ตอนที่แล้วตอนที่ 97: วังวนสมบัติวิญญาณ (3) [ฟรี 17 เม.ย. 63]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 99: ศึกแห่งปัญญา ศึกแห่งความกล้า (1) [ฟรี 22 เม.ย. 63]

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ จอมเวทอหังการ

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 98: วังวนสมบัติวิญญาณ (4)

 

ที่นี่และตอนนี้ ฉือหยางอี้เปลี่ยนจากสภาพบาดเจ็บสาหัสกลับมาเป็นหายใจคล่องคอได้ในพริบตาอย่างต่อเนื่อง คริสตัลจุดกำเนิดคือแก่นสารทั้งหมดของปีศาจยิ่งใหญ่ระดับการก่อรูปแกนกลาง! ไม่ว่าจะใช้เป็นยารักษา ไม่ว่าจะถูกเปลี่ยนเป็นหินวิญญาณระดับสูงสุดในค่ายกลรวบรวมวิญญาณหรือใช้แทน ‘โพชั่นพิเศษเติม HP/MP เต็มหลอด’ มันก็คือยาครอบจักรวาลในการต่อสู้!

ด้วยสิ่งนั้น ย่อมไม่ต้องกังวลเรื่องลมปราณหมดระหว่างต่อสู้! มันเทียบเท่ากับชีวิตที่สอง! เป็นยันต์พิทักษ์! ไม่ว่าใครที่ได้รับมันก่อนย่อมเป็นคนที่ยืนหยัดในตอนท้าย! นั่นคือความเป็นจริง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น…

มันก่อให้เกิดความหวาดกลัว!

ตอนนี้ ฉือหยางอี้กำลังถือหัวรบนิวเคลียร์เอาไว้ในมือ ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าเข้ามาก่อนจะได้รับประสบการณ์การระเบิดของปีศาจระดับการก่อรูปแกนกลางอายุหนึ่งพันปี!

เขาแค่ยังไม่พบว่า… ในน้ำทะเลสาบทั้งหมด ไข่มุกเลือดยังก่อตัวอยู่ หยดแล้วหยดเล่าเคลื่อนเข้าสู่บาดแผล… ส่วนลมปราณของคริสตัลจุดกำเนิดกำลังไหลเข้าสู่ทะเลลมปราณและถูกดูดกลืนโดยหินขนาดเล็ก

เสียงแตกร้าวคมปลาบดังก้องในจิตใจ! ตอนนี้เอง  หินในทะเลลมปราณ เมล็ดนั่น แตกสลายเป็นชิ้น ๆ !

ตูม! ขณะปรับการทรงตัวและการยืนให้มั่นคงเล็กน้อย เขาพลันโงนเงน! ความทรงจำโบราณหาใดเปรียบผุดขึ้นเบื้องหน้าจิตใจ! มันดูคลุมเครือ ถึงอย่างนั้นสำหรับเขากลับใสกระจ่างเหลือเชื่อ เขาตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ไม่สามารถจดจำสิ่งใดได้!

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือมีวัตถุบางอย่างในทะเลลมปราณคล้ายกับกำลังส่งเสียงฟู่ แต่ไม่มีเวลาดูว่ามันคืออะไร ไม่นานก่อนหน้านี้ ผิวหนังของเขาเริ่มแยกออกนิ้วแล้วนิ้วเล่า! ถึงกระนั้น… กลับไม่มีความเจ็บปวด!

ไม่มีเลือดและไม่มีความเจ็บปวด ดวงตาของฉือหยางอี้แดงก่ำด้วยความตกตะลึงขณะมองมือ หลังจากผิวหนังแยกออก… ใบไม้สีเขียวเริ่มแตกออกอย่างเกียจคร้านจนน่าประหลาด!

ฟิ่ว! ใบไม้สีเขียวคลี่ออก เพียงพริบตา ทั่วผิวหนังของเขากำลังแตกออกเป็นชิ้น ๆ จากแขนจนลามไปส่วนอื่นทั่วร่างกาย!

ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว

เสียงใบไม้สีเขียวนับไม่ถ้วนดังขึ้นราวกับฝังสิ่งมีชีวิตอายุหนึ่งพันล้านปีเอาไว้ก่อนผลิบานจากภายในร่างกาย!

“นะ-นายท่าน!” เสียงหวาดกลัวของหลี่จงเหยียนกรีดร้องมาจากด้านหลัง “นะ-นี่คือการกลายเป็นปีศาจ! ทะ-ทะ-ท่านคือ ท่านคือ…”

ปีศาจ!

หลี่จงเหยียนไม่กล้ากล่าวคำพูดนี้ นั่นก็เพราะคำตอบนี้อุกอาจเกินไป! ฉือหยางอี้ไม่สามารถเป็นปีศาจไปได้หรอก! ตั้งแต่เด็กจนผู้ใหญ่ ไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างเครือญาติของเขากับปีศาจแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว!

“ขะ-ข้าเข้าใจแล้ว… ทำไมจู่ ๆ ข้าถึงวิวัฒนาการได้ก็เพราะละ-เลือดของท่านตกกระทบบนร่างกายของข้าตอนอยู่บนเขา… ทะ-ท่าน…” หลี่จงเหยียนพูดติดอ่าง

“หุบปาก!” ฉือหยางอี้ระเบิดเสียงคำราม ตอนนี้เอง จิตสังหารในดวงตากระจ่างใสสำหรับหลี่จงเหยียน หลี่จงเหยียนเข้าใจมากขึ้นว่าถ้าเขายังพูดต่อ เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน!

ด้านหน้า ชายคนนี้ผู้กำลังเปลี่ยนเป็น ‘มนุษย์ต้นไม้’ เขา… คือมารร้ายที่สามารถเอาชนะผู้สืบทอดของเทพหมิงยุคนี้ได้! บนความไม่แน่นอนนี้ทำให้หลี่จงเหยียนไม่กล้าขัดคำสั่งหลี่จงเหยียน!

เทพหมิงมองฉือหยางอี้ผู้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง เมื่อสังเกตเห็นร่างของอีกฝ่ายมีใบไม้กระจายออกมา เทพหมิงพลันหันศีรษะกลับและหัวเราะอย่างขมขื่น!

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

“เหอะเหอะเหอะ…” เสียงหัวเราะของเขาคล้ายกับกินพละกำลังทั้งหมดของร่างกาย เพียงพริบตา เขาอ่อนแอมากขึ้นขณะใช้สายตาแดงก่ำจับจ้องฉือหยางอี้ “เจ้าคือปีศาจ!”

“เจ้าคือปีศาจ!”

“ตัวเจ้าเองคือสัญลักษณ์ที่จะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน!”

“ข้ารู้… ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเข้าใจแล้ว… แบบนี้เองยอดเต๋าคลื่นหยกถึงถูกฆ่า… เจ้าพันทาง… เจ้าโชคดีจริง ๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังโชคร้าย… เจ้าคือปีศาจ… เจ้าคือปีศาจ! ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าถึงกับเป็นปีศาจ!”

ถึงอย่างนั้น เสียงหัวเราะสุดท้ายไม่ใช่ของเขา สิ่งสำคัญที่สุด… ยันต์ก้าวพริบตาที่ช่วยชีวิตของเขาอยู่ภายในแหวนนิ้วกลาง ตอนนี้มันอยู่ในมือของฉือหยางอี้!

“เจ้าพันทาง…” ผ่านไปสักพัก อารมณ์ของเขาคล้ายกับสงบลง ฉือหยางอี้มองมาอย่างเฉยชา มือของอีกฝ่ายกำเอาไว้แน่นแล้ว เขาทำได้เพียงเก็บความขุ่นเคืองและความโกรธในใจฝังไว้ที่ก้นบึ้ง “จะต้องมีสักวันที่ตระกูลหมิงของข้าเด็ดหัวเจ้า…”

ฟิ่ว! ก่อนเสียงของเทพหมิงจะสิ้นสุด ศีรษะของเขาทะยานสูงในอากาศ ศีรษะลอยได้ยังรักษาท่วงท่าการพูดของปากเอาไว้

ไต้ฝุ่นมังกรสะบั้น

พรวด ศรเลือดกระจายทั่วท้องฟ้าและย้อมร่างกายกับใบหน้าของฉือหยางอี้เอาไว้ เขาไม่แม้แต่จะทันตั้งตัว

“เช่นนั้นฉันจะรอ” ฉือหยางอี้ดึงมือกลับอย่างเย็นชา เลียริมฝีปากที่เต็มไปด้วยรสเลือด หลังจากนั้น เขากำหมะดแน่น ศึกษาใบไม้สีเขียวที่ยังเติบโตบนร่างกาย! นี่มันอะไร?

