ตอนที่แล้วหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.289 - สถานการณ์พลิกผัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.291 - กู่ฉิงซาน

เนื่องจากเมื่อวานสนับสนุนกันเป็นอย่างดี

 

วันนี้เลยแถมให้อีก 2 ตอน ขอบคุณมากนะครับ

 

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.290 – มารสวรรค์และนางเซียนไป่

 

ประกายแสงเจิดจรัสจางหายไป

 

ไม่ว่าจะเป็นแสงทะมึนจากรอยแยกมิติอันมืดมิด หรือแสงไสวดั่งดวงตะวันจากโลกแห่งมารสวรรค์ ทั้งหมดได้สลายไปอย่างไร้ร่องรอยจากโลกเทวะ

 

บนท้องฟ้า หลงเหลือแค่เพียงนางเซียนไป่ฮั่วและเด็กสาวชุดดำ

 

ทั้งสองล้วนเป็นตัวตนอันทรงภูมิ เพียงมองเห็นฉากนี้ ก็พอจะคาดเดาถึงเรื่องราวได้ราวๆ 7-8ส่วน

 

นางเซียนไป่ฮั่วขยับกายวูบไหว มุ่งตรงไปยังตำแหน่งเดิมที่เคยปรากฏรอยแยกมิติ

 

เธอเอื้อมมือออกไป จีบออกด้วยวิชาลับ “จงเปิดออก!”

 

รอยแยกมิติเปิดออกอีกครั้งกระแสลมที่เกิดจากปฐมบทแห่งความโกลาหลฟุ้งไปมาอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม รอยแยกมิตินี้เป็นเป็นเพียงประตูที่ทางผ่านที่ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายไปในระยะไกลได้เท่านั้น มิใช่ระหว่างสองโลก

 

นางเซียนไป่ฮั่วยืนอยู่เบื้องหน้ากระแสปฐมบทแห่งความโกลาหล สายลมแรงกรรโชกจนผมเพ้าสีดำของเธอปลิวไสว ภายในแววตาของเธอเริ่มเผยถึงร่องรอยวิตกกังวล

 

“จงเปิดมันแก่ข้า!” เธอกระตุ้นพลังวิญญาณจากทั่วร่างกาย ปากเอ่ยตะคอกออกมา

 

ฟิ้ววว …

 

สายลมร่ายระบำไปในอากาศ รอยแยกมิติในที่สุดก็เปิดออกอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดอยู่ภายในนั้น

 

ไร้ซึ่งดิสก์ค่ายกล

 

ไร้ซึ่งสองผู้ฝึกยุทธหญิงขอบเขตพันวิบัติที่ถูกจองจำพื้นฐานวรยุทธเอาไว้

 

ไร้ซึ่งวี่แววใดๆของกู่ฉิงซาน

 

นางเซียนไป่ฮั่วยืนนิ่งงันอยู่ทั้งๆอย่างนั้น

 

“เปล่าประโยชน์ ดิสก์ค่ายกลนั่นมันว่องไวเกินไป เจ้าไม่อาจค้นหามันที่หายลับไปในมิติที่ว่างเปล่าได้ … รวมไปถึงปลายทางของมันก็เช่นกัน” เด็กสาวชุดดำกล่าว

 

แต่แล้วรอยแยกมิติก็ถูกเปิดขึ้นอีกครา

 

นางเซียนไป่ฮั่วยังคงมุ่งมั่น กระทำดังเดิมต่อไปอย่างเงียบๆ

 

เด็กสาวชุดดำส่ายหัว แต่พอก้มลงมองหม้อดินเผาในมือของเธอ ร่องรอยแห่งความโศกเศร้าก็จางหายไปในทันที

 

เธอโอบกอดหม้อดินเผาไว้ในอ้อมแขน และไม่รังเกียจเลยที่จะเผยแววตาและท่าทีที่แสดงออกถึงความสุข

 

สักพักหนึ่ง เธอก็ละสายตาจากหม้อดินเผา เบนไปยังตำแหน่งที่กู่ฉิงซานได้หายตัวไป

 

