ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 171 : เลื่อนขั้นเพิ่มค่าแรง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 173 : กลายเป็นซอมบี้

ราชันย์เร้นลับ 172 : “ชันสูตร”

 

    “ท่านส.ส. เสียชีวิตนานแค่ไหนแล้วครับ?”

 

    ถ้านานกว่าสิบห้านาที ข้อมูลจากปากวิญญาณจะลดลงอย่างมาก ถ้านานกว่าหนึ่งชั่วโมงก็แทบหมดโอกาสสนทนา

    

    หรือถ้านานกว่าหนึ่งเดือน ก็จะไม่สามารถติดต่อกับวิญญาณผู้ตายได้เลย

 

    “…น่าเสียดาย การชันสูตรเบื้องต้นจากกรมตำรวจระบุว่า ส.ส. เมย์นาร์ดเสียชีวิตระหว่างสามถึงห้าทุ่มของคืนวาน”

 

    ดันน์ส่ายศีรษะ

 

    “พวกเราแค่ทำตามคำเรียกร้องของทางกรมก็พอ ผมไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์”

 

    “เข้าใจแล้วครับ” 

 

    ไคลน์สวมโค้ตพร้อมกับเดินออกจากห้อง 

 

    มือซ้ายถือไม้ค้ำ มือขวาจัดระเบียบหมวกให้เรียบร้อย ส่วนดันน์·สมิทเดินสวนเข้ามาเพราะต้องรับงานเฝ้าประตูยานิสแทนชั่วคราว

 

    ในทางทฤษฏีของโลกผู้วิเศษ ยิ่งมีพลังวิญญาณมาก ก็ยิ่งใช้เทคนิคพิเศษเกี่ยวกับวิญญาณได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเนตรวิญญาณ เวทมนตร์ ศาสตร์การทำนาย หรือพิธีกรรม 

 

    ดังนั้นเส้นทางผู้ไร้หลับซึ่งขึ้นชื่อในด้านปริมาณพลังวิญญาณจึงค่อนข้างได้เปรียบสายอื่น

 

    อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงมิได้ง่ายดายเช่นนั้น ‘ความถนัด’ ของผู้วิเศษแต่ละเส้นทางได้สร้างข้อแตกต่างอย่างชัดเชน ต่อให้ผู้ไร้หลับมีพลังวิญญาณมากเท่าใด ก็มิอาจใช้พลังทำนายได้ดีกว่านักทำนายแน่นอน

 

    อีกตัวอย่างชัดเจนคือเนตรวิญญาณ เส้นทางผู้ไร้หลับทุกคนล้วนใช้เนตรวิญญาณเป็น แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้มากนัก เนื่องจากเนตรวิญญาณของผู้ไร้หลับจะเห็นเป็นเพียงแสงออร่าเจือจาง ไม่ได้ระบุแยกชั้นอย่างละเอียดเหมือนกับผู้ส่องความลับและนักทำนาย

 

    จริงอยู่ อาจใช้เนตรวิญญาณสำหรับมองเห็นภูติผีหรือวิญญาณได้ แต่ผู้ไร้หลับขั้นสูงทุกคนจะมี ‘สัมผัสวิญญาณ’ รุนแรงจนไม่ต้องพึ่งพาเนตรวิญญาณ

 

    ด้วยเหตุนี้ เหล่าผู้ไร้หลับ นักกวีเที่ยงคืน รวมถึงฝันร้าย ต่างไม่ค่อยเปิดใช้เนตรวิญญาณกันสักเท่าไร

 

    เฉกเช่นศาสตร์ทำนายอย่างลูกตุ้มวิญญาณ แท่งวิญญาณ รวมถึงทำนายฝัน หากผู้ไร้หลับต้องการศึกษาก็สามารถกระทำได้ แต่ประสิทธิภาพก็ยังด้อยกว่านักทำนายมือใหม่

 

    รวมถึงพิธีกรรมเวทมนตร์ด้วย

 

    ขณะไคลน์เดินสวนกับดันน์เพื่อเปลี่ยนงาน หัวหน้าเหยี่ยวราตรีกระซิบเสียงค่อย

 

    “ผมลืมบอกไป …สารวัตรทอเร่เป็นผู้ดูแลคดีนี้ เขากำลังรอคุณในห้องรับแขกของบริษัทหนามทมิฬ อย่าลืมเปลี่ยนชุดก่อนออกไป รวมถึงอินทรธนูกับบัตรประจำตัวใหม่ด้วย”

 

    ไคลน์ไม่ประหลาดใจ มันเพียงยิ้ม

 

    “อินทรธนูกับตราประจำตัวใหม่มาถึงแล้วหรือครับ? กรมตำรวจทำงานฉับไวมาก”

 

    …ตนเพิ่งกลายเป็นลำดับ 8 เมื่อวันก่อน

 

    “เพราะคดีนี้สำคัญมาก”

 

    ดันน์ขยับเก้าอี้และนั่งแทนไคลน์

 

    ชายหนุ่มเดินกลับขึ้นไปด้านบน มันไม่รีบร้อนออกไปยังห้องรับแขก จุดหมายแรกคือห้องพักผ่อนของเหยี่ยวราตรี ไคลน์ต้องการผ่อนคลายตัวเองในห้องน้ำส่วนตัวของเหยี่ยวราตรีสักพัก ด้านในประกอบด้วยชักโครก โถฉี่ และถังขยะ

 

    ถัดมา ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจพร้อมอินทรธนูใหม่—ดาวเงินสองดวง แสดงถึงตำแหน่งสารวัตร จากนั้นก็สวมหมวกตำรวจและจัดแจงให้เข้ารูป

    

    ขั้นตอนสุดท้ายคือย้ายการสิ่งของจิปาถะมายังชุดตำรวจ จำพวกยันต์เพลิงสุริยัน นกหวีดทองแดงของอะซิก วัตถุดิบประกอบพิธีกรรม รวมถึงสิ่งของปีกย่อยอื่น

 

    เมื่อเสร็จสรรพ ไคลน์คว้าไม้ค้ำพร้อมกับเดินออกจากห้องพักด้วยมาดทะมัดทะแมง

 

    มันผ่านฉากกั้นและพบสารวัตรทอเร่กำลังนั่งบนโซฟาตัวใหญ่

 

    ไคลน์ไม่ได้พบกับทอเร่นานแล้ว ครั้งสุดท้ายคือคดีของเซอร์เดอไวล์ ดูเหมือนสารวัตรร่างใหญ่ผู้นี้จะอ้วนขึ้นจากแต่ก่อนมากพอสมควร พุงยื่นเด่นชัด แถมเส้นผมและขนเครายังดกหนา ไม่ต่างกับหมีป่าเพิ่งหลุดออกจากคณะละคนสัตว์

 

    “ใช่คุณจริงด้วย …ได้ร่วมงานกันอีกแล้วนะครับ เป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

 

    เมื่อทอเร่เห็นเหยี่ยวราตรีคนคุ้นเคยเดินออกจากฉากกั้น มันกล่าวทักทายพร้อมกับยื่นอุ้งเท้าหมี—

 

    ไม่สิ …ฝ่ามือ 

 

    ไคลน์แก้คำผิดในใจ ก่อนจับมืออีกฝ่ายตอบตามมารยาท

 

    “ทางนี้ก็เช่นกัน”

 

    ทอเร่ชำเลืองมองดาวเงินสองดวงบนบ่าชายหนุ่มด้วยสีหน้าอิจฉา

 

    “พวกเรายศเท่ากันแล้ว …ยังผ่านมาไม่ถึงหนึ่งเดือนเลย”

 

    ตอนแรกไคลน์คิดจะตอบกลับไปว่า ‘ทางนี้ต้องเสี่ยงอันตรายมากกว่าสิบเท่า’ แต่มันฉุกคิดได้ว่าอาชีพใหม่ของตนคือตัวตลก

 

    …ลองดูสักตั้ง

 

    ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังวิญญาณเพื่อสำรวจใบหน้าตัวเองในมุมมองบุคคลสาม จากนั้นก็ควบคุมมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้ฉีกมุมปากสองข้างออกจนคล้ายตัวตลก

 

    “ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คุณอาจต้องเรียกผมว่า ‘ท่านเซอร์’”

 

    “…ฮะฮะ! มุกตลกของคุณเจ๋งมาก!” 

 

    ทอเร่หัวเราะพลางชี้ยิ้วไปยังประตู

 

    “พวกเราไปกันเลยไหม”

 

    “ตกลง” 

 

    ไคลน์ไม่เก็บไม้ค้ำเหมือนทุกที ในเมื่อมันกลายเป็นตัวตลก สมรรถภาพร่างกายจะช่วยให้ไม้ค้ำกลายเป็นอาวุธทรงพลัง

 

    หลังจากทั้งคู่เดินออกจากบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ หุ่นของพวกมันเกิดข้อเปรียบเทียบชัดเจน เนื่องจากฝั่งหนึ่งผอมเพรียว ส่วนอีกฝั่งอ้วนเป็นหมี

 

    “ผมคิดว่าถ้าพวกเราอยู่ในคณะละครสัตว์ ผู้ชมต้องหัวเราะพร้อมกับปรบมือให้แน่”

 

    ไคลน์ติดตลก · ทอเร่พยักหน้าสนับสนุน

 

    “ถูกต้อง ผมสัมผัสได้ว่า ความแตกต่างทางร่างกายมักถูกนำมาใช้สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมในคณะละครสัตว์ บางคณะเจาะจงเลือกใช้ตัวตลกอ้วนมากและผอมเป็นพิเศษ”

 

    …เปล่าเลย ฉันหมายถึงคนฝึกสัตว์กับหมีน้ำตาลต่างหาก 

 

    อย่างไรก็ตาม ไคลน์ตัดสินใจไม่หยาบคายกับอีกฝ่ายมากเกินไป

 

    “น่าเสียดาย ทิงเก็นไม่มีคณะละครสัตว์แบบถาวรสักที”

 

    “นั่นสินะ พวกเรามีแค่โอเปร่า โรงละคร และหอดนตรี”

 

    ทอเร่ตอบเสียงค่อย

 

    ทั้งสองสนทนาเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเดินถึงรถม้าตำรวจ ทันใดนั้น ไคลน์รีบวกกลับเข้าเนื้อหาของคดีทันที

 

    “แน่ใจแล้วหรือว่าส.ส. เมย์นาร์ดถูกฆาตกรรมโดยใครบางคน?”

 

    “ยังไม่แน่ใจ ของแบบนี้ไม่มีทางแน่ใจได้ ยิ่งไปกว่านั้น ด้านภรรยาและบุตรชายทั้งสองยังไม่ปักใจเชื่อว่าส.ส. เมย์นาร์ดจะเสียชีวิตกระทันหันจากปัญหาสุขภาพ แถมจุดเกิดเหตุยังพบความผิดปรกติบางอย่าง …ท่านส.ส. ตายในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน”

    

    ทอเร่กล่าวพลางครุ่นคิด

 

    “เขาไม่ได้นอนกับภรรยาหรือ?”

 

    ไคลน์เอนหลังพิงเบาะรถม้า มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าด้วยมาดเลียนแบบนักสืบในภาพยนตร์

 

    ทอเร่ส่ายศีรษะ

 

    “เปล่าครับ บังเอิญภรรยาของเขาต้องเดินทางไปเบ็คลันด์เพื่อร่วมงานลีลาศสำหรับชนชั้นสูง คุณอาจไม่ทราบ แต่เธอเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ขณะเดียวกันก็เป็นบุตรสาวของหนึ่งในสมาชิกสภาสามัญ 

 

    “ปัจจุบันกำลังเร่งเดินทางกลับทิงเก็นด้วยรถจักรไอน้ำ ความเห็นเบื้องต้นของเธอถูกส่งผ่านโทรเลข

 

    “กล่าวกันว่า ส.ส. เมย์นาร์ดได้เตรียมสมัครเข้าร่วมพรรคใหม่นี้ด้วย ในฐานะส.ส. ประจำเมืองทิงเก็นติดต่อกันนานกว่าสิบปี เขามีแผนลงสมัครท้าชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองทิงเก็นในปีถัดไป”

    

    “หรือก็คือ …เขาอาจถูกฆาตกรรมด้วยสาเหตุดังกล่าว?”

 

    ไคลน์ถามออกไปโดยไม่คิดมาก ก่อนจะฉุกคิดบางสิ่งได้ มันเพียงอมยิ้มมุมปากและกล่าวเสริม

 

    “…ลืมไปเลย งานของผมมีแค่การชันสูตรศพ คุณไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเมื่อครู่ก็ได้”

 

    ทอเร่ไม่ได้ถือสา มันเพียงถอนหายใจเบา

 

    “ชันสูตรศพสินะ …ใช้คำรอบคอบมาก

 

    “ส่วนข้อสันนิษฐานของคุณ ผมคงไม่สามารถยืนยันได้เต็มปาก แต่ก็มีโอกาสสูงพอสมควร 

 

    “ค่ำคืนก่อนส.ส. เมย์นาร์ดเสียชีวิต ได้มีการจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ในบ้านพักส่วนตัวของเขา แขกร่วมงานมีจำนวนมากเกินไป พวกเราไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ชัดเจน

 

    “ยิ่งไปกว่านั้น แขกแต่ละคนล้วนมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา มิอาจสืบสวนส่งเดชได้เลย”

 

    “เข้าใจแล้ว” 

 

    ไคลน์ผงกศีรษะก่อนจะซักถามถึงสภาพแวดล้อมจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย

 

    … 

 

    บ้านพักของเมย์นาร์ดอยู่ในเขตไม้ฟินิกซ์ ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ล้อมรอบด้วยลานหญ้าและแปลงดอกไม้ มีคอกม้า น้ำพุ รวมถึงทางเดินสร้างจากซีเมนต์

 

    ไคลน์ขยับจัดแจงปีกหมวกขณะเดินตามหลังทอเร่เข้าไป ทั้งสองแทรกตัวผ่านมวลมหาตำรวจจนกระทั่งผ่านประตูบ้านหลังเกิดเหตุ พวกมันได้รับความสนใจจากสายตาตำรวจรอบข้างจำนวนมาก

 

    ภายในห้องนั่งเล่น นายตำรวจยศรองสารวัตร ชายสองหญิงสี่ กำลังเร่งสอบปากคำแขกร่วมงานเพื่อรวบรวมเบาะแสโดยด่วน

 

    ไคลน์กวาดสายตามองรอบตัว มันได้พบสุภาพบุรุษสุภาพสตรีในชุดหรูหราจำนวนมาก

 

    “ทั้งหมดคือแขกพักค้างคืน”

 

    ทอเร่อธิบายพร้อมกับพาไคลน์เดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

 

    ระหว่างทาง ขณะตำรวจทั่วไปกำลังยืนปฏิบัติงาน พวกมันต่างรีบทำความเคารพเมื่อเหลือบเห็นไคลน์และทอเร่เดินผ่าน ไม่มีใครกล้ากีดขวางแม้แต่คนเดียว

 

    …คงเป็นเพราะดาวเงินสองดวงบนบ่า

 

    “ห้องนี้คือจุดพบศพส.ส. เมย์นาร์ด”

 

    ทอเร่กล่าวขณะหยุดยืนหน้าห้อง บานประตูไม้ถูกทาด้วยสีแดงเข้มสวยงาม

 

    ไคลน์ไตร่ตรองสักพักก่อนซักถาม

 

    “แขกคนใดถูกจัดแจงให้พักห้องนี้?”

 

    “ไม่มี เนื่องจากบ้านพักของส.ส. เมย์นาร์ด กว้างใหญ่จนรับแขกได้เหลือเฟือ ห้องนี้จึงไม่ถูกใช้งาน”

 

    ทอเร่ส่งสัญญาณบอกให้ตำรวจซึ่งกำลังยืนเฝ้าศพในห้องออกไปชั่วคราว จากนั้นก็หันมาพูดกับไคลน์

 

    “สารวัตรโมเร็ตติ …ฝากด้วยนะครับ”

 

    “ขอให้เทพธิดาอวยพร ขอให้ผมโชคดีได้พบเบาะแสบางสิ่ง”

    

    ไคลน์นำถุงมือสีขาวออกมาสวมก่อนจะปิดประตูห้องนอนพร้อมลงกลอนมิดชิด

 

    มันเดินตรงไปยังปลายเตียง สายตาเพ่งพิจารณาจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด 

 

    ชายหนุ่มพบว่าผ้าคลุมเตียงสีแดงยับยู่ยี่ผิดธรรมชาติ ด้านบนผ้าแดงเป็นศพมนุษย์เพศชายถูกคลุมด้วยผ้าขาว

 

    ปัจจุบัน ไคลน์ค่อนข้างมีประสบการณ์ในด้านนี้ มันจึงดึงผ้าคลุมศพออกโดยไม่ลังเล และได้พบร่างส.ส. เมย์นาร์ดตามคาดหมาย

 

    อายุราวสี่สิบ ผมทองถูกตัดสั้นเป็นระเบียบ สีหน้าของศพเป็นการผสมผสานระหว่างความเจ็บปวดและความสุข

 

    ชายหนุ่มถอยหลังสองก้าวพร้อมกับหยิบขวดวัตถุดิบออกมาเตรียมประกอบพิธีกรรมสื่อวิญญาณ

 

    เมื่อกลิ่นหอมสุขสงบเริ่มฟุ้งรอบตัว ไคลน์เริ่มท่องประโยคทำนายด้วยเสียงแผ่วเบา

 

    “สาเหตุการตายของส.ส. เมย์นาร์ด

 

    “สาเหตุการตายของส.ส. เมย์นาร์ด”

    

    … 

 

    ขณะท่อง ชายหนุ่มเดินไปนั่งเก้าอี้พนักสูงภายในห้องอย่างไม่รีบร้อน

 

    เมื่อนัยน์ตากลายเป็นสีดำสนิท มันเอนหลังพิงเก้าอี้และนั่งหลับไปในเวลาอันสั้น

 

    … 

 

    ท่ามกลางโลกมายาพร่ามัว ไคลน์เห็นตัวเอกในนิมิตเป็นสุภาพบุรุษเจ้าของศพ

 

    ด้วยดวงตาสีฟ้าเบิกโพลง เมย์นาร์ดกำลังโน้มตัวคร่อมร่างสตรีรูปร่างสมส่วนผิวพรรณขาวเนียน อวัยวะท่อนล่างของมันรัวกระทุ้งใส่หล่อนไม่หยุดหย่อนพลางส่งเสียงเหนื่อยหอบเป็นระยะ

 

    เมื่อเสร็จกามกิจ ใบหน้าเมย์นาร์ดพลันสุขสมสุดขีด แต่ทันใดนั้นกลับใช้มือขวากุมหน้าอกพร้อมแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวด

 

    ตุ้บ.

 

    เมย์นาร์ดล้มฟุบบนเตียง 

 

    ภาพความฝันไคลน์แตกละเอียดคล้ายเศษกระจก จากนั้นก็ลืมตาตื่นขึ้นจากนิมิต

 

    …นี่มันเหมือนกับ 

 

    …ได้ดูหนังโป๊

 

    ขณะเดียวกันก็หมายความว่า เมย์นาร์ดเสียชีวิตเพราะใช้แรงมากเกินไป? 

 

    ไคลน์คิกคักเสียงค่อยพลางบีบนวดขมับ

 

    มันหยิบปากกากับกระดาษออกมาพร้อมกับเริ่มประกอบพิธีกรรมใหม่ คราวนี้เป็นการวาดภาพหญิงสาวในนิมิตโดยอาศัยพลังมิติสายหมอกเข้าช่วย

 

    แน่นอน ไคลน์วาดเฉพาะส่วนศีรษะ ถึงจะจดจำท่อนล่างได้แม่นยำก็ตาม

 

    อีกฝ่ายคือหญิงสาวงดงามจนยากระบุอายุชัดเจน มองผิวเผินอาจคล้ายสตรีวัยสามสิบ แต่ก็ยังหลงเหลือความอ่อนเยาว์ให้เห็น ดวงตากระจ่างสดใส ใบหน้าเลอโฉมไร้จุดตำหนิ

 

    ไคลน์ยืนพิจารณาฝีมือวาดภาพของตนพลางสลายกำแพงวิญญาณรอบตัวทิ้ง

 

    เมื่อเสร็จสิ้นการสืบสวน ชายหนุ่มเตรียมตัวออกจากจุดเกิดเหตุ มันเอื้อมมือไปหยิบไม้ค้ำซึ่งวางพิงขอบเตียงไว้ 

 

    ทันใดนั้น ไคลน์ได้ยินใครบางคนกระแอมล้างคอเสียงดังฟังชัดในระยะประชิด เส้นขนทั่งร่างมันพลันตั้งชันพร้อมเพรียง

 

    ชายหนุ่มรีบหันกลับไปมองเตียงนอน และได้พบศพเมย์นาร์ดกำลังใช้สองมือขยำผ้าปูเตียงสีแดงสดจนเส้นเลือดปูดโปน

 

    เกิดเสียง ‘ฟุ่บ’ แผ่วเบาหนึ่งหน

 

    สมาชิกรัฐสภาซึ่งควรเสียชีวิตตั้งแต่สามทุ่มถึงห้าทุ่มของเมื่อคืนวาน …ทำการดีดตัวขึ้นมานั่งพร้อมกับฟองน้ำลายฟูมท่วมปาก

 

    ดวงตาแดงฉานเบิกโพลงจ้องเขม็งตัวตลกมือใหม่อย่างไม่กระพริบ

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...