ตอนที่แล้วบทที่ 207 โลหิตโบราณศักสิทธิ์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 209 สร้าง ห้วงจิตสำนึก !

บทที่ 208 อำนาจมหัศจรรย์ของโลหิตศักสิทธิ์


บทที่ 208 อำนาจมหัศจรรย์ของโลหิตศักสิทธิ์

โลหิตโบราณศักดิ์สิทธิ์ !

ข้อความจากเปลวเหมันเยือกแข็ง ทำให้ฉื่อหยานต้องตะลึง เขายืนตะลึงทำอะไรไม่ถูกอยู่พักหนึ่ง

ในห้องหินที่ถูกสร้างจากหินลึกล้ำ กลิ่นอายธรรมชาติพุ่งเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญานอย่างบ้าคลั่ง อย่างต่อเนื่อง ไข่มุกรวมวิญญานค่อยๆส่องประกายออกมาและหมุนอยู่บนมือของฉื่อหยาน ผลึกส่องแสงออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถสังเกตได้ว่ามันส่องมายังพื้นผิวของไข่มุกรวมวิญญาน

เมื่อหนึ่งในสามของกลิ่นอายคลื่นพลังธรรมชาติในห้องหายเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน , หยดเลือดที่ฉื่อหยานหยดลงไปก็จางลงและไม่เห็นอีกต่อไป

จนถึงขณะนี้เองกลิ่นอายธรรมชาติในห้องก็สงบลง

ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ยกเว้นไข่มุกรวมวิญญานที่ส่องแสงออกมา ด้วยกลิ่นอายธรรมชาติมากมายเข้าไปยังไข่มุก มันดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น พื้นผิวของมันก็กลายเป็นหยาบกร้านมากขึ้น

" อะไรคือ โลหิตโบราณศักดิ์สิทธิ์ ? "

" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน " เปลวเหมันเยือกแข็ง ส่งข้อความหลังจากที่เงียบไปสักพัก " วิชาปรับแต่งร่างกายที่เจ้าฝึกเป็นของช่างตีเหล็กวิปริต เรื่อง โลหิตโบราณศักดิ์สิทธิ์เองข้าก็รุู้มาจากเขาเช่นกัน เขาได้รับหนังสือโบราณที่ไม่สมบูรณ์มาเล่มหนึ่ง มันกล่าวไว้ว่าในสมัยโบราณ มีราชันย์พระเจ้าสามคนที่มีโลหิตที่มีอำนาจแตกต่างกัน ซึ่งถูกเรียกว่าโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ช่างตีเหล็กนั้นไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอำนาจของโลหิตศักดิ์สิทธิ์เลยแต่สิ่งที่เค้ารู้ก็คือโลหิตศักดิ์สิทธิ์นั้นจะใช้ถ่ายทอดไปยังสมบัติหรืออาวุธ เพื่อให้มันเกิดการวิวัฒนาการ โดยที่มันจะปลดปล่อยกลิ่นอายออกมารอบๆและมันก็ปล่อยออกมาจากอาวุธและสมบัติชิ้นนั้นอย่างบ้าคลั่ง "

" ลูกหลานของราชันย์พระเจ้าทั้งสาม ตราบใดที่พวกเขาได้รับสืบทอดโลหิตศักดิ์สิทธิ์ เขาจะมีอำนาจที่อัศจรรย์. เมื่อไข่มุกรวมวิญญาณถูกกลั่นโดยเปลวไฟนภาแล้ว วิญญานที่อยู่ในนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นพลังวิญญานบริสุทธิ์ และสิ่งนั้นมันก็ทำให้ไข่มุกรวมวิญญานสูญเสียความสามารถในการดูดกลืนวิญญานไป

