ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 174 : มาดามเชอรอน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 176 : จดหมาย

ราชันย์เร้นลับ 175 : สมมติฐาน

 

    …ลาเนวุส? 

 

    อาชญากรคดีฉ้อโกงเงินมหาศาลรวมถึงหลอกลวงมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาว?

 

    เมื่อตระหนักว่าไอ้บัดซบนั่นมีเอี่ยวกับยูเก็นจากสมาคมแปรจิต ไคลน์พลันยืนตัวแข็งทื่อไปพักใหญ่ 

 

    …ไม่ใช่อะไร ชายหนุ่มกำลังนึกถึงมูลค่ามหาศาลซึ่งมาพร้อมกับชื่อลาเนวุส หมอนั่นเป็นคนร้ายฉ้อโกงและหอบเงินติดตัวไปมากกว่า 10,000 ปอนด์!

 

    เบาแสเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้ได้รับรางวัลนำจับมูลค่า 10 ปอนด์ ละหากเบาะแสนำไปสู่การจับกุมตัว เงินรางวัลจะไม่ต่ำกว่า 100 ปอนด์แน่นอน

 

    แถมมันยังเป็นไอ้ขยะหลอกใช้ร่างกายของหญิงสาวน่ารักไร้เดียงสา

 

    เมื่อตระหนักว่าลาเนวุสมีส่วนเกี่ยวข้องกับยูเก็นจนถึงขั้นแวะเวียนมาเยี่ยมสามหน สิ่งนี้หมายถึงมันอาจเข้าร่วมเครือข่ายผู้วิเศษ 

    

    …หรือไม่ก็เป็นผู้วิเศษเสียเอง 

 

    ทันใดนั้น ชื่อโอสถชนิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว

 

    …ลำดับ 8 นักต้มตุ๋น! ผู้วิเศษเส้นทางนี้จะเกิดความสุขเป็นล้นพ้นเมื่อได้หลอกลวงผู้อื่น

 

    …เป็นไปได้มากทีเดียว ไคลน์ผงกศีรษะพลางครุ่นคิด ก่อนควบคุมมัดกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก

 

    “แล้วลาเนวุสเข้าพบมิสเตอร์ยูเก็นครั้งสุดท้ายเมื่อไร?”

 

    “ต้นเดือนกรกฎาคม ถ้าต้องการวันเวลาอย่างละเอียด ผมคงต้องกลับไปค้นประวัติของโรงพยาบาลก่อน”

 

    ดักซ์เตอร์มอบคำตอบหลังจากครุ่นคิด

 

    คดีฉ้อโกงของลาเนวุสยังไม่ถูกเปิดโปงในช่วงเดือนกรกฎาคม ไม่แปลกหากจะยังอยู่ภายในทิงเก็น 

    

    ไคลน์ถามต่อ

 

    “แล้วมิสเตอร์ยูเก็นพูดถึงเขาบ่อยไหม?”

 

    “ไม่ค่อย. คุณคงทราบอยู่แล้ว ผู้วิเศษลำดับ 7 อย่างนักจิตบำบัดจะไม่เผยข้อมูลโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทุกคำบอกเล่าล้วนถูกกลั่นกรองถี่ถ้วน 

 

    “หรือก็คือ คนเหล่านี้ไม่บอกความลับนอกจากจะหวังผลประโยชน์บางสิ่ง ผมโชคดีมากกับการได้ข้อมูลโอสถนักอ่านใจก่อนชายคนนั้นเสียสติ 

 

    “…ว่าแต่ สรุปแล้วสูตรโอสถดังกล่าวเป็นของจริงไหม?”

 

    ไคลน์อมยิ้ม

 

    “ของจริง. คุณสามารถปรุงตามสูตรได้ทันทีเมื่อดูดซึมพลังของโอสถเก่าเสร็จ และหากทางสมาคมแปรจิตไม่จัดหาวัตถุดิบให้ ทางเรายินดีช่วยเหลือ …แล้วช่วงนี้ร่างกายคุณเป็นอย่างไรบ้าง?”

 

    “ไม่เลว. หากไม่นับเรื่องมิสเตอร์ยูเก็น ผมค่อนข้างผ่อนคลาย ไม่ปรากฏอาการสองบุคลิกอีกแล้ว ข้อมูลของคุณมีค่ามาก”

 

    ดักซ์เตอร์เล่าอย่างซาบซึ้ง

    

    ไคลน์แสร้งอวดโอ่เช่นเคย

 

    “แน่นอนอยู่แล้ว

 

    “กลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง ในเมื่อคุณบอกว่านักจิตบำบัดจะไม่เปิดเผยความลับนอกจากหวังผลประโยชน์ แล้วเหตุใดเขาถึงยอมบอกคุณว่า ‘เอล’ คือลาเนวุส หมอนั่นหวังอะไรจากคุณ หรือกำลังเตือน หรืิอกำลังบอกใบ้อะไรบางสิ่ง?”

 

    ดักซ์เตอร์ผงะชั่วครู่ ก่อนขมวดคิ้ว

 

    “แปลกจริงด้วย ผมไม่เคยสังเกตุมาก่อน …นอกเหนือจากชื่อจริง มิสเตอร์ยูเก็นก็ไม่ได้พูดเรื่องอื่นอีก

 

    “…หรือเขาต้องการให้ผมทราบชื่อลาเนวุสเพื่อแจ้งเบาะแสไปยังเบื้องบนของสมาคมแปรจิต นี่เขากำลังขอความช่วยเหลือจากผมทางอ้อมหรือ?

 

    “ว่ากันตามตรง ปฏิกิริยาของสมาคมแปรจิตก็ค่อนข้างประหลาด เมื่อผมแจ้งไปว่ามิสเตอร์ยูเก็นเสียสติ ทางสมาคมส่งใครบางคนมาพูดคุยเพื่อสอบถามข้อมูลก็จริง แต่หลังจากนั้นกลับเงียบหายไปและไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม …หมายความว่าพวกเขาพบเบาะแสบางสิ่งแล้วใช่ไหม?” 

 

    “เป็นไปได้”

 

    ไคลน์หยิบกระสุนปราบมารออกมาบรรจุในรังโม่ ก่อนตบกลับพร้อมกับยกมือขึ้นเล็งเป้าซ้อม 

 

    “หากคิดตามสมมติฐานนี้ มิสเตอร์ยูเก็นต้องรู้ตัวนานแล้วว่าเขาใกล้วิกลจริตหรือไม่ก็เสียชีวิต …โดยมีความเกี่ยวข้องกับลาเนวุส?

 

    “แต่ถ้าคาดเดาได้ล่วงหน้า เหตุใดเขาถึงไม่ติดต่อเบื้องบนของสมาคมแปรจิตโดยตรง?”

 

    สีหน้าดักซ์เตอร์เริ่มขบคิด

 

    “น่าเสียดาย เขาเสียสติโดยสมบูรณ์ จึงไม่หลงเหลือวิธีพูดคุยหรือสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ”

 

    “…อาจจะเป็น มีบางสิ่งล่อตาล่อใจจนชายคนนั้นยอมมองข้ามความเสี่ยง”

 

    ไคลน์ลองคาดเดาบ้าง

 

    ขณะเดียวกันก็นึกเสียดาย ยูเก็นกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชโดยสมบูรณ์แล้ว เบาะแสเพิ่มจึงอันตรธานหายไปกับสายลม

 

    …เฮ่อ

 

    ในโลกผู้วิเศษ คนตายยังมีประโยชน์กว่าคนบ้า ไคลน์สามารถใช้พิธีกรรมสื่อวิญญาณเพื่อสอบปากคำคนตาย แต่กับคนบ้าแล้วไม่ใช่

 

    …เดี๋ยวนะ

 

    มาดามดาลีย์เคยพยายามใช้พิธีกรรมสืบค้นความทรงจำของเราไม่ใช่หรือ? และหัวหน้าได้ตำหนิว่า เธอแอบใช้เทคนิคนอกรีตของสมาคมแปรจิต 

 

    หรือก็คือ พิธีกรรมเวทมนตร์สามารถคุยกับวิญญาณของคนเป็นได้ และสามารถสะกดจิตให้ย้อนนึกความทรงจำตัวเอง

 

    …แต่ก็ไม่แน่ว่าดวงวิญญาณของยูเก็นจะยังพูดคุยรู้เรื่องเหมือนกับมนุษย์ปรกติไหม

 

    โชคไม่ดีนัก ตนไม่ใช่ผู้วิเศษเส้นทางด้านพิธีกรรมหรือผู้สื่อวิญญาณโดยตรง เกินขอบเขตความสามารถปัจจุบันไปพอสมควร

 

    คงต้องเขียนจดหมายหามาดามดาลีย์ เผื่อเธอจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

 

    และหากต้องถึงมือเธอเท่านั้น คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้หัวหน้าส่งโทรเลขไปยังมุขมณฑลเขตเบคลันด์เพื่อยืมตัวมาทำภารกิจพิเศษ

 

    …กำลังหาโอกาสใช้งาน ‘ผู้ส่งสาร’ ของมาดามดาลีย์อยู่พอดี

 

    ขณะความคิดหลากหลายล่องลอยในหัว ชายหนุ่มตัดสินใจสรุปผล ตนต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญก่อน

 

    ในเวลาเดียวกัน ดักซ์เตอร์พยักหน้าเห็นด้วยกับสมมติฐานของไคลน์

 

    “ความโลภมักทำให้คนตาบอดเสมอ แม้จะทราบว่าเบื้องล่างของหุบเหวคือสิ่งใด แต่ก็ยังเดินเข้าใกล้ขอบผาเพื่อหวังก้มลงไปมอง”

 

    สุภาษิตจีนเรียกคนแบบนี้ว่า ‘พวกเสียสติพยายามทดสอบขีดจำกัดโชคชะตา’

 

    ไคลน์พึมพำ

 

    “พยายามรักษาเขาอย่างเต็มความสามารถ หลักการก็คือ หาทางทำให้สติกลับมาชั่วขณะและรีดเบาะแส

 

    “แล้วก็ไม่ต้องเก็บซ่อนความกังวล พยายามโวยวายกับเบื้องบนของสมาคมแปรจิตเข้าไว้ กดดันพวกเขาให้มาก นั่นคือท่าทีตอบสนองสมเหตุสมผล”

 

    ดักซ์เตอร์พยักหน้ารับ

 

    “ผมจะพยายาม”

 

    ไคลน์เว้นวรรคสักพัก ก่อนจะถามหลังจากไตร่ตรองหลายวินาที

 

    “ในระยะหลัง ร่างกายของยูเก็นมีความผิดปรกติทางกายภาพหรือไม่ เช่นมีเกล็ดบางผุดขึ้นตามผิวหนัง”

 

    ใกล้วิกลจริต

    วิกลจริตสมบูรณ์

    คลุ้มคลั่ง

    

    นี่คือสามระดับความผิดปรกติของผู้วิเศษ 

 

    อาการเบาสุดคืออุปนิสัยเริ่มเปลี่ยนกลายเป็นคนใหม่ แต่ความคิดและการกระทำยังเป็นเหตุเป็นผล นี่คือใกล้วิกลจริต

 

    ส่วนวิกลจริตสมบูรณ์หมายถึง บุคคลดังกล่าวไม่หลงเหลือเหตุและผลอีกแล้ว กลายเป็นคนบ้าจนมิอาจพูดคุยรู้เรื่อง 

 

    ส่วนพวกเกินเยียวยา สูญเสียความเป็นตัวตนโดยสิ้นเชิง และเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ประหลาด กลุ่มนี้คือ ‘คลุ้มคลั่ง’

 

    ในบางครั้ง หากต้นตอของปัญญายังไม่ถูกสะสาง ‘วิกลจริตสมบูรณ์’ สามารถวิวัฒนาการกลายเป็น ‘คลุ้มคลั่ง’ ได้ในอัตราความเสี่ยงสูง

 

    จากสถานการณ์ก่อนหน้า เพื่อมิให้ข้อมูลของสายข่าวรั่วไหล ดันน์จึงสั่งให้เหยี่ยวราตรีอย่าเพิ่งเข้าประชิดตัวยูเก็น แต่เลือกใช้วิธีเฝ้าจับตามองแทน เพื่อให้มั่นใจว่าหมอนั่นจะไม่เกิดคลุ้มคลั่งและอาละวาดทำร้ายคนไข้อื่น อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีฉุกเฉินจริง ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเข้ายับยั้งเหตุการณ์

 

    ดักซ์เตอร์ส่ายศีรษะพลางยิ้มจืดชืด

 

    “ยังไม่มีครับ ไม่ต้องห่วง ผมเองก็กังวลว่ามิสเตอร์ยูเก็นจะคลุ้มคลั่ง จึงเฝ้าจับตามองลักษณะทางกายภาพเป็นพิเศษ ผมมีโอกาสใกล้ชิดเขามากถึงสัปดาห์ละหกวัน”

 

    หลังจากแลกเปลี่ยนข่าวสารอีกเล็กน้อย ทั้งสองทยอยแยกย้ายออกจากลู่ซ้อมยิงโดยทิ้งระยะห่างกันสิบกว่านาที

 

    ไคลน์ต้องพยายามเอาชนะความง่วงนอนขณะโดยสารรถม้าสาธารณะกลับถนนดารารัตน์

 

    เมื่อเปิดประตูบ้าน มันเห็นน้องสาวกำลังนั่งบนโซฟา แต่เธอไม่ได้อ่านหนังสือหรือเล่นกับชิ้นส่วนเครื่องจักรตามปรกติ สายตากำลังเหม่อลอยคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง

 

    กรามซ้ายถูกกระทบทันที มันเปิดเนตรวิญญาณพลางซักถามด้วยสีหน้างุนงง

 

    “เมลิสซ่า. เกิดอะไรขึ้น?”

 

    สุขภาพของเธอดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเนื่องจากได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ

 

    เมลิสซ่าได้สติกลับมาพร้อมกับกัดริมฝีปากจนเกิดเสียงกรอด สายตาเหลือบมองเข้าไปในครัวซึ่งใครบางคนกำลังล้างจานเสียงดัง

 

    “เบลล่าแนะนำสูตรอาหารของครอบครัวเธอ พร้อมกับยืนยันว่ามันอร่อยมาก จึงลองทำให้พวกเราทานเมื่อเช้า”

 

    “สูตรไหน?” ไคลน์เริ่มสัมผัสถึงลางร้าย

 

    “นำอาหารเหลือค้างคืนทั้งหมดใส่ไปลงในหม้อและเติมน้ำ …รวมถึงขนมปัง”

 

    เมลิสซ่าเปล่งเสียงแผ่วเบา

 

    น…นี่มัน สูตรต้มจับฉ่าย แต่ใส่ขนมปังลงไปด้วยเนี่ยนะ?

 

    ไคลน์นำมือลูบหน้าผาก

 

    “แล้วผลลัพธ์?”

 

    “พวกเราไม่ควรนำอาหารมาทำแบบนี้”

 

    เมลิสซ่ากัดริมฝีปากเค้นเสียงตอบ

 

    …น้องสาว ชีวิตมันเพิ่งเริ่ม ไคลน์พยายามระงับอารมณ์ขันพลางเอ่ยปากถาม

 

    “แล้วเบ็นสันอยู่ไหน?”

 

    “ในห้องน้ำ” 

 

    เมลิสซ่าตอบเสียงห้วน แต่ดวงตาเริ่มปรากฏความแวววาวให้เห็น

 

    ขณะเดียวกัน เสียงชักโครกดังจากห้องน้ำ พร้อมกับร่างเบ็นสันถือม้วนหนังสือพิมพ์เดินออกมา

 

    “ไคลน์น้องรัก พี่ชายแสนดีคนนี้แบ่งอาหารเช้าไว้ให้แล้ว จะกินเลยไหม?”

 

    “ไม่ดีกว่า. กินมาแล้ว” ไคลน์ส่ายหัว

 

    มันรอดตัวหวุดหวิด เนื่องจากเมื่อเช้าออกเวรประตูยานิสพอดี จึงฝากโรแซนซื้ออาหารเตรียมไว้ให้

 

    …เทพธิดาจงเจริญ ไคลน์กลายเป็นบุคคลนับถือศาสนาเต็มตัว

 

    “น่าเสียดาย ไม่อย่างนั้นนายจะได้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทักษะทำอาหารของฉัน และยอมรับสักทีว่ามันไม่ได้ห่วยแตกขนาดนั้น”

 

    เบ็นสันกล่าวอย่างภูมิใจ

 

    ขณะเดียวกัน เมลิสซ่าสังเกตุเห็นบางสิ่ง เธอชำเลืองไคลน์พร้อมซักถาม

 

    “ทำไมถึงกลับมาช้า”

 

    …น้องสาว ชีวิตของเธอเคร่งเครียดเกินไปไหม? หรือกำลังเล่นบทคุณแม่? 

 

    ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ชายขนาดนั้นก็ได้ ผ่อนคลายลงสักนิดจะดีมาก 

 

    ไคลน์อมยิ้ม

 

    “ฉันมีข่าวดี”

 

    “นายผ่านการทดสอบจากกรมตำรวจและได้รับค่าแรงเพิ่มจากปรกติ?” 

 

    เมลิสซ่าตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด

 

    ฝั่งเบ็นสันอมยิ้มพลางพยักหน้า

 

    “…”

 

    ไคลน์ถึงกับใบ้กิน มันถอดหมวกออกพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น

 

    “ไม่เหลือช่องว่างให้ทำเซอไพรส์เลยหรือ”

 

    ก่อนจะกระแอมแห้ง

 

    “ถูกต้อง เงินเดือนของฉันเพิ่มขึ้นจากเดิมสองเท่า”

 

    มันไม่ได้บอกเกี่ยวกับ 4 ปอนด์หลังสุด เนื่องจากยังต้องแอบเก็บเงินซื้อของส่วนตัว สถานการณ์ปัจจุบันคงไม่เหมาะกับการนำ 300 ปอนด์ของมิสจัสติสออกมาใช้  

 

    …แค่เล่าว่าค่าจ้างเพิ่มขึ้นสองเท่าก็มาพอจะทำให้พี่ชายน้องสาวอ้าปากค้างแล้ว

 

    “หกปอนด์?” เมลิสซ่าอุทานตกตะลึง

 

    “สงสัยฉันต้องรีบเปลี่ยนงานแล้ว”

 

    เบ็นสันใช้มือลูบไล้เส้นผมบนหน้าผากซึ่งค่อนข้างเถิก

 

    จากข้อมูลของไคลน์เกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการ มันทุ่มเทกับการอ่านหนังสืออย่างมากในระยะหลัง

 

    โดยไม่เปิดโอกาสให้ไคลน์พูด เมลิสซ่ากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

 

    “ในกรณีนี้ หากหักจากภาระค่าใช่จ่ายครอบครัว เงินออมของนายในอีกสองสามปีถัดไปจะอยู่ในระดับมั่นคง เหมาะแก่การสมรสมีภรรยา …อลิซาเบธเป็นคนบอกฉันเกี่ยวกับมาตรฐานนี้”

 

    “…” ไคลน์ใบ้กินอีกครั้ง ก่อนจะติดตลก

 

    “นั่นมันเรื่องของอนาคต ตามหลักสากลแล้ว เมื่อค่าแรงเพิ่มก็ต้องฉลอง! ฉันขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า นับแต่นี้ไป ครอบครัวโมเร็ตติจะทานขนมปังข้าวโอ๊ตเป็นอาหารหลัก! และหากภาระงานของฉันลดลงเมื่อไร เราต้องออกไปทานของอร่อยนอกบ้านบ่อยครั้งขึ้น!”

 

    เมลิสซ่ามองไคลน์ด้วยหางตา ก่อนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่

 

    “เบ็นสันกับฉันกำลังจะไปมิสซา นายจะไปวิหารพระแม่เซเลน่าด้วยกันไหม?”

 

    ไม่ต้องห่วง ฉันเข้าใกล้เทพธิดาเกือบทุกวัน 

 

    ไคลน์นึกขบขันในใจ

 

    “ไม่ไหว ง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว”

 

    … 

 

    มันหลับเป็นตายจนกระทั่งเที่ยงครึ่ง ก่อนจะถูกปลุกมาทานอาหารกลางวันพร้อมเบ็นสันและเมลิสซ่า จากนั้นเป็นการเช่ารถม้าตระเวนหาปล่องไฟแดง

 

    เมื่อเข้าสู่ยามดึก ชายหนุ่มเตรียมผนึกห้องด้วยกำแพงวิญญาณเพื่อทดสอบพิธีกรรมอัญเชิญผู้ส่งสารของมาดามดาลีย์

 

  

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...