ตอนที่แล้วMS บทที่ 18 เพื่อรอส่งเจ้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปMS บทที่ 20 มวยเจิ้งหวู่กระบวนท่าที่สอง

MS บทที่ 19 หลีชิงเถียน


MS บทที่ 19 หลีชิงเถียน

“ยินดีด้วยขอรับใต้เท้า ท่านได้ปราบพวกเฉินหนงและกำจัดพวกทรราชทั้งสองคนอย่างโชวหวูและเฉิงหลงซิงไปได้ ตอนนี้ท่านคือเจ้าผู้ครองมณฑลไถไป๋แต่เพียงผู้เดียวแล้วขอรับ” เฟิงหยวนซิงพูดชื่นชมหลีมู่

เด็กหนุ่มหยุดเดินและหันกลับมาหาเขา

“เจ้าคิดว่าข้าทำไปเพื่ออำนาจงั้นเหรอ?”

ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ

หลีมู่มองไปที่ทหารที่กำลังคุกเข่าอยู่

“คราวนี้ข้าจะรับบทเป็นอะไรอีกดีนะ?”

คำพูดของผู้พิพากษาตัวน้อยคนนี้แสดงออกมาได้ถึงยิ่งใหญ่

“ฟังข้าให้ดีๆนะ ข้าจัดการทั้งสองคนนั่นตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อทำให้บ้านเมืองของข้าสะอาด เพื่อปกป้องป้องไม่ให้ชาวเมืองถูกทำร้าย เพื่อดำรงไว้ซึ่งสันติภาพของเมือง...” หลีมู่พูดด้วยความตื่นเต้น “คิดว่าข้าจะจัดการกับโชวหวูและเฉิงหลงซิงจริงๆเหรอ? ถ้าเขาเป็นคนที่ห่วงใยประชาชนจริงๆน่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยมันพยายามจะใช้ข้าเป็นหุ่นเชิดด้วย”

เฟิงหยวนซิงเข้าใจในทันที

“แน่นอนขอรับใต้เท้า ท่านคือผู้อุทิศตนให้กับเมืองนี้อย่างแท้จริง ข้าน้อยช่างโง่เขลายิ่งนักที่ถามคำถามเช่นนี้ ช่างเป็นบุญของชาวเมืองจริงๆที่ได้ท่านเป็นผู้พิพากษาของมณฑลนี้”

หลีมู่ยิ้มมุมปาก

หึ! หมอนี่มันอยู่เป็นนะเนี่ย

“เอาล่ะทีนี้ก็ขอฝากท่านจัดการกับพวกที่หลงเหลือของเฉิงหลงซิงและโชวหวู แต่ต้องทำทุกอย่างให้ตรงตามขั้นตอนกฎหมายนะ แล้วก็

รบกวนท่านเฟิงช่วยทำรายงานแล้วไปรายงานต่อเบื้องสูงด้วยล่ะ”

หลีมู่พูดจบและเดินหายไป

“น้อมรับบัญชา” เฟิงหยวนซิงตอบรับเสียงดังด้วยใบหน้าดีใจ

นี่หมายความว่าผู้พิพากษาคนนี้ยอมรับเขาแล้วสินะ?

.

เคยมีผู้คนในกลุ่มเฉินหนงมากมาย

เรื่องที่เกิดขึ้นในฐานที่มั่นของพวกมันแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

หลายๆคนที่ได้ยินข่าวลือนี้ต่างก็รีบไปเข้าร่วมกับฝ่ายอื่นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตนเอง

หลายสิบปีที่ผ่านมาคนจากเฉินหนงได้ทำให้งานราชการอันศักดิ์สิทธิ์ต้องแปดเปื้อน พวกมันทำทุกวิถีทางเพื่อกัดกินทุกอย่างข้างในนั้นให้เน่าเฟะ

แต่อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ผู้คนได้ยินข่าวกการปราบปรามคนเลวของผู้พิพากษาคนนี้ มันทำให้ทุกคนเริ่มมารวมตัวกันอีกครั้ง

ทุกอย่างในตอนนี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากลุ่มเฉินหนงได้ล่มสลายแล้ว

ผู้คนมากมายมาที่หน้าป่าหินแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้าไป

หลีมู่เองก็ประหลาดใจมากที่เห็นประชาชนมากมายขนาดนี้

“โว้ว ทำไมคนมากันเยอะแยะแบบนี้ล่ะ?”

เท่าที่เห็นดูเหมือนว่าจะมีประมาณ 5000 คนได้ และทุกคนก็เงียบกริบทันทีที่เห็นหลีมู่

เขามาแล้ว!

หัวใจทุกคนเต้นระรัวด้วยความตกใจที่ได้เห็นเด็กคนนี้

นั่นหมายความว่าข่าวลือที่ว่าหลีมู่ปราบพวกเฉินหนงลงได้นั้นเป็นความจริง แถมยังได้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอีกต่างหาก ช่างเหนือมนุษย์อะไรเยี่ยงนี้

ทุกคนล้วนคาดหวังว่าผู้พิพากษาคนนี้จะช่วยพลิกชะตามณฑลนี้ได้

และนี่ก็เป็นข่าวร้ายสำหรับพวกที่ทำตัวผิดกฎบ้านเมืองเช่นกัน

สำหรับหลายๆคนแล้ว หลีมู่ดูเด็กกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้ แม้ว่าจะมีคราบเลือดเปรอะไปตามตัวก็ตาม ดวงตากลมโตทำให้รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนและความเอื้อเฟื้อ ผิดกับพวกชนชั้นสูงที่เป็นเจ้าของตำแหน่งนี้มาก่อนมากๆ

ทุกคนแสดงสีหน้าที่ดีต่อเขา แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าส่งเสียงใดๆ

หลีมู่ควบม้าแล้วฝูงชนก็หลีกทางให้กับเขา

‘บ้าจริง นั่นควรจะเป็นโอกาสที่ดีของข้าแท้ๆ’ หลีมู่คิดแบบนั้น ตอนแรกเขากะจะโชว์พูดอะไรเด็ดๆกับชาวเมืองซักหน่อยหลังจากที่ได้ทำคุณงามความดีขนาดนี้ แต่ว่าเลือดงูในร่างของเขามันทำให้เขาต้องรีบกลับไปจัดการกับมัน

และทั้งเด็กหนุ่มและม้าก็หายวับไปตามถนน

จากนั้นไม่นาน เฟิงหยวนซิงก็นำทหารหลายนายออกมาจากป่าหิน

ข้างนอกนั่นยังมีฝูงชนจำนวนมากอยู่

ทันใดนั้นก็มีคนๆหนึ่งเดินออกจากฝูงชนมาถามเขา “ท่านเฟิง แล้วฉีกงจิ้งล่ะ? แล้วไหนจะท่านโชวกับท่านเฉิงพวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ?”

เฟิงหยวนซิงตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “ท่านคือ ท่านเหว่ยจากชมรมดารานภาสินะ ฉีกงจิ้งถูกสังหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะที่ทำตัวชั่วร้ายขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองและท่านผู้พิพากษาไม่สามารถให้อภัยพวกเขาได้ ส่วนท่านโชวและท่านเฉิง... พวกเราตรวจสอบที่แห่งนี้แล้วพบว่าทั้งสองมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเฉินหนงในการสังหารผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก พวกเขาจึงถูกไต่สวนและติดสินโทษประหารชีวิตเป็นที่เรียบร้อย”

“อะไรนะ?” เหว่ยสีหลงผู้นำของชมรมดารานภาตกใจที่ได้ยินแบบนั้น “ท่านเฟิง... ท่านพูดเล่นอยู่ใช่ไหม?”

เฟิงหยวนซิงทำหน้านิ่งเฉย “ในเวลาแบบนี้ข้าไม่คิดจะล้อเล่นกับผู้ใดหรอก”

จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและตะโกน “มาเถอะ มานำร่างของพวกคนชั่วทั้งสามไปมอบให้หยีฉวงกันดีกว่า คนที่เหลือไปตรวจสอบบ้านของท่านโชวและท่านเฉิงกับข้า ท่านผู้พิพากษาทีคำสั่งว่าห้ามให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสองคนนั้นเล็ดลอดไปเป็นอันขาด”

แล้วเขาก็จากไปพร้อมกับกองทหาร

และทหารอีกราวๆ 20 นายก็เข้ามานำศพทั้งสามคนนั้นออกมาจากป่า

ทุกคนที่ได้เห็นภาพนั้นก็ตกใจราวกับว่ามีคนไปแหย่รังมดเข้าให้

เหว่ยสีหลงยืนนิ่งเงียบ จ้องมองภาพนั่นด้วยความว่างเปล่า

“เป็นไปได้ยังไง?”

“ไม่จริงน่า?”

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก”

นอกจากเฉินหนงแล้วก็ยังมี วัดติงหยู,สถาบันฉางเฟิง และชมรมดารานภาเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มทรงอำนาจของเมืองไถไป๋

ต่างกันแค่ว่า วัดติงหยูที่เป็นวัดพุทธ,สถาบันชิงเฟิง และชมรมดารานภานั้นมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับทั้งสองคนนั่นมาก แต่ก็ยังประกอบความดีอยู่บ้างถ้าเทียบกับฝ่ายเฉินหนง

เมื่อได้ยินข่าวโชวหวูและเฉิงหลงซิงตายก็ทำเอาพวกเขาคิดอะไรไม่ออก

ความหนาวเหน็บลามขึ้นมาไปถึงสันหลังของเขา

พระหลายคนจากวัดติงหยูเองก็หน้าซีดที่ได้ยินแบบนี้ก่อนที่พวกเขาจะปรึกษากันเล็กน้อยแล้วจึงออกไป

คนจากสถาบันฉางเฟิงเองก็ตกใจไม่ต่างกัน หลังจากที่ได้เห็นศพเหล่านั้นพวกเขาก็รีบหนีไปทันที

นายเหว่ยเองก็รีบหนีไปจากที่นี่เช่นกัน

เป็นความจริงที่เขย่ามณฑลไถไป๋เป็นอย่างมาก อำนาจในที่นี้จะต้องสั่นคลอนเป็นอย่างมากแน่ๆ

ชมรมดารานภาจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ?

เขาคิดเรื่องนี้ไม่ตก

ในขณะเดียวกันฝูงชนก็แตกตื่นวุ่นวายมากขึ้น

หลายๆคนไม่เชื่อในคำพูดของเฟิงหยวนซิงจนกระทั่งตอนนี้ แม้ว่าจะมีภาพยืนยันมากแค่ไหนก็ตามว่าทั้งสามได้ตายไปแล้ว แต่ทุกคนก็ยังพูดคุยลับหลังกันอย่างน่าสงสัย

ผู้พิพากษาคนนั้นเป็นคนทำทั้งหมดนี่เลยหรือ?

“หลีชิงเถียน!”

มีคนตะโกนขึ้นมาจากฝูงชน ดึงความสนใจจากทุกคนไปได้

“เจ้าสำนักชิงเถียน”

“ฮือ ขุยเอ้อ เจ้าได้ยินข้าไหมบนนั้นน่ะ ท่านผู้พิพากษาล้างแค้นให้เจ้าแล้วนะ พวกมันตายหมดแล้วนะ ฮือ...”

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ฉีกงจิ้งมันตายแล้ว ท่านสบายใจได้แล้วนะ”

“ท่านผู้พิพากษาช่างเก่งกาจยิ่งราวกับพระเจ้าเลย ในที่สุดข้าราชการที่ดีก็ลงมาจุติยังเมืองนี้แล้ว”

“ความยุติธรรมกำลังจะหวนคืนนนนนน!”

“รีบไปร้องเรียนยังที่ว่าการเลยนะถ้าเจอเรื่องไม่ดีมา ท่านผู้พิพากษาต้องจัดการได้แน่”

ทุกคนพูดขึ้นด้วยความตื้นตัน

บางคนถึงกับเอาพลุมาจุดกันตรงหน้าทางเข้านี่เลยทีเดียว

เสียงพลุดังไกลออกไปหลายไมล์ พร้อมด้วยภาพที่ในใจของทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข