ตอนที่แล้วตอนที่ 14 : ห้องเรียนระดับสูง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 16 : หลักสูตรเวทมนต์ 101

หลังจากที่อเดลฟุบหลับไปได้ไม่นานอาจารย์ก็เดินเข้ามาในห้องก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับแนะนำตัวเอง

 

”ฉันชื่อเจฟิลด์ จะมาเป็นอาชีพสอนวิชาพื้นฐานเวทมนต์ให้กับพวกเธอตลอดหนึ่งปีต่อจากนี้”

 

เมื่อจบการแนะนำตัวสั้นๆเสร็จอาจารย์เจฟิลด์ก็เริ่มที่จะสอนเนื้อหาของวันนี้ทันที เขาเริ่มเขียนกระดานพร้อมกับอธิบายควบคู่กันไปด้วยอย่างรวดเร็ว

 

เหล่านักเรียนก็ต่างก้มหน้าก้มตาฟังและจดเนื้อหาสำคัญที่อาจารย์เจฟิลด์สอนเพราะเรื่องเหล่านี้จะออกสอบในช่วงกลางภาคด้วย

 

ที่สถาบันเมอร์เซียแห่งนี้นอกจากสอบภาคปฏิบัติแล้วนั้นก็ยังมีสอบทฤษฏีอีกด้วยซึ่งเป็นข้อสอบเพื่อวัดความเข้าใจในเรื่องต่างๆของนักเรียนซึ่งเรื่องนี้ทำให้อเดลปวดหัวเล็กน้อยเพราะส่วนตัวนั้นเขาไม่ค่อยจะชอบท่องจำสิ่งไร้สาระสักเท่าไหร่

 

หลังจากที่อาจารย์เจฟิลด์เขียนอักษรตัวสุดท้ายบนกระดานเสร็จเขาก็หันมาหานักเรียนที่กำลังนั่งฟังเขาอยู่เพื่อถามคำถามเพื่อวัดว่าเหล่านักเรียนนั้นได้ฟังและทำความเข้าใจสิ่งที่เขาสอนไปเมื่อครู่นั้นหรือไม่

 

ในขณะที่เขากำลังเดาสุ่มนักเรียนสักคนในชั้นอยู่นั้นสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับเด็กคนหนึ่งที่มีท่าทีแตกต่างไปจากคนอื่นๆ

 

ซึ่งเด็กคนนั้นกำลังนอนหลับสนิทอยู่โดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองกระดานเลยแม้แต่น้อยเมื่อได้เห็นท่าทีของเด็กคนนั้นเขาก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะใช้ไม้ในมือของเขาชี้ไปยังทิศทางที่เด็กคนนั้นอยู่พร้อมกับพูดขึ้น

 

”นี่เธอคนนั้นหน่ะ ! ช่วยอธิบายสิ่งที่ฉันสอนไปก่อนหน้านี้ให้เพื่อนในห้องฟังหน่อยซิ”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นทั้งห้องก็ต่างหันมาหาเด็กหนุ่มที่กำลังนอนหลับคนนั้นทันทีซึ่งเขาก็คืออเดลที่กำลังนอนฟุบหลับอยู่กับโต๊ะนั่นเอง

 

เวลาผ่านไปเล็กน้อยไม่มีเสียงตอบกลับจากอเดลแม้แต่น้อยอาจารย์เจฟิลด์เห็นดังนั้นก็ได้แต่คิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ

 

เมื่อเห็นแบบนั้นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างของอเดลก็ได้ตัดสินใจที่จะเขย่าตัวของอเดลเพื่อปลุกเขา

 

”นี่นายตื่นสิ อาจารย์เขาเรียกนายให้ตอบคำถามหน่ะ”

 

เมื่อถูกเขย่าตัวเล็กน้อยอเดลก็เริ่มที่จะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆด้วยท่าทางขี้เกียจก่อนจะเงยหัวขึ้นมาพร้อมกับหันซ้ายขวาจากนั้นก็หันไปมองคนที่กำลังจับตัวของเขาอยู่ก่อนจะถามออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงขี้เกียจเล็กน้อย

 

”หมดชั่วโมงเรียนแล้วงั้นเหรอ ?”

 

เด็กผู้ชายคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะอธิบายว่า

 

”อาจารย์เจฟิลด์เขาอยากให้นายอธิบายเรื่องที่เขาพึ่งเขียนอยู่บนกระดานหน่ะ”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นอเดลก็หันหน้าไปมองชายวัยกลางคนที่กำลังยืนแสดงสีหน้าไม่พอใจอยู่ด้านหน้าห้องอเดลคาดเดาได้อย่างรวดเร็วเลยว่าชายคนนั้นน่าจะเป็นอาจารย์เจฟิลด์ที่เด็กข้างๆพูดถึงจากนั้นอเดลก็เงยหน้ามองไปที่กระดานพร้อมกับอ่านมันอย่างคร่าวๆ

 

ไม่นานนักอเดลก็เอ่ยถามกับอาจารย์เจฟิลด์ว่า

 

”อาจารย์จะให้ผมอธิบายแบบที่ผมเข้าใจใช่ไหม ?”

 

”ถูกต้อง เธอสามารถมาเขียนคำตอบได้ที่กระดาน”

 

อเดลที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะขยับนิ้วของเขาเบาๆปากกาเวทมนต์ที่ไว้สำหรับเขียนกระดานก็ลอยขึ้นพร้อมกับเขียนประโยคสั้นๆบนกระดาน

 

ข้อความบนกระดานค่อยๆปรากฏขึ้นพร้อมกับสร้างความงงงวยให้กับคนทั้งห้องเพราะคำตอบของอเดลนั้นเป็นอะไรที่หลายคนไม่เข้าใจซึ่งคำตอบนั้นก็คือ

 

เวทมนต์ = แขนขา

 

เมื่ออเดลเขียนเสร็จเขาก็คลายพลังเวทย์ออกก่อนจะกลับไปฟุบลงกับโต๊ะเช่นเดิมปล่อยให้ทั้งนักเรียนและอาจารย์งุนงงกับคำตอบของเขาอยู่อย่างงั้น

 

แน่นอนว่าคนในสมัยนี้นั้นน้อยคนนักที่จะเข้าใจความหมายจากคำพูดของอเดล เพราะจอมเวทย์ในสมัยนี้นั้นต่างพึ่งพาแต่อุปกรณ์กันสะเป็นส่วนมากจนละเลยการฝึกฝนและหลงลืมแก่นแท้ของเวทมนต์ไปเดิมทีนั้นเวทมนต์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรามันอยู่ในทุกๆที่ไม่ว่าจะเป็นในน้ำที่เราดื่ม ในอากาศที่เราใช้หายใจ หรือแม้แต่ในสิ่งของก็ตาม

 

เมื่อเหล่าจอมเวทย์ฝึกฝนอย่างหนักและผลักดันจนเองจนไปถึงขีดสุดพวกเขาสามารถที่จะควบคุมมานาจากทั้งภายในและภายนอกร่างกายเพื่อนำใช้ทำสิ่งต่างๆได้อย่างหลากหลาย มีจอมเวทย์หลายคนนั้นสามารถทำได้แม้แต่มองเห็นและสามารถพูดคุยกับภูติที่แม้แต่จอมเวทย์ขั้นสูงหลายคนก็ยังทำไม่ได้ หรือแม้แต่สามารถร่ายเวทย์โดยไม่ต้องสร้างวงเวทย์หรือเขียนอักษรรูนเลยแม้แต่ตัวเดียว

 

เมื่อจอมเวทย์นั้นสามารถเข้าใจเวทมนต์และพลังเวทย์ได้อย่างถ่องแท้แล้วละก็พวกเขาก็จะสามารถใช้เวทมนต์ได้เปรียบเสมือนแขนขาของตัวเอง

 

และนี่ก็คือคำอธิบายของคำตอบที่เขียนอยู่บนกระดานของอเดล เนื่องด้วยที่เขานั้นบรรลุแก่นแท้พื้นฐานทั้งหมดของเวทมนต์มานานหลายปีแล้วดังนั้นเขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมานั่งฟังการสอนของอาจารย์เจฟิลด์เลยสักนิดเดียว

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...