ไม่… เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะเป็นปีศาจ! เขา… คือนักฆ่าปีศาจ! ตั้งแต่อายุแปดขวบ นี่คือตัวตนของเขา! มันไม่ใช่ความจริง… เขาไม่มีทางเป็นปีศาจได้อย่างเด็ดขาด! เขากัดฟัน หยิบใบไม้ ถึงอย่างนั้นกลับรู้สึกแปลกประหลาด สถานการณ์แบบนี้คล้ายกับกำลังจับหนึ่งในนิ้วของตัวเอง เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และฉีกมัน!

ฟิ่ว! รอยแผลชุ่มเลือดกระจายทั่วท้องฟ้า!

ใบไม้ถูกฉีก แต่ถึงกระนั้น สัญลักษณ์เลือดพลันกระจายสูงในอากาศจากร่างกายของเขา! ราวกับเขาเฉือนเนื้อออกไป! เฉือนชั้นผิวหนัง! ความเจ็บปวดคมปลาบพลันพุ่งเข้าสู่สมอง ถึงอย่างนั้นไม่มีเสียงเล็ดลอดผ่านลำคอ!

“นะ-นายท่าน! ยะ-อย่า! ร่างปีศาจคือร่างกาย… อั่ก!”

ก่อนจะทันได้กล่าวจบ หลี่จงเหยียนกระอักเลือดก่อนลอยไปไกลหลายเมตร จากนั้น เขาไม่เสี่ยงพูดต่ออีก ราวกับกำลังมองคนตาย ฉือหยางอี้จ้องมองหลี่จงเหยียน ทำให้ปีศาจคางคกรับรู้ถึงไอเย็นเยือกไปทั่วร่าง ผ่านไปสักพัก ฉือหยางอี้ดึงสายตากลับ แต่ว่า คล้ายกับเกิดความเจ็บปวดรุนแรง ใบไม้สีเขียวบนร่างกายลดลงชั้นแล้วชั้นเล่าอย่างน่าประหลาด

“นี่มัน!” ดวงตาของหลี่จงเหยียนกลมดิก นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? ถ้านายท่านคือปีศาจ ไม่มีทางที่การกลายเป็นปีศาจจะสามารถหยุดได้ทันทีที่เริ่ม! นี่คือกฎเหล็กของการพัฒนาในอาณาจักรปีศาจ!

ยิ่งร่างปีศาจสุดยอดเท่าไหร่ สายเลือดยิ่งบริสุทธิ์มากเท่านั้น นี่คือกฎธรรมชาติ ไม่มีทางแหกได้! แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ เช่นนั้นใบไม้คืออะไร?! เป็นข้อผิดหรือ? ไม่… ไม่น่าเป็นไปได้ พอใบไม้เหล่านั้นปรากฏขึ้น เขารู้สึกถึงกลิ่นอายปีศาจจริง ถึงแม้จะไม่นาน มันก็เด่นชัดมากพอ!

ในทะเลลมปราณของฉือหยางอี้ เมล็ดหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ใบไม้สีเขียวไม่พบเห็น เขาไม่พูดอะไร ยืนอย่างสงบที่ใจกลางวังวนทั้งอย่างนั้น ขณะสัมผัสอสนีบาตรอบข้างที่กำลังหายไปอย่างต่อเนื่อง… น้ำวนค่อย ๆ สลายไป เขากำมือ มองร่างกายที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม หลังจากนิ่งสักพัก เขาหัวเราะ

“ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหล”

“ฉันคือฉือหยางอี้ นักฆ่าปีศาจ จะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง”

จิตใจของเขาคล้ายกับสงบขณะทะยานจากวังวนที่กำลังจางหาย ขณะถือศีรษะของเทพหมิงเอาไว้ เขายืนอยู่ยนกองซากศพโมซาซอรัส มันจบแล้ว… ในที่สุดก็จบแล้ว ตราบที่เขาทิ้งตราสัมผัสวิญญาณบนแกนกลางและทำให้คริสตัลจุดกำเนิดไร้เจ้าของนี้ยอมรับกลิ่นอายของเขา… จะไม่มีใครเข้ามาช่วงชิง!

แต่ไกลจากขอบฟ้า กลิ่นอายสะเทือนปฐพีหลายสิบอันเคลื่อนเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว นี่คือคำเตือน คำเตือนว่าห้ามใครเคลื่อนย้ายสมบัติลับของคลื่นหยก ถึงกระนั้น เขาไม่สน

ทำไมเขาจะสู้จนตัวตายเพื่อคริสตัลจุดกำเนิดไม่ได้?

ทำไมฉันต้องทิ้งความพยายามครั้งใหญ่เพียงเพราะการกระจายแรงดันวิญญาณล่ะ? ทำไมต้องฝึกฝนด้วยทัศนคติแบบนั้นด้วย?

ถึงแม้การถอดรหัสนี้จะไม่ดุเดือดเหมือนการต่อสู้ที่เทียนเต้า ระดับของความตึงเครียดย่อมเหนือกว่า! ยี่สิบนาทีตัดสินความเป็นความตาย เขาและเทพหมิงสำแดงพรสวรรค์จากร่างกายทั้งหมด ผู้ได้เปรียบคือผู้ปลดปล่อยได้ถึงขีดสุดก่อน ในตอนท้าย ต้องขอบสัตว์เลี้ยงปีศาจที่เขาดูแล โชคจึงแย้มยิ้มให้!

“เหอะเหอะเหอะ…” เขามองกลิ่นอายคล้ายดาราอัคคีที่ขอบฟ้าก่อนหัวเราะอย่างเงียบงัน เลือดบนมือละเลงบนพื้นผิวของคริสตัลจุดกำเนิด เพียงพริบตา คริสตัลปลดปล่อยแสงสีน้ำเงินเจิดจ้าออกมา ในทะเลสาบภูเขาไฟมอดดับ วงแสงวิญญาณสีน้ำเงินคล้ายคลื่นขนาดมหึมาเปลี่ยนทั้งโลกให้กลายเป็นสีฟ้า!

ตอนนี้เอง เสียงจำนวนมากล้วนเงียบสนิท

สายตาทั้งหมดจับจ้องบนภูเขาไฟมอดดับ มนุษย์จำนวนมากจ้องมองด้วยดวงตาและปากที่เปิดกว้างกับภาพการหลอมรวมของแสงสว่างสีน้ำเงินคล้ายคลื่นบนท้องฟ้า เบื้องล่างเขาเหล่าเฮย พวกเขาถือกล้องเอาไว้ ผ้าห่มบนร่างกายขณะกำเอาไว้มั่น… พวกเขาทุกคนมองท้องฟ้าด้วยความประหม่า

ลวดลายบุปผาสีน้ำเงินคล้ายบัวหิมะจากเขาเทียนชานกำลังบานสะพรั่งยามราตรี ปรากฏขึ้นที่ยอดเขาเหล่าเฮย หลังจากนั้น… คล้ายคลื่นกระแทกขนาดมหึมา มันกระจายออกเสียงดังด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการ!

“โห…” ชายหนุ่มมองอย่างเกียจคร้านไปที่ยอดเขา ปากอ้าออก ทิวทัศน์บนท้องฟ้าคล้ายกับการจุติของสิ่งอมตะ ความหวาดกลัวสั่นสะท้านจากปากเกินการควบคุม ขาเกิดอ่อนแรงขึ้นมา ในลูกตา คลื่นสีฟ้าปลดปล่อยออกมาในพริบตา!

“นะ-นี่มัน… อะไร…?” ครอบครัวสี่คนมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กกุมมือเอาไว้ สามีอายุสามสิบเจ็ดถึงสามสิบแปดปี เขาเริ่มนึกถึงช่วงเวลาสิบปีก่อนตอนอยู่มหาลัย นึกถึงวันที่เขาดูหนังครั้งแรก ตอนนั้น… มันเหมือนกับตอนนี้เลย คนนับร้อยคล้ายกับอยู่บนยอดตึกขณะมองสีน้ำเงินงามงดที่สะท้อนจากหมู่เมฆในความมืด

“พวกอมตะ… ปีศาจงั้นเหรอ?”

คู่รักหนุ่มสาวกุมมือกันไว้ ชายหนุ่มมองท้องฟ้าอย่างสับสน ตอนนี้ พื้นดินกลายเป็นโลกสีน้ำเงินเพราะประกายแสงของคลื่นสีน้ำเงิน หญิงสาวตอบรับอย่างไม่รู้ตัวแม้แต่นิดเดียวว่า “ขอบใจ…”

“พระเจ้าช่วย… พระเจ้าช่วย!!!” มือของนักท่องเที่ยวต่างประเทศสองคนสั่นสะท้าน กล้องพวกเขาในมือสั่นอย่างรุนแรงขณะเล็งท้องงฟ้า “นี่คะ-คือความพิศวงของจีนเหรอ? เป็นทิวทัศน์ธรรมชาติที่มีเฉพาะที่นี่เหรอ?”

“วิเศษไปเลย…”

“ไม่อยากจะเชื่อเลย…”

ฟิ่ว! บนท้องฟ้า คลื่นเสียงไร้ลักษณ์คล้ายกับวูบไหวผ่านไป! วงแสงสีน้ำเงินพลันระเบิด! ชายหนุ่มมองด้านหน้าอย่างตกตะลึง ทั่วพื้นที่เกิดเสียงกรอบแกรบ ด้านบน เสียงนี้มาพร้อมกับการกระจายรอบนอกอย่างรวดเร็วของม่านบนท้องฟ้า! มันมาถึงตรงหน้าเขาในพริบตา!

ฟิ่ว! เบื้องล่างเขาเหล่าเฮย ชุดของคนจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนลอยขึ้นไป เส้นผมของผู้หญิงปลิวไปด้านหลังทันที! มันเหมือนกับเขาเหล่าเฮยเปลี่ยนเป็นตาพายุหมุน! มันก่อเกิดแรงดันพายุเข้าใส่สี่ทิศทางทั้งไกลและใกล้!

ตูม! คล้ายกับมือพายุโปร่งแสงขนาดยักษ์ คลื่นพุ่งตรงไปที่ด้านหน้าทุกคน!

“โอ! สวรรค์!”

“เกิดอะไรขึ้น!”

“ท้องฟ้าพังทลายงั้นเหรอ?!”

หนึ่งวินาที… สองวินาที… สามวินาที จนกระทั่งพวกเขารู้สึกว่าสายลมเบาลง ผู้คนจึงลดการป้องกันตรงดวงตาออก พวกเขามองรอบข้าง ก่อเกิดความกลัวในใจ

กลางคืน ยังเป็นกลางคืน ภูเขายังเป็นภูเขา ทุกสิ่งก่อนหน้านี้คล้ายกับไม่เกิดขึ้น

“ภูเขา…” นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ถือกล้องมองภูเขาด้วยความสับสน “มันเกิดบ้าอะไรขึ้น… บนนั้น?”

นี่ปาไปตีสองครึ่งช่วงเช้าตรู่แล้ว แต่ไม่มีสักคนที่สี่สระต้าเหลียนนอนตาหลับ

มีคนหนึ่งเริ่มวิ่ง ไม่ช้า มีคนที่สอง… ทุกคนด้านล่างเริ่มวิ่งออกไป! พวกเขาเพียงมีเป้าหมายเดียว: ทะเลสาบภูเขาไฟมอดดับของเขาเหล่าเฮย! มันเกิดอะไรขึ้นที่นั่น? ทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์ในสถานที่สำคัญเช่นนี้? มันมีอะไรอยู่ข้างในนั้น?

หัวใจลุกโชนของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระหายที่จะคลี่คลายเรื่องราว พวกเขาพุ่งเข้าสู่เขาเหล่าเฮยอย่างรุ่มร้อน! พวกเขาจะไม่ทราบตลอดกาลว่าตอนนี้ คนตั้งค่ายรอบทะเลสาบภูเขาไฟของเขาเหล่าเฮยไม่มีความสงสัย ความมุ่งมั่นอันน่าหลงใหลหายไปสิ้น กลับกัน… คนตั้งค่ายเหล่านี้ล้วนเงียบ!

พวกเขาเป็นสักขีพยานต่อทุกสิ่งแล้ว! ทุกอย่างเลย! น้ำพุหลายร้อยเมตรที่พุ่งสูงในอากาศ! ผู้คนเบื้องล่างกลับมองไม่เห็นซากศพ ‘จระเข้’ ขนาดยักษ์ที่มีขนาดหลายร้อยเมตร! รวมถึงวังวนอสนีบาตขนาดมหึมา!

ดวงตาของแต่ละคนปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมา พวกเขาวิตกว่าจะไม่กล้าหายใจขณะยืนอยู่ใกล้กัน แต่ว่า นี่ก็เพราะ… ใครบางคนยังอยู่ที่นี่ ชายผู้กำลังเงยหน้าขึ้นมา! ถึงแม้ชายคนนี้จะเต็มไปด้วยเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงแม้ใบหน้าจะมองเห็นเพียงเลือนลาง… แต่ไม่มีใครกล้าไปต่อ!

ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม ไม่มีใครก้าวเดินต่อ ไม่มีใครกล้าเสี่ยง!

คะแนน 3.3
กรุณารอสักครู่...