“เจ้าเด็กลื่นยิ่งกว่าปลาไหลนี่ ข้ายังมิได้รับดิสก์ค่ายกลที่รับส่งระหว่างสองโลกเลยนะ แต่เจ้ากลับดันหนีหายไปซะก่อนเสียแล้ว”

 

อย่างไรก็ตาม แม้กู่ฉิงซานจะถูกส่งไปโลกอื่นแบบต่อหน้าต่อตา แต่เธอกลับไม่แสดงออกถึงความโกรธขึงใดๆเลย

 

เพราะมันคงจะเป็นการดีกว่า หากตนเลือกที่จะอิ่มเอมกับรางวัลเบื้องหน้าที่พึ่งริบได้มา

 

เด็กสาวชุดดำโอบกอดหม้อดินเผาในมือแน่น เตรียมที่จะกลับไปยังโลกของตนเอง

 

“รอประเดี๋ยว”

 

นางเซียนไป่ฮั่วเปล่งเสียงเรียกเธอจากระยะไกล

 

เด็กสาวหยุดกึก

 

“ข้าทราบมาว่าเจ้าเป็นจักรพรรดินีมารสวรรค์ เจ้าไม่มีวิธีอื่นใดที่สามารถใช้เดินทางไปสู่โลกที่พวกเขาถูกส่งไปได้เลยอย่างนั้นหรือ?” นางเซียนไป่ฮั่วเอ่ยถาม

 

เด็กสาวผินกายกลับมามองเธอและส่ายหัวช้าๆ

 

“เจ้ามีลูกศิษย์ที่ดี” เด็กสาวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางเซียน “ในฐานะที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธร่างเทวะ ลางสังหรณ์แห่งโชคชะตาย่อมแข็งกล้าอย่างหาที่ใดเปรียบ โดยปกติแล้วมันแทบจะมิอาจเปลี่ยนแปลงได้เลย แต่สุดท้าย เจ้าก็ได้รับการฉุดดึงจนรอดพ้นจากหุบเหวแห่งความตายมาได้”

 

“ข้าสามารถบอกเจ้าได้เลยว่าปราณแห่งความตายบนตัวเจ้าได้สลายไปแล้ว เส้นทางในอนาคตของเจ้ามันจะเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ เปรียบดั่งกระดาษหน้าใหม่ที่เฝ้ารอให้เจ้าขีดเขียนสิ่งต่างๆลงไป และสร้างตัวแปรผกผันใหม่ นี่นับว่าเป็นสถานการณ์ที่ยากจะเกิดขึ้นจริงๆ”

 

“เจ้าหนุ่มนั่นเป็นเพียงแค่ลูกศิษย์จริงๆน่ะหรือ? มันถึงได้ลงทุนทำเพื่อเจ้าขนาดนี้?” เธอเอ่ยถามขึ้นทันใด

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องมาสั่นคลอนความคิดข้า” นางเซียนกล่าว

 

เด็กสาวชุดดำยิ้มและกล่าว “น้องสาว ข้ายังมิได้ทำสิ่งใดเลย”

 

เธอเอ่ยต่อว่า “ข้ามิได้คิดจะเอ่ยคำลวงเจ้าเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์อื่นใดอีก เพราะในมือข้ายามนี้มีทั้งสิ่งประดิษ์ย์แห่งเทพมาร , วิญญาณของผู้ฝึกยุทธขอบเขตขีดสุดความว่างเปล่า เวลานี้ นับว่าพึงพอใจมากเกินควรแล้ว”

 

“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามารสวรรค์จักสนทนากับผู้คนโดยไม่มีความต้องการอื่นใดแอบแฝง” นางเซียนกล่าว

 

เด็กสาวชุดดำ “ข้าเป็นถึงจักรพรรดินีมารสวรรค์ แต่วันนี้กลับได้ร่วมมือกับผู้ฝึกยุทธเผ่ามนุษย์เพื่อต่อกรกับศัตรู สถานการณ์เช่นนี้ สำหรับในโลกมารสวรรค์แล้ว หมื่นปีที่ผ่านมายังมิเคยเกิดขึ้น ดังนั้นข้าเลยอดไม่ได้ที่จะต้องสารภาพสิ่งหนึ่งแก่เจ้า”

 

“สารภาพสิ่งใด?”

 

“เขายังคงหลงเหลือโลกอีกใบหนึ่งที่จำต้องมอบมันให้แด่ข้า หากเขากลับมาเมื่อไหร่ ข้ารบกวนฝากฝังเจ้านำคำข้าไปบอกเขาที ว่าข้าจะตามมาทวงสิ่งที่เขายังคงติดค้างเอาไว้”

 

“แล้วเขาจะกลับมาเมื่อไหร่กัน” นางเซียนถาม

 

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร แต่เนื่องจากมีคนในโลกที่ว่าสามารถกลับมายังโลกใบนี้ได้ ดังนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะสามารถหาวิธีกลับมาได้อีกครั้ง”เด็กสาวกล่าว

 

ในที่สุดนางเซียนไป่ฮั่วก็ยกสองแขนขึ้นมากอดอก สอดสองมือเข้าไปในชายแขนเสื้อยาว ห้วงสติอารมณ์ค่อยผ่อนคลายลงอย่างแท้จริง

 

เธอจ้องมองไปยังเด็กสาวชุดดำ และทันใดนั้นก็เผยให้เห็นถึงร่องรอยของเจตนาฆ่า

 

“เจ้าต้องการวิญญาณของศิษย์ข้าหรือไม่?”

 

“วิญญาณของเขา?” เด็กสาวเผยถึงท่าทีที่แลดูซับซ้อน และกล่าวว่า “ครอบครองแค่เพียงพื้นฐานวรยุทธขั้นก่อกำเนิดอันเล็กจ้อย แต่กลับสามารถกระทำทุกวิถีทางจนลวงผู้ฝึกยุทธขีดสุดความว่างเปล่าจมลงสู่กับดักแห่งความตายได้ แล้วข้าจะไปกินเขาลงได้อย่างไร?”

 

“ไม่กินเขา แล้วเจ้าต้องการจะทำสิ่งใด”

 

“ข้าจะไม่กินวิญญาณเขา แต่ข้าจะเอ่ยถามเขาว่า ยินดีที่จะแปลงกายตนเป็นราชันย์มารเพื่อก้าวเข้าร่วมกับโลกแห่งมารสวรรค์ของพวกเราหรือไม่”

 

กล่าวจบ เด็กสาวชุดดำก็ผินกายกลับ และเตรียมที่จะจากไป

 

แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักลงอย่างกระทันหัน

 

เพราะนางเซียนไป่ฮั่วที่เดือดดาลไปด้วยเจตนาฆ่า ฟาดสะบัดแส้เถาวัลย์หนามในมือ จนบังเกิดคลื่นอัดอากาศอันคมชัดกวาดกระจายไปทั่ว

 

“จงพิสูจน์วาจาเจ้า! มิฉะนั้นข้าจะไม่ยอมปล่อยให้มารสวรรค์ที่หมายปองชีวิตศิษย์ข้าจากไปง่ายๆอย่างแน่นอน”

 

ยามเมื่อเสียงของเธอตกลง ปลายแหลมของหนามบนแส้เถาวัลย์ก็เริ่มผุดบุปผาสีขาวขึ้นมา

 

เด็กสาวชุดดำมองไปยังเกราะรบเพลิงคำรนบนตัวนางเซียน ก่อนจะสลับไปมองบุปผาขาวบนเถาวัลย์หนาม

 

สีหน้าท่าทีการแสดงออกของเธอเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง

 

“นั่นมันสกิลเทวะอาชูร่า? แถมเจ้ายังมีสกิลเทวะแห่งหกวิถีอีก ถ้านี่เป็นเรื่องจริงก็นับว่าแปลกมาก” เธอเอ่ยพึมพำ “ครอบครองแค่เพียงขอบเขตวรยุทธต่ำต้อย … ไม่สิ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าค้นพบกับสกิลเทวะแห่งวัฏจักร ปรภพ และอาชูร่า จนได้ครอบครองมันก็เป็นได้ จริงๆแล้วโลกแบบใดกันแน่ที่สามารถก่อกำเนิดคนดั่งเช่น … ”

 

ครืน … แส้เถาวัลย์เริ่มสั่นไหว

 

เด็กสาวชุดดำได้สติกลับคืน นางโบกมือและกล่าว “หยุดมือ! ข้าจะพิสูจน์ มันเองจะได้จบๆกันไปซะที”

 

เด็กสาวชุดดำจ้องมองมารสวรรค์นับล้านที่อยู่เบื้องหลังของเธอ จากนั้นก็หันมามองนางเซียนไป่ฮั่ว

 

-เพียงลำพัง แต่กลับหาญกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมารนับหมื่นแสน จิตวิญญาณของนางต้องมั่นคงแก่กล้าขนาดไหนกัน

 

สีหน้าของเด็กสาวกลับกลายเป็นจริงจัง

 

เธอสั่งสมประสบการณ์มานานนับหลายปี จึงย่อมเป็นธรรมดาที่จะสามารถบอกได้ว่า อีกฝ่ายกำลังอยู่ในสภาวะแปรปรวนทางอารมณ์

 

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นตัวบ่งบอกว่าฝ่ายตรงข้ามคิดจะต่อสู้จริงๆ แม้จะสิ้นหวังก็ตามที

 

แล้วก็ยังมีอีกจุดหนึ่ง

 

รุ่นเยาว์ที่ชื่อกู่ฉิงซานอะไรนั่น คุ้มค่าควรแก่การกลายร่างเป็นมารสวรรค์โดยแท้

 

นอกจากนี้ตัวนางเองก็ยังต้องพึ่งพาเจ้าเด็กนั่น นำพาไปสู่โลกอีกใบหนึ่งตามที่ตกลงกันไว้อีก

 

มันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่จะต้องมาต่อสู้พัวพันกับผู้ฝึกยุทธหญิงเบื้องหน้าที่แม้จะมิได้แข็งแกร่งเท่าใด ทว่ากลับน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

เมื่อคิดถึงจุดนี้ เด็กสาวชุดดำก็เอ่ยปากกล่าว “สวรรค์และโลกเป็นประจักษ์พยาน ข้าจะไม่มีวันเป็นอันตรายใดๆต่อชีวิตของกู่ฉิงซาน”

 

ประโยคเดียวที่เรียบง่าย แต่เป็นถึงคำสาบานกับสวรรค์และโลก ยินยอมถึงเพียงนี้เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง

 

มารสวรรค์นั้นในจิตใจเต็มไปด้วยห้วงแห่งความปรารนา และนั่นหมายความว่าหากเทียบเปรียบกับผู้ฝึกยุทธแล้ว การละเมิดคำสัตย์ ผลพวงที่จักตามมาย่อมร้ายแรงยิ่งกว่า

 

กล่าวจบ เด็กสาวชุดดำก็จ้องมองอีกฝ่าย

 

เห็นแค่เพียงดวงตาที่เปล่งประกายดั่งหยาดน้ำค้างของนางเซียนกลับมาสว่างไสว เจตนาฆ่าค่อยๆมอดดับลง

 

นางเซียนไป่ฮั่วโยนแส้เถาวัลย์ทิ้งไปยังเบื้องหลัง โค้งตัวคารวะไปยังอีกฝ่ายและกล่าว “หากในกรณีนี้ ไม่ว่าเจ้ากับเขาจะตกลงสิ่งใดกันมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะตราบใดที่เจ้าไม่เป็นอันตรายใดๆต่อเขา … เอาเถิด ข้าคงต้องขอบพระคุณเจ้าจริงๆสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้”

 

เด็กสาวชุดดำยิ้มออกมาอย่างไม่คาดคิด ถอนหายใจออกมาด้วยห้วงอารมณ์ “ข้าอยู่มานานนับปี ไม่เคยเจอผู้ฝุกยุทธที่มีห้วงอารมณ์รุนแรงแปรปรวนเช่นเจ้ามาก่อนเลย”

 

เธอโค้งตัวลงเป็นการตอบรับเล็กน้อย พร้อมกล่าวออกมาว่า “เช่นนั้น ขอกล่าวคำอำลา”

 

รังสีแสงดั่งดวงตะวันสาดออกมาจากด้านหลังของเด็กสาว มันแลดูราวกับเป็นเส้นแสงบางๆที่ซ้อนทับกันเหมือนตาข่าย ค่อยๆโถมลงปกคลุมร่างกายของเธอ

 

เด็กสาวชุดดำแหงนหน้าขึ้นไปมองเหล่ามารสวรรค์บนท้องฟ้าและกล่าว “พวกเจ้าทั้งหมดจงกลับไปยังโลกแห่งมารสวรรค์ ยังคงมีจิตวิญญาณผู้ฝึกยุทธขอบเขตขีดสุดความว่างเปล่ารอพวกเราอยู่!”

 

“ตราบใดที่โค่นล้มเขาลงได้ ข้าจะแบ่งปันเสี้ยวจิตวิญญาณบางส่วนของเขาให้แก่พวกเจ้า!” เธอประกาศกร้าว

 

มารสวรรค์หญิงนับล้านพากันส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น! จิตวิญญาณขีดสุดความว่างเปล่าแม้เพียงเสี้ยว มันก็เพียงพอแล้วที่จะสามารถทำให้พวกเธอยกระดับไปยังขั้นถัดไปได้!

 

ทั้งหมดโฉบบินลงมารวมตัวกันรอบหม้อดินเผา ร่ายระบำในอากาศ และค่อยๆถูกลืนหายเข้าไปในแสงตะวัน

 

เด็กสาวชุดดำก้าวเข้าสู่แสงสว่างของดวงตะวัน แล้วทันใดนั้นเธอก็หันกลับมามองสำรวจนางเซียนไป่ฮั่วอย่างรอบคอบ

 

“มีอะไรอีก?” นางเซียนไป่ฮั่วเอ่ยถาม

 

เด็กสาวชุดดำเผยอริมฝีปาก แต่แล้วก็ส่ายหัว

 

ทันใดนนั้นเธอก็เปล่งท่วงทำนองเพลงออกมาเบาๆ “กลิ่นหอมสดชื่นของดอกกล้วยไม้ในยามรุ่ง มืดมนซีดเซียว ไร้ซึ่งห้วงอารมณ์ และไร้ซึ้งความหวัง” 

 

แล้วเสียงเธอก็ขาดห้วงไป

 

อย่งไรก็ตาม มารสวรรค์อันทรงเสน่ห์นับไม่ถ้วนก็ขับขานขึ้นโดยพร้อมเพรียงต่อจากเธอ

 

“กลิ่นหอมสดชื่นของดอกกล้วยไม้ในยามรุ่ง มืดมนซีดเซียว ไร้ซึ่งห้วงอารมณ์ และไร้ซึ้งความหวัง” 

 

เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวดังสะท้อนออกมาจากหลากสถานที่ ขับขานท่วงทำนองอันไพเราะ มิแตกต่างจากใบหน้าของพวกนางที่งดงามจนหาที่ใดเปรียบ

 

เมื่อเด็กสาวชุดดำขับขานท่วงทำนองเพลงจบ นางก็หายเข้าไปในแสงตะวัน

 

ตามด้วยมารสวรรค์นับไม่ถ้วนที่ถอนตัวออกจากโลกเทวะ

 

รังสีแสงตะวันหายลับไป และเสียงเพลงก็เช่นกัน

 

นางเซียนไป่ฮั่วยังคงยืนนิ่งงันอยู่กลางอากาศ เฝ้ามองดูตำแหน่งที่มารสวรรค์หายตัวไป ทั้งคงทั้งร่างนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...