ตอนที่แล้วบทที่ 69: ระดับมัชฌิม!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 71: อุปกรณ์เวทละอองดาราวิญญาณ!

บทที่ 70: แก่นแท้จิตวิญญาณ!


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 70: แก่นแท้จิตวิญญาณ!

“อ้ะ ขอโทษที่ฉันมาช้า อ่า ฉือต้าฮวงไม่เป็นไรใช่ไหม?” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่ด้านบนของตึกเก่าๆริมถนน ใต้เท้าของเขานั้นมีเมฆหมอกและดวงดาวแพรวพราวซึ่งค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ

แน่นอนว่าชายผู้นี้คือหยางซัวเห่อและเป็นนักเวทระดับมัชฌิมที่อยู่ใกล้สถานที่แห่งนี้ที่สุด โชคดีเหลือเกินที่ฉือต้าฮวงและไฉ่ถังแจ้งเตือนเขาได้ทันเวลา

หยางซัวเห่อรู้สึกหดหู่ในใจเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปในห้างใหญ่ในเมือง เขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้คนมากมายที่ยังไม่รู้เรื่องว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย

ถ้าหากว่าหมาป่าตาเดียวตัวนี้สามารถพัฒนาไปถึงขั้นสูงสุดได้สำเร็จและได้วิ่งเข้าไปในห้างแห่งนั้นได้ …ไม่อยากจะคิดว่าภาพตรงหน้าจะต้องโหดร้ายมากขนาดไหน เขาคงไม่อาจทนดูสถานการณ์เช่นนั้นได้แน่นอน!

หยางซัวเห่อนั้นอยู่ในสมาคมนักเวทภายในเมืองบ่อมานานหลายปี เขาได้พบเจอกับนักเวทหลากหลายรูปแบบ ฉือต้าฮวงนั้นอยู่ในทีมหน่วยล่าล้างเมืองซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงนักเวทระดับปฐมภูมิเท่านั้น แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าตาเดียวที่กำลังพัฒนาตัวเองไปยังขั้นสูงสุด พวกเขากลับยืนหยัดที่จะต่อสู้แทนที่จะถอยออกไปเพื่อรักษาชีวิต การกระทำเช่นนี้ทำให้หยางซัวเห่อรู้สึกประทับใจอย่างมาก!

“ผิวหนังของเขาแค่ฉีกขาด อวัยวะภายในนั้นยังสมบูรณ์และอยู่ครบ เขายังมีชีวิต ขอบคุณพระเจ้า!” หลี่เหวินเจี่ยกล่าวออกมาในขณะที่ใช้ผ้าคลุมซับเลือดที่หน้าอกของฉือต้าฮวงอย่างระมัดระวัง

แน่นอนว่าจิตใจของหลี่เหวินเจี่ยนั้นไม่ได้คิดดั่งเช่นกัปตันของเขา ภายในใจเขาเต็มไปด้วยความสับสนว่าเหตุใดกัปตันฉือต้าฮวงจึงต้องยอมสละชีวิตที่มีค่าของตนกับชีวิตของผู้คนธรรมดาเหล่านั้นด้วย? ชีวิตของนักเวทย่อมสำคัญกว่าไม่ใช่หรือ?

“ตอนนี้ฉันได้เรียกนักเวทรักษาแล้ว พวกเขากำลังรีบมาที่นี่ ตอนนี้พวกนายคิดหาวิธีห้ามเลือดให้กับฉือต้าฮวงก่อนแล้วกัน ส่วนฉันจะเอาชีวิตของสัตว์ประหลาดตัวนี้เอง!” หยางซัวเห่อกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาด

หลังจากที่เขากล่าวจบ ร่างของหยางซัวเห่อหายไปในพริบตา โม่ฝานมองเห็นแค่เพียงละอองดาวเป็นริ้วๆเท่านั้นที่เขาทิ้งไว้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาปรากฏตัวขึ้นใกล้กับอสูรเวทที่นอนอืดอยู่เนื่องจากโดนคลื่นยักษ์พัดโถมเมื่อครู่

โม่ฝานเดินมาตามทางที่นักเวทขั้นมัชฌิมมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขายืนอยู่สุดทางของถนนแล้ว สายตาของเขาสอดส่องไปทั่วบริเวณเพื่อมองหาหมาป่าตาเดียว

นักเวทขั้นมัชฌิมนั้นแข็งแกร่งกว่านักเวทระดับปฐมภูมิหลายเท่า โม่ฝานนั้นไม่อาจทำอะไรหมาป่าตาเดียวได้เลย แต่ทว่านักเวทระดับมัชฌิมใช้เพียงคลื่นวารีเพียงครั้งเดียวกลับทำให้มันกลายเป็นครึ่งเป็นครึ่งตายอย่างไม่น่าเชื่อ!

เมื่อคิดเช่นนั้น ดูเหมือนว่าคลื่นนั้นจะรุนแรงอย่างมากจริงๆ แต่อย่างน้อยมันก็ควรจะหลงเหลือกระดูกของมันไว้สักหน่อยสิ มันกลิ้งไปอยู่ในเศษซากของกองตึก สิ่งแวดล้อมโดยรอบตอนนี้ราวกับเพิ่งผ่านคลื่นยักษ์ที่หนักหน่วงมาก็มิปาน ทั้งหมดเปรียบดั่งขยะที่กองอยู่ริมหาดอย่างช่วยไม่ได้

หยางซัวเห่อนั้นไม่ต้องการที่จะปล่อยหมาป่าตาเดียวให้หนีรอดไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากตัวของมันคือหายนะครั้งใหญ่สำหรับชาวเมือง… เขาปรากฏขึ้นด้านบนร่างกายของมันอย่างช้าๆด้วยคาถาลม

“วายุหมุน!”

สิ้นเสียงการร่ายคาถา หยางซัวเห่อเปลี่ยนจากนักเวทธาตุน้ำกลายเป็นนักเวทธาตุลมในทันที

คาถาเวทที่รุนแรงทำให้บรรยากาศโดยรอบหยุดเคลื่อนไหวในทันที!

อากาศโดยรอบเงียบสงัดโดยทันควัน บรรยากาศทั้งหมดเต็มไปด้วยความเฉื่อยชาราวกับสุดศูนย์กลางของพวกมันได้เปลี่ยนไปแล้ว

โม่ฝานวิ่งมาได้ทันเวลาพอดี เขาได้เห็นนักเวทระดับมัชฌิมลงมือกำลังร่ายเวทอยู่อย่างโอ่อ่า! เขาใช้มือเพียงข้างเดียวชูขึ้นไปเหนือศีรษะ! ใต้ฝ่าเท้าและด้านบนศีรษะของเขาเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายซึ่งเป็นภาพที่งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ!

ฟวู่วววววว!!

มันไม่ใช่สายลมที่อ่อนโยนและไม่ใช่อุโมงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้โม่ฝานกำลังมองสภาพอากาศโดยรอบที่กำลังไหลไปหาเขาอย่างรวดเร็ว ทุกสิ่งอย่างราวกับกำลังถูกดูดเข้าไป!

ภายในพริบตาพายุหมุนขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา

พายุหมุนที่ร้ายแรงนี้ดูดหมาป่าตาเดียวเข้าไปที่ใจกลางพร้อมกับหมุนมันขึ้นไปบนอากาศกว่ายี่สิบเมตรเหนือพื้นดิน

เวทลมที่ร้ายกาจเช่นนี้ทำให้โม่ฝานยืนมองด้วยความตื่นตระหนกระคนประทับใจ

สุดท้ายพายุหมุนตรงหน้าค่อยๆสลายหายไป หมาป่าตาเดียวที่ตัวเล็กจ้อยได้ร่วงหล่นลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลกทันที!

ตู้มม!!!

เกิดรอยเว้าขนาดใหญ่บนพื้นซีเมนต์ที่แข็งแกร่งราวกับปากปล่องภูเขาไฟ

ร่างกายของหมาป่าตาเดียวถูกฉีกขาดออกจากกันโดยสมบูรณ์ เลือดเนื้อของมันกระเด็นแยกชิ้นส่วนออกไปทุกหนแห่ง

ตั้งแต่ต้นจนจบหมาป่าตาเดียวไม่มีสิทธิ์ได้ส่งเสียงร้องแม้แต่นิดเดียว… มันอาจไม่ทันได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดก็เป็นได้ ความสามารถของนักเวทระดับมัชฌิมนั้นน่าเกรงขามเกินไป!

“ตายแล้วเหรอ…?” โม่ฝานถามออกมาพร้อมกับเดินไปตรงหน้าอย่างไม่เชื่อ

“อืม ตาย!” หยางซัวเห่อเห็นว่าโม่ฝานกำลังเดินมา เขากล่าวตอบพร้อมกับเผยยิ้มกว้าง

“ผม… สามารถเข้าไปดูได้ไหม?” โม่ฝานถามอย่างกล้าๆกลัวๆ

“แน่นอน เข้ามาดูได้ โอ้! ถ้าฉันจำไม่ผิด นายเป็นนักเวทสายฟ้าใช่ไหม?”

“ครับ”

“หนุ่มน้อย นายทำได้ดีมาก พวกเราชาวสมาคมนักฆ่าจะจับมือกับรัฐบาลเพื่อมอบรางวัลให้นาย!” หยางซัวเห่อกล่าวออกมาพร้อมกับตบบ่าของโม่ฝานเบาๆ

โม่ฝานยิ้มรับเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปหาหมาป่าตาเดียว มันไม่เหลือความน่ากลัวก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ขณะนั้นเขาล้วงไปที่จี้ทมิฬที่ห้อยคอออกมาช้าๆ

จี้ทมิฬสั่นไหวราวกับดีใจ มันตื่นเต้นมากเมื่ออยู่ต่อหน้าหมาป่าตาเดียว ตอนนี้ราวกับว่ามันกำลังร้องเรียกหาอะไรบางอย่าง…

วิญญาณของหมาป่าค่อยๆออกจากปากของมันอย่างช้าๆ…

โม่ฝานมองเห็นวิญญาณหมาป่าตาเดียวอย่างชัดเจน มันกำลังสั่นไหวเล็กน้อยราวกับไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหน

จี้ทมิฬเปล่งประกายลำแสงเรืองรองออกมา จากนั้นวิญญาณของหมาป่าราวกับค้นพบแล้วว่าจุดหมายของมันคือแห่งหนใด….

มันรีบดูดซึมพลังวิญญาณของหมาป่าเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งเสียงเรอออกมาหลังจากนั้นดังสนั่น ราวกับเด็กน้อยที่อิ่มอร่อยกับอาหารตรงหน้าอย่างมีความสุข

‘เวลานี้มัน… มัน… มันไม่เหมือนกับตอนได้ดูดกลืนวิญญาณทั่วไปเลย!’

หลังจากที่จี้ทมิฬได้ดูดซับวิญญาณของหมาป่าจนหมดสิ้นแล้ว โม่ฝานรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม

ก่อนหน้านี้หลังจากเขาได้ดูดซึมเอาพลังวิญญาณที่หลงเหลือจากอสูรเวทต่างๆ มันทำได้เพียงส่องแสงออกมาบางๆเท่านั้น เขาคิดว่าการมีจี้ทมิฬไว้เช่นนี้ก็คงจะดีกว่าไม่มีอะไรเลย เพราะไม่เคยได้เห็นว่ามันจะดูดซับอะไรได้ดีไปมากกว่านี้

แต่อย่างไรก็ตามการดูดซึมในครั้งนี้แปลกไปกว่าครั้งก่อน มันจัดการกับวิญญาณหมาป่าจนหมดสิ้นพร้อมทั้งเปล่งแสงและส่องเสียงออกมาอย่างมีความสุข… มันมีชีวิต?

เป็นไปได้รึเปล่าที่ครั้งนี้มันได้รับจิตวิญญาณแก่นแท้?

นึกย้อนไปก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่าไฉ่ถังได้บอกว่าหมาป่าตนนี้ได้ดูดซับพลังงานจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใต้ดินของเมืองบ่อก่อนที่จะมาซ่อนตัวอยู่ในอาคารร้างเหล่านี้เพราะมันรอคอยเวลาที่จะพัฒนาตัวเองให้ไปสู่ขั้นสูงสุด กล่าวก็คือหมาป่าตัวนี้ได้รับแหล่งพลังชั้นดีและมันแข็งแกร่งพอที่จะพัฒนาได้

ซึ่งถ้าหากคิดถึงเหตุผลนี้แล้วเป็นไปได้สูงมากที่มันจะมีแก่นแท้จิตวิญญาณ!

มีเพียงนักเวทสายวิญญาณเท่านั้นที่จะสามารถเก็บแก่นแท้จิตวิญญาณได้ ถ้าหากนักเวทระดับกลางหยางซัวเห่อนั้นไม่ได้พกอุปกรณ์ที่สามารถเก็บเกี่ยววิญญาณเหล่านี้ได้ติดตัวมาด้วย เขาก็จะไม่สามารถมองเห็นแก่นแท้จิตวิญญาณได้เลย

แก่นแท้จิตวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก มันคงอยู่ได้เพียงสามนาทีเท่านั้นหลังจากอสูรเวทตายตกไป จากภาพที่เห็นตรงหน้านั้นชัดเจนว่าหยางซัวเห่อไม่สนใจวิญญาณพวกนี้แม้แต่น้อย เขาไม่เหลียวแลซากศพของมันด้วยซ้ำ!

บางทีนักเวทระดับมัชฌิมผู้นี้อาจจะไม่คาดคิดว่าเด็กอย่างเขาจะวิ่งมาเก็บวิญญาณของมันก็ได้… เมื่อเขาหันหลังและทิ้งขยะไว้ให้ผู้อื่นมาเก็บกวาด โม่ฝานได้จัดการจัดเก็บแก่นแท้จิตวิญญาณมูลค่าห้าล้านหยวนมาเรียบร้อยแล้ว!

แน่นอนว่ามูลค่าของหมาป่าตาเดียวที่กำลังจะพัฒนาไปสู่ขั้นสูงสุดนั้นแพงมาก แต่ทว่ามันไม่สำคัญกับเขามากนักหรอกเพราะว่าแก่นแท้จิตวิญญาณนั้นไม่ใช่สิ่งที่พบเจอได้โดยง่าย!

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด