต้องมาตกอยู่ในสถานะการณ์เช่นนี้ เป็นเพราะน้องสาวของเจ้าไปขโมยสมุนไพรของราชาอสูร โชคดีที่พวกข้าไม่ตาย ไม่อยา่งนั้นน้องสาวเจ้าต้องชดใช้”

หยูเป่ยรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก มันรู้ดีว่าต้นตอของปัญหาทั้งหมดคือน้องสาวของตน

10 วันก่อนผู้เชี่ยวชาญของวังสวรรค์ทั้ง 13 คนถูกส่งมายังตำแหน่งที่ 13 ของส่วนที่ 1

ก่อนหน้านี้ 3 วันหยูฉงเอ๋อร์แยกตัวออกไปจากกลุ่ม เข้าไปขโมยสมุนไพรของราชาอสูร จนทำให้ถูกพวกมันไล่ล่า

ตัวนางถูกราชาอสูรซัดปลิวไปยังส่วนที่ 2 ของบ่อโลหิตมังกร เป็นตายเช่นใดไม่มีใครทราบ

หยูเป่ยห่วงน้องสาวของมันมาก แต่ก็รู้สึกผิดต่อผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆเช่นกัน

ชายชราในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงกล่าวถูกต้อง หากมีผู้ใดตายอยู่ที่นี่ น้องสาวของหยูเป่ยคงไม่อาจรับไม่ผิดชอบไหว

พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกองทัพอสูรเหล่านี้

ด้านนอกข่ายอาคม ราชาอสูรสั่งการอสูรตัดวิญญาณ 16 ตน ระดมจู่โจม

ราชาอสูรเปล่งเสียงคำรามระดมพลมาอย่างต่อเนื่อง หยูเป่ยสิ้นหวังไร้หนทาง แม้พวกมันจะเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ แต่หากเผชิญหน้ากองทัพอสูรนับแสน พวกมันก็ไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดได้หรือเปล่า

“ไม่รู้ตอนนี้ท่านซัวจะเป็นยังไงบ้าง… หากมีเขาอยู่ พวกเราก็อาจมีโอกาสรอดมากขึ้น” หยูเป่ยกล่าวกับตนเอง

“ซัวหมิงอยู่ที่นี่แล้วจะไปทำอะไรได้ เขาก็แค่ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงสุด ขนาดสหายเต๋า 2 คนนั้นที่มีพลังระดับเดียวกัน ยังไม่อาจรับมือราชาอสูรได้… น่าเสียดายที่เราไม่อาจติดต่อคนที่อยู่ข้างนอกได้ ไม่อย่างนั้นข้าอาจขอให้ผู้อาวุโสฉูช่วยได้”

ชายชราในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงถอนหายใจ ยามนี้ทั้งหยกสวรรค์และปราณของชายชราเหลือไม่มาก ชายชราคงรั้งข่ายอาคมไว้ได้ไม่นาน

หากไม่อาจคงสภาพข่ายอาคมได้ ชีวิตของทุกคนก็คงมาถึงจุดตัดสิน เพราะต่อให้เป็นชายชราเองก็ไม่มั่นใจว่าจะรอดออกไปได้

*ตูม ตูม ตูม...*

ราชาอสูรสั่งการให้ระดมจู่โจมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งนานไปรอยแตกของข่ายอาคมก็มากขึ้นจนชายชราแทบทนไม่ไหว

“สหายเต๋าเตรียมตัว...” ชายชราบอกกล่าวคนอื่นๆให้เตรียมรับการจู่โจม และหากสบโอกาสก็ให้รีบหนี

แต่ในชั่วพริบตานั้น เส้นแสงสีดำพาดผ่านท้องนภา ท้องนภาที่กระจ่างใสถูกอาบย้อมจนกลายเป็นสีดำสนิท

ไม่นาน เส้นแสงกระบี่หลายหมื่นพุ่งทะลวงร่างอสูรแก่นทองคำ ทำให้ร่างพวกมันระเบิดเป็นหมอกโลหิต

ผู้เยาว์อาภรณ์ดำปรากฏบนท้องนภา ผมยาวพลิ้วไสว สัมผัสกระบี่แผ่พุ่งรอบกาย เข้าทำลายกองทัพอสูรอย่างต่อเนื่อง

เพียงชั่วพริบตา กองทัพอสูรนับแสนถูกสังหารจนหมด

“ใครกัน! นั่นใคร! ผู้อาวุโสไร้ดัดแปลงเหรอ?” หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญของวังสวรรค์อุทาน

แม้หมอกโลหิตจะบดบังจนไม่อาจมองเห็นผู้ที่ปรากฏตัวได้ชัด แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญก็รู้ว่ามีคนมาช่วย

พลังและการสังหารของผู้เยาว์อาภรณ์ดำ เทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกขั้นต้น

“นั่น… นั่น… ท่านซัวหมิง!” หยูเป่ยดวงตาเบิกกว้าง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

เมื่อหมอกโลหิตจางไป เงาร่างของผู้เยาว์คนนั้นก็ชัดขึ้น ผู้เยาว์ในอาภรณ์ดำผู้นั้นคือซัวหมิง

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆก็ตกตะลึง พวกมันคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะทรงพลังขนาดนี้

เหตุที่สังหารกองทัพอสูรได้ในพริบตา ย่อมเป็นเพราะสัมผัสกระบี่!

เหตุที่ร่างสลายเป็นเส้นแสงสีดำ ย่อมเป็นเพราะวิชาร่างวิญญาณ!

“ท่านหมิงแข็งแกร่งมาก!”

ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงตกตะลึง หนิงฝานที่แสดงพลังเต็มที่ยามนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกว่าตนเองอ่อนด้อยกว่ามาก

“สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว พวกข้าจะไปช่วยท่านหมิง!” ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“ไม่… ไม่จำเป็น แค่เขาคนเดียวก็พอแล้ว”

ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงกล่าว ชายชราสัมผัสได้ถึงปราณปีศาจที่แผ่ออกมาจากร่างหนิงฝาน

เป็นปราณปีศาจที่ทรงพลัง จนทำให้สัมผัสเทพของชายชราไม่อาจเปล่งอานุภาพได้เต็มที่ ปราณปีศาจที่รุนแรงระดับนี้ สมควรมาจากการสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณนับพัน

ชายชราฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด 4 พันปีจนทำให้บรรลุขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลง แต่หากเทียบกับหนิงฝานแล้ว ความแข็งแกร่งของชายชราไม่ควรค่าให่กล่าวถึงแม้แต่น้อย

โลหิตมังกร 16 หยดลอยขึ้นบนท้องนภา ราชาอสูรสัมผัสได้ถึงอันตรายร้ายแรงจากหนิงฝาน แต่เหล่าอสูรดวงจิตแรกเริ่ม 600 ตนที่อยู่แนวหลัง พวกมันมีสติปัญญาต่ำกว่าราชาอสูรมาก จึงกรูเข้าหาหนิงฝาน

แม้เบื้องหน้าจะเป็นกองทัพอสูรดวงจิตแรกเริ่ม 600 ตน แต่สีหน้าหนิงฝานยังไม่แปรเปลี่ยน สัมผัสกระบี่แผ่เข้าจู่โจม สังหารพวกมันทั้งหมดในชั่วพริบตา!

แววตาที่เย็นชาของหนิงฝานกวาดมองเหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้ง 12 จนทำให้คนเหล่านั้นเสียวสันหลังวาบ จากนั้นหันมองอสูรตัดวิญญาณทั้ง 16 ตน จนทำให้พวกมันต้องเร่งถอย

*โฮก!*

ราชาอสูรคำรามลั่น ปลุกเร้าโลหิตอสูรในร่างของผู้ติดตาม ทำให้เหล่าอสูรตัดวิญญาณฮึกเหิม ก่อนที่อสูรตัดวิญญาณตนหนึ่งจะวิ่งตะบึงเข้าหาหนิงฝาน

*ตูม!*

อสูรตัดวิญญาณร่างใหญ่พันจ้าง ตะปบกรงเล็บเข้าใส่ หนิงฝานต้านรับมือเปล่า เสียงจากการปะทะดังสนั่น

การปะทะทำให้ฝ่ามือของหนิงฝานขยับเล็กน้อย แม้อสูรตนนั้นจะทุ่มเต็มกำลัง แต่ไม่อาจผลักให้หนิงฝานถอยไปได้แม้แต่น้อย

นั่นหมายความว่า แม้ร่างกายจะบอบบาง แต่กลับทรงพลังเหนือกว่าอสูรตัดวิญญาณมาก

หนิงฝานกำมืออย่างแรง พลังมิติผันผวนเกิดเป็นรอยแยก 5 แห่ง ฉีกร่างของอสูรตัดวิญญาณจนมันร้องลั่นและตายไป

“เข้ามาพร้อมกันเลย!”

หนิงฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก้าวไปเบื้องหน้า ปรากฏกายหน้าอสูรตัดวิญญาณขั้นกลาง 2 ตนแล้วชกหมัดใส่พวกมันจนร่างระเบิด

อสูรตัดวิญญาณขั้นสูงหวาดกลัวและเร่งหลบหนี แต่หนิงฝานกลับคว้าหางขนาดยักษ์ของมันได้ก่อน

ร่างกายของหนิงฝานบรรลุถึงจุดสูงสุดของขอบเขตกระดูกหยกที่ 3 ทั้งยังได้วิชาแปลงศพเสริมความแข็งแกร่ง จึงทำให้ร่างกายของเขาทรงพลังเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทั่วไปมาก

หนิงฝานปลิดชีพอสูรตัดวิญญาณขั้นสูง แล้วพุ่งทะยานสังหารอสูรตนอื่นๆ กระทั่งเหลือเพียงราชาอสูรและอสูรตัดวิญญาณขั้นสูงสุดอีก 2 ตน

พวกมันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว! ราชาอสูรสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของราชาอสูรทั้ง 20 ตนในร่างหนิงฝาน

ราชาอสูรอย่างพวกมัน ไม่ใช่คู่มือของผู้เยาว์เบื้องหน้า!

“ป้ายสุสาน...” แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา แผ่นป้ายสุสานขนาดยักษ์ปรากฏเหนือท้องนภา 5 แผ่น ก่อนจะเคลื่อนเข้าใส่ราชาอสูรและผู้ติดตามอย่างรวดเร็ว

ป้ายสุสานสองแผ่นแยกถล่มเข้าใส่อสูรตัดวิญญาณขั้นสูงสุดสองตน บดขยี้ร่างพวกมันจนเละ ส่วนอีก3 ป้ายที่เหลือ ถล่มเข้าใส่ราชาอสูรจนร่างกายปริแตกไม่อาจรับไหว โลหิตไหลนองราวกับลำธาร

*โฮก!*

ราชาอสูรคำรามอย่างบ้าคลั่ง ยามนี้มันบาดเจ็บสาหัสและรู้ตัวดีว่าไม่อาจรอดพ้นความตาย จึงหวังสู้สุดชีวิต แต่หนิงฝานไม่ให้โอกาสมัน ปีกฟู่ลี่สยายออกที่แผ่นหลัง พัดกระพือส่งร่างให้ปรากฏเหนือศีรษะของมันแล้วเหยียบลง!

*โผล๊ะ*

ศีรษะอสูรขนาดยักษ์ระเบิดเละ เหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ

ผู้เชี่ยวชาญ 12 คนที่รอด สั่นสะท้าน

หนิงฝานปรากฏตัวเพียง 10 หายใจ แต่กลับจัดการอสูรทั้งกองทัพจนหมด แม้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นจะหวาดกลัว แต่ก็สำนึกในบุญคุณของหนิงฝาน

แต่ถึงอย่างนั้น ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงยังไม่กล้าวางใจคลายข่ายอาคม เพราะกลัวว่าหนิงฝานจะเข้ามาสังหาร

หนิงฝานในอาภรณ์ดำยามนี้น่ากลัวยิ่งกว่าอสูรทั้งกองทัพ ราวกับสามารถสังหารชายชราได้ในพริบตา

เมื่อเจตจำนงค์ทะลวงขอบเขตไร้ดัดแปลง ร่างหนิงฝานในอาภรณ์ดำ จึงแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงขั้นต้น

หนิงฝานสะบัดมือ ผนึกเอาโลหิตมังที่ได้เพิ่มอีก 200 หยดผนึกไว้ในหม้อ

เขาตรงไปยังข่ายอาคม ใช้มือสัมผัสข่ายอาคมเบาๆก่อนที่ข่ายอาคมจะสลาย!

“พวกท่านกลัวข้าเหรอ?” หนิงฝานกล่าวอย่างเย็นชา

“มะ...ไม่กล้า...” ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นเร่งกล่าว แต่นอกจากหยูเป่ยแล้ว คนอื่นๆที่กล่าวว่าไม่หวาดกลัว แต่ในใจยังหวาดกลัวอย่างที่สุด

“ท่านซัวหมิงแข็งแกร่งจนน่าทึ่งจริงๆ...” หยูเป่ยยิ้ม มันคาดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้จะได้เป็นสหายกับผู้เชี่ยวชาญที่น่ากลัวถึงระดับนี้

“วางใจเถอะ… ข้ามาช่วย...ไม่ได้มาฆ่า ว่าแต่ฉงเอ๋อร์ไม่อยู่เหรอ?” แม้หนิงฝานจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่เขากลับเป็นห่วงฉงเอ๋อร์ ทำให้หยูเป่ยรู้สึกขอบคุณและกลัวหนิงฝานน้อยลง

“ฉงเอ๋อร์นาง… อาจไม่รอดแล้วก็ได้ นางถูกซัดไปยังส่วนที่ 2 ได้ 3 วันแล้ว ถึงแผ่นป้ายชีวิตนางยังไม่แตก แต่ว่า...”

หยูเป่ยเล่าเหตุการณ์ที่น้องสาวของตนถูกราชาอสูรซัดตกลงไปในส่วนที่ 2 ทำให้หนิงฝานขมวดคิ้ว

บริเวณนั้นมีอสูรไร้ดัดแปลงอยู่ 3 ตน นางถูกซัดเข้าไปที่นั่นได้ 3 วัน เป็นไปได้สูงว่าอาจไม่รอด

แต่ในเมื่อป้ายแห่งชีวิตของนางยังไม่แตก นางอาจมีวิธีในการรักษาชีวิต

แต่หากยังทิ้งไว้แบบนี้ นางอาจไม่รอดจริงๆ

“บ่อโลหิตมังกรเปิดเป็นเวลา 1 เดือน หากยังไม่ครบกำหนดเราก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้ และยังไม่สามารถติดต่อกับคนภายนอกได้… ยังเหลือเวลาอีก 20 กว่าจะครบกำหนด พวกข้าทำได้เพียงภาวนาให้ท่านฉู่มาช่วยนาง แต่กว่าจะถึงยามนั้น นางคงได้ตายจริงๆ”

“แต่ก็เพราะนางที่วู่วาม จึงทำให้สหายเต๋าเหล่านี้ตกอยู่ในอันตราย โชคดีที่ไม่มีผู้ใดตาย… ข้าตัดสินใจจะไปช่วยนางในส่วนที่ 2 เพียงลำพัง… นี่คือกระเป๋าสมุนไพรที่พวกข้าช่วยกันหาเพื่อหวังเอาไปรักษามารดา ข้าขอร้องให้ท่านซัวหมิงนำสมุนไพรไปส่งยังตระกูลของข้าได้หรือเปล่า… เพราะข้าไม่มั่นใจว่าจะรอดกลับออกมา...”

หยูเป่ยจ้องมองหนิงฝานด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว พลางยื่นส่งกระเป๋าสมุนไพรให้หนิงฝานก่อนเตรียมทะยานเข้าสู่ส่วนที่ 2 อย่างกล้าหาญ

“ท่านไม่ต้องไปหรอก… ข้าจะไปพานางกลับมาเอง”

สีหน้าหยูเป่ยแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง หากหนิงฝานต้องเอาชีวิตไปทิ้งเพราะน้องสาวนาง มันคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

“ท่านซัว...” หยูเป่ยอยากจะติดตามไปด้วย แต่ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงกลับขวางไว้

“หากเจ้าไปก็รังแต่จะเป็นตัวถ่วงเท่านั้น หากไม่โชคร้ายจริงๆ ต่อให้ในส่วนที่ 2 มีอสูรไร้ดัดแปลง พวกมันคงไม่กล้าบุ่มบ่ามจู่โจมท่านหมิง แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต่อให้ท่านหมิงช่วยนางออกมาไม่ได้ แต่ท่านหมิงสมควรรักษาชีวิตกลับมาได้”

คำกล่าวของชายชราทำให้หยูเป่ยกล่าวไม่ออก หากเป็นก่อนหน้านี้คนอื่นๆอาจคิดว่าหนิงฝานเป็นคนชั่วร้าย แต่ยามนี้ไม่มีผู้ใดกล้าคิดว่าหนิงฝานเป็นคนชั่วแล้ว

เขาอาสาเสี่ยงชีวิตเพื่อไปช่วยน้องสาวของสหาย เหตุใดคนผู้นี้จะเป็นคนชั่วได้ อย่างน้อยๆ การกระทำของหนิงฝานก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้สึกอาย

“ช่างน่าขัน… พวกเราเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญฝ่ายธรรมะ แต่กลับไม่อาจรักษาคุณธรรมได้เท่าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอธรรม… ฝ่ายธรรมะหรืออธรรมสำคัญเช่นใด?” เหล่าผู้เชี่ยวชาญเศร้าใจ

หนิงฝานกระตุ้นปีกฟู่ลี่ มุ่งไปยังส่วนที่ 2 เต็มกำลัง หนิงฝานไม่ได้ช่วยฉงเอ๋อร์เพราะนางเป็นสาวงาม ไม่ใช่เพราะความถูกต้อง หรือไม่ใช่เพราะชื่อเสียง แต่เหตุผลเพียงอย่างเดียวที่เขายอมช่วย เพราะหยูเป่ยคือสหายคนหนึ่งของเขา

หนิงฝานไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปทิ้ง หากช่วยฉงเฉ๋อร์ได้เขาจะกลับมาทันที

“ทาส!” ก่อนที่หนิงฝานจะเข้าสู่ส่วนที่สอง เขานำเอาทาสขอบเขตไร้ดัดแปลงออกมา 3 ตน

หากมีทาสทั้งสามตนนี้อยู่ ต่อให้เข้าสู่ส่วนที่ 2 และรีบกลับออกมา ย่อมไม่เป็นปัญหา

เมื่อล่วงเข้าสู่ส่วนที่ 2 หนิงฝานแผ่สัมผัสเทพปกคลุมรัศมีแสนลี้ พบร่องรอยการต่อสู้มากมาย ทั้งยังพบกลิ่นอายของฉงเอ๋อร์

ร่องรอยและกลิ่นอายส่วนใหญ่ที่พบ เป็นของอสูรตัดวิญญาณ นางถูกอสูรเหล่านั้นตามล่า กระทั่งลงไปในบ่อโลหิต เหตุที่นางยังไม่ตายเพราะนางไม่ได้พบอสูรไร้ดัดแปลง

แต่ต่อให้นางไม่พบอสูรไร้ดัดแปลง การที่สตรีอยู่ในส่วนที่ 2 เพียงลำพังก็ยังอันตรายอยู่ดี

“นางเข้ามาที่นี่ได้ 3 วันแล้ว ข้าจะลองตามรอยนางไป แต่หากหานางไม่พบ ข้าจะกลับทันที”

หนิงฝานและทาสทั้งสามเร่งมุ่งหน้าไปตามทิศทางของกลิ่นอายของนาง

ระหว่างทางหนิงฝานพบอสูรจำนวนมากที่เข้าขวาง แต่ทาสของเขาก็จัดการพวกมันจนหมด

ในส่วนที่ 1 หนิงฝานสามารถใช้พลังตนเองได้ แต่ในส่วนที่ 2 นี้ เขาต้องพึ่งพาทาสทั้งสาม

ผ่านไปครึ่งวัน หนิงฝานพบคราบโลหิตของนาง ไกลออกไปในหุบเขาแห่งหนึ่ง เขาสัมผัสพบตัวนางที่ถูกอสูรจำนวนมหาศาลรายล้อม

“อสูรตัดวิญญาณ 140 ตน อสูรไร้ดัดแปลง 3 ตน… ต่อให้ข้ามีผ้าคลุมลวงสวรรค์ ก็ไม่อาจหนีพวกมันได้พ้น… ทำยังไงดี...”

หยูฉงเอ๋อร์ในยามนี้ขบฟันแน่น แม้ใบหน้าจะซีดขาวไร้โลหิต แต่นางไม่ยอมจำนน นางอุตส่าห์พบสมุนไพรที่จะนำไปรักษามารดา นางจึงตัดสินใจเข้าสู่รังราชาอสูรและขโมยมา

หากนางออกไปจากที่นี่ไม่ได้ ใครจะรักษามารดานางได้

“ท่านพี่คงเกลียดข้าเพราะข้ามันวู่วาม คนอื่นๆก็คงเกลียดข้าเช่นกัน”

เมื่ออสูรไร้ดัดแปลง 3 ตนเข้ามาใกล้ นางเริ่มสิ้นหวังไร้หนทาง

“ข้าไม่อยาก...”

เส้นแสงสีดำจำนวนมหาศาลพุ่งตรงเข้าใส่อสูรดวงจิตแรกเริ่ม หั่นร่างของพวกมันเป็นชิ้นๆ

ในชั่วพริบตานั้น นางรู้สึกราวกับถูกคนอุ้ม เมื่อนางแหงนหน้ามอง กลับพบบุรุษผู้หนึ่งที่โอบกอดนางไว้แนบกาย แต่มือข้างที่โอบกอดนั้น ไม่ได้รู้เลยว่าตำแหน่งที่กำลังจับอยู่คือหน้าอกของนาง

นางตั้งสติและเพ่งมองใบหน้าของคนผู้นั้นชัดๆ สีหน้านางแปรเปลี่ยน ปากอ้าค้างไม่อาจหุบ เพราะผู้ที่มาช่วยนางคือซัวหมิง!

“ซัว...ซัวหมิง เจ้ามาช่วยข้าทำไม… ข้า… ข้าไม่อยากให้เจ้าช่วย”

“อยู่เงียบๆก่อน!”

หนิงฝานขมวดคิ้วแน่น อสูรจำนวนมหาศาลรุมล้อมรอบทิศ ไม่มีเวลามาสนใจนาง

“ตาย!” อสูรไร้ดัดแปลง 3 ตนง้างหมัดเหวี่ยงเข้าใส่หนิงฝาน แต่เขาไม่อยากต่อกรกับพวกมัน จึงเร่งถอยหนีไปพร้อมกับทาสทั้งสามอย่างรวดเร็ว

อสูรไร้ตัดวิญญาณจำนวนมาก อสูรไร้ดัดแปลง 3 ตน ต่อให้หนิงฝานมีไพ่ตายมากมาย ก็ใช่ว่าจะสังหารพวกมันได้หมด

หากฝืนต่อสู้ พวกมันอาจเรียกกำลังเสริมมา เมื่อถึงยามนั้นหายนะอาจมาถึง

“ทาสไร้ดัดแปลง 3 ตน! เป็นไปไม่ได้!”

นางแตกตื่นเมื่อสังเกตุเห็นทาสทั้ง 3 ของหนิงฝาน นางคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะมีทาสติดตามที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ต่อให้เป็นตระกูลที่ทรงพลังในโลกพิรุณ ก็ยังไม่มีทาสระดับนี้

นางอยากจะถามหลายๆเรื่อง แต่นางรู้ว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหนี

นางหันมองไปข้างหลัง เหล่าอสูรยังติดตามไม่ลดละ อสูรไร้ดัดแปลงนั้นรวดเร็วมาก พวกมันตามหลังหนิงฝานมาติดๆ อยู่ห่างกันเพียง 300 จ้าง ราวกับจะหายใจรดต้นคอ

ไม่นาน หนึ่งในอสูรไร้ดัดแปลงเหล่านั้นอ้าปาก เตรียมจะพ่นบางสิ่งออกมา

“ระวัง!” นางอุทานด้วยความตกใจ

อสูรไร้ดัดแปลงเปล่งเสียงคำรามสะท้อนก้องไปรอบทิศ อานุภาพของมันรุนแรงพอที่จะสังหารหนิงฝานและนาง...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด