ตอนที่แล้วChapter 167 – Sungjin’s Dream [18-05-2020]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 169 – Black Market Fourteenth Shopping (4) [22-05-2020]

Chapter 168 – Black Market Fourteenth Shopping (3) [20-05-2020]


Chapter 168 – Black Market Fourteenth Shopping (3)

"อุฮ่าห์"

บลัดเวเจนได้ถูกร่ายรำในทุกๆครั้งที่อแขนและข้อมือของซังจินเคลื่อนไหว

"เคี๊ยกกกก!"

ศัตรูที่ถูกบลัดเวเจนตัดได้กลายเป็นชิ้นๆในขณะที่กรัดร้องออกมา ซังจินที่ฝันอยู่ได้กอดอกและมองดูตัวของเขาเอง อย่างไรก็ตามการต่อสู้ไม่ได้ดำเนินไปนานนัก

ซังจินผ้ที่กวัดแกว่งดาบก็อาจจะรู้ถึงเรื่องนี้ แต่ซังจินที่เฝ้าดูอยู่ก็รู้สึกว่ามันชัดเจนมากยิ่งขึ้น นี่เป็นเพราะว่าความเร็วของบลัดเวนเจนตัดศัตรูและการเคลื่อนไหวหลบของซังจินได้ค่อยๆเริ่มช้าลงไปเรื่อยๆ

'เขาเหนื่อยแล้ว...'

ในทางกลับกันมอนสเตอร์ก็ยังคงหลั่งไหลออกมาจากประตูวาปที่ถูกสร้างขึ้นโดยราชาปีศาจ ซังจินได้มองไปทางกองกำลังหลักที่กำลังต่อสู้กับราชาปีศาจ ตามที่อิลลิชได้บอกเพื่อที่จะหยุดประตูวาปจำเป็นจะต้องสร้างบาดแผลขึ้นกับร่างกายของราชาปีศาจ ยังไงก็ตามกองกำลังหลักที่ต่อสู้อยู่ไม่สามารถจะทำแบบนั้นได้เนื่องจากว่าการโจมตีของราชาปีศาจ

'ดังนั้นนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่สามารถจบมันได้...'

ศัตรูยังคงหลั่งไหลออกมาจากประตูวาปอยู่ ซังจินได้แต่มองย้อนกลับไปโดยที่ไม่สามารถหยุดเอาไว้ได้ในขณะที่ตะโกนออกมา

"เอ็ดเวิร์ค สนับสนุนทางนี้ที!"

เมื่อเขาได้ยินของตัวเอง ซังจินก็ได้คิดขึ้น

'ตอนนี้มันถึงตอนท้ายแล้วสินะ'

ซังจินได้มองไปที่เอ็ดเวิร์ด ยังไงก็ตามร่างกายของเอ็ดเวิร์ดไม่ได้หันไปทางประตูวาป แต่หันไปในทางตรงกันข้าม ทางที่กองกำลังหลักกำลังหลักกำลังต่อสู้กับราชาปีศาจ

'...เจ้านี่....'

ครู่หนึ่งเอ็ดเวิร์ดก็ได้สูดหายใจลึกในขณะที่เขาเริ่มร่ายเวทย์

"หอกศักดิ์สิทธิ์..."

ในอดีตซังจินเคยคิดว่านั่นเอ็ดเวิร์ดกำลังจะใช้เวทย์เพื่อช่วยเขา ยังไงก็ตามในเวลาเดียวกันนี้เอ็ดเวิร์ดได้ตัดสินใจที่จะเป็นฆาตกรแล้ว

"หอกแห่งการทำลายล้าง หอกของพระเจ้า!"

หอกที่มีพลังงานอย่างไม่น่าเชื่อได้ปรากฏขึ้นมาในมือของเอ็ดเวิร์ดเมื่อร่ายเวทย์เสร็จ เมื่อซังจินเห็นสิ่งนี้เขาก็คิดขึ้น

'เมื่อฉันลองคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากที่มาถึงจุดนี้แล้วนี้มันคือจุดเริ่มต้นที่น่าประหลาดใจ เวทย์...ที่เรียกว่าหอกของพระเจ้า'

หอกของพระเจ้าเป็นเวทย์โจมตีระดับสูงที่สุดของเวทย์สีขาว มันไม่ได้ถูกเตรียมเอาไว้จัดการกับพวกตัวลูกน้อง แต่เป็นเวทย์ที่เตรียมเอาไว้สำหรับราชาปีศาจ การใช้สิ่งเหล่านี้กับพวกลูกน้องมันไม่ต่างไปกับการเอามีดฆ่าวัวไปฆ่าไก่ แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ใช้มันแบบนั้น

เอ็ดเวิร์ดไม่ได้มองไปที่ซังจินและโยนหอกไปทางด้านหน้าที่ๆราชาปีศาจกำลังต่อสู้กับอิลลิช อิลลิชได้รับการซุ่มโจมตีจากด้านหลังทำให้เขาต้องร้องออกมาอย่างทรมานในขณะที่ล้มลงไป

"อั๊ก"

ราชาปีศาจที่กำลังปะทะอยู่กับเขาไม่ยอมพลาดโอกาสนี้และตัดคอของอิลลิชในทันที อิลเดอแบรนที่ได้รับการโจมตีของราชาปีศาจพร้อมอิลลิชได้มองไปที่ร่างไร้หัวของอิลลิชด้วยท่าทางตื่นตระหนก

ตั้งแต่เริ่มตนมันเป็นการยากอยู่แล้วที่จะต่อสู้กับราชาปีศาจด้วยพวกเขาสองคน ในตอนนี้อิลลิชได้ตายไปแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกๆความกดดันจะมาอยู่ที่เขา ฮิลเดอแบรนซ์ได้เปิดใช้งานทักษะอย่างเร่งด้วยในทันที

"กำแพงปราสาททั้งสี่"

ยังไงก็ตามในช่วงเวลาหนึ่งเวทย์ของเอ็ดเวิร์ก็ได้ลอยมาและแทงเขา

"หิ่งห้อย"

ไฟสีน้ำเงินได้ลอยมาและเผาเข้าที่ด้านหลังของฮิวเดอแบรทน์

"อั๊ก"

ฮิลเดอแบรนท์ได้ลดการ์ดลงเล็กน้อยจากความเจ็บปวดนี้ เป็นอีกครั้งที่ราชาปีศาจไม่พลาดโอกาสนี้ เขาได้ใช้สารสีดำที่ปกคลุมร่างกายเขาอยู่ให้กลายเป็นดาบและแทงเข้าไปในร่างของฮิวเดอแบรนท์

หลังจากนั้นสสารสีดำก็ได้เปลื่ยนเป็นใบมีดหลายใบและพุ่งออกมาจากร่างฮิวเดอแบรนท์เหมือนกับระเบิด ด้วยแบบนี้ฮิวเดอแบรนท์จึงกลายเป็นรูพรุ่นทั่วร่างและล้มลงไป

"ลบล้าง...."

มุสตาฟาผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังฮิวเดอแบรนท์ได้กำลังจะร่ายเวทย์ระษาแต่แล้วก็ได้ปิดปากลงไปเพราะว่าเขาได้ตระหนักได้ในรวดเร็วว่าฮิวเดอแบรนท์ได้ตายไปแล้ว เขาได้พยายามจะร่ายเวทย์อื่นต่อ แต่ว่าราชาปีศาจไม่ยอมให้เขาทำเช่นกัน

ในตอนนี้มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีแท้งคอยป้องกันเขาแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติที่ร่างของมุสตาฟาจะต้องถูกหั่นเป็นชิ้นๆในทันที ในระหว่างทั้งหมดนั้นซันซุเกะก็ได้ดึงสายธนูและพูดขึ้น

"สามศรมังกร"

ครู่หนึ่งมังกรสามตัวก็ได้ปรากฏออกมาจากธนูและบินตรงไปหาราชาปีศาจ ยังไงก็ตามราชาปีศาจก็ได้ขยับสสารสีดำและใช้มันสะท้อนกลับไปก่อน ศรทั้งสามได้ถูกส่งกลับมาหาซันซุเกะโดยที่ได้แทงเข้าไปที่ไหล่ซ้าย ต้นขาขวา และหัวใจ

ซันซุเกะได้ล้มลงไปในขณะที่ไอเลือกออกมา ตอนนี้ผู้ที่กำลังป้องกันประตูวาปอยู่ได้มองกลับไป นาดาและอรูวโจ อัมคูบ้าและริวชิน รวมไปถึงซังจิน นักล่าทั้งหมดที่โจมตีประตูวาปในสามจุดที่แตกต่างกัน ได้รู้สึกตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่ว่ามันก็สายเกินไปแล้ว นักล่าที่อยู่ใกล้กับราชาปีศาจและเอ็ดเวิร์ดได้ตายก่อน ซังจินในความฝันได้แสดงท่าทางที่โง่เขลาในขณะที่เฝ้ามองดูเอ็ดเวิร์ด ในเวลาเดียวกันซังจินก็พึมพัมเงียบๆ

'ทำไม?'

ครู่หนึ่งตัวเขาในอดีตก็ยังถามเอ็ดเวิร์ด

"ทำไมล่ะ?"

ยังไงก็ตามเอ็ดเวิร์ดก็ไม่ได้พูดอะไร ซังจินได้เมินตัวเขาในอดีตและจดจ่ออยู่กับการแสดงออกของเอ็ดเวิร์ด มุมปากของเขาได้ยกขึ้นเล็กน้อย ครู่หนึ่งสสารสีดำของราชาปีศาจก็ได้คลุมเอ็ดเวิร์ดและเปลื่ยนเขาให้การเป็นผง ศัตรูที่ออกมาจากประตูวาปก็ได้ลุมแทงซังจินที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว

"ฉึก!"

มันไม่ชัดเจนในสิ่งที่เขาทำหรือไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่นั่น เมื่อได้รู้สึกถึงสถานการณ์ที่สำคัญของผู้เป็นเจ้าของ บลัดเวเจนก็ได้เริ่มร้องออกมาเพียงลำพัง

'ครี๊ดดดดดดดดดด'

******

"อ้าาาา!"

ซังจินได้ลุกขึ้นจากเตียมพร้อมเสียงตะโกน แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์และความฝันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ซังจินก็อดที่จะตะโกนออกมาไม่ได้ในฉากการตายของตัวเอง

"ฮ่าห์....ฮ่าห์...."

หลังจากสูดหายใจ ซังจินก็ได้ถอดผ้าปิดตาออกและวางมันลงข้างๆ ครู่หนึ่งเหงื่อก็ได้ไหลลงมาจากหน้าผากของซังจิน เขาได้เช็ดมันออกและเปิดโคมไฟขึ้นมา

"คลิ๊ก"

ห้องได้สว่างขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงสวิทไฟ จากนั้นซังจินก็ได้มองออกไปนอกหน้าต่าง ด้านนอกยังคงมืดอยู่ซังจินจึงได้ถามกับโอเปอเรเตอร์เกี่ยวกับเวลา แต่ก่อนที่จะได้ถามเสียงของโอเปอเรเตอร์ก็ได้ดังขึ้น

[กริ้งงงงงงง ตอนนี้เป็นเวลา 4 นาฬิกา กริ้งงงงงงง]

มันเป็นสัญญาณเตือนที่เขาได้ตั้งเอาไว้เพื่อที่จะไปที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ ซังจินได้มองไปที่ลูกบาศก์อยู่ครึ่งหนึ่ง

'ฉันพึ่งจะนึกขึ้นได้...มันบอกว่าฉันจะต้องนอนเป็นเวลา 7 ชม...สำหรับฉันที่ได้มีความฝันแบบนั้น....มันน่าจะหมายความว่าระยะเวลานั้นถูกต้อง'

"โอเปอเรเตอร์พอได้แล้ว ฉันตื่นแล้ว"

เมื่อปิดเสียงปลุกแล้วซังจินก็ได้ลุกขึ้นจากเตียง หลังจากได้อาบน้ำแบบง่ายๆซังจินก็ออกไปจากโรงแรมและเหมือนอย่างเคยเขาได้สูดอากาศยามเช้าในขณะที่เดินไปร้านมืดยิ่งกว่าสีดำ อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าการเดินนั้นค่อนข้างจะแปลก มันอาจจะเป็นเพราะในช่วงสั้นๆก่อนหน้านี้เขาได้แต่ลอยไปมาในอากาศ

'มันดูชัดเจนมาก...แทนที่จะเรียกมันว่าความฝัน....มันควรจะเป็นแบบ...ทบทวนอดีตซะมากกว่า....'

แม้ว่าเขาจะได้รับประสบการณ์ทั้งหมดมาก่อนแล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนกับเขาได้เห็นในทุกๆอย่างอีกครั้งในเวลาอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาสามารถไปดูในสิ่งที่เขาไม่เห็นได้อย่างอิสระ

มีอยู่สามสิ่งที่ขาได้เห็นในความฝัยนแล้วทำให้เขารู้สึกประทับใจ อย่างแรกความจริงที่ว่าเอ็ดเวิร์ดได้ครอบครอง 'แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่' สอง เอ็ดเวิร์ดได้มีอุปกรณ์เสริมรูปดาวซึ่งทำมาจากอัญมณีหายากที่เป็นที่ต้องการของมังกร อย่างที่สามก็คือเขาต้องการที่จะเป็นฆาตกรด้วยความตั้งใจ

ยังไงก็ตามด้วยเหตุนี้เองมันก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามของซังจินที่ว่าทำไมเอ็ดเวิร์ดถึงเป็นฆาตกร

'ฉันยังไม่สามารถจะคิดออกได้เพียงแค่ดูมันในวันเดียว....สภาพแวดล้อมโดยรอบก็เช่นกัน... ฉันจะต้องนอนหลับแบบนี้อีกคืน...'

ในขณะที่เขากำลังคิดเรื่องเหล่านี้ตัวซังจินก็ได้มายืนอยู่ที่ร้านมืดยิ่งกว่าสีดำแล้ว

'อืมม...เพราะว่ามันยังมีพรุ่งนี้อยู่....มาลองดูพรุ่งนี้ดีกว่า'

เมื่อเขาได้เพิ่งจะเข้ามาในร้าน เบสโกโร่ก็พูดขึ้นอย่างฉับพลับ

'หืม?'

ซังจินได้หยุดเดินและถามสั้นๆ

"อะไรเบสโกโร่?"

'แปลก'

มันจะต้องมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นตามที่เบสโกโร่พูดขึ้น มันเป็นเพราะว่าเบสโกโร่ตามปกติจะหวาดระแวงร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำและความลึกลับของเจ้าของร้าน นี้จึงเป็นเหตุให้ทำไมเบสโกโร่ถึงไม่เคยพูดอะไรขึ้นเลยเมื่อมาอยู่ใกล้กับที่นี่ อย่างไรก็ตามในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดปากพูด

"มีอะไรแปลกๆหรอ?"

เบสโกโร่ได้ตอบกลับมา

'ความมืด...มันบางลง'

"คืออะไร? ร้านนี้นะหรอ?"

'ใช่แล้ว'

ตามปกติภายในร้านจะมืดไปจนถึงจุดที่มองไม่เห็นจมูกของตัวเอง นี้เป็นเหตุผลให้ซังจินใส่เบสโกโร่ผู้ที่เกลียดการมาที่นี่เพื่อใช้ทักษะของหมวกวิสัยทัศของวิญญาณ ซังจินได้ถอดเบสโกโร่ออกและมองไปที่ร้านนี้ด้วยตาของตัวเอง

สิ่งที่เบสโกโร่พูดเป็นความจริง ประตูทางเข้ามันยังคงมืดอยู่ แต่ก็ไม่ได้เป็นความมืดแบบในอดีตที่ไม่มีแสงเลยแม้แต่นิด แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงความมืดที่ดูคล้ายกับความมืดที่ปกคลุมร้านอื่นๆ ในขณะที่เข้าเดินเข้าไปภายในร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำซังจินก็พึมพำ

"นี่ล่ะ..."

'เอี๊ยดดดดด'

เหมือนเช่นเคยบันไดไม้เก่าๆได้ส่งเสียงออกมา ในที่สุดเมื่อเข้าไปในร้านนค้าแล้ว ซังจินก็ได้พบกับอีกสิ่งหนึ่งที่เปลื่ยนไป เจ้าของร้านในตอนนี้ได้ยืนอยู่ข้างๆเก้าอี้

ในความจริงถ้าเป็นร้านค้าตามปกติมันจะไม่ได้น่าแปลกเลย แต่ว่าเจ้าของร้านที่นี่ที่มักจะนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับกุมมือตัวเองในขณะรอเขาอยู่เสมอได้ยืนอยู่ซึ่งมันทำให้ซังจินรู้สึกแปลกๆ

เมื่อเขาได้มองเข้าไปใกล้ๆแล้วมันก็ยิ่งแปลกขึ้นไปอีก เจ้าของร้านกำลังยืนนิ่งในขณะที่มองไปในพื้นที่ๆว่างเปล่า ซังจินได้พูดออกมาด้วยความกังวลเล็กน้อย

"อะไรนะ... ทำไมนาย...."

เจ้าของร้านได้หันมาตามคำพูดของซังจินและพูดออกมา

"อ่าาา....ว่าแล้วนายต้องมา"

มันราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เจ้าของร้านได้ทำท่าทางเชื้อเชิญไปที่เก้าอี้ในขณะพูดออกมา

"เชิญนั่ง ถึงเวลาทำธุรกิจแล้วใช่ไหม ธุรกิจนะ"

เมื่อซังจินได้นั่งลงเจ้าของร้านก็ได้นั่งในเก้าอี้ตรงกันข้ามกับเขา ซังจินได้ส่งหินแสวงหาฆาตกรไปทางเจ้าของร้อนเพียงก้อนเดียวและพูดออกมา

"เติมมัน"

เจ้าของงานได้เก็บเงินและส่งหินกลับคืนไปให้ซังจินเหมือนปกติ

"ใช่สิ นายได้พบกับมังกรตัวอื่นสินะ"

ได้มีอีกคนหนึ่งที่ได้อ่านความทรงจำเขาที่น่ ซังจินได้ส่งลูกบาศก์ออกไปโดยไม่พูดอะไร

"ส่งอิลิกเซอร์มา ฉันต้องการมัน"

"หืม...แน่นอนสิ"

เจ้าของร้านได้หยิบเอาอิลิกเซอร์ออกมาจากเสื้อและส่งมันให้กับซังจินซึ่งได้เริ่มดื่่มมันในทันที ยังไงก็ตามเจ้าของร้านก็ได้พูดต่อไป

"นายได้ทำงานหนักมาจนถึงบัดนี้ ธุรกิจของฉันจะสิ้นสุดลงที่นี่"

"แค่กๆ"

ซังจินที่อยู่ระหว่างดื่มอิลิกเซอร์อยู่ได้ไอออกมาอย่างแปลกใจ

"อะ...อะไรนะ?"

"ฉันเป็นแค่คนที่ถูกฝากฝังมา เมื่อฉันทำหน้าที่สำเร็จแล้วตั้งแต่วันนี้ ฉันก็เลยไม่สามารถจะอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว"

เมื่อซังจินได้เอียงหัวเจ้าของร้านก็ได้พูดต่อออกมา

"อิลิกเซอร์ที่นายพุ่งจะดื่มไปมันเป็นอันสุดท้ายแล้ว ด้วยแบบนี้นายจึงได้ทุกสิ่งที่นายต้องการแล้ว นายมีความมุ่งมั่นอยู่แล้วและตอนนี้นายก็ได้รับพลัง มันถึงเวลาที่เรื่องนี้จะจบลง"

"นายหมายถึงอะไร...."

ในขณะที่ซังจินจ้องมองไปที่เจ้าของร้าน เจ้าของร้านก็คงยังพูดต่อไป

"ฉันบอกได้เพียงแค่ว่าข้อกำหนดทั้งหมดได้รับการตอบสนองแล้ว"

"ข้อกำหนด?"

ขณะที่ซังจินได้ยกคิ้วขึ้นเจ้าของร้านก็พูดต่อไปอย่าวรวดเร็ว

"มีหลายสิ่งที่ฉันอยากจะพูด แต่ฉันไม่สามารถจะพูดได้ทุกอย่าง ถึงแม้ว่าฉันจะดูเป็นแบบนี้ แต่ฉันก็ยังคงมีงานที่ยุ่งอยู่ งานนี้นะ...มันก็เป็นเหมือนกับงานพาทไทน์ของฉัน"

มันดูเหมือนว่าเจ้าของร้านไม่ได้ตั้งใจจะให้ซังจินได้ตอบกลับมา

"ในตอนนี้มันถึงเวลาลากันแล้ว มันสนุกมากที่ได้รู้จักนายในระยะเวลาสั้นๆ วังจิน"

ในตอนท้ายของคำเหล่านี้ร่างกายของเจ้าของร้านก็ได้เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยความมืดบางอย่าง ซังจินได้จ้องมองไปที่เจ้าของร้านด้วยความประหลาดใจ แต่ในขณะนั้นเจ้าของร้านก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง

"ในตอนนี้ฉันพึ่งจะคิดเกี่ยวกับมันได้...มันได้มีบางอย่างที่ฉันได้รับมาโดยที่ไม่ต้องจ่ายอะไร ฉันจะต้องให้อะไรแลกเปลื่ยนถ้าฉันได้รับบางอย่างมา..."

ทันใดนั้นเจ้าของร้านก็ยื่นมือออกมาและชี้ไปที่ต่างหูของซังจินที่กำลังสวมใส่อยู่ ในขณะนั้นเขาก็พูดต่อไป

"เมื่อนายจะต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความจริงคือสิ่งที่มีค่าเสมอไป"

ด้วยคำพูดสุดท้านนี้ เจ้าของร้านก็ได้ถูกดูดเข้าไปในความมืดและหายตัวไปจากจุดนั้นราวกับว่าเขาได้สลายหายไปในความมืดโดยรอบ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด