ตอนที่แล้วตอนที่ 335 โดนหลอกลวง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 337 ออกเดินทางต่อไป

ตอนที่ 336 ลูบได้ แต่ไม่อาจที่จะขึ้นได้


* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

“พี่ใหญ่ !”

สถานที่ห่างออกไปจากสุสานโบรานหลายร้อยลี้ ภายในถ้ำเร้นลับของภูเขาแห่งหนึ่ง กัวเหรินทอสีหน้าตกใจระคนดีใจมองไปที่หลงเฉิน

“พี่ใหญ่ วันนั้นข้าได้ยินเจ้าลูกเต่าพวกนั้นคุยกันเรื่องของท่าน ว่าท่านถูกฝังอยู่ภายในห้องเก็บโลงศพไปแล้ว ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อเลยทีเดียว

ด้วยความปราดเปรื่องของพี่ใหญ่ทั้งความสามารถที่ไร้ผู้ต้าน มีหรือจะถูกฝังอยู่ในสถานที่แห่งนั้นได้ ? แม้แต่พวกเขาเองก็ยังสามารถออกมาได้อย่างปลอดภัยมิใช่หรือไง ?”

หลงเฉินเข้าไปยังภายในถ้ำก็สะบัดบั้นท้ายนั่งลงบนพื้น กล่าวขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า “รอบนี้เจ้าคงจะพูดผิดไป พี่ใหญ่เจ้าถูกฝังไปแล้วจริงๆทั้งยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด”

กัวเหรินตกใจขึ้นมา “คงไม่หรอกมั้ง พี่ใหญ่นี่ท่านถูกฝังไปจริงอย่างงั้นหรือ ? ดูที่อาภรณ์ของท่านก็คล้ายกับเปื้อนดินโคลนมาจริงๆ”

เมื่อมองไปที่สภาพของหลงเฉิน ที่เหมือนกับไปอยู่ในที่ลำบากมาอีกทั้งยังมีสีหน้าที่อิดโรย ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจขึ้นมา

เมื่อครั้งก่อนหลงเฉินหลังจากได้ปะทะกับทั้งสามคนไปแล้ว ก็ได้ใช้พลังโจมตีออกไปด้วยพลังทั้งหมด เพื่อซัดทั้งสามคนให้กระเด็นออกไปในทันที

แต่สามคนนั้นต่างก็ถือเป็นสุดยอดฝีมือ ภายใต้การร่วมมือกันของทั้งสามคน หลงเฉินเองก็ถูกซัดจนถอยออกไปหลายก้าว

ในส่วนที่ต้องถอยนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ในขณะนั้นกลับมีเสาต้นหนึ่งล้มลงมาทับอย่างแรง ประจวบกับได้ปิดตายปากทางถ้ำนั้นเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลงเฉินตกใจเป็นอย่างยิ่ง จนเขากลายเป็นถูกฝังอยู่ภายในสุสานไปทันที

หลังจากที่ถูกฝังอยู่ในสุสาน ดินทรายที่ร่วงมาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กายเนื้อของหลงเฉินก็ยังไม่อาจที่ทนแรงอันมหาศาลนั้นเอาไว้ได้ จนรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นแทบจะถูกกดทับจนบี้แบนไปแล้ว

หากเป็นเช่นนี้ต่อไปหลงเฉินจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทันใดนั้นเองหลงเฉินก็นึกขึ้นมาได้ ว่าหากไม่อยากที่จะถูกกดทับจนตาย เช่นนั้นก็คงต้องเข้าไปยังเส้นทางที่ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยกลไกสายนั้นจึงจะดีที่สุด

เส้นทางนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุที่พิเศษ ทั้งยังสามารถทนทานแรงกดทับที่มาจากทางด้านบนเอาไว้ได้ หลงเฉินจึงได้ใช้ทั้งมือทั้งเท้าตะกุยตะกายดินโคลนออก แล้วมุ่งหน้าไปยังเส้นทางสายนั้น

สิ่งที่ทำให้หลงเฉินยินดีขึ้นมาก็คือ เสาหินขนาดใหญ่ต้นนั้นแม้ว่าจะปิดปากทางเข้าเอาไว้ แต่ก็หาได้ปิดจนมิด ยังคงมีรูที่พอจะลอดผ่านไปได้ประมานครึ่งฉื่อกว่า

หลงเฉินจึงเร่งรีบมุดเข้าไปยังภายในเส้นทางสายนั้น ผลลัพธ์ก็ได้เป็นอย่างที่หลงเฉินคาดการณ์เอาไว้ การที่เป็นถึงสุสานโบราณย่อมต้องมีเส้นทางกลไกอยู่ ขณะที่สร้างขึ้นมาต้องมีการจัดการพิเศษเอาไว้ จึงหาได้เกิดการถล่มไม่

ขณะที่ภายนอกยังเกิดเสียงดังไม่หยุด หลงเฉินก็ทราบได้ว่าแรงกดทับที่มาจากทางด้านบนถือได้ว่ามากมายมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีดินโคลนที่มาจากบริเวณโดยรอบเพิ่มเข้ามา ภายภาคหน้าย่อมต้องมีความแข็งดุจหินอย่างแน่นอน

ภายในสุสานที่ไม่มีอากาศไหลเหวียน ด้วยพลังการฝึกปรือของหลงเฉินอย่างมากก็มีชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้ประมาณสามวัน หานานกว่านี้เขาก็คงจะไม่อาจทนได้ไหว

หลังจากที่ผ่านไปแล้วหนึ่งวัน เสียงที่อยู่ภายนอกก็หยุดลง ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ เป็นความเงียบสงัดที่ประดุจดั่งป่าช้า จนทำให้ต้องเกิดอาการขนลุกขนพองขึ้น

หลงเฉินได้ลองทดสอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ใช้พลังแห่งจิตวิญญาณแทรกซึมเข้าไปยังภายในผิวดิน ซึ่งโดยปกติเขาสามารถที่จะใช้สภาวะท่ามกลางอากาศ ทำการตรวจสอบออกไปได้กว่าพันจั้งเลยทีเดียว

แต่ว่าในที่แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยดินโคลน ทำให้แม้แต่ในระยะสิบจั้งก็ยังยากที่จะตรวจสอบได้ ดินโคลนในที่แห่งนี้ ก็ถือได้ว่ามีระดับความเร้นลับเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ในขณะที่หลงเฉินไม่อาจจะใช้พลังได้ ทันใดนั้นก็ได้พบแผ่นบันทึกทองคำกำลังทอประกายแสงอยู่

ทำให้หลงเฉินแววตาเป็นประกายขึ้นมา แล้วก็ใช้พลังแห่งจิตวิญญาณไหลเวียนเข้าไปสู่ภายในแผ่นบันทึกทองคำ แผ่นบันทึกเล่มนั้นก็ทอประกายแสงขึ้นมาสาดส่องไปทั่วทั้งเส้นทาง

แผ่นบันทึกนั้นสามารถที่จะสร้างแรงกระตุ้นได้อย่างรุนแรงได้ถึงเพียงนี้ จนพลังแห่งจิตวิญญาณที่อยู่ติดกับด้านบน ถึงกับเกิดเป็นพลังทำลายที่ไม่อาจจะนึกถึงขึ้นมาได้เลยทีเดียว

เขาจึงคว้าไปที่แผ่นบันทึก กรีดลงไปบนกำแพงเป็นทางยาว ไม่ทราบว่ากำแพงนั้นสร้างขึ้นมาจากวัสดุใดกัน ถึงกับถูกกรีดเป็นทางทั้งยังง่ายราวกำลังผ่าเต้าหู้

“มีความคมได้ถึงเพียงนี้เชียว ?”

