ตอนที่แล้วบทที่ 70 - สวนแฟรี่ (3)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 72 - สวนแฟรี่ (5)

บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)


บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)

[คุณกำลังถูกเคลื่อนย้าย]

มันเกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกับในตอนที่ฉันมาถึงพื้นที่พักอาศัยขึ้น เมื่อฉันได้หลับตาลงและเปิดขึ้นหลังจากนั้นพักหนึ่ง มันก็มีบ้านสองชั้นปรากฏอยู่เบื้องหน้าของฉัน มันเป็นบ้านธรรมดาที่หลังคาทำมาจากอิฐสีแดง มีป้ายที่เขียนเอาไว้ด้วยว่าบ้านเกรดสองและฉันก็หินบ้านอื่นๆในแถวนี้เช่นกัน เมื่อฉันได้พยายามจะเดินเข้าไปทางนั้น ฉันก็พบว่าตัวฉันได้อยู่ในที่เดียวกับจุดเริ่มต้น ดูเหมือนฉันจะไม่สามารถไปที่บ้านหลังอื่นได้

"เพลรูเดีย?"

[ขะ เข้ามาสิ!]

ฉันได้เปิดประตูหน้าและเดินเข้าไป บ้านนี้มันถูกสร้างขึ้นโดยอิฐบล็อคมี่ดูธรรมดามากๆและด้านในก็สะอาดอย่างน่าเหลือเชื่อ ในความจริงแล้วที่นี่มันไม่ใช่ที่ๆผู้หญิงจะสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

เพลรูเดียเธอไม่ได้สวมชุดนักบวชตามปกติของเธอแต่กลับเป็นชุดกระโปรงสีฟ้าแทน ซึ่งมันเหมาะกับแขนและขาที่เพรียวบางของเธอมา ฉันได้ตกตะลึงไปกับความงามนี้ของเธออยู่ครู่หนึ่ง นอกจากนี้...หืม? บางสิ่งบางอย่างมันดูแต่ต่างออกไป มันคืออะไรนะ? อ่า ฉันสามารถจะได้กลิ่นน้ำหอม!

"นะ นายมา!"

"อา ขอบคุณสำหรับคำเชิญ"

แม้ว่าฉันจะไม่รู้เหตุผลที่เธอเรียกฉันมาก็ตามที

"นายอยากจะดื่มอะไรมั๊ย? ชะ ใช่แล้ว! ชา"

"...."

ทั้งเสื้อผ้าและน้ำหอมของเธอ มันเห็นได้ชัดเลยว่าเธอทำตัวแปลกๆ การเคลื่อนไหวที่ซุ่มซ่ามของเธอมัน...น่ารัก แต่ว่านั่นไม่ใช่ส่วนสำคัญ

"ฉันนั่งได้มั๊ย?"

"ได้เลย! บนโต๊ะนั่น!"

เธออาจจะหมายถึงเก้าอี้ข้างๆโต๊ะ ด้วยเหตุนี้ฉันเลยนั่งลงไปที่เก้าอี้ข้างๆโต๊ะทานข้าว จากนั้นฉันก็มองดูเพลรูเดียเตรียมชา ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในบ้านของตัวเอง แต่ลักษณะการเคลื่อนไหวของเธอมันดูน่าอึดอัด เช่นแขนขาที่ขยับไปในทิศทางเดียวกันหรือการสั่นเล็กน้อยของมือเธอ

จากนั้นมันก็ใช้เวลา 20 นาทีสำหรับให้เพลรูเดียสงบลงและชงชาเสร็จสิ้น และใช้เวลาอีก 10 นาทีให้เธอนั่งลงและดื่มชากับฉัน เมื่อกำลังดื่มชาแดงอุ่นๆ ฉันก็ถามเพลรูเดีย

"แล้วเธอช่วยฉันมาที่นี่ทำไมหรอ?"

"...น่าทึ่ง ใช่มั๊ย? ฉันมีบ้านเกรดสองแล้ว!"

"อา มันน่าตกใจจริงๆ"

'เธอกำลังเปลื่ยนเรื่อง!'

"แน่นอนว่านี้มันไม่ใช่พลังของฉันเพียงลำพัง คนจำนวนมากได้ให้การสนับสนุนฉันด้วยทองของพวกเขา นายอาจจะไม่รู้ แต่ฉันเทียบเท่าได้กับตัวแทนของทวีปเลยนะ!"

"อ่า ใช่แล้ว ยินดีด้วยนะเพลรูเดีย"

สำหรับสภาพจิตใจของเธอ ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะไม่บอกเธอเกี่ยวกับคฤหาสน์พิเศษของฉัน

"เรียกฉันว่ารูเดีย! นะ นั่นมันคือสิ่งที่ทุกๆคนเรียกฉัน"

"นั่นมัน...? โอเค รูเดีย"

ชูน่ากก็เรียกเธอว่ารูเดียเช่นกัน ฉันคิดว่านั่นเป็นชื่อเล่นระหว่างเพื่อนสนิทซะอีกนะ หรือว่าเพลรูเดียได้คิดว่าฉันเป็นเพื่อนของเธอแล้ว? เพราะว่าฉันไม่คิดว่าเราจะได้มาเป็นเพื่อนสนิท ฉันจึงค่อนข้างจะสับสน

อย่างไรก็ตามความสับสนจริงๆมันพึ่งเริ่มขึ้น

"ถ้างั้น...หะ..เหตุผลที่ฉันเรียกนายมา"

เพลรูเดีย ไม่สิใบหน้าของรูเดียได้กลายมาเป็นสีแดงอย่างมาก หลังจากที่ดื่มชาแดงแล้วเธอก็แทบจะไม่สามารถพูดต่อได้

"มี...สิ่งหนึ่งที่ฉันต้องการจะอธิบายนาย..."

"ว่าไง?"

"คะ ครอบครับของฉัน ปะ เป็นครอบครัวราชวงศ์"

"อ่าห๊ะ"

ฉันจะไม่มีวันลืมคำพูดนี้ของเธอที่ตามฉันมาตลอดช่วงชีวิต

"พะ...พวกเราเกิดมาพร้อมกับดวงตาที่สามารถมองเห็นคู่ชีวิตของเราได้ ฉัน ฉันหมายถึงถ้าฉันแต่งงานและมีลูกกับคนนี้ ครอบครัวราชวงศ์ของฉันก็จะถูกลิขิตให้รุ่งโรจน์ขึ้น"

"...ใช่"

ความรู้สึกเย็นวาบได้ผ่านมาที่หลังของฉัน

"เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นเพราะว่าเลือดของฉัน... เลือดของบรรพบุรุษของฉันที่มีเผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนผสมอยู่..."

"หืม...?"

"มะ เมื่อพวกเราพบกันครั้งแรก"

สำหรับบางเหตุผลมันทำให้ฉันไม่อยากจะฟังในสิ่งที่เธอพูด

"จำได้เป็นเมื่อฉันได้..หมายถึง...กับนาย?"

"ชะ...ใช่"

ฉันหวังว่ามันจะไม่ใช่ความจริงนะ

"ฉันได้รู้เมื่อฉันได้เห็นนาย"

...จริงดิ? หญิงสาวสวยคนนี้กับฉันหรอ? แม้ว่าฉันจะต้องการบอกเธอว่าไม่ให้ข้อเล่นและหัวเราะออกไป แต่ว่าการแสดงออกของรูเดียมันจริงจังเกินไป

"จริงๆแล้วฉันไม่ชอบมัน ทำไมฉันถึงจะต้องแต่งงานกับชายที่ฉันไม่แม้แต่จะรู้จักผู้ที่มาจากโลกอื่นอีกด้วย? นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่ชอบนาย...ฉันไม่ได้คิดว่านายเป็นออร์ค! ฉันคิดว่านายน่ะมีร่างกายที่น่าชื่มชมของผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้ ฉันไม่ได้เกลียดนาย"

ขณะที่เธอพูดเสียงของเธอก็ได้สงบลงไป เธอได้ใจเย็นมากยิ่งๆขึน

"ฉันเกลียดสายตาของฉัน ฉันเกลียดในสายเลือกของราชวงศ์ ฉันเกลียดที่ฉันจะต้องแต่งงานกับคนที่ถูกเลือกมาโดยที่ฉันไม่รู้ ฉันเกลียดที่ฉันจะต้องใช้ชิวิตกับคนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตกับฉันได้ในโลกของฉัน! นั่นน่ะเลยเป็นเหตุผลที่ฉันยังคงอยู่เงียบๆ แต่ว่าฉันไม่ได้เกลียดนาย! นายช่วยฉันถึงสองครั้ง! นายช่วยฉันแม้ว่าเมื่อฉันทำแบบนั้นกับนาย ความจริงแล้วฉันเมื่อตอนที่ฉันบอกว่าฉันไม่ชอบคนแบนาย มันเป็นเรื่องโกหก!"

"ฉันรู้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงเพิ่มฉันในรายชื่อเพื่อนสินะ"

"...ใช่แล้ว ฉันไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน แต่ว่าฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของพวกเราขาดกัน บางทีกลับกัน ฉันอาจจะทำไปแล้ว...มะ ไม่สิ ฉันจะทำให้มันดำเนินต่อไป"

เธอได้กระแอ่มไอออกมาและจากนั้นก็ถามฉันด้วยเสียงเงียบๆ

"...ชินะ เกล็น อีเทอร์ นายรู้จักเธอมั๊ย?"

ฉันรู้จักนะ

"ฉันรู้ว่าชินะ อา ชินะ เกล็น อีเทอร์ ฉันรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของเธอ"

"ใช่แล้ว เธอเป็นเจ้าหญิงลำดับที่สอง แต่แม้ว่าเธอจะเป็นเจ้าหญิง เธอก็เป็นคนที่กล้าหาญต่อสู้อยู่ในแนวหน้าของสนามรบในฐานะอัศวิน"

"แต่นั่นมันก็เหมือนกับเธอนี่"

"ฉะ ฉันหรอ!? ฉันเป็นนักบวช! ดังนั้นฉันจึงไม่ได้เป็นอันตราย"

"ชะ ใช่แล้ว"

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะสามารถจะทำอะไรได้บ้างเลย แม้ว่าเธอจะดูสงบ แต่เธอก็ไม่ได้สงบไปทั้งหมด ถ้าเธอเริ่มตกใจเมื่อฉันพูดอะไรก็ตามออกมา และโทนเสียงของเธอก็จะเปลื่ยนไปอย่างสุ่มๆในขณะที่เธอพูด เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นกังวลอย่างมา ฉันเข้าใจแล้ว ฉันก็รู้สึกกังวลมากเหมือนกัน

"เธอ..เธอบอกว่าเธอจะแต่งงานกับนาย ดังนั้นฉันก็เลยกลัว"

"ฮะ?"

นี่มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินเรื่องนี้ วันนี้มันมีหลายสิ่งหลายอย่างมากที่ฉันได้ยินมันเป็นครั้งแรก

"เธอยังบอกอีกว่าเธอมีโชคชะตาเป็นคู่ชีวิตกับนาย! เธอยังคงโม้เกี่ยวกับความใกล้ชิดของเธอกับนายจนมันเกือบราวจะยั่วยุฉัน!"

คิ้วของฉันได้สั่นเทา น่ากลัว! ถึงแม้ว่าเราจะพูดคุยทักทายกันเป็นครั้งคราว ฉันก็ไม่เคยจินตนาการเลยว่าชินะจะคิดแบบนั้น

"แม้ว่าถ้าฉันตาย ฉันก็จะไม่ปล่อยให้ชินะได้...ฉันหมายถึงแบบนั้นแหละ! ฉันคิดว่าฉันควรจะมาพบกับนายเพราะปัญหานี้ ฉันไม่ได้มีแรงจูงใจซ่อนเร้นนะ! ฉันเพียงแค่คิดว่ามันแปลกที่พี่สาวน้องสาวเลือกคนๆเดียวกันที่มีชะตาเป็นคู่ชีวิต ฉันเพียงแค่ต้องการจะยืนยัน แต่ว่าแม่ของฉันพบมันและ..."

"พบว่า?"

"ธะ เธอพบว่านายเป็นฮีโร่ของอีกโลกหนึ่ง..."

ใบหน้าของเธอได้แดงขึ้นมาในขณะเธอก้มหัวลงไปและโบกมือไปมา แม้ว่ามันจะดูน่ารัก แต่ว่าฉันก็เข้าใจในสิ่งที่เธอหมายถึงได้ในทันที

"รูเดีย บะ บ้านนี้..?"

"...ใช่แล้ว พ่อกับแม่ฉันได้เตรียมไว้"

จักพรรดิและจักพรรดินีทำมัน!

....ราวกับเป็นของขวัญแต่งงาน!

"ขะ ขอบคุณสำหรับชา"

"เฮ้!"

เมื่อฉันได้พยายามที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งรูเดียได้รีบเข้ามาคว้าแขนฉันไว้

"ฉันกำลังพูดอยู่นะ! อย่ารีบข้ามไปสู่บทสรุปสิ อะไร นายกำลังกังวลกับสิ่งที่ฉันจะเสนอให้นาย? นายไม่ได้เป็นคนที่หลงตัวเองสินะ?"

"ฉันเข้าใจแล้ว ดังนั้นใจเย็นนะเพลรูเดีย"

"ฉันบอกว่าให้เรียกฉันว่ารูเดีย!"

"โอเค รูเดีย หายใจเข้า หายใจออก"

"ฮู่ ฮ่า"

เธอได้เชื่อฟังคำพูดของฉันและสูดหายใจเข้าออก แม้ว่าในขณะที่เธอทำอย่างนี้ มันก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เธอดูน่ารั...อึก! ฉันจะต้องสงบลงด้วย!

หลังจากที่ทบทวนตัวเองแล้ว เธอก็ได้มองมาที่ฉันทั้งน้ำตาและพูดออกมา

"ฉันสงบลงแล้ เข้าใจนะ?"

"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว อืม นี่คือความคิดของฉันการแต่งงานมันควรจะทำจากความรักของคนสองคนใช่มั๊ย? ความสามารถที่จะบอกว่ามีคนที่มีชะตาเป็นคู่ชีวติ มันไม่มีอะไรรับประกันว่ามันถูกต้อง 100% หรอกนะ ดังนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลหรอกรูเดีย"

"...โง่ นายมันหัวทึบ"

"หืม?"

"ไม่มีอะไรหรอก!"

ฉันสงสัยมากว่าทำไมกัน เธอนั่นดูเหมือนจะสงบ แต่ก็ยังคล้ายๆจะโกรธด้วย ฉันไม่สามารถจะเขาใจได้เลยทำไม อา ฉันรู้สึกปวดหัวแหะ ความจริงแล้วรูเดียเธอเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดที่ฉันนได้พบ แม้ว่าฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะลดภาพลักษณ์ของเธอด้วยการคิดถึงความที่เธอออายุน้อยกว่าฉัน แต่ฉันก็ไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลยว่าเธอสวยมาก

แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง

รูเดียนั้นเชื่อใจฉันและบอกเรื่องนี้ด้วยความจรริง แม้ว่าฉันจะไม่สามารถทำอย่างสง่าผ่าเผยได้ แต่อย่างน้อยฉันก็จะต้องลดภาระของเธอให้ได้

"ฉันต้องการที่จะให้เธอได้พบกับคนที่ชอบและมีความสุขด้วยกันกับเขา เธอไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องชะตาคู่ชีวิตหรอกนะ"

"...แล้วนายล่ะ? นายไม่สนใจเลยหรอ? ไม่แม้แต่นิดเดียว?"

รูเดียได้ตอบกลับมาด้วยคำเธอ ดวงตาของเธอได้เต็มไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ ฉันรู้สึกเหมือนว่าไม่สามารถจะปล่อยแบบนี้ได้และตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มขม

"โทษนะ ฉันไม่ควรจะคิดหรอก แต่ว่าที่ฉันแรกฉันคิดมัน มากด้วย เธอเป็นคนที่สวยอย่างไม่น่าเชื่อและแม้ว่าเธอจะไม่ได้แสดงออกมา แต่ฉันก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่จิตใจดี ถ้าผู้หญิงแบบนี้มาบอกว่ามีชะตาเป็นคู่ชีวิตกับฉัน...แน่นอนเลยว่าหัวใจของฉันจะต้องเต้นแรง ขอโทษนะ ฉันรู้ว่ามันไม่ควร แต่ว่า..."

"...ใช่แล้ว!"

"หืม?"

"ก็อย่างที่ฉันพูดไปมันไม่มีอะไร!"

รูเดียไรโบกมือไปมาอย่างร้อนรน แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอยู่ด้วยเหมือนอารมณ์ของเธอจะดูสดใสขึ้นมาก ด้วยใบหน้าของเธอที่แทบจะหุบยิ้มที่มุมปากไม่ได้ ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดี

"ดัง อืมม อย่าไปฟังชินะไม่ว่าเธอจะพูดอะไร โอเคนะ? จงสลักคำนี้เอาไว้ในใจ!"

มันดูเหมือนว่าเธอได้พูดทุกอย่างที่วางแผนเอาไว้ออกมาแล้ว ในขณะที่กำลังจิบชา ฉันก็แต่กับไป

"โอเค แน่นอนเลย"

"แม้ว่าถ้าชินะบอกกับนายให้แต่งงานกับเธอเพราะนายเป็นชะตาคู่ชีวิตของเธอ นายก็อย่างไปฟังเธอนะ! ผู้หญิงคนนั้นชอบนายเพราะว่านายแข็งแกร่ง ดังนั้นอย่างไปคิดว่าเธอชอบตัวนายจริงๆ เข้าใจนะคังชิน?"

"ใช่ เข้าใจแล้ว"

"และ!"

"หืม"

ฉันได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เธอได้วางชาลงบนโต๊ะและหัวเราะเงียบๆ

"ติดต่อฉันบ่อยๆ...ฉันจะลืมเสียงของนาย"

"โอ้ โอเค"

"นายสามารถจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้เหมือนกัน ปกติฉันมักจะเบื่อนะ"

"โอเค"

"ตอนนี้นายก็ไปได้แล้ว ฉันจะไปพักผ่อน"

"เอาล่ะ วันนี้สนุกมาก"

หลังจากที่ได้กล่าวอำลารูเดีย ฉันก็ได้ออกมาจากบ้านของเธอ แม้ว่าฉันจะได้ยินเสียงรูเดียแปลกๆออกมาและล้มลงไป ฉันก็ตัดสินใจไม่สนใจมัน อย่างไรก็ตามเธอก็ต้องมีความคิดอะไรมากมายก่อนที่จะมาบอกฉัน

ฉันมีความสุขมากที่ได้แก้ไขคำถามหลายๆอย่างที่เกียวกับรูเดีย เมื่อคิดว่าฉันสามารถจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอได้มุมปากของฉันก็ยกขึ้น

'เอาล่ะ ตอนนี้ไปดูบ้านของฉันกันดีกว่า!'

เมื่อฉันได้แตะไปที่กุญแจในช่องเก็บของ และจากนั้นเสียงข้อความก็ดังขึ้น

[คุณต้องการจะเคลื่อนย้ายไปที่สวนมาเรียน่าหรือไม่?]

"ใช่"

เมื่อฉันได้ปิดตาและเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็ได้มาอยู่ข้างหน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่

"มันใหญ่มาก..."

มันมีสวนอยู่ที่ด้านหน้าประตูที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสดใจและที่ด้านหลังก็เป็นต้นไม้หลากหลายต้นที่มีทิศทัศน์สวยงาม ฉันได้เดินผ่านประตูเหล็กที่เปิดอย่างช้าๆตอบสนองต่อกุญแจของฉัน และเดินไปตามทางหินในขณะที่มองไปรอบๆพื้นที่คฤหาสน์

จริงๆมันมีขนาดที่ใหญ่มาก นอกจากนี้มันยังมีผลไม้ของต้นไม้หลากหลายชนิดที่ให้กลิ่นหอมหวานและละเอียดอ่อนออกมา เมื่อฉันได้เด็ดออกมาและกัดไปคำหนึ่งความหวานและสดชื่นได้ท่วมท้นอยู่ในปากของฉัน ห่างออกไปเล็กน้อยจากทางหิน ระหว่างแนวต้นไม้ ฉันได้เห็นที่ๆเหมือนกับมีฤดูใบไม้ผลิอยู่ แต่ว่าสำหรับตอนนี้ฉันยังไม่สนใจมัน

"คฤหาสน์...อ่า ฉันเข้าใจมันแล้วในตอนนี้"

คฤหาสน์หลังนี้ใหญ่โตมาก มันมีหลังคาสีน้ำเงินและทำมาจากอิฐสีงาช้าง หากพูดไม่เกินจริงมันมีขนาดที่ใหญ่เกือบๆกับหมูป่าเหล็กยักษ์ ขนาดของมันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยแล้ว ใช่แล้วที่เบื้องหน้าของคฤหาสน์ก็ยังมีน้ำพุและพื้นที่กว้างรอบๆอีกด้วย

ใช่แล้ว! ฉันสามารถจะวางหมูป่าเหล็กยักษ์ไว้ที่นี่ได้! ในอนาคตเมื่อต้องจัดการชำแหละหมูป่า ฉันก็สามารถจะทำมันได้ที่นี่ ไม่ต้องพูดถึงว่ามันยังมีน้ำที่ใช้ดื่มและล้างได้อีกด้วย

หลังจากที่มองไปรอบๆน้ำพุและพื้นที่โล่ง ฉันก็ได้หันไปสนใจที่คฤหาสน์ ฉันได้ขึ้นมันไดไปและมีประตูอื่นปรากฏขึ้นมาซึ่งมันตอบสนองต่อกุญแจที่ฉันมีอยู่และเปิดขึ้น

[คุณได้เข้าสู่สวนมาเรียน่า]

[หินมานาที่จำเป็นสำหรับยืนยันสิทธิ์ได้รับการยืนยันแล้ว คุณต้องการจะยอมรับสิทธิ์เป็นเจ้าของของคฤหาสน์แห่งนี้หรือไม่?]

ในขณะที่ฉันได้ถูกครอบงำไปจากห้องโถงที่กว้างใหญ่หลังจากผ่านประตูเข้ามา ข้อความมันก็ได้ดังขึ้น ฉันไม่สามารถที่จะหยุดตัวเองไม่ให้สับสนได้เลย หินมานา? เมื่อไหร่กันที่ฉันได้รับหินมานา?

แต่ว่าเนื่องจากว่ามันได้ยืนยันสิทธิ์แล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะปฏิเสธมัน เมื่อฉันได้ยอมรับข้อเสนอจากข้อความนี้ ทันใดนั้นช่องเก็บของของฉันก็เปิดขึ้นกลางอากาศ

"อะ อะไรน่ะ?"

เมื่อไหร่กันที่ฉันเปิดช่องเก็บของ? ในขณะที่ฉันกำลังสับสน บางสิ่งบางอย่างก็ได้หล่นออกมาจากช่องเก็บของของฉัน

มันเป็นจมูกของหมูป่าเหล็กยักษ์


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด