ตอนที่แล้วบทที่ 58: ในโรงอาหาร!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 60: อสนีบาต

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 59: การต่อสู้

“โม่ฝานถอยไป ปล่อยมันให้ฉัน!” กัปตันฉือต้าฮวงตะโกนออกมาพร้อมกับมีเฟยฉือวิ่งมาเคียงข้างในทันที

ทั้งสองคนนั้นดูเหมือนกับว่าอยู่บนบันไดเลื่อนที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ได้ก้าวเท้าแม้แต่น้อยแต่กลับอยู่บนพื้นราบที่พุ่งไปด้านหน้า!

โม่ฝานรู้ได้ทันทีว่านั่นเป็นคาถาของธาตุดิน คลื่นพสุธา!

มันเป็นคาถาสำหรับการเคลื่อนที่ มันสามารถควบคุมพื้นผิวของพื้นดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ หวังซานฟ่านั้นมีความสามารถเช่นนี้เหมือนกันแต่ทว่าเขาไม่เชี่ยวชาญมันมากเท่าเฟยฉือ

“มันคือหนูตายักษ์ พวกมันอาศัยอยู่ใต้ดิน เช่นนี้มันจึงเพลิดเพลินในการขุดรูและวิ่งพล่านไปทั่วเมืองผ่านทางท่อระบายน้ำ พลังของมันนั้นสามารถปล่อยคลื่นลำแสงสีแดงผ่านดวงตาได้… มันรวดเร็วมาก อีกทั้งการเอาชีวิตรอดของพวกมันยังถือได้ว่าสูงมากด้วยเช่นกัน โดยปกติแล้วพวกมันจะอยู่ในท่อระบายน้ำเท่านั้นไม่ค่อยจะขึ้นมาด้านบนนัก มันกินของเหลือที่มนุษย์ทิ้งขว้างแล้ว แต่ในกรณียกเว้นถ้าหากว่ามันหิวมาก พวกมันสามารถวิ่งขึ้นมาด้านบนเพื่อไล่กินมนุษย์ได้เช่นกัน ทำให้มันเป็นอสูรเวทที่น่ากลัวอีกทั้งยังสามารถพบเจอได้ทั่วไป!” รองกัปตันไฉ่ถังแจ้งรายละเอียดของอสูรเวทตนนี้ให้ทุกคนทราบ

หนูตายักษ์?

ในชั้นเรียนของอสูรเวทนั้นได้มีการสอนเรื่องของอสูรตนนี้อยู่สองสามครั้ง มันมีความสามารถในการขุดเจาะและทักษะการเอาชีวิตรอดชั้นเยี่ยม! มันเป็นอสูรเวทที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด!

“โดยปกติเมื่ออสูรเวทได้พบเจอกับนักเวท มันจะวิ่งหนีไปในทันที แต่นี่คืออะไรกัน ทำไมมันถึงโจมตีออกมา?”

“ฉันว่าเรื่องนี้มันแปลกๆไปสักหน่อย แต่ให้เดาฉันว่ามันคงจะหิวมาก คงจะต้องการอาหารและพลังงานจำนวนมาก โชคดีที่เราพบมันก่อน!” เฟยฉือยิ้มออกมา

ตอนนี้คนเหล่านี้นั้นแตกต่างจากกลุ่มนักเรียนโดยสิ้นเชิง ทั้งหมดยืนอยู่กับที่พร้อมทั้งมีจิตใจที่มั่นคงอย่างมาก ทั้งหมดร่วมกันเผชิญหน้ากับอสูรเวทอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

พวกเขายื่นห่างกันออกไปเล็กน้อยแต่ก็ยังคงเป็นระยะที่สามารถช่วยเหลือกันได้

ทั้งหมดเริ่มตั้งแถวจัดเตรียมค่ายกลสำหรับทำการโจมตี อีกทั้งยังมีระยะห่างจากอสูรเวทพอสมควรเพื่อที่จะได้หนีได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

โม่ฝานที่เพิ่งเข้าร่วมทีมในวันนี้ เขามึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเงอะงะอย่างมาก เขาหันไปกล่าวกับเพื่อนร่วมทีมอย่างโง่เขลา “ถ้าหากพวกคุณหนีไป คงเหลือแค่ฉันที่ต้องอยู่กับมันตรงนี้” แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาขยับไปมาช้าๆอยู่ด้านหลังสุดของทีม อีกทั้งยังแอบสาปแช่งเฟยฉือในใจที่เขาไม่ได้ใช้คาถาคลื่นพสุธากับเขา!

เสียงกระหึ่มดังขึ้นอีกครั้ง

หนูตายักษ์ตนนี้ช่างเกรี้ยวกราดมากเกินไปจริงๆ มันไม่วิ่งหนีไปไหนเลยแม้ว่าจะมีนักเวทอยู่ที่นี่มากมาย อีกทั้งดวงตาของมันยังจับจ้องไปที่บุคคลที่อยู่ใกล้มันมากที่สุดคือก็นักเวทธาตุลม หลีเหวินเจี่ย

ลำแสงสีแดงปรากฏขึ้นในดวงตาของมันอีกครั้ง ราวกับว่ามันต้องการยิงกวาดล้างมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงนี้ทั้งหมด เสียงคำรามของมันดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณทำให้บรรยากาศโดยรอบน่ากลัวขึ้นมาในทันที

“ต้องการจะโจมตีพวกเรางั้นเหรอ?” หลีเหวินเจี่ยกล่าวออกมาเบาๆ

โม่ฝานนั้นไม่สามารถมองการเคลื่อนไหวของหลีเหวินเจี่ยได้ทัน เขารวบรวมดวงดาวได้อย่างรวดเร็ว ลมพายุสีฟ้าค่อยๆปรากฏขึ้นรอบๆร่างกายของเขา เสื้อผ้าและผมทั้งหมดโบกสะบัดอยู่ในอากาศ

ฟู่วววว~

ลำแสงสีแดงพุ่งออกมา แต่ในขณะนั้นหลีเหวินเจี่ยนั้นได้ย้ายที่ไปแล้ว เขาทิ้งไว้เพียงฝุ่นข้างหลังเท่านั้น ร่างกายของเขาพุ่งออกไปได้ห้าเมตรในพริบตา ใครจะเท่ห์ได้เท่าเขาอีกล่ะในตอนนี้?

“ไอ้โง่ แกกล้ามากที่ออกมาทำร้ายผู้คนด้วยทักษะกระจอกๆแบบนี้!!!” หลีเหวินเจี่ยยืนอยู่ที่โต๊ะปิงปองพร้อมกับแสยะยิ้มให้กับหนูตายักษ์อย่างเย่อหยิ่ง

เมื่อหนูตายักษ์เห็นว่าลำแสงที่มันภูมิใจไม่ได้ผลกับมนุษย์ตรงหน้า มันโกรธจัดพร้อมกับพุ่งไปด้วยกรงเล็บทั้งสี่ของมันในทันที

ความเร็วของหนูตายักษ์นั้นรวดเร็วเสียยิ่งกว่าหมาป่าเวทที่โม่ฝานเคยพบเจอถึงสามเท่า ถ้าหากใช้ความเร็วเช่นนี้กับนักเรียน แม้ว่าพวกเขาจะสามารถสงบจิตใจและเชื่อมต่อกับดวงดาวธาตุได้สำเร็จ แต่ก็คงไม่มีเวลาที่จะร่ายคาถาแน่นอน!

เวลาที่นักเรียนส่วนใหญ่ใช้ร่ายคาถานั้นเฉลี่ยอยู่ที่สี่วินาที หนูตายักษ์นั้นใช้เวลาเพียงสองวินาทีเพื่อพุ่งเข้าไปหาหลีเหวินเจี่ยที่อยู่ห่างออกไปห้าเมตร! กรงเล็บของมันนั้นกางออกมาพร้อมเป้าหมายคือใบหน้าของเขา!!!

โม่ฝานมองภาพตรงหน้าด้วยจิตใจที่เต้นรัว เขากลัวว่าหลีเหวินเจี่ยจะตายตกไปในเหตุการณ์ครั้งนี้

เมื่อมองจากสภาพแวดล้อมแล้วทุกคนรอบๆนั้นก็เตรียมพร้อมอย่างมากที่จะเข้าช่วยชีวิตของหลีเหวินเจี่ย

“เส้นทางวายุ เร็วแสง!” หลี่เหวินเจี่ยไม่ได้ขุ่นเคืองแม้แต่น้อย สายตาของเขานั้นมองไปที่หนูตายักษ์อย่างเยือกเย็นพร้อมกับร่ายคาถาของตนเองไปอย่างไม่รีบร้อน

ฟวู่วววว~

ร่างกายของหลี่เหวินเจี่ยหายไปจากตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง กรงเล็บของหนูตาเดียวนั้นตะปบเข้ากับโต๊ะปิงปองเต็มแรง โต๊ะปิงปองแตกกระจายเป็นเศษผงปลิวว่อนในอากาศ

หนูตายักษ์โกรธจัดอีกครั้งเมื่อเห็นว่ากรงเล็บของมันพลาดเป้าอีกแล้ว

ฟวู่วววว~

หลี่เหวินเจี่ยนั้นกระโดดออกไปอีกครั้ง ในคราวนี้เขาทิ้งฝุ่นไว้อีกครั้งพร้อมกับทิ้งห่างไปกว่ายี่สิบเมตร

ฟวู่วววว~

หลี่เหวินเจี่ยนั้นกระโดดไปมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โม่ฝานกำลังประหลาดใจ เขาก็ได้กระโดดไปอีกครั้งแล้ว

ลำแสงสีแดงปะทะเข้ากับต้นไม้ก่อนหน้าอย่างรุนแรง ต้นไม้นั้นทะลุเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เหลือไว้เพียงเศษซากสีดำเป็นโพรง ไอน้ำที่ร้อนฉ่าพวยพุ่งออกมาจากรูโหว่นั้นให้ความรู้สึกที่สยดสยองกับโม่ฝานอย่างมาก

เส้นทางวายุ เร็วแสง!

โม่ฝานนั้นอ้าปากค้างเมื่อเห็นทักษะนี้ เขารู้สึกประทับใจอย่างมาก

ภายในโรงเรียนนั้นนักเรียนทุกคนสามารถใช้เส้นทางของวายุ ทั้งหมดก็ถือได้ว่าสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็วแล้ว แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถเทียบเท่ากับทักษะที่หลี่เหวินเจี่ยใช้ได้เลยแม้แต่น้อย

ถ้าหากจางหู่สามารถใช้ทักษะนี้ได้ล่ะก็… ในคราวนั้นเขาจะสามารถทุบตีหมาป่าเวทได้สองถึงสามครั้งอีกทั้งยังสามารถจะหลบหนีออกจากถ้ำได้อย่างรวดเร็วถ้าหากเกิดสถานการณ์ร้ายแรง

แม้ว่ามันจะเป็นคาถาพื้นฐานพื้นฐานของธาตุลม แต่ทว่ามันกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งความว่องไวของหนูตายักษ์นั้นรวดเร็วเสียยิ่งกว่าหมาป่าเวท แต่อย่างไรก็ตามแม้ในท้ายที่สุดแล้วมันก็ยังไม่อาจจะสัมผัสชายเสื้อของหลีเหวินเจี่ยได้เลย

แน่นอนว่าประสบการณ์เช่นนี้โรงเรียนไม่สามารถสอนให้ได้ มีเพียงโลกภายนอกเท่านั้นที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งที่แท้จริงได้!

‘ฉันนี่ฉลาดจริงๆที่เลือกเข้าร่วมทีมกับหน่วยล่าล้างเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันอยู่ในกลุ่มนักเวทที่ไม่เกรงกลัวอสูรเวทเหล่านี้ ฉันจะสามารถเติบโตและแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากฉันต้องร่วมทีมกับนักเรียนที่เต็มไปด้วยกางเกงเปียกๆ ฉันก็คงจะไม่เก่งสักที!’

โม่ฝานนั้นไม่ชอบเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขา หลังจากที่ได้ต่อสู้ร่วมกันเมื่อครั้งต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าเวททำให้เขาตระหนักได้ถึงอะไรหลายอย่าง

คะแนนต่างๆที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในโรงเรียนนั้นล้วนแต่ไร้ความหมายทันทีเมื่อต้องพบเจอกับอสูรเวทตัวเป็นๆ หนทางการแข็งแกร่งคือต้องต่อสู้กับอสูรเวทตัวจริงเท่านั้น!

“ลองชิมเปลวไฟของฉันสักหน่อยดีกว่า!”

กัปตันต้าฉือฮวงกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ ลูกบอลเพลิงขนาดย่อมๆอยู่ภายในมือของเขา เปลวไฟในมือนั้นสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่โหดร้ายของเขาทำให้ดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาของเขาที่จ้องมองไปที่อสูรตนนั้นเผยการดูถูกทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้อย่างชัดเจน!

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

ช่วยกันกดคะแนนดาวให้กับผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจด้วยน้าาาา //อ้อนน

อย่าลืมกดติดตามนิยายไว้ด้วยน้า กดได้ที่หน้าปกนิยายเลยค่ะ

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...