" อย่างไรก็ตาม ตอนที่เจ้าหยดเลือดของเจ้าลงไป โครงสร้างภายในของไข่มุกรวบรวมวิญญาณก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ หลังจากที่มันดูดซึมกลิ่นอายธรรมชาติเข้าไปแล้ว ไข่มุกรวบรวมวิญญาณก็เหมือนกับว่าฟื้นคืนมาอีกครั้ง แต่น่าเสียดาย ที่โลหิตของเจ้าไม่บริสุทธิ์ เฉพาะเลือดที่มีความเข้มข้นสูงเท่านั้นจึงจะเรียกว่าศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไข่มุกรวมวิญญานได้ดื่มเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงเข้าไปหละก็ ตอนนี้มันคงจะฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แล้ว . "

" ถ้าเจ้ากลั่นเลือดของเจ้าให้กลายเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็จะสามารถถ่ายทอดเลือดของเจ้าเขาไปในสมบัติหรืออาวุธได้ตามที่หนังสือโบราณที่ไม่สมบูรณ์ของช่างตีเหล็กเขียนไว้ มันสามารถทำให้สมบัติและอาวุธที่เสียหายซ่อมแซมตัวเองได้ โลหิตศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถซ่อมแซมสมบัติหรืออาวุธได้ เมื่อเจ้ากลั่นเลือดของเจ้าให้เป็นโลหิตศักดิ์สืทธิ์ เจ้าก็จะสามารถฟื้นคืนความสามารถในการดูดกลืนวิญญานให้แก่ไข่มุกรวมวิญญาได้อีกครั้ง . . . . . . . "

เปลวเหมันเยือกแข็งอธิบายอย่างช้าๆ และปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับโลหิตโบราณศักดิ์สิทธิ์ให้ฉื่อหยานรู้

ฉื่อหยาน ก็ สับสนสักพัก เขาจ้องมองอย่างว่างเปล่าไปที่ไข่มุกรวมวิญญานที่อยู๋ในมือด้วยสีหน้าแปลกๆ

จิตวิญญานอมตะ !

โลหิตโบราณศักดิ์สิทธิ์สมควรเป็นของจิตวิญญานอมตะ และจิตวิญญานอมตะเองก็สามารถฟื้นฟูร่างกายของมนุษย์ได้ ว่ากันว่า เมื่อระดับขั้นขึ้นไปอยู่จุดสูงสุด จิตวิญญานอมตะจะสามารถฟื้นคืนร่างกายของมนุษย์ได้แม้เพียงคนๆนั้นเหลือเลือดแค่หยดเดียว

เห็นได้ชัดว่า ความผิดปกติของโลหิตศักดิ์สืทธิ์ในร่างกายของเขาเกี่ยวข้องกับจิตวิญญานอมตะ

แต่มันนั้นอยู่เหนือความคิดของเขาไปมากว่าเลือดของเขาสามารถฟื้นฟูสมบัติและอาวุธทั้งหมดได้และยังสามารถฟื้นคืนความสามารถของมันที่สูญเสียไปแล้วได้อีก

นี้ค่อนข้างจะเป็นปาฏิหาริย์ที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก !

ในแผ่นดินรุ่งเรือง นักรบส่วนใหญ่ที่เกิดมาพร้อมกับช้องเงินช้อนทอง สมบัติล้ำค่าต่างๆก็มีอยู่ทุกหนแห่ง

สมบัติและอาวุธถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญของนักรบ เมื่อคนต่อสู้กัน สมบัติและอาวุธก็จะได้รับความเสียหายภายในเสียหายในและเสื่อมสภาพลงมือมันประทะกัน จากนั้นพวกมันก็จะสูญเสียอำนาจไป

เมื่อสมบัติและอาวุธกลายเป็นเสื่อมสภาพ แม้แต่ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือดีที่สุดก็มิอาจซ่อมแซมพวกมันได้ ทำได้เพียงสร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้น

เมื่อเขากลั่นเลือดของเขาให้บริสุทธิ์ และถ่ายทอดมันเข้าไปยังสมบัติหรืออาวุธด้วยวิธีบางอย่าง นั่นจะทำให้พวกมันฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้เป็นสิ่งที่อัศจรรย์จริงๆ .

เลือดอมตะ ! เลือดอมตะ !

ฉื่อหยาน ตาก็สว่างขึ้น เขาเคยได้ยินว่าหยางชิงตี้ ได้หยดเลือดลงไปที่ร่างกายของหยางไห่ และแม้จะผ่านมาหลาสทศวรรษ เขาก็ยังสามารถรู้ตำแหน่งของหยางไห่ได้ผ่านหยดเลือดอมตะ ครั้งที่ผ่านมา , หยางชิงตี้ ได้ใช้หยดเลือดอมตะสามหยดเพื่อหาว่าฉื่อหยานอยู่ที่ใดยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว จากนั้นหยางชิงตี้ก็ให้โม่ต้วนหุนมายังเกาะเมฆาเพื่อมารับเขา

เห็นได้ชัดว่า หยางชิงตี้ รู้วิธีการกลั่นเลือดอมตะและพลังอำนาจของเลือดอมตะ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉื่อหยานก็เปลี่ยนไป เขาเหลือบมองไปที่ไข่มุกรวมวิญญานและสื่อสารกับเปลวเหมันเยือกแข็ง : " เข้าใจแล้ว ตอนนี้ข้าจะเริ่มถ่ายทอดพลังวิญญานบริสุทธิ์ในไข่มุกรวมวิญญานเข้าไปในวิญญานของเซี่ยซินหยนานแล้ว เช่นนั้น ข้าขอถามครั้งสุดท้าย จะไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหลังจากที่ข้าหยดเลือดลงไปที่ไข่มุกรวมวิญญานใช่หรือไม่ ?

" แน่นอน ! "

ฉื่อหยานรู้สึกสบายใจขึ้นทันที

จ้องมองไปที่หญิงสาวผู้งดงามที่นอนอยู่ ฉื่อหยานแววตาก็ปรากฏความเสีนใจออกมา เขาค่อยๆประคองเธอขึ้นมาและเขาก็ขึ้นไปนังขัดสมาธอยู่บนเตียงโดยมีเธออยู่ด้านหน้า

ด้วยไข่มุกรวมวิญญานที่อยู่ในมือ ฉื่อหยานก็เอื้อมมือออกไปจับมือที่เย็นเฉียบของเธอ และจับมือของเธอมาวางไว้บนไข่มุกรวมวิญญาน

ค่อยๆหลับตาลง ฉื่อหยาน กลั้นหายใจ และตั้งสมาธิไปในจิตใจของเขา แล้วส่งจิตสำนึกของเขาเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน

พลังวิญญานก็ไหลออกมาเหมือนกับสายน้ำที่ไหลในลำธารออกมาจากไข่มุกรวมวิญญาน ทันทีที่เขาส่งจิตสำนึกเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน เขาก็รู้สึกดีเป็นอย่างมากราวกับว่าพลังวิญญานที่อยู่ภายในเป็นเลือดของเขา โดยที่เขาสามารถควบคุมเลือดเหล่านี้ได้โดยง่าย . . . . . . .

ตามวิธีการที่เปลวเหมันเยือกแข็งบอกไว้ เขาต้องส่งจิตสำนึกของเขาไปที่พลังวิญญานที่อยู่ในไข่มุกรวมวิญญานและพยายามจะดึงมันออกมาจากไข่มุก

ไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ ภายใต้การควบคุมด้วยจิตสำนึกของเจา พลังวิญญานบริสุทธิ์กลายเป็นเส้นสาย เหมือนกับเส้นใยที่สดใส มันลอยออกมาจากไข่มุกรวมวิญญานอย่างไม่หยุด และค่อยๆพุ่งเข้าไปที่ในร่างของเซี่ยซินหยานผ่านฝ่ามือของนาง

ด้วยความปลื่มปิติ ฉื่อหยานก็ควบคุมพลังวิญญานที่บริสุทธิ์ให้ไหลเข้าไปในสมองของเซี่ยซินหยานด้วยจิตสำนึกของเขาอย่างช้าๆ

พลังวิญญานเหล่านี้ไหลไปตามเส้นชีพจรในแขนของเธอ ผ่านคอเรียวบางที่ขาวนวลของนาง มันหยุดสักพักและก็ไหลต่อไปยังสมองของเธอ

บูม !

เมื่อจิตสำนึกของฉื่อหยานเข้าไปในพื้นที่สมองของเธอ ฉื่อหยานจิตใจก็สั่นสะท้าน รางๆ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสนามรบของวิญญาน

ในห้วงจิตใจของเธอทันทีก็เต็มไปด้วยพลังวิญญานหลากหลายที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันเต็มไปด้วยความเกลีดชัง และอย่างไม่คาดคิดดูเหมือนว่ามันต้องการจะทำลายจิตสำนึกของฉื่อหยาน

ฉื่อหยาน สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไป เขาเคยได้ยิน จากเปลวเหมันเยือกแข็งแล้วว่าจะต้องมีสถานการณ์เช่นนี้

เขารีบส่งจิตสำนึกของเขาเข้าไปในยังห้วงจิตใจของเซี่ยซินหยานด้วยความรวดเร็วเหมือนกับสายฟ้าฟาด

อย่างไรก็ตาม พลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ถูกควบคุมโดยจิตสำนึกของเขา ก็เข้าไปยังห้วงจิตสำนึกของเซี่ยซินหยานได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเขาเคยผ่านมาก่อนจากในห้วงจิตสำนึกของเขา [TL.น่าจะหมายถึงตอนสร้าง วิญญานปลอม]

คลื่นวิญญานที่แข็งแกร่งจากในพื้นที่สมองของเซี่ยซินหยานก็กระตุ้นขึ้นมาทันที คลื่นวิญญานทะลักออกมาด้วยความบ้าคลั่งรุนแรง เหมือนกับเป็น พายุวิญญานที่สามารถทำลายวิญญานอื่นได้ในเวลาสองวินาที

ด้วยความใจเย็น ฉื่อหยานก็ค่อยๆจับไปที่ไข่มุกรวมวิญญานอย่างแน่นหนาและปล่อยวางจิตใจของเขาเพื่อทำให้จิตสำนึกของเขาอยู่ในสภาพว่างเปล่า

ณ เวลานี้ วิญญานของฉื่อหยานนั้นดูเหมือนกับไร้ตัวตน และพายุวิญญานก็ออกมาจากร่างของเซี่ยซินหยานปรากฏขึ้นมาที่ห้องหินและพัดโหมกระหน่ำอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆสงบลง

เมื่อฉื่อหยานตรวจสอบแล้วว่าไม่มีความผิดปกติใดๆอีก เขากระตุ้นส่งจิตสำนึกของเขาส่งเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญานอีกครั้งเหมือนก่อนหน้านี้ เพื่อส่งพลังวิญญานบริสุทธิ์จำนวนมากเข้าไปยังพื้นที่สมองของเซี่ยซินหยาน

ทุกครั้งที่จิตสำนึกของเขาเข้าไปในพื้นที่สมองของนาง จากใรร่างกายของเธอ ทันทีจากในร่างกายของเธอก็จะเกิดเป็นพายุวิญญานขึ้นมาเพื่อป้องกันโดยสัญชาตญาน

และในเวลานี้ ฉื่อหยานจะไม่ต่อสู้กับมันซึ่งๆหน้า เขาหลบซ่อนจิตสำนึกของเขาอย่างรวดเร็ว ด้วยการควบคุมลมหายใจของวิญญาน ตามวิธีการของเปลวเหมันเยือกแข็ง

รอจนกระทั่งการโต้ตอบวิญญานของนางสงบลง ฉื่อหยานก็เริ่มส่งพลัววิญญานเข้าไปสู่พื้นที่สมองของนางอีกครั้งมากขึ้นเรื่อยๆ

ฉื่อหยานนั้นไม่รีบร้อน เขาค่อยๆทำทีละนิดซ้ำไปซ้ำมา

อย่างช้าๆ เขาก็พบว่ายิ่งเขาถ่ายทอดพลังวิญญานเข้าไปมากเท่าใด การโต้ตอบของวิญญานจากเซี่ยซินหยานก็เริ่มลดลง

รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างเงียบๆ เขารู้ว่าวิธีการของเปลวเหมันเยือกแข็งนั้นต้องได้ผล

ด้วยพลังวิญญานบริสุทธิ์เหล่านั้นที่ถ่ายทอดเข้าไป เศษชิ้นส่วนจิตสำนึกของเซี่ยซินหยานที่กระจัดกระจายไปก็เริ่มรวมตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ เซี่ยซินหยานดูเหมือนว่าจะรู้สึกได้เบาๆ และเธอดูเหมือนจะได้สติมากขึ้นเรื่อยๆ

รู้สึกโล่งใจ ฉื่อหยาน โดยไม่ลังเล เขาก็ดึงพลังวิญญาณบริสุทธิ์จำนวนมากถ่ายทอดเข้าไปในจิตใจของเซี่ยซินหยาน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว

ในที่สุดแล้ว วันหนึ่ง เมื่อฉื่อหยานส่งพลังวิญญานเข้าไปในสมองของเธอ การโต้ตอบวิญญานของเธอก็ไม่มีอีกต่อไป เธอไม่ได้ปล่อยพลังวิญญานของเธอออกมาด้วยสัญชาตญานและทำร้่ายฉื่อหยานอีกต่อไป

เมื่อจิตสำนึกเต็มไปด้วยพลังวิญญาน จิตสำนึกของเซี่ยซินหยินก็แสดงการตื่นตัวขึ้นมา

ขณะเดียวกัน มือขาวที่เรียวบางของนางที่วางไว้บนไข่มุกรวมวิญญาน โดยไม่คาดคิดการดูดซับค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างบางเบา . . . . . . .

ฉื่อหยานรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า พลังวิญญาณในไข่มุกรวมวิญญาน กำลังไหลออกไปด้วยตัวเองและคล่อยๆไหลไปตามแขนของเซี่ยซินหยาน , นำโดยบางสิ่งบางอย่าง

ฉื่อหยานก็ลืมตา

ที่ด้านหน้าของเขา หญิงสาวผู้งดงามแก้มของนางก็เริ่มมีเลือดฝาด เธอเริ่มหายใจอย่างบางเบา แม้แต่คิ้วของนางยังขมวดกันแน่น แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยนางมีปฏิกิริยา

เธอกำลังดูดซับพลังที่มีประโยชน์เพื่อฟื้นฟูวิญญานของเธอ

ฉื่อหยานทันทีก็มาถึงจุดสิ้นสุด

ถึงตอนนี้ เขาก็มั่นใจแล้วว่า พลังวิญญานที่เข้าไปยังพื้นที่สมองของเซี่ยซินหยานตลอดหลายวันที่ผ่าน วันนี้พวกมันก็เริ่มส่งผลแล้ว

" สำเร็จ " เปลวเหมันเยือกแข็ง ส่งข้อความผ่านแหวนสายโลหิต " จากนี้ไป เธอจะดูดซับพลังวิญญานจากไข่มุกรวมวิญญานด้วยตัวของนางเอง เจ้าไม่ต้องช่วยเหลืออีกต่อไป  ดี , เจ้ามาสนใจเรื่องของเจ้าเถอะ ตอนนี้ ข้าจะบอกเจ้าถึงวิธีการวิวัฒนาการจิตสำนึก และ เปลี่ยนเป็นจิตสำนึกวิญญานผ่านการดูดซับพลังวิญญาน จากนนั้นเจ้าก็จะสามารถรวบรวมจิตสำนึกวิญญานเพื่อสร้างเป็นห้วงจิตสำนึกได้ ! " .

ฉื่อหยานดวงตาก็ส่องประกาย

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1322 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด