ตอนที่แล้วตอนที่ 30 มาเล่นหมากฮอสกัน นายเริ่มก่อน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 32 วิธีการใช้ระบบไฮเทคที่ถูกต้องคือการอ่านหนังสือจนดึก?

ตอนที่ 31 ไม่ว่าผมจะกินเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ขึ้น


ตอนที่ 31 ไม่ว่าผมจะกินเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ขึ้น

เฉินยู่ซานกัดนิ้วโป้งแล้วขมวดคิ้ว เธอจ้องมองกระดานหมากฮอสแล้วเริ่มคิดหนัก

แพ้ชนะถูกตัดสินแล้ว...

ไม่มีโอกาสที่จะกู้เกมเลยสักนิด

เธอใช้เวลาคิดอยู่นานและยอมรับความพ่ายแพ้ในที่สุด เธอชักชวนด้วยน้ำเสียงไม่แน่นอน

"...อีกตา"

ลู่โจวถอนหายใจแล้วแหงนมองท้องฟ้า

"ผมยอมได้ไหม?"

"ไม่ได้!"

เฉินยู่ซานโกรธมากจนอยากกระทืบพื้น

เมื่อเธอถามคำถามคณิตศาสตร์ เธอจะถูกเหน็บแหนมเสมอว่า'นี่มันง่ายเกินไป' 'โจทย์แจกคะแนนอีกแล้ว' 'มันจะสายเกินไปที่คุณจะสอบเข้าปริญญาเอก' เธออยากกู้หน้าคืนจากการเล่นหมากฮอส แต่ลู่โจวก็ไม่ยอมเธอเลย เขาชนะไปสิบเกมรวด เขากระทั่งให้เธอเริ่มก่อน

บางทีIQฉันอาจต่ำเกินไป?

เฉินยู่ซานถูกเรียกว่านักศึกษาอัจฉริยะในช่วงสามปีมานี้ แต่แล้วจู่ๆเธอก็รู้สึกกังขากับชีวิตของตน

เธอผลักกระดานหมากฮอสอย่างดื้อรั้นและยังอยากจะเล่นต่อ ลู่โจวอดถามไม่ได้

"ผมขอถามได้ไหม?"

เฉินยู่ซานตอบอย่างฉุนเฉียว "ว่า"

ลู่โจวถามอย่างจริงจัง "ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองเก่งหมากฮอส?"

เฉินยู่ซานได้ยินแบบนั้นแล้วหน้าแดง เธอกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน "ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันไม่เคยแพ้พ่อแม่เลย..."

"เด็กแค่ไหน?"

เฉินยู่ซานพึมพำเสียงเบา "ฉันคิดว่ามันเป็นช่วงประถม"

คุณพระ!

เธอยังจำเรื่องสมัยประถมอยู่เหรอ?

เห็นได้ชัดว่าพ่อแม่ปล่อยให้ชนะ เธอไม่ได้เล่นกับคนอื่นเลยเหรอ?

ลู่โจวไม่รู้ว่าทำไม แต่จู่ๆเขาก็รู้สึกเสียใจแทนเธอ

พวกเขาสั่งพิซซ่าสุพรีมทะเลเป็นมื้อเที่ยง คุณหยางพูดถูก พิซซ่าที่ร้านกาแฟนี้อร่อยมาก

แม้ว่ามันค่อนข้างแพง แต่ลู่โจวไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน เขากระทั่งเหลือที่ว่างในท้องเพื่อสั่งของหวานมากินเพิ่ม

เฉินยู่ซานทานแซนวิช ขณะที่เธอเฝ้าดูลู่โจวทานอย่างมีความสุข เธอก็อดบ่นไม่ได้ "นายกินมากไปแล้ว ถ้านายกินไม่ระวังนายจะอ้วนเอานะ"

ลู่โจวตอบ "ผมหวังว่าผมจะอ้วนนะ" ขณะที่เขากล่าวหน้าตาย เขาก็กำลังทานไอศกรีมแคลอรี่สูงและมูสช็อคโกแลตไปด้วย "ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่ไม่ว่าผมจะกินมากแค่ไหน ผมก็ไม่อ้วน"

จู่ๆก็เกิดความเงียบขึ้น เฉินยู่ซานไม่พูดอะไรออกมา

เอิ่ม...

มันมีความเกลียดชังบางอย่างอยู่ในคำพูดหยอกล้อนี้หรือ?

เขาสัมผัสถึงความคับข้องใจ...

ลู่โจวอดตัวสั่นไม่ได้

.....

กว่าพวกเขาจะกลับมหาลัย มันก็บ่ายสองแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน

เฉินยู่ซานกลัวถูกแดดเผา เธอจึงไม่อยู่ข้างนอกนานนัก เธอกล่าวลาลู่โจวแล้วกลับหอพักของตน

ลู่โจวสังเกตว่ามันยังเร็วไป ดังนั้นเขาจึงกลับหอพัก เขาหยิบโน๊ตบุ๊คกับหนังสือที่เขายืมมาก่อนหน้านี้แล้วมุ่งไปยังตึกคณิต จากนั้นเขาก็หาที่ว่างในห้องเรียนนั่ง

มันอีกสี่ชั่วโมง กว่าเขาจะทานแคปซูลได้อีกครั้ง เขากินยาไปตอนหกโมงแล้วเรียนจนถึงห้าทุ่ม บางทีมันอาจเที่ยงคืนเลย ห้องสมุดปิดเวลานั้น ดังนั้นเขาจึงนั่งเรียนในห้องสมุดไม่ได้

เขาวางแผนกินยาทุกวัน แต่พรุ่งนี้เขายุ่ง เขาจึงไม่อยากเสียเวลาของวันนี้ไป เขาตัดสินใจลุยเต็มที่ทั้งวัน

เขาเปิดโน๊ตบุ๊ค เมื่อเขาตรวจสอบอีเมลล์ เขาก็เห็นว่าหวังเสี่ยวตงส่งโปรแกรมสมบูรณ์ให้เขาแล้ว

เขามองดูโปรแกรมแล้วดาวน์โหลดโค้ดมาเป็นแบ็คอัพ จากนั้นเขาก็เริ่มเขียนวิทยานิพนธ์ตามรูปแบบแบบจำลองทางคณิตศาสตร์

เขาใช้เวลาช่วงบ่ายในการทำวิทยานิพนธ์จนสำเร็จ จากนั้นเขาก็แนบโปรแกรมและวิทยานิพนธ์ลงในอีเมลล์แล้วส่งให้ศาสตราจารย์หลิว

'ไปกินข้าวที่โรงอาหารก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานละกัน' ลู่โจวคิด เขาเหยียดหลังแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็เดินออกห้องเรียน

มันเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อน ดังนั้นโรงอาหารจึงแทบร้าง

ข้อดีคือเขาไม่ต้องไปต่อแถว ข้อเสียคือพนักงานในโรงอาหารก็หยุดเช่นกัน ดังนั้นจึงมีอาหารให้เลือกน้อยลง

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลต่อลู่โจว เพราะเขาทานบะหมี่เป็นมื้อค่ำเสมอ

ลู่โจวเห็นศาสตราจารย์ถัง เขาจึงเดินเข้าไปทักทาย เขาวางถ้วยบะหมี่ตรงข้ามศาสตราจารย์ถัง

ศาสตราจารย์ถังเห็นลู่โจว เขาจึงหัวเราะแล้วถาม "เตรียมการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ไปถึงไหนแล้ว?"

ลู่โจวหัวเราะเช่นกัน "พอได้ครับ ผมพึ่งส่งการบ้านให้ศาสตราจารย์หลิว"

"แล้วช่วงนี้เธอค้นคว้าเรื่องอะไร?"

ลู่โจวเห็นว่าศาสตราจารย์ถังไม่ได้ถามเรื่องการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ดังนั้นเขาจึงตอบ "ช่วงนี้ผมอ่านวิทยานิพนธ์ มันเป็นเรื่องของความก้าวหน้าในการวิจัย GIMPS..."

ศาสตราจารย์ถังประหลาดใจ เขายิ้มแล้วถาม "เป็นวิทยานิพนธ์จากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน?"

ลู่โจวพยักหน้าแล้วตอบ "ครับ ผมอ่านวิทยานิพนธ์ปี 1992 [การกระจายจำนวนเฉพาะแมร์แซน]และพบว่าเนื้อหามันน่าสนใจมาก เสียดายขั้นตอนกระบวนการในวิทยานิพนธ์มันสั้นเกินไป มันมีเพียงข้อสรุปเดียวเท่านั้น ดังนั้นผมจึงค้นคว้าต่อไป"

"โอ้ อาจารย์รู้จักวิทยานิพนธ์นั้น" ศาสตราจารย์ถังกล่าว เขารู้สึกคิดถึง "วิทยานิพนธ์ฉบับนั้นของท่านโจวเป็นส่วนช่วยเหลือสำคัญต่อวงการคณิตศาสตร์จีน"

น่าเสียดาย วิทยานิพนธ์นี้สั้นเกินไป มันมีความยาวเพียงสองหน้าเท่านั้น แม้ว่ามันจะเสนอสูตรที่ถูกต้องของจำนวนเฉพาะของแมร์แซน แต่มันก็ไม่มีกระบวนการพิสูจน์ สุดท้ายมันก็ได้แต่ตีพิมพ์เป็นในฐานะข้อคาดคะเน

ศาสตราจารย์ถังหยุดชั่วครู่ เขามองลู่โจวแล้วยิ้ม "จะว่าไป แล้วเรื่องเรียนฟังก์ชั่นเชิงเส้นล่ะ? ทำไมเธอถึงมาเรียนจำนวนเฉพาะของแมร์แซน?"

"คือ...สนใจล่ะมั้ง?"

ด้วยน้ำเสียงไม่แน่นอนแบบนี้ ลู่โจวยังไม่เชื่อคำพูดของตัวเองด้วยซ้ำ

ศาสตราจารย์ถังไม่เชื่อเขา เขาส่ายหน้าแล้วกล่าวอย่างจริงจัง "ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเธอนั้นสูงมาก แต่เธอใจร้อนเกินไปหน่อย เธอจะไม่สำเร็จอะไรเลยถ้าเธอเปลี่ยนหัวข้อ เธอให้ความสำคัญกับผลประโยชน์เกินไป เธอคิดว่าจำนวนเฉพาะของแมร์แซนแก้ได้ง่ายงั้นเหรอ? โปรเจ็คGIMPSที่เธอพูดถึงใช้เวลาถึงแปดปีเต็ม มันคำนวณไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจำนวนเฉพาะของแมร์แซนตัวที่ 44 จะเป็นจำนวนเฉพาะตัวที่ 44 จริงไหม เธอคิดว่าเงินรางวัลมันได้รับง่ายๆงั้นเหรอ?"

แม้ว่าพวกเขาจะพบจำนวนเฉพาะของแมร์แซนตัวที่ 44 ในปี 2006 แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่ามีตัวอื่นอีกไหมที่อยู่ในระหว่างตัวที่ 43 กับตัวที่ 44

นี่เป็นเพราะจำนวนมันมีมากเกินไป จำนวนตัวเลขที่ต้องคำนวณนั้นเกินกว่าจะจินตนาการได้

ตามเกณฑ์ให้รางวัลของโปรเจ็คGIMPS ถ้าใครอยากได้รางวัล คนๆนั้นต้องแก้ปัญหาจำนวนเฉพาะของแมร์แซน 100 ล้านตัวก่อน รางวัลมันไม่คุ้มกับงานที่ทำ เพราะยังไงรางวัลของจำนวน 100 ล้านตัวก็มีแค่แสนห้าหมื่นเหรียญเท่านั้น ค่าใช้จ่ายที่เสียไปไม่คุ้มกับเงินด้วยซ้ำ

มันเป็นเรื่องน่าตลกที่ผลกำไรของการขุดบิทคอยนั้นมากกว่าทำวิจัยทางคณิตศาสตร์

ศาสตราจารย์ถังรู้ว่าลู่โจวต้องการเงิน

ลู่โจวยิ้มเชิงขอโทษและไม่ได้ปฏิเสธ

มันเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะอธิบายให้ศาสตราจารย์ถัง

ฉันว่าปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปเถอะ

ศาสตราจารย์ถังเห็นว่าลู่โจวไม่ตอบ เขาจึงถอนหายใจแล้วกล่าวอย่างจริงจัง "วิทยานิพนธ์ของเธอนั้นยอดเยี่ยม อาจารย์ได้คุยกับศาสตราจารย์ฟิสิกส์หลายคน และพวกเขาก็เห็นด้วยกับอาจารย์ว่า ถ้าเธอทำวิจัยในสาขานี้ต่อ เธอจะประสบความสำเร็จในสองปีแน่นอน แม้ว่าเธอจะเห็นแก่ผลประโยชน์ แต่เธอก็ควรมองผลประโยชน์ระยะยาว"

ลู่โจวถามเสียงเบา "ศาสตราจารย์ นี่หมายความว่าศาสตราจารย์ไม่แนะนำให้ผมวิจัยสาขานี้ต่อใช่ไหม?"

ศาสตราจารย์ถังส่ายหน้าแล้วกล่าว "อาจารย์ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ก็แค่อาจารย์ไม่ชอบสาขานี้ อย่างแรกเลยมันเป็นสาขาที่ไม่เป็นที่นิยม สองมันยากที่จะสำเร็จ สุดท้ายอาจารย์ไม่ได้วิจัยสาขานี้มากนัก ดังนั้นอาจารย์จึงช่วยเธอไม่ได้ ถ้าเธอสนใจอยากวิจัยจริงๆ อาจารย์ก็ไม่คัดค้าน แต่ถ้าเธอแค่อยากได้เงิน มันก็เสียเวลาเธอไปเท่านั้น อาจารย์พูดมามากแล้ว ลองไปคิดดูเอง!"

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด