ตอนที่แล้วMPE บทที่ 15 การลงทะเบียน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปMPE บทที่ 17 ลิงที่ถูกธาตุหยินเข้าแทรก


วันรุ่งขึ้น เกาเผิงเคาะประตูห้องลุงหลิว
ประตูเหล็กเปิดออก ลุงหลิวเผยรอยยิ้มสดใส อรุณสวัสดิ เกาเผิง มาทำอะไรตั้งแต่เช้าเนี่ย
ขอโทษด้วยครับลุงหลิว ที่ต้องรบกวนแต่เช้าเกาเผิงกล่าว

วันนี้ผมต้องเข้าทดสอบการประเมินผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูร แต่ผมไม่แน่ใจว่าการสอบต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ผมคงต้องฝากต้าซื่อไว้กับลุงสักสองสามวันนะครับ ลุงหลิวไม่ต้องห่วง รับรองว่ามันจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน แต่หากลุงหลิวคิดว่ามันน่ารำคาญ ลุงหลิวทื้งมันไว้ในห้องผมก็ได้นะครับ ผมจะทิ้งกุญแจไว้ให้ ลุงหลิวเพียงแค่เอาอาหารให้มันกินก็พอครับ


อะไรกันเรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลมันมันอย่างดี ข้าวปลาอาหารครบถ้วนลุงหลิวสัญญา
เกาเผิงไว้ใจลุงหลิว เขาโค้งศีรษะด้วยความสำนึกขอบคุณก่อนจะเดินจากไป

เกาเผิงไม่ได้สังเกตเลยว่า หลังจากที่ต้าซื่อคลานเข้าไปที่ห้องของลุงหลิวแล้ว มันกลับเงียบอย่างผิดปกติ?

หลังจากเกาเผิงไปสักพัก ลุงหลิวลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาใครคนหนึ่ง

หวัดดี ตาเฒ่าเจียง ใช่แล้ว ฉันเอง ใจเย็น เขาสบายดี หลานชายของนายได้สร้างพันธะสัญญาเลือดกับสัตว์อสูรตัวหนึ่งแล้ว มันเป็นตะขาบกรงเล็บเหลืองหลังม่วง ดูเหมือนจะเป็นชนชั้นสามัญน่ะ

ห๊ะ!! แกคิดว่าฉันไม่แนะนำเขารึไง? พวกนายสองคน หัวรั้นจะตาย ฉันไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของเขาได้หรอก นอกจากนี้ เจ้าตะขาบนั่น เป็นสิ่งที่ลูกสาวกับลูกเขยของแก ทิ้งไว้ให้เขาดูต่างหน้านะ
หื้ม ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ฉันบอกแล้วไงให้ฆ่าคนที่รู้เรื่องนี้ทั้งหมด หรือไม่ก็หาเด็ก ดีๆมา ในโลกนี้น่ะนะ ไม่เคยขาดแคลนผู้มีความสามารถหรอกนะลุงหลิวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา ช่างแตกต่างจากน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นเมื่อตะกี้อย่างลิบลับ


เอาละ บอกแผนการของแกมาไม่ต้องห่วงเขา เขาจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับฉัน


อีกฝั่งหนึ่งของคู่สาย ชายผู้หนึ่งวางสายโทรศัพท์ก่อนจะเปิดม่านเพื่อให้แสงสว่างเล็ดรอดเข้ามาในสำนักงานทีมืดสลัว

ชายผู้นี้สวมเสื้อคลุมตัวยาวขอบสีทองและมีเส้นผมสีขาว แม้เขาจะดูค่อนข้างมีอายุ แต่ร่างกายของเขากลับดูแข็งแกร่งไม่ต่างจากชายฉกรรจ์


หลังจากชายชรากดปุ่มสีแดง หญิงสาวร่างกายเพียวบางดั่งนางฟ้าเดินเข้ามาทำความเคารพ มีสิ่งในให้ดิฉันรับใช้หรือคะ ท่านประธาน


ชายชรามองออกไปนอกหน้าอย่างใจเย็น ยื่นคำขาดให้แผนกวิจัย ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้เพราะความสามารถของพวกเขา แต่ความอดทนของฉันมีจำกัด ให้เขาเลือกมาว่าจะทำงานให้เสร็จหรือถูกฉันฆ่าตาย ฉันให้เวลา 5เดือน อย่าทำให้ฉันผิดหวัง สำหรับปัญหาในชิงไห่ ทำความสะอาดให้เสร็จภายใน 7เดือน นำคำพูดของฉันไปบอกหลี่เย่ หากพวกเขาไม่ลงมือ ฉันจะจัดการเอง พวกเขารู้ดีว่าถ้าฉันลงมือแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?”


หลังจากกล่าวจบ ชายชราจึงโบกมือไล่ให้เลขาสาวออกไป


ใบหน้าของชายชราเรียบเฉย ไม่ปรากฏความสุขหรือความเศร้า มีเพียงดวงตาของเขาเท่านั้นที่สามารถสัมผัสถึงความอบอุ่นทีซ่อนอยู่เล็กน้อย
อีกแค่หนึ่งปีเท่านั้น เรื่องทุกอย่างจะต้องจบ เขาจะได้พบหลานชายของเขาที่ไม่ได้เจอมานานแล้ว

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเรียบร้อย เขาไม่กล้าไปพบหลานชายของเขาเพราะเด็กน้อยจะไม่สามารถป้องกันตนเองได้หากยังไม่ได้สร้างพันธะสัญญาเลือดกับสัตว์อสูร เขาไม่ต้องการนำชีวิตของหลานชายต้องมาเสี่ยงเพราะเขา
…..

 


การทดสอบผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรถูกจัดขึ้นในบริเวณชานเมือง
หลังจากนั่งรถมาหลายชั่วโมง เกาเผิงก็ได้มาถึงจุดหมายในทีสุด

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง แต่การทดสอบจะเริ่มขึ้นในเวลาบ่ายสอง เมื่อเขาลงมาจากรถ เขาเห็นอาคารสีดำ สีขาวขนาดใหญ่ ตั้งตระง่านรอบๆ จัตุรัสแห่งนี้

สวนแห่งนี้ดูร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยบดบังแสงอาทิตย์


มีผู้คนหลายคนได้เดินทางมาที่นี่ พื้นที่ใต้ต้นไม้ถูกยึดครองไปหมดแล้ว บางคนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ บางคนถือถุงอาหาร

นี่ยังไม่บ่ายสองเลย พวกเขามาถึงกันหมดแล้วหรือ?’ เกาเผิงบ่นพลางเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก เขามองไปรอบๆเพื่อหาที่นั่งที่นี่คนเยอะมาก เขาเดินมางครึ่งชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เขาหิว เขามองหาร้านอาหาร ระหว่างที่เดินหาก็ได้มีเสียงใครบางคนเรียกหาเขา เกาเผิง


นี่ทําให้เกาเผิงรู้สึกประหลาดใจ เพราะเขามีเพื่อนเพียงไม่กีคน พ่อแม่ของเขาจากไปแล้ว คุณตาก็หายตัวไป แล้วใครกันที่เรียกชื่อเขา?

เกาเผิง จอมทําลายล้าง!เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้เกาเผิงต้องหันหลังกลับด้วยความสับสน มีคนเพียงผู้เดียวที่เรียกเขาว่าจอมทําลายล้าง ตรงใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก ท่ามกลางกลุ่มคน เด็กหนุ่มร่างสูงปานกลางโบกมือเรียกเขาด้วยความตื่นเต้น ด้านข้างยังมีเด็กผู้หญิงในชุดแดงยืนอยู่ข้างๆ ทั้งสองดูคุ้นเคยกับเกาเผิงเป็นอย่างดี

เกาเผิงนึกชื่อของพวกเขาอยู่แปปนึง
ก่อนจะนึกชื่อของพวกเขาออกในที่สุด


หลี่หงตู หลี่ซื่อกง


เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขานั่นเอง

ทั้งสองคือพี่น้องแซ่หลี่ คนพี่ หลี่หงตู เป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและใจดี ส่วนคนน้อง หลี่ซื่อกง เป็นคนปากพล่อย

สวัสดีครับคุณหลี่เกาเผิงโค้งทักทายพ่อแม่ของพี่น้อง ก่อนจะทักทายหลี่หงตูกับหลี่ซื่อกง

โอ้ เกาเผิงมาคนเดียวงั้นหรือ?” คุณหลี่ที่สวมสูทเปิดปากถามด้วยรอยยิ้ม

ใช่ตรับเกาเผิงตอบ


นายมาก็มาดูการทดสอบผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรงั้นหรือ? ฮ่าฮ่า พวกเรามาเชียร์คุณแม่ล่ะ แม่ของฉันจะเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ แม้ว่าแม่จะล้มเหลวมา 3ครั้งแล้วก็ตาม แต่ฉันเชื่อว่าแม่จะผ่านในครั้งนี้ หลี่ซื่อกงพูดทุกสิ่งออกมาโดยไม่ยั้งคิด นั่นทำให้หลี่หงตูต้องตบศีรษะของน้องชายอย่างไม่สามารถอดทน

หลี่ซื่อกงหันหน้ามาทางหลี่หงตูด้วยความโกรธ ฉันบอกพีแล้วไง ว่าอย่าตบหัวฉันน่พ! ไอคิวของฉันลดลงหมดแล้ว!
นั่นไม่ใช่ปัญหาของฉันนี่หลี่หงตูไม่สนใจ
“ฉันไม่ได้มาดู
ฉันมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการทดสอบเกาเผิงกล่าวออกมาในที่สุด

อะไรน๊ะ!!” หลี่ซื่อกงกลายเป็นมึนงง
หลี่หงตูก็ตกใจเช่นกัน แม้แต่คุณหลี่และคุณนายหลี่ยังต้องมองเกาเผิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า


คุณหลี่หัวเราะและตบไหล่เกาเผิง ดีมาก เด็กหนุ่มต้องมีความทะเยอทะยานและมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่โชคร้ายที่ลูกๆของฉันไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยนอกจากเรื่องกิน
คุณนายหลี่ยิ้ม เธอควรจะเป็นผู้เข้าร่วมการทดสอบที่อายุน้อยที่สุด บางทีวันหนึ่งเธออาจจะกลายเป็นผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรที่อายุน้อยที่สุดเช่นกัน
ขอบคุณครับ คุณนายหลี่ ผมจะทำให้ดีที่สุด ผมมั่นใจในความสามารถของตัวเองอย่างมาก ที่เหลือก็เป็นเรื่องของโชคเท่านั้นเกาเผิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

พวกเขาพูดคุยกันชั่วครู่ก่อนที่ประตูทางเข้าจะเปิดออก


เกาเผิงตระหนักว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบมีไม่มาก ที่เหลือเป็นญาติหรือเพื่อนที่มาให้กำลังใจ


ขอดูบัตรประจำตัวด้วยค่ะเจ้าหน้าที่หญิงในชุดสูทสีเทาถาม
เกาเผิงส่งบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ หญิงสาวรูดบัตรกับเครื่องสแกนก่อนที่ไฟสีเขียวจะส่องสว่างขึ้น เธอเงยหน้ามองเกาเผิงด้วยความตกตะลึงเล็กน้อยก่อนที เธอจะสงบลงและกล่าวต่อ คนต่อไป

เกาเผิงเดินเข้าไปตามเส้นทางและพบโต๊ะที่วางเรียงกันเอาไว้อย่างเป็นระเบียบพร้อมกับกระดาษสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ


เด็กหนุ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อคิดว่านี่คือการสอบข้อเขียน


เกาเผิงพบที่นั่งของตนและนั่งลง เพียงไม่นานเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งจึงเดินเข้ามา เราตัดสินใจใช้การสอบข้อเขียนในภาคทฤษฎี หลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่การสอบภาคปฏิบัติ

ในการสอบข้อเขียน เราจะตัดผู้เข้าสอบออกประมาณ 90% ฉะนั้นผู้เข้าสอบจะเหลือประมาณ 50 คน


“ส่วน
การสอบภาคปฏิบัติ ค่อนข้างง่าย มีสัตว์อสูรที่พวกเราเลือกมาเพียง 50ชนิดเท่านั้น ตราบใดที่พวกคุณสามารถยกระดับพวกมันได้ในเวลาที่กำหนด พวกคุณจะได้รับใบรับรองการเป็นผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรจากสมาคมของเราไป แน่นอนว่ามีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการยกระดับสัตว์อสูร

นั่นเป็นจุดที่ยากที่สุดชายอ้วนผู้หนึ่งพึมพำ ฉันมาสอบที่นี่เป็นครั้งที่ 4แล้ว ดูเหมือนการสอบครั้งนี้จะยากกว่า 4ครั้งที่ผ่านมา


เขาหันหน้ามาทางเกาเผิง อย่าคิดมากเจ้าหนู ค่าลงทะเบียนมันไม่แพงมากนัก นายสามารถกลับมาสอบใหม่ได้ตลอดเวลา”

คะแนน 4.5
กรุณารอสักครู่...