ตอนที่แล้วตอนที่ 16: ข้อจำกัดของฉันช่างสูงเสียจริง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 18: มันไม่สำคัญหรอก

ตอนที่ 17: การขับรถหรูนี่มันน่าช่างน่าทึ่ง


ระบบการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่อยู่ยงคงกระพัน

ตอนที่ 17: การขับรถหรูนี่มันน่าช่างน่าทึ่ง

 

หลังจากนั้นเพียง 3 นาที

หนิงเทียนหลินได้สวมใส่เสื้อกั๊กสีดำ กางเกงขายาวสีเทาและร้องเท้าส้นสูงอย่างรีบเร่งลงมาจากชั้น6

เสื้อผ้าพวกนี้แน่นอนว่าเขาเอามาจากเจ้าพวกโจร เขาเลือกที่จะเปลี่ยนผ้าห่อศพออกไป ไม่อย่างนั้นผู้คนที่เห็นเขาบนท้องถนนคงจะคิดว่าเขาเป็นบ้าแน่

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามีใครสักคนขึ้นไปที่ห้องนั้นที่เขาเพิ่งต่อสู้กันจะไม่พบแม้แต่ศพหรือรอยเลือด จะพบเพียงประตูไม้ที่หนิงเทียนหลินถีบล้มลงไปกลับมาแขวนอยู่ที่ประตูเหมือนเดิม ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นดินราวกับว่าไม่เคยมีใครเปิดประตูบานนี้มาเป็นเวลานานแล้ว

ทุกอย่างราวกับความฝัน

ระบบการต่อสู้ได้กวาดร่องรอยทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!

“ไง นายลงมาแล้ว”

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าทางด้านหลัง หลินเจียอี้ที่เดินกลับไปกลับมาก็หันหน้ากลับไปดู เธอได้เห็นหนิงเทียนหลินก้าวออกมาจากตึกหลังนั้น และเดินตรงมาทางนี้ หลังจากที่ลังเลเธอก็สาวเท้าเข้าไปและพูดขึ้น

“อื้ม”

หนิงเทียนหลินพยักหน้าและถาม “ทำไมเธอถึงยังอยู่ที่นี่ละ? รอใครงั้นหรอ?”

หนิงเทียนหลินคาดว่าอีกฝ่ายคงโทรหาพ่อแม่แล้ว และคงจะรอให้พวกเขามารับกลับบ้าน เพราะว่าที่แถวนี้เป็นบริเวณชานเมืองและมีแต่ป่าเขา ซึ่งคงต้องใช้เวลาบนทางหลวงบ้าง

“อื้ม ฉันรอพ่อของฉันมารับนะ ท่านบอกว่าใกล้จะมาถึงแล้ว” น้ำเสียงของหลินเจียอี้ช่างกระฉับกระเฉง น่าฟังและพูดจาฉะฉาน แน่นอนว่าเธอหายจากความตื่นกลัวจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว

“อ๋อ ดีเลย” หนิงเทียนหลินพยักหน้า

ไม่กี่อึดใจต่อมา สีหน้าของเขาดูมีความลังเลและกระสับกระส่าย ในเมื่อตอนนี้พ่อของเธออยู่บนถนนแล้ว เขาก็คงไม่ได้นำเงินสดจำนวนมากติดตัวมาเป็นแน่ เขาต้องรีบมาช่วยเหลือลูกสาวของเขา ใครจะถือเงินสดจำนวนมากมาด้วยกันล่ะ?

ดังนั้น หนิงเทียนหลินก็ไม่กล้าที่จะเปิดปากพูดออกไป

“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะ?”

เมื่อเห็นแบบนั้น หลินเจียอี้ก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมีอะไรอยากจะพูด เธอไม่เคยคิดว่าคนวัยเดียวกันที่มีรูปร่างพอๆกับเธอจะโหดเหี้ยม แน่วแน่และดุร้าย โดยปราศจากการลังเลหรือความกลัว

เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้นมา

“เธอขอเงินพ่อของเธอมาให้ฉันสัก 4,000 หยวนได้ไหม? ฉันขอยืมหน่อยสิ”

นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงเทียนหลินออกปากขอยืมเงินคนอื่น ถึงแม้เขาจะเป็นผู้มีบุญคุณต่อเธอก็ตาม

“อะไรนะ!”

“4000 หยวน!”

ด้วยความไม่คาดคิดว่าจะได้ยินสิ่งนี้ หลินเจียอี้รู้สึกประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะร้องขอเช่นนี้ เงินจำนวนเพียง 4,000 หยวน คุณรู้ไหมเธอได้รับเงินค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 5,000 หยวนทุกอาทิตย์ เธอเป็นมหาเศรษฐี เงินเพียง 4000 หยวนเป็นเพียงแค่เงินติดกระเป๋าในสายตาของเธอ!

“ไม่ได้งั้นหรอ? งั้นก็ไม่เป็นไร”

หนิงเทียนหลินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย สำหรับนักเรียนที่ไม่ได้หาเงินด้วยตัวเอง เงินจำนวน 4000 หยวนก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากยกเว้นตอนที่เขาจ่ายเงินค่าเทอม

เดาได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าเขานี้คงตื่นตระหนกกับเงินจำนวนสี่พันหยวน

“มีสิ!”

“มีสิ!”

“เดี๋ยวฉันจะโทรหาพ่อตอนนี้เลย!”

หลินเจียอี้พูดกับหนิงเทียนหลิน และต่อสายโทรศัพท์

ในขณะเดียวกัน ณ เขตเมือง

“แกจะมัวรอติดไฟแดงอยู่ทำไม!”

“รีบขับรถพาฉันไป! เร็วเข้า!”

ภายในรถเมอซิเดซเบนซ์สวยหรูคันนั้น คนขับรถมองเห็นสัญญาณไฟจราจรตรงหน้าและหยุดรถเพื่อรอสัญญาณไฟเขียว แต่เครื่องดื่มเย็นๆก็ขว้างมาที่หลังของเขา กระตุ้นให้เขารีบออกรถ

โดยไม่รอสัญญาณไฟแดง!

“ครับ! เจ้านาย!”

คนขับรถแข็งทื่อ แต่ปราศจากการลังเล ทันทีที่เขาเหยียบคันเร่ง เขาก็พุ่งรถออกไป สัญญาณไฟจราจรสำคัญก็จริงแต่คำสั่งเจ้านายสำคัญกว่า ถึงแม้จะโดนใบสั่ง แต่ยังไงเจ้านายก็จะจ่ายชดเชยให้อยู่แล้วในอนาคต

“โง่!”

ด้วยความทนทานของเมอซิเดซเบนซ์ ซึ่งเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ บนท้องถนนนั้นอย่างกับเกิดจลาจล ยานพาหนะที่กำลังตรงไปต้องพากันเบรคเสียงดังเอี๊ยดเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับรถเบนซ์คันนี้ ทันใดนั้นทั้ง 4 แยกนั้นก็อื้ออึงไปด้วยเสียงเบรคลากล้ออย่างรุนแรงบนพื้นถนน

“แม่งเอ้ย! ฉันเกือบตายเลยนะ!!”

“ไอ้ห่านี้จะรีบไปตายรึไงว่ะ!?”

ถึงแม้ว่ารถเมอซิเดซเบนซ์จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 700,00 – 800,000 คนที่ขับรถรถหรูนั้น ซึ่งเบรคกระทันหันและหัวเขาเกือบจะโขกกับพวงมาลัยแต่ก็ยังโผล่หัวออกมาจากหน้าต่างที่เปิดอยู่และถูกสาบแช่ง

“รถหรูนี่มันน่าทึ่งจริงๆ!”

“แม่ง! ไอ้คนรวยส้นตีน!”

ท่ามกลางการก่นด่า ความโกลาหลของคนขับรถที่ 4 แยกนั้นที่เกิดจากการไล่ล่าของเมอซิเดซเบนซ์ และเนื่องมาจากการเบรคกระทันหัน รถหลายคันประสานงากันอยู่ ทันใดนั้นทั้ง 4 แยกนั้นก็เกิดโกลาหล

รถเบนซ์คันที่ก่อเหตุ ปาดซ้ายปาดขวาและฝ่าไฟแดง และหายไปท่ามกลางการจราจรด้านหน้า

“เฮ้! เจียอี้ เกิดอะไรขึ้น?”

“พ่อกำลังจะไปถึงนะ!”

“อย่าไปไหนนะ!”

ในรถเบนซ์คันนั้น หลินซวงรีบกดรับสายเมื่อเขาเห็นว่าเป็นลูกสาวของเขาที่โทรเข้ามา

เขาหวาดกลัว เขาหวาดกลัวเหลือเกินว่าเขาไม่ได้เจอหน้าลูกสาวอีกครั้ง ใครจะไปรู้ เขาอยู่ในห้องทำงานและได้ยินเจ้าพวกวายร้ายบอกว่าจะส่งวิดีโอ ‘ที่น่าสนใจ’ มาให้ดู เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมากและรู้สึกเหมือนจะตาย!

ไม่นานนักหลังจากนั้น ลูกสาวของเขาก็โทรมาหาบอกว่าเธอปลอดภัยและเร่งให้เขารีบไปรับเธอ พร้อมกับบอกเขาว่าได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในความฝัน เด็กวัยรุ่นฆ่าผู้ชายแข็งแรง 5 คนด้วยมือเปล่างั้นหรอ?

เขาไม่อยากจะเชื่อเลย

“อะไรนะ? เงินสด 4000 หยวนงั้นหรอ?”

“ได้สิ! พ่อเอามาแล้ว!”

เมื่อวางโทรศัพท์ หลินซวงก็เต็มไปด้วยความสงสัย และลูกสาวของเขาก็ไม่ได้บอกว่าทำไมจึงต้องการเงิน 4000 หยวน ถึงแม้เขาจะงุนงงแต่เขาก็ถามคนรอบๆเขา 5-6 คน “ใครมีเงินสดบ้าง? สัก 4000 หยวน”

ในตอนนี้ แทนที่จะไปพร้อมกับคนขับรถ เขากลับพาบอดี้การ์ดมาด้วย 5 คน เผื่อว่าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้น

“เจ้านาย ผมมีอยู่ 10,000 หยวนครับ ว่าจะไปเล่นไพ่คืนนี้”

เมื่อคนขับรถได้ยินดังนั้น เขารีบเปิดตู้ในช่องเก็บของและมีเงินจำนวนมากมายเรียงอยู่ในนั้นอย่างเรียบร้อย มองเผินๆก็คงมีอย่างน้อย 10,000 หยวน

“ได้”

หลินซวงหยิบเงินนั้นไป เขาไม่พูดไม่จาก และไม่รู้ว่าจะคิดอะไร

“นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”

หลินเจียอี้มองมาที่หนิงเทียนหลินและต้องการรู้ว่าหากเขาได้เงินไปจะเป็นอย่างไร จึงแกล้งเล่นละคร

“นี่ไง!”

หนิงเทียนหลินหัวเราะน้อยๆ และดึงเงินแบงค์ 100 หยวนออกมาจากกระเป๋า ซึ่งอ่านว่า “ชั้น6 แจ้งตำรวจที ช่วยฉันด้วย หลินเจียอี้”

“แล้วนายขึ้นไปบนนั้นได้ยังไงนะ?”

“ถ้าฉันไม่เห็นมัน ฉันก็คงไม่ขึ้นไปหรอก”

หนิงเทียนหลินหัวเราะ ในขณะเดียวกันเขาก็สังเกตุเห็นว่าปลายนิ้วข้างขวาของเด็กสาวเป็นแผลเปิดหลายแห่ง เธอคงใช้นิ้วเขียนนั่นเอง