หลงเฉินอดไม่ได้ที่จะตกใจ คิดไม่ถึงว่าแผ่นบันทึกนี้ เมื่อได้ไหลเวียนพลังแห่งจิตวิญญาณใส่เข้าไป ถึงกับสามารถตัดเหล็กกล้าได้

จนสามารถที่จะตัดผ่าวัตถุได้อย่างง่ายดาย หลงเฉินก็ได้หลับตาลงอย่างช้าๆ บันทึกทองคำนั้นก็ลอยขึ้นท่ามกลางอากาศ ค่อยๆขยับไปมาอย่างช้าๆ

“ชิ”

ในระหว่างที่หลงเฉินได้ไหลเวียนพลังแห่งจิตวิญญาณ เข้าสู่แผ่นบันทึกทองคำแผ่นนั้น ก็ได้ทำการตัดผ่าเป็นทางในทันที ทั้งยังลอยขึ้นไปทางด้านบน

เขาพบว่าแผ่นบันทึกทองคำนั้นสามารถที่จะทำการสัมผัสในระยะไกลได้ ทั้งยังควบคุมได้อย่างอิสระ จากนั้นแผ่นบันทึกก็ได้แหวกชั้นดินห่างออกไปห้าหกลี้จนไปถึงภายนอกในทันที

“มีทางออกแล้ว”

หลงเฉินเกิดความยินดีขึ้นมา แผ่นบันทึกนั้นเรียกได้ว่าคมกล้าเป็นอย่างยิ่ง หินศิลาที่ถูกตัดไปทั้งหมดนี้ แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากเต้าหู้เลยก็ว่าได้

อีกทั้งการใช้แผ่นบันทึกทองคำยังสิ้นเปลืองพลังน้อยเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นหลงเฉินก็ได้เริ่มลงมือขึ้น นั่นก็คือการใช้แผ่นบันทึกขุดจนเป็นโพรงขนาดเล็กขึ้นมา

ก่อนอื่นก็ใช้แผ่นบันทึกทองคำนี้ ขุดรูขนาดเล็กเท่ากำปั้น เพื่อให้อากาศรอดผ่านเข้ามาได้ อย่างไรเสียการเอาตัวรอดก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

จากนั้นก็ได้เริ่มทำการขุดช่องขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือศีรษะเพื่อให้ดินทรายหล่นลงมา แล้วก็นำไปใส่ไว้ภายในแหวนมิติ

เพราะความยาวของเส้นทางสายนี้ จึงไม่อาจใส่ดินทรายที่มากมายได้ ยังดีที่หลงเฉินได้พกแหวนมิติเอาไว้เป็นจำนวนมาก ถึงกับอัดใส่เข้าไปถึงสองวง

การขุดที่ผ่านมานั้นยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อขุดจากด้านล่างก็กลายเป็นว่าง่ายดายยิ่งนัก เพียงวันเดียวเท่านั้น ก็ขุดจนมีขนาดความกว้างกว่าสองฉื่อได้ ทั้งยังมีความยาวมากมายเป็นอย่างยิ่ง

แต่หลงเฉินหาได้คิดที่จะออกไปในทันทีไม่ เขาได้หยุดอยู่ภายในถ้ำใต้ดินถึงหนึ่งวัน จึงค่อยปีนออกมา

ในขณะที่โผล่ขึ้นจากหลุม หลงเฉินก็วิ่งตะบึงไปยังถ้ำลับที่เป็นสถานที่นัดกับกัวเหรินในทันที เมื่อเข้าไปถึงภายในถ้ำ หลงเฉินก็รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง

ความรู้สึกที่รอดพ้นจากความตายมาได้ถือได้ว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ยังไงเสียหลุมศพก็หาได้เป็นสถานที่ของคนเป็นไม่ คนเป็นยังไงก็ควรที่จะมีชีวิตอยู่บนผืนดิน

แม้ว่าจะเป็นหลงเฉิน แต่กับการที่ต้องมาหนีตายโดยที่ไม่มีอะไรช่วยเหลือ ถ้าหากมิใช่เป็นเพราะแผ่นบันทึกทองคำชิ้นนั้น เขาก็คงจะต้องตายอยู่ภายในนั้นจริงแล้ว

“ไปเถอะ ข้ามีอะไรจะให้เจ้าดู”

หลังจากที่ได้พักอยู่ครู่หนึ่ง หลงเฉินก็ได้พากัวเหรินไปยังที่ลับหูลับตา เมื่อคิดว่าปลอดภัยแล้ว ก็ได้ยื่นมือออกมา แล้วก็ชักนำแท่นหลอมสร้างขนาดใหญ่นั้นออกมา

เมื่อได้พบเห็นแท่นหลอมสร้างขนาดใหญ่นั้น ดวงตาทั้งสองข้างของกัวเหรินก็แทบจะถลนออกมาในทันที ถึงกับอ้าปากค้างจนฟันทั้งสามสิบสองซี่ของเขาถูกเผยออกมาจนหมดเลยทีเดียว

“นี่……นี่……ข้ามิได้ฝันไปใช่หรือไม่” กัวเหรินกล่าวด้วยอาการตะกุกตะกัก

“นี้ก็คือสมบัติที่อยู่ภายในใจกลางโลงศพขนาดใหญ่นั่น ข้าคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าของสุสานนั้น เคยใช้เมื่อยามที่ยังมีชีวิตอยู่ ไอ้หนูอย่างเจ้าช่างถือว่ามีโชคที่ไม่เลวเลยนะ” หลงเฉินกล่าวชื่นชมออกมา

หลงเฉินแม้จะไม่ได้เป็นผู้หลอมศาสตราวุธ แต่เขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญโอสถ ก็ย่อมทราบถึงความไม่ธรรมดาที่มาพร้อมกับ “บรรพจารย์ชน”ในสายอาชีพ ที่ต่างก็จะมีโรคหลงใหลในอาชีพกันอยู่แล้ว ถึงกับเรียกได้ว่าเป็นความคลั่งไคล้ในอาชีพเลยทีเดียว นั้นก็คือความลี้ลับของอุปกรณ์ในอาชีพนั้นเอง

ถึงแม้หลงเฉินจะมีความทรงจำของจักรพรรดิโอสถอยู่ ที่ผ่านมานี้ก็ยังคาดหวังที่จะมีเตาหลอมโอสถที่ยอดเยี่ยมซักเตา ซึ่งเขาในตอนนี้ก็คล้ายกับพ่อครัวชั้นนำคนหนึ่ง ที่ขาดอุปกรณ์ในการปรุงแต่งอาหารเช่นกัน นั่นจึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากจะทนรับไว้ได้

“พี่ใหญ่ ข้ารักท่านที่สุดเลย”

ทันใดนั้นกัวเหรินก็กระโดดเข้าไปสวมกอดหลงเฉิน ร้องตะโกนขึ้นมาอย่างลิงโลด

“เหว่ยเหว่ย ห้ามจูบนะ ข้าขอเตือนเจ้า ข้าชื่นชอบเพียงสตรีเท่านั้น” หลงเฉินรีบทอสีหน้าจริงจังพร้อมกับกล่าวเตือน

“ฮาฮา”

กัวเหรินหัวเราะขึ้นเสียงดัง จากนั้นก็วิ่งเข้าไปทางด้านบนแท่นหลอมสร้าง โอบกอดหอมแท่นหลอมสร้างฟอดใหญ่ จนถึงกับทำให้หลงเฉินเกิดอาการขนลุกขึ้นมา

แท่นหลอมสร้างมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งชิ้น ที่มีทั้งเตาหลอม แท่นตี ทั่ง สูบลม อ่างน้ำ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ยังเชื่อมติดอยู่ด้วยกัน จึงทำให้แท่นหลอมสร้างหลังนี้น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้อยู่เหนือขอบเขต ก็ยังไม่อาจที่จะเก็บไปได้

“นี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน เป็นสมบัติล้ำค่าของข้า”

กัวเหรินคล้ายกับเกิดความลุ่มหลงขึ้นมา จากนั้นก็ได้ใช้มือลูบที่แท่นหลอมสร้างไปมาเบาๆ จากชิ้นหนึ่งไปสู่อีกชิ้นจนครบ คล้ายกับกำลังลูบน่องขาที่เรียบเนียนของหญิงสาวอยู่ก็มิปาน ทั้งยังทอสีหน้าลุ่มหลง จนหลงเฉินที่ดูอยู่ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา

“ข้าขอประกาศ หลังจากนี้นางก็คือภารยาของข้าแล้ว ต่อให้เป็นพี่ใหญ่ ท่านก็ได้แต่เพียงลูบคลำเท่านั้น ไม่อาจที่จะขึ้นด้วยได้” กัวเหรินกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

หลงเฉินเกิดอาการขนลุกขึ้นจับใจ เด็กน้อยนี้คงบ้าไปแล้ว ทั้งยังเริ่มที่จะกล่าววาจาเลอะเทอะออกมา จึงได้ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “หยุดกล่าวเรื่องไร้สาระได้แล้ว ที่เอากลับมาก็เพื่อให้เจ้านั้นแหล่ะ แต่ว่าเจ้าจะสามารถจะเก็บมันได้อย่างงั้นหรือ ?”

“เหอะเหอะ มีหรือที่จะทำไม่ได้กัน ?”

กัวเหรินหัวเราะออกมา จากนั้นก็ได้เปิดแผ่นกั้นเหล็กแผ่หนึ่งขึ้นมา เผยให้เห็นปุ่มขนาดเล็กซ่อนเอาไว้อยู่ภายใน

ในขณะที่กัวเหรินได้กดลงไป สิ่งที่ทำให้หลงเฉินตกใจขึ้นมาก็คือ แท่นหลอมสร้างชิ้นนั้นก็ได้หายไปในพริบตา และในมือกัวเหรินกลับมีกล่องขนาดเล็กสี่เหลี่ยมเพิ่มขึ้นมาชิ้นหนึ่งแทน

“เครื่องมือของผู้หลอมศาสตราวุธอย่างพวกเรา ย่อมต้องพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่งอยู่แล้ว หาได้จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาแต่กำลังไม่” กัวเหรินหัวเราะฮาฮาขึ้นมายกใหญ่ คล้ายกับกำลังได้ใจเป็นอย่างยิ่ง

หลงเฉินเงียบงันขึ้นมา นี่ไม่ต่างอะไรไปจากการเข็นครกขึ้นภูเขา ในเวลาที่กำลังแย่งชิงแท่นหลอมนี้สร้างก่อนหน้านี้ ทำให้แต่ละคนแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากคนโง่เลย ถึงกับพยายามที่จะยัดเข้าภายในแหวนมิติทั้งแบบนั้น

เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่น่าหมั่นไส้ของกัวเหริน หลงเฉินก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา แต่ก็ยื่นมือออกไปพร้อมสิ่งของชิ้นหนึ่งให้แก่กัวเหรินแล้วกล่าว

“ข้าให้เจ้า บนแท่นยังมีค้อนตีเหล็กอยู่ชิ้นหนึ่ง ใต้เท้าผู้หลอมศาสตราวุธ”

“ฮาฮา คงเป็นสมบัติล้ำค่า ……เอ๊ะ”

เมื่อกัวเหรินได้เห็นสิ่งที่หลงเฉินยื่นเข้ามา ขณะยื่นมือเข้าไปรับ เขาถึงกลับรับน้ำหนักของค้อนไม่ไหว จนหล่นลงพื้นดินไปทันที ทั้งยังทำให้พื้นดินเกิดเป็นหลุมใหญ่ขึ้นมา

กัวเหรินหาได้มีปฏิกิริยากลับมาได้ทัน ถึงกับจมลงไปในดินพร้อมกับค้อนที่ถือเอาไว้ หลงเหลือไว้แต่เพียงสองขาที่ดิ้นวุ่นวายอยู่ที่ข้างบน

หากมองจากที่ห่างไกล ก็คล้ายกับมีคนกำลังติดอยู่ภายในดินก็มิปาน เป็นเรื่องที่น่าขบขันยิ่งนัก

“เอ๊ะ ปรมจารย์ผู้หลอมสร้างท่านนี้ กำลังคิดที่จะกระโดดลงน้ำอยู่อย่างงั้นหรือ ท่านช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ถึงกับคิดการละเล่นเช่นนี้ขึ้นมาได้” หลงเฉินมองไปที่กัวเหรินที่ขณะไม่ต่างอะไรไปจากสุนัขตกน้ำ ตะโกนกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้

“พี่ใหญ่ข้าผิดไปแล้ว ช่วยดึงข้าขึ้นไปด้วย”

เสียงของกัวเหรินไม่ชัดเจน ทั้งยังดังขึ้นมาจากในดิน และเป็นน้ำเสียงที่หดหู่เป็นอย่างยิ่ง

หลงเฉินจึงได้ดึงขาของเด็กน้อยนี้ขึ้นมา แต่ว่าในขณะที่เด็กน้อยนี้ผุดขึ้นมาจากดิน ทั้งสองมือกลับยังคงกำค้อนเอาไว้จนแน่น ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไรก็ไม่ยอมที่จะปล่อยมือ

“สมบัติ นี้จะต้องเป็นสมบัติอย่างแน่นอน การปรากฏตัวของเจ้า ต้องเป็นเครื่องหมายว่าข้ากัวเหรินจะต้องเป็นบรรพจารย์ที่ยิ่งใหญ่ได้แน่ ด้วยนามที่เจิดจรัสลือลั่นไปทั่วทั้งแปดดินแดนหกคาบสมุทร” กัวเหรินมองไปที่ค้อนในมือ ทอสีหน้าตื่นเต้นพร้อมกับกล่าวขึ้นมา

“โครม”

ทันใดนั้นกัวเหรินก็ได้ใช้ศีรษะโขกเข้าไปที่ค้อนใหญ่ ศีรษะของกัวเหรินก็มีเลือดไหลออกมา จนทำให้หลงเฉินเกิดอาการตกใจขึ้น

“เจ้าหนู เจ้าบ้าไปแล้วงั้นหรือ?”

“เหอะเหอะ พี่ใหญ่ ท่านอาจจะไม่ทราบ อาวุธเทวะที่มีปราณจำเป็นที่จะต้องเซ่นไหว้ ข้าจะใช้เลือดที่หน้าผากของข้า เพื่อเป็นการเคารพจากใจ เพื่อบูชามันข้าต้องทำให้มันประทับใจในตัวข้า เพื่อให้มันยอมรับว่าข้าเป็นเจ้านาย” กัวเหรินได้กล่าววาจาแปลกประหลาดชอบกลขึ้นมา

หลงเฉินรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยนี้ คงจะต้องเป็นบ้าขึ้นมาแล้ว เซ่นไหว้บูชาอะไรกัน เจ้านายอะไรกัน ?

“ซูม”

ทันใดนั้นเอง ค้อนในมือของกัวเหรินก็ได้เปล่งเป็นประกายอันคมกล้าสูงเสียดฟ้าขึ้นมา

“ฮาฮาฮา ข้าทำสำเร็จแล้ว”

หลงเฉินตกใจขึ้นมาเมื่อพบว่า กัวเหรินสามารถที่จะคว้าค้อนที่มีความน่ากลัวเช่นนั้นได้ ทันทีที่ยกขึ้นมา ยังราวกับว่าค้อนเล่มนั้นไร้ซึ่งน้ำหนักเลยก็มิปาน

“นี้มันก็ช่างไม่สมเหตุสมผลเกินไปแล้ว”

.

.

.

* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด