ตอนที่แล้วตอนที่ 79 หัวหมู
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 81 สูตรลับ

ตอนที่  80  สร้างปัญหา

 

หยูเสี่ยวเฉ่าถามอย่างจริงจังว่า  “ครั้งหน้าที่ฆ่าหมูอีก  ท่านลุงช่วยเก็บเลือดหมู, ผ้าขี้ริ้วหมู, และไส้หมูไว้ให้หน่อยได้ไหมคะ?  ข้าจะจ่ายเงินให้ด้วย……”

 

คนขายเนื้อสงสัยมากจึงถามขึ้นว่า  “จะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร?  แม่หนูน้อย  ของพวกนี้ทั้งเหม็นทั้งสกปรก  ไม่อร่อยเลยนะ”

 

หยูเสี่ยวเฉ่ายิ้มมีเลศนัยและพูดว่า  “ข้ารู้ค่ะแต่ข้ามีวิธีใช้มันอยู่  เอางี้เป็นไงคะ?  ข้าจะสั่งของพวกนี้ในราคา 2 อีแปะ  ปกติท่านลุงก็ทิ้งพวกมันอยู่แล้ว  แต่ถ้าท่านลุงขายให้ข้า  ท่านลุงก็จะได้เงินเพิ่มอีก 2 อีแปะนะคะ!

 

การค้าของคนขายเนื้อหวังดีมากอยู่แล้ว  เขาไม่สนใจเงิน 2 อีแปะหรอก  เขายิ้มและพูดว่า  “ตกลง  ตกลง!  ลุงจะเก็บเอาไว้ให้  แต่เจ้าไม่ต้องจ่ายเงินหรอก  คิดซะว่าเป็นของขวัญจากลุงคนนี้ก็แล้วกัน  วันหน้าถ้าครอบครัวของเจ้าอยากซื้อเนื้อก็อย่าลืมมาอุดหนุนร้านของลุงล่ะ  แค่นั้นก็พอแล้ว”

 

“เจ้าอยากให้ใช้เชือกฟางผูกหัวหมูให้รึเปล่า?  เดี๋ยวลุงจะไปเอาผ้าขี้ริ้วหมูกับไส้หมูที่บ้านให้ด้วย”  คนขายเนื้อหวังไม่ลืมเอาฟางข้าวมารองด้านในตะกร้าของเสี่ยวเฉ่า  เขากลัวว่าผ้าขี้ริ้วกับไส้หมูจะทำให้ปลาที่ก้นตะกร้าสกปรก

 

เสี่ยวเฉ่าอนุญาตให้เขาเอาหัวหมูใส่เข้าไปในตะกร้าด้วย  เธอถือว่านี่เป็นการเดินทางที่คุ้มค่าเพราะเธอทำกำไรได้มากทีเดียว  หลังจากนั้นเธอก็ใช้เงินอีก 10 อีแปะซื้อน้ำมันถั่วเหลือง 1 ไห  ตะกร้าเต็มไปด้วยข้าวของจนแทบล้น  มันจึงหนักมาก  ฉีโตวหยิบไม้ขึ้นมาจากริมถนน  สองพี่น้องใช้ไม้นั่นเป็นคานหามตะกร้า  ระหว่างทางกลับบ้านพวกเขาเดินบ้างหยุดพักบ้างเป็นระยะ  เพราะอย่างนั้นกว่าพวกเขาจะกลับบ้านก็ช่วงบ่ายโน่นเลย

 

พวกเขาเพิ่งเดินมาถึงทางเข้าหมู่บ้านก็เห็นร่างที่คุ้นเคยเดินกลับไปกลับมาอยู่  เมื่อเจ้ากวางโรตัวน้อยเห็นสองพี่น้อง  มันก็วิ่งเข้าหาพวกเขาทันที  มันวิ่งไปที่เท้าของเสี่ยวเฉ่าเป็นคนแรกแล้วทำท่าเหมือนเด็กเอาแต่ใจ  มันเอาหัวถูกับขาของเธอสองสามครั้ง  หลังจากนั้นก็วิ่งเข้าไปหาฉีโตวเพื่อเล่นกับเขา

 

“ฮ่าๆ!  เจ้าตัวเล็ก  ไม่เจอกันครึ่งวันคิดถึงข้ารึเปล่า?  เจ้าตัวเล็กของเราฉลาดที่สุดเลยเนอะ  พี่สาม  ข้ากลัวว่าเราจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสี่ยวทังหยวนของท่านพี่วิ่งไปไหน  ท่านพ่อพูดถูก!  จะให้ลูกแมวหลงทางสนิทด้วยน่ะยาก!”  ฉีโตวกอดเจ้ากวางโรเอาไว้ขณะที่มันเลียใบหน้าของเขา  หน้าเขาเต็มไปด้วยน้ำลายแต่เขาก็ยังรู้สึกพอใจ

 

ลูกแมวสีทองที่เป็นร่างแปลงของหินศักดิ์สิทธิ์หยิ่งยโสมาก  มันไม่สนใจใครในครอบครัวเลยนอกจากเสี่ยวเฉ่า  ฉีโตวอยากสนิทกับมันมากขึ้น  แต่เขากลับถูกมันข่วนเอา  ฉีโตวชอบลูกแมวแต่เขาก็กลัวมันด้วย  เขาก็เลยทำตัวเป็นองุ่นเปรี้ยว

 

เสี่ยวเฉ่าเห็นว่าตลกดี  เธอหยิกแก้มฉีโตวแล้วพูดว่า  “อะไร?  โดนเสี่ยวทังหยวนรังแกอีกแล้วเหรอ?  เจ้าเก็บความแค้นกับลูกแมวไว้มากไปรึเปล่า”

 

ตั้งแต่หินศักดิ์สิทธิ์มีร่างกายมันก็จะเอาร่างจริงๆของมันไปหาน้ำที่มีพลังวิญญาณมากๆในป่า  ทุกวันมันจะออกไปแต่เช้าและกลับซะดึก  มันจะแช่อยู่ในน้ำตลอดทั้งวันและกลับบ้านตอนกลางคืน

 

เสี่ยวเหลียนเดินไปมารอบทางเข้าหมู่บ้านอยู่นานแล้ว  นางวิ่งเข้ามาพร้อมกับอ้าปากหอบ  พอนางรับตะกร้าไปจากน้องๆก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักของตะกร้า

 

ตอนพวกเขาออกจากบ้าน  ตะกร้าไม่ได้หนักขนาดนี้  ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเหลียนรู้สึกถึงน้ำหนักในตะกร้า  นางก็คิดว่าพวกเขาขายเครื่องในไก่ตุ๋นไม่ได้เลย  จึงปลอบน้องๆว่า  “คืนนี้เรามีอาหารอร่อยๆเยอะเลยซิ  เมื่อวานได้ชิมแค่นิดๆหน่อยๆจะไปรู้รสชาติอะไร  แต่คืนนี้เราจะได้กินจนอิ่มเลย  เพราะน้องสามเลยนะเนี่ย  มื้อเย็นเราวันนี้หรูหรากว่าตอนปีใหม่ซะอีก”

 

เสี่ยวเฉ่ากำลังจะโอดครวญเรื่องความอยากอาหารของนาง  แต่ฉีโตวอดรนทนไม่ไหวจึงตะโกนออกมาเสียงดัง  “พี่สอง  วันนี้เราขายอาหารตุ๋นหมดเกลี้ยงเลยนะ  แถมยังมีไม่พอขายด้วยซ้ำ!  เดาซิว่าเราได้เงินมาเท่าไหร่?  เดาเร็วๆซิ”

 

“ขายหมดเลยเหรอ?”  เสี่ยวเหลียนอ้าปากค้างอย่างประหลาดใจ  “ข้าต้องเดาด้วยเหรอ?  ก็ข้าเป็นคนแบ่งอาหารใส่ห่อเอง  แล้วก็นับไว้แล้วด้วย  มีทั้งหมด 60 ห่อ  ห่อละ 1 อีแปะได้มากสุดก็ 60 อีแปะนั่นแหละ  ว่าแต่พวกเจ้าขายหมดเลยจริงๆเหรอ?”

 

เมื่อเสี่ยวเฉ่าเห็นสีหน้าไม่แน่ใจของพี่สาวเธอก็หัวเราะคิกแล้วตอบว่า  “ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็ขายหมดเกลี้ยงแล้ว!  แถมไม่พอขายด้วยซ้ำ!  ทุกคนพากันถามแต่ว่าพรุ่งนี้ข้าจะขายอีกรึเปล่าด้วย  ขนาดผู้ดูแลสินค้าจากเมืองหลวงก็ยังชมอาหารตุ๋นของเราเลยนะ”

 

“ยอดไปเลย!  แต่แย่จัง  ท่านป้าโจวไม่ได้มีโอกาสฆ่าไก่มากๆแบบนั้นบ่อยนักหรอก……”  เสี่ยวเหลียนดีใจมากกับผลที่ได้ในวันนี้  แต่นางก็รู้สึกเสียใจเพราะมันเป็นโอกาสทำธุรกิจแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

 

แต่นางก็ดึงตัวเองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว  นางกะน้ำหนักตะกร้าในมือแล้วถามว่า  “น้องสามซื้ออะไรมาน่ะ?  คงไม่ได้ใช้เงิน 60 อีแปะไปหมดแล้วหรอกนะ  มิน่าท่านแม่ถึงชอบพูดว่าเจ้าไม่เคยเก็บเงินได้เลย……”

 

“เปล่าสักหน่อย!  ข้าใช้ไปแค่ 16 อีแปะเองนะ  ครั้งนี้เราได้ทุนคืนมาแล้ว  คราวหน้าเราจะได้แต่กำไรแล้วล่ะ  พอเรามีเงินมากพอเราก็จะสร้างเพิงขายของที่ท่าเรือด้วย  ข้าจะขายอาหารตุ๋นทุกประเภทเลย!”  เสี่ยวเฉ่าตบกระเป๋าตัวเอง  เธอมั่นใจในอาหารตุ๋นของเธอมาก

“เสี่ยวเหลียน  เสี่ยวเฉ่า  ฉีโตว  พวกเจ้า 3 คนมาทำอะไรที่นี่?”  ภรรยาของคนเซ่อซ่าประจำหมู่บ้านจ้องไปที่ตะกร้าในมือของเสี่ยวเหลียน  นางถามพลางหัวเราะ

 

รู้กันดีในหมู่บ้านว่าภรรยาของคนเซ่อซ่าเป็นคนชอบนินทา  เธอกับนางหลี่เข้าคู่กันได้ดี  ความสามารถในการซุบซิบนินทาของพวกเธอสูสีกันเลยล่ะ

 

เสี่ยวเหลียนไม่อยากสนใจ  นางจึงตอบให้ผ่านๆไปว่า  “น้องสามบอกว่าอยากไปดูที่ท่าเรือ  ข้าก็เลยให้ฉีโตวพาไป  ท่านอาหญิง  น้องๆของข้ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย  พวกเราขอตัวก่อนนะคะ……”

 

ภรรยาของคนเซ่อซ่ามองสามพี่น้องที่รีบเดินจากไป  แล้วพูดแดกดันว่า  “เอาตะกร้าไปเล่นที่ท่าเรือเนี่ยนะ  ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในตะกร้าแฮะ  แต่หลี่กุ้ยฮวาบ่นว่าเงินที่ผัวกับพ่อผัวเอากลับบ้านน้อยกว่าเมื่อก่อนใช่ไหม?  เป็นไปได้ไหมว่าเฒ่าหยูจะแอบเอาปลาให้เด็กพวกนั้น?  ไม่ได้การละ  ข้าต้องไปบอกนางแล้ว!

 

ภรรยาของคนเซ่อซ่าไปหานางหลี่  และเล่าเรื่องให้ฟังพร้อมกับใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปอีก  เมื่อนางหลี่ได้ยินเข้านางก็โกรธมาก  มิน่าช่วงนี้พวกเขาถึงได้เงินจากการขายปลาน้อยลง  ที่แท้ก็แอบไปช่วยลูกรองนี่เอง

 

เสี่ยวเฉ่ากับพี่น้องของเธอเพิ่งกลับถึงบ้านและยังไม่ทันจะเอาของในตะกร้าไปวางในครัวเลย  นางหลี่ก็ตามหลังพวกเขาเข้ามาติดๆ

 

นางเตะประตูหน้าบ้านของเสี่ยวเฉ่าออกดังปัง  ถ้าไม่ได้สร้างประตูใหม่ก็คงพังไปแล้วแน่ๆ  นางหลี่ยังไม่ทันเดินเข้าประตูมาก็ส่งเสียงโวยวายนำไปก่อนแล้ว  “น้องรอง  ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!  เราแยกบ้านกันแล้วเจ้ายังเกาะติดตาเฒ่านั่นคอยสูบเลือดเขาอยู่อีกเหรอ!  ยังมีสำนึกอยู่บ้างรึเปล่า?  คืนของที่เอาไปจากเขามาเร็วเข้า”

 

หยูไห่กำลังทำภาชนะไม้ไผ่อยู่ในสนาม  เขางงและไม่เข้าใจว่านางตะโกนด่าเรื่องอะไร  จึงตอบว่า  “พี่สะใภ้มาด่ากันมั่วๆแบบนี้ไม่ได้นะ  หลังจากแยกบ้านมาแล้ว  ข้าก็ไม่ได้อะไรจากครอบครัวอีกเลยนะ  จะกล่าวหาคนอื่นก็ต้องมีหลักฐานนะท่านพี่”

 

“เฮอะ!  ไม่ได้เอาอะไรมาเลยงั้นเหรอ?  งั้นเจ้าสร้างบ้านหลังนี้ได้ยังไง?  ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านอีกล่ะ  อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนั่นได้จากครอบครัวของน้องสะใภ้น่ะ  เราก็รู้กันดีว่าบ้านหลิวเป็นยังไง  พวกเขาจะมีปัญญาเอาเงินมาให้พวกเจ้าเป็นสิบๆตำลึงได้ยังไง?  อยากได้หลักฐานงั้นเหรอ?  ดี!  ของในตะกร้านั่นไงล่ะหลักฐาน!

 

นางหลี่มองไปรอบสนาม  จากนั้นนางก็ชี้ไปที่ตะกร้าที่เสี่ยวเหลียนเพิ่งวางลงพร้อมกับเหยียดยิ้มอย่างเย็นชา

โชคดีที่ครอบครัวของเสี่ยวเฉ่าอาศัยอยู่ห่างจากหมู่บ้าน  มีเพื่อนบ้านอยู่แค่สองสามครอบครัวเท่านั้น  ไม่งั้นเสียงของนางหลี่คงเรียกผู้คนให้มามุงกันได้แล้ว  แต่ถึงอย่างนั้นนางเหมาเพื่อนบ้านของพวกเขาจากด้านตะวันตกก็พิงประตูหน้าของนางแล้วพยายามแอบฟังสิ่งที่เกิดขึ้น  นางฟางก็มาและพยายามเกลี้ยกล่อมนางหลี่เช่นกัน

 

โชคดีที่วันนี้เป็นวันที่นางหลิวต้องเข้าเมืองไปรับงานซักผ้า  ไม่งั้นคำพูดของนางหลี่คงทำให้เธอโกรธแน่ๆ

เสี่ยวเฉ่าที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็เทน้ำทิ้งลงพื้นเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาของนางหลี่  น้ำร้อนนั่นเกือบราดลงบนเท้าของนางหลี่  เสี่ยวเฉ่าพูดว่า  “อยากคิดบัญชีเหรอ?  ได้!  งั้นมาคิดกันให้ละเอียดเลย!  เอาแค่เงินที่ได้จากการขายสัตว์ที่ท่านพ่อของข้าล่าได้บนภูเขาก็มากกว่า 10 ตำลึงต่อปีแล้ว  ข้าจะไม่ย้อนนานเกินไปแล้วกัน  เอาแค่ตั้งแต่ตอนที่ฉีโตวเกิด  6 ปีแล้วท่านพ่อให้เงินท่านย่าอย่างน้อย 60 ตำลึง  หักค่าใช้จ่าย 2 ตำลึงต่อปี  อย่างน้อยๆก็จะเหลือ 50 ตำลึง  แล้วก็ยังมีเงินที่ได้จากการตกปลา  ต่อให้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำวันก็ยังมีเหลือ”

 

“ใช่  เราใช้เงินรักษาอาการบาดเจ็บของท่านพ่อไป 10 กว่าตำลึง  อ่ะปัดให้เป็น 20 ตำลึงก็ได้  งั้นอย่างน้อยก็ควรมีเงินเหลือประมาณ 30 ตำลึง  ตอนเราแยกบ้านเราได้เงินมาเท่าไหร่นะ?  พวกท่านป้าทำเหมือนกำลังพยายามกำจัดพวกขอทาน  แล้วให้เงินเรามาแค่ 2 ตำลึง”

 

“บ้านที่เราอยู่มันพังแล้ว  น้ำก็รั่วเข้ามาได้ง่ายๆ  อาหารที่เราได้จากการแยกบ้านไม่พอกินถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำ  เงิน 2 ตำลึงจะไปทำอะไรได้?  ถ้าไม่ใช่เพราะท่านยายยืมเงินมาให้เรา  กับพวกท่านลุงชาวบ้านที่มาช่วยเราสร้างบ้านใหม่  ป่านนี้เราก็คงต้องอยู่ในบ้านพังๆที่มีรอยแตกรอยร้าวให้ฝนซึมเข้ามาได้แล้ว”

 

“ท่านป้าบอกว่าท่านปู่ให้เงินเรางั้นเหรอ?  ถึงคนอื่นจะไม่รู้ว่าพวกเขาขายปลาได้เงินเท่าไหร่ในแต่ละวัน  แต่ท่านลุงใหญ่จะไม่รู้รึไง?  ถ้าท่านปู่เอาเงินที่ได้มาอย่างยากลำบากมาให้พวกเรา  ท่านลุงใหญ่จะไม่ว่าอะไรเลยรึไง?  เขาจะไม่บอกท่านป้าเลยเหรอ?”

 

หลังโดนเด็กหญิงโต้กลับ  ใบหน้าของนางหลี่ก็เปลี่ยนจากแดงเป็นซีดขาว  นางไม่สามารถปฏิเสธได้เลย  เสี่ยวเฉ่าพูดถูก  พ่อสามีของนางอาจจะรู้สึกเสียใจต่อลูกรองของเขา  แต่สามีของนางก็อยู่ด้วยตลอดตอนที่ตกปลาและขายปลา  ถ้าชายชราช่วยพวกเขา  สามีของนางอาจจะช่วยเขาปกปิดสักครั้งหรือสองครั้ง  แต่ถ้าเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆเป็นเวลานาน  เขาจะต้องบ่นอย่างแน่นอน

 

งั้น……ตะกร้าที่มีข้าวของอยู่เต็มที่ภรรยาของคนเซ่อซ่าพูดถึงคืออะไรล่ะ?  สภาพความเป็นอยู่ของน้องรองตอนนี้  เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะซื้อของได้มากมาย  เมื่อนางหลี่คิดถึงจุดนี้  นางก็ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“เจ้าบอกว่าท่านพ่อไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่ไหม?  งั้นอะไรอยู่ในตะกร้า?  เพิ่งบอกว่าไม่มีจะกินแล้วไม่ใช่เหรอ?  งั้นไปเอาเงินจากไหนซื้อของมากมายขนาดนี้?  ถ้ากล้าพอก็เปิดตะกร้าให้ดูซิว่ามีอะไรอยู่ข้างใน”

เสี่ยวเฉ่าเหยียดยิ้มแล้วถามว่า  “ท่านป้าใหญ่  แน่ใจเหรอว่าอยากจะดูน่ะ?”

 

“แน่ซิ  ข้าอยากดู!  นั่นเป็นหลักฐานที่แสดงว่าท่านพ่อลำเอียงเข้าข้างครอบครัวของเจ้า”  ไขมันบนใบหน้าของนางหลี่กระเพื่อมไปตามการเคลื่อนไหวของนาง  ตอนนี้ใบหน้าของนางดูเหมือนหัวหมูที่เสี่ยวเฉ่าซื้อมาวันนี้มาก

 

“ได้!  ถ้าอย่างนั้นก็จะให้ดูอย่างที่ต้องการ”  เสี่ยวเฉ่าก้มลงเปิดตะกร้าแล้วหยิบเอาหัวหมูขึ้นมา  จากนั้นก็โยนเข้าใส่นางหลี่

 

นางหลี่เห็นแค่เงาดำๆลอยเข้ามาหานาง  นางจึงรับไว้ตามสัญชาตญาณ  จากนั้นนางก็ก้มลงมองของที่ถืออยู่  โอ้ แม่เจ้า!  หมูน่าเกลียดที่ตาเหลือกขึ้นไปจนเห็นแต่ตาขาวกำลังมองตรงมาที่นางอยู่……

“กรี๊ดดดดดดดดด…….”  นางหลี่ส่งเสียงกรี๊ดแล้วรีบโยนหัวหมูออกไป

 

“อยากดูไม่ใช่เหรอ?  ก็ให้ดูแล้วนี่ไง!  ดูซิ!”  เสี่ยวเฉ่ากำลังคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะนางหลี่ผลักเจ้าของร่างเดิมจนตาย  บางทีเธอก็คงไม่ได้ย้ายร่างมา  บางทีหลินเสี่ยวหว่านจากโลกปัจจุบันก็อาจจะไม่ตาย  พอคิดแบบนั้นความไม่พอใจก็เพิ่มสูงขึ้นมาก  เธอคว้าผ้าขี้ริ้วกับไส้หมูเหม็นๆขึ้นมาขว้างใส่หน้าของนางหลี่ทันที

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...