ตอนที่แล้วตอนที่ 6 กำแพงและวิทยาศาสตร์
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ฉางจินหลิงนั้นถูกทำให้อึ้งกับคำตอบของเหรินเสี่ยวซู อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รู้ว่าเหรินเสี่ยวซูยังคงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องในตอนนี้ เขาไม่ได้สอนทุกสิ่งที่เขารู้?ทำไมภารกิจถึงยังไม่เสร็จ?

อาจมีบางอย่างผิดปกติกับความรู้ที่เขาให้?

“อาจารย์”เหรินเสี่ยวซูพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง”อาจารย์อาจไม่เคยเห็นว่าหมาป่านั้นมีขนาดใหญ่อย่างมาก คนส่วนใหญ่ในเมืองล้วนไม่เคยเห็นหรือจัดการกับมันมาก่อน แต่ฉันได้ทำมันแล้ว ไม่ต้องพูดถึงหมาป่าที่สันโดษ ผลลัพธ์นั้นยังคงเหมือนเดิม เลือกที่ที่ต้องการจะเป็นหลุมศพซะ”

ในตอนต้น เหรินเสี่ยวซูคิดว่าฉางจินหลิงจะเถียงเขา ท้ายที่สุดวิธีที่เขาตอบคำถามนั้นส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีของความเป็นอาจารย์

ฉางจินหลิงนั้นคิดเป็นเวลานานก่อนที่จะพูดว่า”เธอสามารถนั่งในห้องเรียนเพื่อเรียนรู้บทเรียนในอนาคตได้ นอกจากนี้เธอยังจะได้รับหน้าที่สอนบทเรียนการเอาชีวิตรอดต่อจากนี้เป็นต้นไป”

เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนในเมืองที่อยู่นอกฐานที่มั่น113 มีตัวแทนอาจารย์

อย่างไรก็ตาม เหรินเสี่ยวซูไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆว่าเขารอดชีวิตมาได้อย่างไร แม้ว่าเขาจะเผชิญกับหมาป่าสันโดษหรือฝูงหมาป่า

“ภารกิจสำเร็จ ได้รับรางวัล พละกำลัง1.0

 

ในตอนท้ายของวัน เหรินเสี่ยวซูยังไม่คงไม่สามารถหาโอกาสที่จะใช้ม้วนทักษะลอกเลียนแบบที่เขามี เขาไปโรงเรียนเพราะเขาชอบที่จะได้รับความรู้มากขึ้น แต่ความรู้ที่ฉางจินหลิงมีคงไม่เป็นประโยชน์ต่อการอยู่รอดของเขา

สิ่งสำคัญอันดับแรก เหรินเสี่ยวซูต้องพิจารณาถึงการอยู่รอด

ดังนั้นถ้าเขาไม่สามารถใช้ม้วนทักษะลอกเลียนแบบ มันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะพิสูจน์ว่าทุกสิ่งในหัวของเขาถูกสร้างขึ้นมาด้วยจินตนาการของเขาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหรินเสี่ยวซูยังคงรออยู่เเพราะเขารู้สึกว่ายังจะมีภารกิจอื่นอีก

ตอนนี้เขาได้ทำภารกิจสำเร็จและเขาก็ได้รับรางวัลเพิ่มพละกำลัง1.0 นี่เป็นรูปแบบที่ตรงไปตรงมาก และเหรินเสี่ยวซูก็รู้สึกได้ว่าในร่างกายของเขามีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยภายใต้เสื้อผ้าของเขา นี่เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอย่างแท้จริงเพราะไม่มีใครสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ในเวลาเพียงสิบวินาที

ด้วยสิ่งนี้ทำให้เหรินเสี่ยวซูค่อนข้างมั่นใจว่าพระราชวังในหัวของเขานั้นเป็นหนึ่งในทักษะที่เป็นเอกลักษณ์

สิ่งนี้ทำให้เหรินเสี่ยวซูมีความสุข ในความเป็นจริงเขาควรจะมีความสุขกับมันมานานแล้ว แต่เขาก็กลัวว่ามันจะไม่ใช่ความจริง

นักล่านั้นต้องมีความคุ้นเคยกับร่างกายของตนอย่างมาก พวกเขาต้องรู้ว่าพวกเขาสามารถยกน้ำหนักหรือเร็วแค่และแข็งแกร่งแค่ไหน

ดังนั้นเหรินเสี่ยวซูจึงประเมินความแข็งแรงขอบตัวเองทันที หากผู้ใหญ่เพศชายโดยเฉลี่ยนจะมีค่าพละกำลัง3.0 และเหรินเสี่ยวซูเคยมีค่าพละกำลัง2.5

เนื่องจากเขาอายุเพียง17ปี จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ เขาสามารถอยู่รอดได้ในเมืองนี้ทุกปีไม่ใช่เพราะความแข็งแรง แต่เป็นเพราะเขาโหดเหี้ยม,ตื่นตัวและสงบเพียงพอ

เมื่อความแข็งแรงของเขาเหนื่อกว่าค่าเฉลี่ย นั่นหมายความว่าโอกาสรอดชีวิตของเขาในดินแดนรกร้างจะเพิ่มขึ้น

 

หลังเลิกเรียน หยานหลิวหยวนพูดอย่างตื่นเต้น”พี่ชาย ตอนนี้นายเป็นตัวแทนอาจารย์ บางทีนายอาจจะแทนที่อาจารย์ฉางและกลายเป็นอาจารย์ในอนาคต?”

เหรินเสี่ยวซูชะงัก”แน่นอนว่าเป็นไปได้ อาจารย์ฉางก็เริ่มจากการเป็นตัวแทน แต่หลังจากที่อาจารย์คนเก่าเสียชีวิตไปแล้ว เขาก็เข้ามาสอนที่โรงเรียน”

“ใช่ ทุกคนในเมืองต่างก็รู้ว่าตัวแทนอาจารย์จะสามารถแทนที่ได้จริงๆสักวัน คิดดูสิอาจารย์ฉางอนุญาติให้นายเข้าเรียนและให้นายเป็นตัวแทนอาจารย์ เขาคงคิดว่านายจะมาแทนที่เขาในอนาคต”หยานหลิวหยวนยิ้มและกล่าว”ถ้าผู้คนในเมืองรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาจะต้องปฏิบัติต่อเราด้วยความเคารพอย่างแน่นอน”

“นั่นไม่ใช่ประเด็น”เหรินเสี่ยวซูคิดและพูด”ฉันเดาว่ามันเป็นเพราะเขาหวังว่าจะได้บุหรี่มากขึ้น”

หยานหลิวหยวนจ้องไปที่เหรินเสี่ยวซู”พี่ชาย นายจริงจังหรือเปล่า?”

“จริงๆแล้วมันไม่ใช่ความคิดที่แย่หากฉันได้เป็นอาจารย์จริงๆ”เหรินเสี่ยวซูกล่าว”เมื่อฉันได้รับตำแหน่ง ฉันจะมอบมันให้กับนาย ด้วยวิธีนี้นายจะกลายเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนแทนฉัน ใช่ไหม?”

เหรินเสี่ยวซูไม่เคยคิดที่จะเป็นอาจารย์ แต่ก็ไม่ได้เป็นเพราะเขาดูถูกอาชีพนี้ หากเขาดูถูกมันเขาจะไม่คิดเรื่องมอบตำแหน่งให้แก่หยานหลิวหยวน

เขารู้สึกว่าเขาไม่เหมาะกับอาชีพนี้เลย ถ้าเขาไม่มีโอกาสเข้าไปในฐานที่มั่น กลับกันในอนาคตผืนป่าอาจจะเป็นที่เดียวที่เขาจะได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

เหรินเสี่ยวซูจินตนาการถึงอนาคตที่เขาจะส่งตำแหน่งอาจารย์ไปให้หยานหลิวหยวนขณะที่พวกเขาเดิน แต่เขาไม่ได้สังเกตเห็นว่าหยานหลิวหยวนนั้นเดินช้าลง เมื่อมองไปที่หลังของเหรินเสี่ยวซู หยานหลิวหยวนก็มีความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้

มือของชายหนุ่มคนนี้ยังคงพันไว้ด้วยผ้าพันแผลและแม้ว่าเขาจะปากร้าย แต่เขาก็มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตนเสมอ

เมื่อเหรินเสี่ยวซูหันหลังกลับมา เขาก็ตระหนักได้ว่าหยานหลิวหยวนนั้นอยู่ห่างจากเขา”นายกำลังทำอะไรอยู่?รีบหน่อยสิ!”

“มาเถอะ!”

ด้านนอกของป้อมปราการ มีควันสีขาวลอยออกมาอย่างต่อเนื่องจากปล่องไฟของโรงงาน เมื่อพระอาทิตย์ตส่องลงมาด้านหลังของพวกเขา มันราวกับว่าพวกเขาไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

 

ระหว่างทางกลับบ้าน เหรินเสี่ยวซูและหยานหลิวหยวนก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งออกมาจากฐานที่มั่น ในกลุ่มนั้นมีประมาณ14คนและครึ่งหนึ่งของพวกเขาสวมชุดหลากหลายสีสัน อีกครึ่งหนึ่งเป็นคนสวมชุดการต่อสู้ของกองทัพส่วนตัวที่ดูแลฐานที่มั่น113 กลุ่มของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นกลุ่มของทหาร ไม่แปลกใจที่พวกเขากล้าที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานที่เช่นเทือกเขาจิง

คนเหล่านี้ไม่ต้องการไกด์ที่มีกำลังรบ เขาต้องการเพียงคนที่รู้ทาง

อย่างไรก็ตาม เหรินเสี่ยวซูไม่ได้คิดว่ากองกำลังส่วนตัวนี้มีความแข็งแกร่งเพียงเพราะพวกเขาถูกว่าจ้างโดยผู้ดูแลของฐานที่มั่น113 ในความเป็นจริงเขาไม่ค่อยเห็นกองกำลังส่วนตัวเช่นนี้ออกจากฐานที่มัน ดังนั้นมันอาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรง พวกเขาอาจไม่เคยประสบการณ์การต่อสู้จริงหรือเห็นเลือดมาก่อน

เหรินเสี่ยวซูเห็นกองกำลังนี้สูบบุหรี่ ที่เป็นของที่เห็นได้ยากในเมืองแห่งนี้

กลิ่นควันบุหรี่จางหายไป เหรินเสี่ยวซูสามารถได้กลิ่นแปลกๆได้อย่างชัดเจน เขาจำได้ว่าเฒ่าหยางกล่าวถึงบุหรี่จำนวนมากที่โรงผลิตออกมานั้นมีสารเสพติดเพิ่มเข้ามา มันทำให้ได้รับความนิยมสูง

เหรินเสี่ยวซูงงงวยว่าทำไมกองกำลังเหล่านี้ถึงสูบบุหรี่เช่นนี้ เพราะพวกเขาต้องมีจิตใจที่แจ่มใส

เขาเห็นผู้คนคลั่งไคล้การสูบบุหรี่เหล่านี้และกองทัพส่วนตัวควรจะสูบบุหรี่ที่ดีกว่านี้

ฝูงชนรวมตัวกันอย่างช้าๆ นี่เป็นเพราะคนเหล่านี้มีใบหน้าที่สะอาดและคมชัดอย่างมาก เมื่อเทียบกับใบหน้าของคนในเมือง

 

“พี่ชาย ในฐานที่มั่นนั้นมีน้ำมากจนพอให้ล้างหน้าได้ทุกวันเหรอ?”หยานหลิวหยวนกริบตาด้วยประกายระยิบระยับ

“ไม่จำเป็นต้องไปอิจฉาพวกเขาเลย ไขมันบนหน้าของเรามีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันสำหรับผิว”เหรินเสี่ยวซูปลอบประโลม

แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นการปรากฏตัวที่ไม่ซ้ำกันในคนกลุ่มนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมหมวกที่ปิดบังจนเขาไม่สามารถบอกได้ว่านางอายุเท่าไหร่ นางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดาที่ดูหลวมแต่พอดี

เหรินเสี่ยวซูจดจ่ออยู่กับนางเพราะมันรู้สึกเหมือนกับการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายในป่าทันทีที่นางเข้ามา

มีบางอย่างน่าสงสัยเกี่ยวกับคนเหล่านี้และเหรินเสี่ยวซูก็เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

เหรินเสี่ยวซูและหยานหลิวหยวนหยุดมองพวกเขาจากระยะไกล พวกเขารู้ว่าคนกลุ่มนี้กำลังจะซักถามบางสิ่งกับเฒ่าหวาง

พวกเขาสามารถได้ยินโอวหวางพูดเสียงดัง”ถ้าหากพวกคุณต้องการที่จะไปเทือกเขาจิง พวกคุณต้องมองหาเหรินเสี่ยวซู ถ้าไม่มีเขาคุณจะไม่สามารถผ่านมันได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีฝูงหมาป่าในที่แห่งนั้นด้วย ฉันขอแนะนำว่าคุณอย่าใช้เส้นทางนั้นเลย”

ทหารในกองทัพเย้ยหยัน”หมาป่าเหล่านั้นจะหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงปืนของพวกเรา ทำไมเราต้องกังวลเกี่ยวกับพวกมัน”

เหรินเสี่ยวซูผงะ หมาป่านั้นกลัวปืนจริงๆเหรอ?อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของสัตว์ป่า เนื่องจากเขาไม่เคยเห็นอาวุธปืนมาก่อน เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่าพูดความจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามเขายังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง”

“โอ้ เหรินเสี่ยวซูเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นนักล่าที่ดีที่สุดในเมือง เขารู้เส้นทางส่วนมาก ดังนั้นมันจะดีมากหากพวกคุณให้เขานำทาง”เฒ่าหวางยิ้มและกล่าว”เอาคำพูดของข้าไปคิด เขาเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องอย่างแน่นอน แต่บางอย่างผิดปกติกับหัวของเด็กคนนั้น…”

เมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด เหรินเสี่ยวซูก็หันหลังและนำหยานหลิวหยวนออกไป”ลูกชายของเฒ่าหวางอยู่ในชั้นเรียนด้วยหรือไม่?เจ้าเด็กอ้วน?”

หยานหลิวหยวนอ้าปากค้าง”พี่ชาย นายไม่ควรเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขา…”

เหรินเสี่ยวซูขมวดคิ้วในขณะที่เขาต้องการหลีกเลี่ยงปัญหานี้ อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคาดหวังว่าเฒ่าหวางจะจงใจแนะนำตัวเขาให้รู้จักกลุ่มคนลึกลับนี้

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...