ตอนที่แล้วEoM 11 – ประวัติศาสตร์
ทั้งหมดรายชื่อตอน

EoM 12 –  เอามันออกไปจากที่นี่

 

ในขณะเดียวกัน ใครซักคนได้เคาะประตูของห้องรับแขกที่อยู่บนสุดของหอคอยนักปราชญ์

 

คนสามคนกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขก หนึ่งชรา หนึ่งวัยกลางคน หนึ่งชายหนุ่ม ชายชราสวมเสื้อคลุมยาวสีเทา เขามีหนวดเครายุ่งเหยิงและรูปร่างที่ผอมเหมือนมีปัญหาสุขภาพเพราะว่าชายชราไอเป็นระยะๆ ร่างกายของเขาดูเหมือนจะมีปัญหา เมื่อเทียบกับชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าชายชราดูมีชีวิตชีวามากกว่า ทั้งผมและเคราล้วนถูกหวีมาอย่างดีและถึงแม้ว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่มันไม่ได้ดูหรูหราแต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ถูกถักทออย่างประณีตจากช่างที่มีฝีมือ สำหรับคนที่ช่างสังเกตถ้ามาเห็นเสื้อผ้าของเขาแล้วจะรู้ได้ทันทีว่ามันถูกถักทอขึ้นจากช่างเสื้อชื่อดัง มีความเป็นไปได้สูงว่าชุดเสื้อผ้าที่เขาใส่มีราคาแพงพอที่จะสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของครอบครัวธรรมดาทั่วๆไปได้เป็นปี

 

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆมีอายุไม่น่าจะเกิน 30 ปีแต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือที่แขนเสื้อของเสื้อคลุมยาวสีดำมีเส้นสีเงินบางๆประดับไว้อยู่

 

ในอีกแง่หนึ่งก็คือเขาเป็นจอมเวทย์ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี!

 

แต่ภายในห้องรับแขก ไม่ว่าจะเป็นชายวัยกลางคนหรือชายหนุ่มที่เป็นเศรษฐีพวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีท่าทีที่เคารพชายชราที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

 

มันเป็นเพราะว่าชายชราเป็นหัวหน้าของกิลด์นักเวทย์ของเมืองล่องวารี หนึ่งในสามผู้มีอำนาจของหอคอยนักปราชญ์ เขามีชื่อว่า โซโลมอน

 

ในเมืองล่องวารีมีผู้มีอำนาจสามคนที่มาจากหอคอยนักปราชญ์พวกเขาเป็นดั่งบุคคลในตำนาน พวกเขาจะไม่ค่อยปรากฎตัวในที่สาธารณะสักเท่าไหร่และในอดีตไม่กี่ปีมานี้คนทั่วๆแทบจะไม่เคยเห็นพวกเขาเลย ผู้คนรู้แค่ว่าทั้งสามคนเป็นจอมเวทย์ที่ทรงพลังและทั้งสามคนก็เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลหอคอยนักปราชญ์ พวกเขาเป็นจอมเวทย์ขั้นสูงมาหลายปีแล้วและมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

 

ตัวตนของพวกเขาเป็นเหตุผลเดียวที่ว่าทำไมกิลด์นักเวทย์อยู่เหนือกว่าเมืองล่องวารี ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายอำนาจของกิลด์นักเวทย์ ใครมันจะไปกล้าไปสู้กับความโกรธเกรี้ยวของจอมเวทย์ขั้นสูงทั้งสามคน? เป็นที่รู้ทั่วๆไปว่าพวกเขาไม่ใช่ชายชราที่มีเมตตา ย้อนกลับไปในอดีตได้มีกลุ่มโจรที่โหดเหี้ยมและเก่งกาจมีชื่อว่าปีกทมิฬได้ถูกเผาจนเหลือแค่เพียงเถ้าถ่านโดยชายชราทั้งสาม กลุ่มโจรมีสมาชิกไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนแต่ท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครรอดชีวิตเลย

 

“ เข้ามา ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นขีดจังหวะการหารือของทั้งสามคนในห้อง ชายชราได้แต่ยิ้มขอโทษให้กับแขกทั้งสอง

 

“ ท่านประธานมอนช่า นักเวทย์ไรอัน ข้าต้องขอโทษสำหรับการรบกวนด้วย ” บุลลคที่เปิดประตูมาเป็นเป็นนักเวทย์หนุ่มที่อายุจะย่างเข้า 30 ปี ถ้าหลิงอวิ๋นอยู่ตรงนั้นด้วยเขาจะจำได้ทันทีที่เห็นครั้งแรก ชายหนุ่มคนนี้ก็บุคคลที่อยู่ในห้องสมุดนั้นเองและเมื่อเมสันได้ถูกนำตัวออกไปแล้ว เขาก็ได้มองหลิงอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

 

หลังจากที่เข้าไปในห้องแล้ว นักเวทย์หนุ่มก็ได้ทำการขอโทษกับแขกทั้งสองก่อนที่จะหันไปกระซิบไม่กี่คำที่ข้างหูโซโลมอน

 

“ เอาหล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ” หลังจากที่ฟังสิ่งที่นักเวทย์หนุ่มรายงาน โซโลมอนพยักหน้าเบาๆและไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมาก หลังจากนั้นเขาก็หันไปหาแขกทั้งสองและขอโทษพร้อมรอยยิ้ม “ ข้าต้องขอโทษด้วยท่านประธานมอนช่า มีปัญหาเกิดขึ้นในห้องสมุด ”

 

‘ ห้องสมุด? ’ เมื่อมอนช่าได้ยินอย่างนั้นเปลือกตาของเขาก็กระตุกเบาๆ ‘ ไม่ใช่ว่าตอนนี้เมสันอยู่ในห้องสมุดหรือ? ’

 

มอนช่าไม่รู้นิสัยของลูกตัวเองได้อย่างไร? โดยปกติก็ชอบที่จะใช้ชื่อเสียงของตระกูลในการเอาเปรียบคนอื่น เขาไม่มีศิลธรรมในจิตใจทำอะไรก็ตามที่อยากทำและด้วยความช่วยเหลือจากไรอัน เขาก็ได้พัฒนาเป็นนักเวทย์เต็มตัวเมื่อไม่นานมานี้ ความรู้สึกหลงตัวเองก็เพิ่มพูนมากขึ้นไปอีกเพราะความสำเร็จที่เพิ่งเกิดขึ้น เขามีความหยิ่งยโสโอหังมากขึ้นไปอีกถึงขนาดที่ว่างานรวมตัว 7 หอการค้าครั้งล่าสุด เขาหาเหตุผลโง่ๆมาอ้างความชอบธรรมในการต่อยหน้าลูกของล็อค เมอร์ลิน มันเกือบจะเป็นปัญหาใหญ่แล้ว

 

ในตอนนี้เขาได้ทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อวางแผนจะทำงานร่วมกันกับหอคอยนักปราชญ์ การส่งลูกของเขาไปที่ห้องสมุดเพราะเขารู้สึกว่าถ้าลูกของเขาไปที่ห้องสมุดจะมีโอกาศน้อยมากๆที่จะมีการกระทบกระทั่งกับคนอื่นๆเมื่อคนอื่นตั้งหน้าตั้งกันอ่านหนังสือ เขากำชับลูกของเขาอย่างหนักว่าหอคอยนักปราชญ์ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา ไม่ใช่สถานที่ที่ทำตัวกร่างไปทั่วได้ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับครอบครัวเพิ่มได้

 

ในขณะที่เขากำลังคิดว่าอาจจะเกิดปัญหากับลูกของเขา มอนช่าก็ปวดหัวอย่างช่วยไม่ได้ บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกเขาทั้งสองคนทั้งเมสันและไรอันถึงมีนิสัยแตกต่างเป็นอย่างมาก? คนหนึ่งสุขุมและเฉลียวฉลาดสามารถเป็นจอมเวทย์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยๆในขณะที่อีกคนก็ดีแต่สร้างปัญหาให้ แม้การพัฒนามาเป็นนักเวทย์ได้ก็เพราะว่าความช่วยเหลือจากพี่คนโต

 

หลังจากที่เขากลับไปรอบนี้ เขาคงต้องดัดนิสัยของเมสันเสียหน่อยแล้ว ไม่เช่นนั้นถ้าเมสันยังทำตัวแบบนี้ต่อไปอาจจะนำพาปัญหาใหญ่ให้กับครอบครัวเข้าสักวันหนึ่ง

 

มอนช่าลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะบังคับให้ตัวเองถามออกไป “ ท่านหัวหน้าโซโลมอน เมสัน…. ”

 

“ อย่าคิดมาก มันเป็นเรื่องเล็กน้อย ” โซโลมอนโบกมือ รอยยิ้มยังประดับอยู่บนใบหน้า “ แค่ความเห็นไม่ตรงกันระหว่างเมสันกับนักเวทย์หนุ่มอีกคนที่อยู่ในห้องสมุด มันไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด โซลอนจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ”

 

“ ข้าอายเสียจริงๆ ” มอนช่าขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับโล่งใจไปด้วย เมื่อเขาได้ยินเสียงของโซโลมอนแล้วดูเหมือนว่าเมสันไม่ได้ไปหาเรื่องกับบุคคลสำคัญของหอคอยนักปราชญ์ ถ้าเป็นแบบนี้เขาแค่ทำการขอโทษโซโลมอนอย่างเหมาะสมและให้การเคารพแก่หอคอยนักปราชญ์ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

ส่วนนักเวทย์หนุ่มที่เมสันมีเรื่องด้วย เขาก็น่าจะรู้งานถ้าเขาต้องการแกว่งเท้าหาเสี้ยน เขาก็ต้องดูด้วยว่าเขากำลังมีเรื่องกับใครอยู่ ตระกูลมอนช่าไม่ใช่ตระกูลที่ควรมีเรื่องด้วย !

 

สิ่งเดียวที่สำคัญคือท่าทีของหอคอยนักปราชญ์แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดเพราะว่าทางตระกูลมอนช่าเป็นคนเสนอแผนการร่วมมือระหว่างหอคอยนักปราชญ์กับตระกูลมอนช่าดังนั้นเขาควรจะมีช่องทางหลายช่องทางในการเข้าหาหอคอยนักปราชญ์ ถึงจะมีปัญหาหนักจริงๆโซโลมอนก็จะไว้หน้าของเขาแม้ว่าลูกเขาจะก่อนปัญหาก็ตาม

 

และมันก็เป็นอย่างที่มอนช่าคาดคิดไว้ โซโลมอนรับคำขอโทษอย่างรวดเร็วและไม่ได้นำเรื่องความผิดของเมสันมาพูดต่อแต่อย่างใด หลังจากนั้นการหารือก็เป็นไปอย่างราบรื่นและมันไม่อยู่แค่เพียงการพูดคุยทางธุระกิจเท่านั้น บรรยากาศไม่ได้ติดขัดอีกต่อไป บรรยากาศในห้องรับแขกเป็นไปอย่างด้วยดีเสมือนว่าเป็นการพูดคุยของเหล่าสหายเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน

 

โซโลมอนพูดถึงประสบการณ์ในอดีตบางเหตุการณ์ เขาเป็นจอมเวทย์ขั้นสูงมาหลายปี ดังนั้นประสบการณ์ของเขาเป็นดั่งตำนานสำหรับหลายๆคน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนรวยอย่างมอนช่าหรือแม้แต่จอมเวทย์ไรอันที่เป็นจอมเวทย์ตั้งแต่อายุน้อยๆ พวกเขาตั้งคู่ต่างก็ฟังอย่างไม่ขัดจังหวะและเรื่องที่ได้ยินก็เป็นการเปิดโลกให้กับพวกเขาทั้งคู่

 

เมื่อพวกเขาจะกลับ โซโลมอนก็ได้เดินไปส่งพวกเขา มันเป็นการกระทำที่หาได้ยากยิ่งและมันก็เป็นการกระทำครั้งแรกในปีนี้

 

หลังจากที่ส่งพ่อลูกคู่นี้ออกไป โซโลมอนก็กลับไปยังห้องรับแขกอีกรอบ โซลอนผู้ที่รออยู่ในห้องตลอดเวลาถามอย่างระมัดระวัง “ ท่านอาจารย์ ข้าควรจะเอาใจเมสันด้วยหรือไม่? ”

 

โซลอนเดาจากที่อาจารย์ของเขาคุยกับพ่อลูกที่เพิ่งออกไปอย่างสนิทสนม ในที่สุดแล้วหอคอยนักปราชญ์และหอการค้าพระจันทร์คู่มีโอกาศทำงานร่วมกันสูงมากและเมสันที่ถูกไล่ออกจากห้องสมุดอาจจะต้องให้ใครสักคนเอาใจเพราะว่าเขาเป็นลูกของมอนช่า ถ้าทางหอคอยนักปราชญ์จัดการกับเมสันรุนแรงเกินไปก็อาจจะมีผลกระทบกับความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย

 

โซลอนไม่คาดคิดว่าหลังจากที่เขานั่งลงแล้ว ชายชราจะพ่นคำพูดรุนแรงออกมา

 

“ เจ้าหมายความว่าไงเอาใจพวกมันหรอ? เอามันออกไปจากที่นี่ซะ ! ”

 

จบตอน

คะแนน 4.4
กรุณารอสักครู่...