ตอนที่แล้วบทที่ 53 ตายเคียงข้างนายน้อย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 55 ปีศาจ

            หม่าหยิ่นและเจียงฉีตามรอยเจียงอี้จนมาถึงที่ตีนเขาซีชาน แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ขึ้นไปบนเขาในทันทีเนื่องจากต้องคอยคุมเชิงกันและกัน นอกจากนี้พวกเขายังต้องระวังจอมยุทธสองคนจากโถงวรยุทธที่ติดตามพวกเขามาอย่างลับๆ


            เมื่อเจียงอี้เริ่มลงมือสังหาร สมาชิกสองคนจากตระกูลหม่าก็รีบวิ่งหนีเอาตัวรอดแม้ว่าจะต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดทั้งทาง แต่เมื่อเจอกับหม่าหยิ่น พวกเขาก็รีบแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นในทันที

 

 

            สีหน้าของหม่าหยิ่นเผยให้เห็นถึงความตกตะลึงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นเมื่อได้ยินว่าหม่าเฮยฉีได้รับบาดเจ็บสาหัส เขารีบพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่สนใจคนของโถงวรยุทธที่แอบตามเขาอีกต่อไป 

 

 

            ทางด้านของเจียงฉีก็ทำเช่นเดียวกันเมื่อได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเจียงหยูหลง

            ในเวลาเดียวกันตระกูลเจียงทั้งหมดก็ได้รับรู้ถึงสัญญาณขอความช่วยเหลือ เจียงหยุนเหมิ่งผู้ซึ่งคอยปกปักษ์ตำหนักตระกูลเจียงก็ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไปยังเขาซีชานในทันที


            ณ จัตุรัสกลางเมือง ดวงตาเจียงหยุนซานและผู้อาวุโสทั้งสองเบิกกว้าง พวกเขามองเห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือจากทิศที่ตั้งของตำหนักตระกูลเจียง

 

 

            เกิดอะไรขึ้น? ใครมันบังอาจกล้าสร้างความเดือดร้อนในบริเวณตำหนักของตระกูล?


            “หยุนเฉอ หยุนสือ พวกเจ้ารีบกลับไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวนี้!”


            เจียงหยุนซานออกคำสั่งกับเจียงหยุนเฉอและเจียงหยุนสืออย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผู้มีอิทธิพลจำนวนมากยังคงอยู่บนอัฒจันทร์และเจียงเฮิ่นซุ่ยก็กำลังประลองอยู่บนเวที มันคงจะดูไม่เหมาะสมนักหากเจียงหยุนซานกลับไปด้วยตัวเอง นอกจากนี้เขายังเชื่อมั่นว่าไม่มีใครในเมืองเทียนอวี่ที่กล้าพอจะบุกไปถึงตำหนักตระเจียง


            กองทัพทหารตะวันตกกับตระกูลเจียงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวตนระดับจอมพลของกองทัพ ในเวลานี้แม้แต่จีเทียนก็ยังไม่กล้าที่จะแตะต้องตระกูลเจียงโดยง่าย


            “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”


            หม่าหย่งจี๋ขมวดคิ้วขณะที่มองไปยังทิศที่ตั้งของตระกูลเจียง เวลานี้ดูเหมือนว่าหม่าเฮยฉีและรุ่นเยาว์จากตระกูลหม่าจำนวนหนึ่งจะหายตัวไปจากจัตุรัส นอกจากนี้ยังมีการถอนตัวอย่างกะทันหันของเจียงอี้ แม้ว่าหม่าหย่งจี๋จะเชื่อว่าไม่มีใครกล้าใช้กลอุบายต่อหน้าตระกูลหม่า แต่ไม่รู้เพราะอะไรจู่ๆหัวใจของเขากลับรู้สึกถึงลางร้าย

            ปัง!


            ทันใดนั้นเองลูกไฟส่งสัญญาณอีกลูกก็ถูกยิงขึ้นฟ้าจากทิศที่ตั้งของตระกูลเจียงอีกครั้ง  มันระเบิดขึ้นกลางอากาศ แม้ว่าจะไม่ได้ยิ่งใหญ่นักแต่ก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน

            หืม?!


            เมื่อเห็นสัญญาณไฟดังกล่าว สีหน้าของหม่าขุยและหม่าหย่งจี๋ก็เปลี่ยนไปในทันที!


            มันคือสัญญาณของความช่วยเหลือของตระกูลหม่าไม่ผิดแน่ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? ทำไมมันถึงถูกยิ่งขึ้นจากบริเวณที่ตั้งตำหนักตระกูลเจียง? รุ่นเยาว์จากตระกูลเจียงและตระกูลหม่าปะทะกันอีกแล้ว? แต่มันก็ไม่ควรรุนแรงจนถึงขั้นต้องปล่อยสัญญาณไฟเลยนี่!


            “หย่งจี๋ นำคนไปตรวจสอบและกลับมารายงานข้า!”


            หม่าขุยกล่าวด้วยใบหน้าที่เฉยเมย หากไม่ใช่เพราะเจียงหยุนซานยังคงอยู่ที่นี่ เขาคงจะลงมือตรวจสอบด้วยตัวเองไปแล้ว


            นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?


            จีเทียน, ผู้นำตระกูลเหลิ่งและผู้นำตระกูลหลิ่วมองหน้ากันด้วยความสับสน พวกเขาแต่ละคนต่างส่งสัญญาณให้คนของตัวเองไปตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างลับๆ เนื่องจากการคงอยู่ของตัวแทนทั้งสามจากสำนักจิตอสูรและกองทัพทหารตะวันตก มันคงจะเป็นการดีที่สุดหากพวกเขาไม่เคลื่อนไหวโดยประมาท


            เจ้าเด็กหนุ่มเจียงอี้นั่นจะเป็นต้นต่อของความโกลาหลในครั้งนี้หรือไม่?


            นี่คือความคิดภายในใจของใครหลายคน แต่ไม่นานนักมันก็ถูกลบทิ้งไป ด้วยความแข็งแกร่งของเจียงอี้จะสร้างความปั่นป่วนได้มากเท่าไหร่กันเชียว? แต่ถ้าหากไม่ใช่เขาแล้วคนผู้นั้นเป็นใครกัน?


            “ท่านประมุข ตระกูลหม่าก็ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาเช่นกันขอรับ!”


            บนระเบียงของโถงวรยุทธ ประมุขโถงวรยุทธ, ผู้เฒ่าเฟ่ยและผู้ดูแลหยางยังคงเฝ้ามองการประลองอยู่ มีเพียงผู้ดูแลหยางเท่านั้นที่แสดงความกังวลออกมาแต่อีกสองคนที่เหลือที่ยังคงนิ่งเงียบ


            เมื่อหม่าหย่งจี๋ปลีกตัวออกไปและมุ่งหน้าไปยังตำหนักตระกูลเจียง ประมุขโถงวรยุทธก็เอ่ยปากขึ้น “ส่งสัญญาณให้คนของเราถอนตัว ไม่สำคัญว่าเจียงอี้เป็นผู้สร้างความวุ่นวายหรือไม่ พวกเราจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เจียงหยุนเฉอและหม่าหย่งจี๋กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่น หากเราพาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วม มันจะกลายเป็นการสร้างความบาดหมางให้กับตระกูลเจียงและตระกูลหม่าซึ่งไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่นิดเดียว…”

 


            …….

            สัญญาณขอความช่วยเหลือลูกที่สองจากหม่าหยิ่นถูกปล่อยออกมา


            เขาเป็นคนแรกที่ขึ้นไปยังเขาซีชาน เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นสีหน้าของเขาก็มืดมนอย่างน่ากลัว เขามองเห็นสภาพของหม่าเฮยฉีที่ถูกตัดขาและตันเทียนถูกทำลาย นอกจากนี้ยังมองเห็นรุ่นเยาว์ของตระกูลหม่าหลายคนแขนขาขาดจนต้องกลายเป็นคนพิการ การแสดงออกทางสีหน้าของหม่าหยิ่นดูเลวร้ายอย่างถึงที่สุด


            “เจียงอี้! เจ้าเป็นคนทำทั้งหมดนี้ใช่หรือไม่?! เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ทำให้นายน้อยของข้ากลายคนเป็นพิการ! แล้วเจ้ายังลงมือสังหารคนของตระกูลหม่าอย่างโหดเหี้ยม! ข้า หม่าหยิ่นขอสาบานว่าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!”


            ดวงตาของหม่าหยิ่นจับจ้องไปที่เจียงอี้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แก่นแท้พลังมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างขณะที่เขาพุ่งเข้าหาเจียงอี้ราวกับสัตว์ร้าย ในเวลาเดียวกันมือข้างหนึ่งของเขาก็ยิงลูกไฟสัญญาณขึ้นไปบนฟ้า


            ตระกูลหม่ามีผู้บาดเจ็บเนื่องจากฝีมือของเจียงอี้มากเกินไป หม่าหยิ่นไม่สามารถช่วยพวกเขาทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเรียกกำลังเสริมมาเพิ่ม เขาต้องการที่จะสังหารเจียงอี้และระบายความโกรธที่มีออกมา


            “เสี่ยวนู๋ เจ้าถอยไป! ข้าจะส่งนายน้อยหลงผู้นี้ล่วงหน้าไปนรกก่อน แล้วข้าก็จะตายตามไป เจ้าเองก็ควรจบชีวิตของตัวเองเสีย จากนั้นพวกเราก็จะได้ไปพบกันอีกในยมโลก!”

            เจียงอี้ทำได้เพียงกล่าวด้วยความขมขื่นขณะที่ส่งอาวุธให้กับเจียงเสี่ยวนู๋และลูบศีรษะของนางเบาๆ จากนั้นเขาก็พุ่งไปหาเจียงหยูหลง ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบก็สามารถรับรู้ได้ว่ากำลังเสริมจากตระกูลหม่าผู้นี้เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขอบเขตจื่อฝู่จากกลิ่นอายที่เขาปลดปล่อยออกมา

 

 

            เจียงอี้มั่นใจว่าเขาจะต้องตายในวันนี้ แต่ก่อนที่จะตายเขาก็ควรที่จะทำบางสิ่งเสียก่อน… เช่นลากเจียงหยูหลงลงนรกไปกับเขาด้วย!


            ปอดของเจียงหยูหลงถูกแทงทะลุซึ่งทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้มากนัก เดิมทีเขาไม่ต้องการที่จะขยับตัวเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ของเจียงอี้ที่จะสังหารเขา ความหวังของเขาก็สูญสิ้นลงในทันที


            ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว เจียงหยูหลงก็เพิกเฉยต่อความเจ็บปวดทั้งหมด เขาดึงสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับหลอดหรือท่อออกมาจากแขนเสื้อและเล็งไปยังเจียงเสี่ยวนู๋พร้อมกับเปิดใช้กลไก

           

 

            “เจียงอี้ เจ้าต้องการที่จะส่งข้าไปนรกก่อนเจ้า? ฮ่าฮ่าฮ่า… ย่อมได้ เช่นนั้นก่อนข้าตาย ข้าก็อยากให้เจ้ามองดูสาวใช้ของเจ้าตายด้วยความทุกข์ทรมานเช่นกัน!”

            “เสี่ยวนู๋ระวัง!”


            ในขณะที่เจียงอี้อยู่กลางอากาศ เขาก็มองเห็นวัตถุที่สะท้อนแสงถูกยิงออกมาจากท่อนั้น จากนั้นเขาก็หันไปมองเจียงเสี่ยวนู๋ที่ล้มลงกับพื้น เวลาเดียวกันเจียงหยูหลงก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งและกล่าว

 

 

            “เจี้ยงอี้ เจ้าอย่าได้กังวลไป สาวใช้ของเจ้ายังไม่ตายง่ายๆหรอก มันคือเข็มหมื่นพิษที่ถูกเคลือบด้วยพิษจากแมงมุมแม่ม่ายดำ มันจะทำให้เหยื่อต้องทุกข์ทรมานจากพิษที่แล่นเข้าสู่หัวใจและจะตายเมื่อเวลาผ่านไปสามวัน เดิมทีแล้วมันถูกเตรียมไว้เพื่อเจ้าโดยเฉพาะ ฮ่าฮ่า!”

           

            ฟึบ!


            ด้านหลังของเจียงอี้ หม่าหยิ่นอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรซึ่งทำให้เขาไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจเจียงเสี่ยวนู๋อีกต่อไป เขากวัดแกว่งดาบสั้นสีนวลในมือและแทงไปที่ท้องน้อยของเจียงหยูหลงอย่างโหดเหี้ยม!

            จึก!จึก!จึก!


            ภายใต้ความโกรธแค้น บริเวณตันเทียนของเจียงหยูหลงถูกเจียงอี้แทงซ้ำไปมาอยู่สามถึงสี่รอบ นัยน์ตาของเจียงอี้ยังคงอัดแน่นไปด้วยความแค้นแม้ว่าร่างของเจียงหยูหลงจะถูกกระหน่ำแทงจนกลายเป็นรูพรุน


            “เจียงอี้ มารับความตายของเจ้าเสีย!”


            เมื่อหม่าหยิ่นมาถึง ฝ่ามือของเขาก็กำลังหมุนเวียนแก่นแท้พลังอันน่าเกรงขามซึ่งดึงดูดกระแสลมรอบด้านและซัดเข้าหาเจียงอี้อย่างไร้ปรานี


            ฟู่.. ฟู่.. ฟู่..


            เจียงอี้ยังคงหอบหายใจขณะที่ยืนอยู่ต่อหน้าศพของเจียงหยูหลง สภาพจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง เขาไม่แม้แต่จะต่อต้านฝ่ามือที่กำลังจะกระแทกใส่ศีรษะของเขา


            “การทำลายล้าง? ฝ่ามือระเบิดแก่นแท้? ไม่ใช่! มันผิด! มันไม่ใช่ฝ่ามือระเบิดแก่นแท้ แต่มันคือฝ่ามือแก่นแท้พิโรธ! หัวใจหลักของฝ่ามือระเบิดแก่นแท้คือการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง มันคือการระเบิดพลังเพื่อที่จะสร้างความเสียหายให้กับศัตรูและตัวเองในเวลาเดียวกัน! ทักษะต่อสู้นี้ถูกสร้างขึ้นจากความโกรธเกรี้ยว มันคือการระเบิดแก่นแท้ของตัวเองเพื่อที่จะสังหารอีกฝ่ายด้วยทุกสิ่งที่มี ข้าเข้าใจแล้ว…”


            ในขณะที่ฝ่ามือของหม่าหยิ่นอยู่ห่างจากเจียงอี้เพียงแค่สามเมตร ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและโคจรแก่นแท้ทั้งหมดไปยังฝ่ามือซึ่งรวมไปถึงแก่นแท้พลังสีดำอีกสองเส้นที่เหลืออยู่ จากนั้นก็กระแทกฝ่ามือใส่ฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างฉับพลัน!


            ปังงงงงงง!


            เสียงระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นไปทั่งทั้งป่า คลื่นกระแทกส่งผลให้ต้นไม้ขนาดเล็กที่อยู่ใกล้เคียงถูกทำลาย แม้แต่ร่างของพวกเขาทั้งสองก็กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ร่างของหนึ่งในนั้นถูกอาบไปด้วยเลือดและแขนข้างหนึ่งก็เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกคนแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่สาหัสมากนัก


            “ฮ่าฮ่าฮ่า!”


            เจียงอี้พยายามดิ้นรนเพื่อที่จะลุกขึ้น ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความพึงพอใจ แม้ว่าใบหน้าและร่างกายจะเปียกโชกไปด้วยเลือด แต่ก็ไม่มีส่วนไหนที่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

            “เห้อออ…”


            หลังจากนั้นไม่นานดวงตาของเจียงอี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความผิดหวังและเสียใจ หากเขาสำเร็จขั้นบรรลุของฝ่ามือระเบิดแก่นแท้เร็วกว่านี้ เจียงเสี่ยวนู๋และเขาก็อาจจะไม่ต้องตาย เขาจะสามารถพานางหนีไปได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะถูกตามล่าและถูกสังหาร แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีโอกาสมากขึ้น


            เจียงอี้มองไปยังร่างของเจียงเสี่ยวนู๋ที่สั่นเทาอยู่บนพื้น ใบหน้าของนางกลายเป็นสีเขียวคล้ำเนื่องจากพิษ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่ความโกรธแค้นพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เขาก็เดินตรงไปยังร่างของหม่าหยิ่น

 

            …….

            “หมายเลข 008 ชนะติดต่อกันเป็นยกที่หก!”


            ในขณะที่เขาซีชานถูกปกคลุมไปด้วยเลือดราวกับขุมนรก แต่ภายในจัตุรัสกลางเมืองก็ยังคงคึกคักและตื่นเต้น คนจำนวนมากไม่เข้าใจความหมายของพลุสัญญาณก่อนหน้านี้ แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง


            “เจ้าหนูเฮิ่นซุ่ย? ขอบเขตฉูติ่งขั้นที่เก้า? ไม่เลวๆ!”


            จู่ๆ น้ำเสียงอันน่าเกรงขามก็ดังขึ้นจากฝั่งทางใต้ของจัตุรัสกลางเมือง เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่มันก็ดังก้องอยู่ในจิตใจของผู้คน ทันใดนั้นทั่วทั้งบริเวณของจัตุรัสก็ตกอยู่ในความเงียบงัน


            ตึก.. ตึก.. ตึก..


            สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนหันไปมองยังทิศของต้นเสียง แม้แต่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในอัฒจันทร์ต่างก็ลุกขึ้นยืน พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังและแข็งแกร่งยิ่งกว่าทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้


            ดวงตาของทุกคนตกกระทบอยู่บนร่างของชายผู้หนึ่ง เขาคนนั้นเป็นชายชราที่ดูเหมือนว่าจะผ่านประสบการณ์มากอย่างโชกโชนและยังต้องใช้ไม้เท้าหัวมังกรในการช่วยเดิน ขาข้างหนึ่งของเขาเดินกระเผลก ด้วยเสื้อคลุมเก่าๆและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงทำให้ชายชราดูไม่ต่างอะไรไปจากขอทานข้างถนน


            ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยและขณะที่ใช้ดวงตาอันขุ่นมัวจ้องมองไปที่เจียงเฮิ่นซุ่ย จากนั้นเขาก็กวาดสายตาไปรอบๆจัตุรัสกลางเมืองราวกับว่ามองหาใครบางคนและเอ่ยถาม

 

 

            “เฮิ่นซุ่ย ทำไมข้าถึงไม่เห็นเจียงอี้?”


            เพล้ง!


            ทันใดนั้นถ้วยน้ำชาที่อยู่ในมือของเจียงหยุนซานก็ร่วงลงพื้น ในเวลานี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รองแม่ทัพผู้ที่นั่งอยู่ด้านข้างของเขาสังเกตเห็นความผิดปกติ จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ท่านผู้นั้นคือใต้เท้าหยุนไฮ่ใชหรือไม่?!”


            ตึง!


            ไม้เท้าของชายชรากระแทกใส่พื้นขณะที่ร่างของเขาลอยขึ้นและร่อนลงบนอัฒจันทร์สำหรับผู้ชม การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนทิ้งไว้เพียงแค่ภาพติดตา เขาเพิกเฉยต่อรองแม่ทัพแห่งกองทัพทหารตะวันตกและมายืนประจันหน้ากับเจียงหยุนซาน

 

 

            “หยุนซาน วันพิเศษเช่นนี้ทำไมข้าถึงไม่เห็นเจียงอี้?”


            เจียงหยุนซานไม่กล้าที่จะรอช้า เขารีบลุกขึ้นและกล่าวขณะที่ฝืนยิ้ม “ท่านลุงไฮ่ จะ.. เจียงอี้เขา…”


            ยิ่งเมื่อเห็นเจียงหยุนซานแสดงท่าทีร้อนรนเช่นนี้ออกมา การแสดงออกของชายชราก็ยิ่งมืดมน กลิ่นอายอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของชายชราซึ่งทำให้คนทั้งหมดที่อยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับหายใจไม่ออก ดวงตาอันขุ่นมัวของเขาเผยให้เห็นถึงความเย็นชาขณะที่กล่าวออกมาด้วยความเหลืออด “เจียงอี้อยู่ไหน?! เกิดอะไรขึ้นกับเขา? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!”

           

            ตู้มม!


            ขณะที่คำสุดท้ายถูกเอ่ยออกไป แรงกดดันอันมหาศาลก็ได้กดทับทุกคนที่อยู่บนอัฒจันทร์ สีหน้าของจีเทียนซีดขาวลง ดวงตาของเขาสั่นไหวและรีบมองไปทิศของตำหนักตระกูลเจียงพร้อมกับกล่าว “หยุนไฮ่ ท่านรีบไปยังตำหนักตระกูลเจียงจะดีกว่า บางที… ท่านอาจจะยังช่วยชีวิตของเจียงอี้ได้!”

 
            “หืม?”


            ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทันใดนั้นเขาก็ทะยานไปยังทางทิศที่ตั้งของตระกูลเจียงและทิ้งถ้อยคำที่ทำให้ผู้คนถึงกับหวาดกลัวไว้เบื้องหลัง “ถ้าหากใต้เท้าน้อยของข้าเป็นอะไรไป พวกเจ้าทุกคนจะต้องถูกกลบฝังไปพร้อมกับเขา!”

            สีหน้าของทุกคนที่อยู่บนอัฒจันทร์ต่างก็ซีดขาวราวกับคนตาย เห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายและการเคลื่อนไหวของชายชราน่ากลัวยิ่งกว่าจีเทียนที่อยู่ในขอบเขตจื่อฝู่ระดับสูงสุด เขาจะต้องกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยว(ท่องวิญญาณ)แล้วอย่างแน่นอน!


            เพียงแค่พลิกฝ่ามือ จอมยุทธในขอบเขตเสินโหยวก็สามารถสังหารพวกเขาทั้งหมดหรือแม้แต่กวาดล้างเมืองเทียนอวี่ได้อย่างง่ายดาย


            ทุกคนจะถูกกลบฝังเคียงข้างเขา? ใต้เท้าน้อย?


            ม่านตาของรองแม่ทัพหดแคบลง เขามีสถานะสูงส่งไม่ต่างอะไรไปจากตัวแทนจากสำนักจิตอสูรทั้งสาม แม้แต่พวกเขาก็จะถูกกลบฝังไปด้วย?

 

 

            แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย ตั้งแต่ที่เจียงหยุนไฮ่เอ่ยคำว่า ‘ใต้เท้าน้อย’ ขึ้นมา หมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็นขุนนางไม่ก็ชนชั้นสูง สถานะของคนผู้นั้นจะต้องสูงส่งเพียงใด? บุคคลระดับไหนที่ทำให้เจียงหยุนไฮ่ต้องมารับใช้ได้?!


            ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว…

 

 

            โดยไม่รอช้า รองแม่ทัพแห่งกองทัพทหารตะวันตกรีบออกคำสั่งในทันที “รับคำสั่ง! กองทัพทหารตะวันตกทุกนายเตรียมความพร้อม ให้กลุ่มหนึ่งตามข้าไปยังตำหนักตระกูลเจียง ส่วนอีกสี่กลุ่มที่เหลือให้ปิดล้อมทั้งเมืองเอาไว้ ใครที่กล้าออกจากเมืองให้ฆ่าทิ้งทันทีโดยไม่ต้องเมตตา!”

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...