ตอนที่แล้วตอนที่ 23 หยวนเอ้อเย๋
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 25 ในที่สุดก็ได้ไปโรงพยาบาลแล้ว

เนตรเซียนทะลุสมบัติ

ตอนที่ 24 มองดูเขาโดนจับ


ในที่สุดรถของเขาก็มาจอดที่ด้านหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง โรงแรมแห่งนี้ถูกตั้งอยู่ในที่ทำเลที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นสี่แยกของใจกลางเมือง และมีคนเดินขวักไขว่ไปมา ถือว่าเป็นสถานที่ที่เป็นที่ที่ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆเลยล่ะ

หยางโปเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของโรงแรมแห่งนี้นี้ และมันเป็นโรงแรมที่เป็นสถานที่ตั้งของบ่อนคาสิโนของหยวนเอ้อเย๋นั่นเอง

ลัวย่าวหัวที่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับลดหน้าต่างลงก่อนที่จะยื่นบุหรี่ให้กับหยางโป

หยางโปรับบุหรี่มาก่อนที่จะเปิดหน้าต่างฝั่งเขา บรรยากาศในเวลานี้ถือว่าหนาวมากจนทำให้เกิดอาการขนลุกไปทั่วทั้งตัว

แฉะ! เสียงไฟแช็กดังขึ้น หลังจากที่ลัวย่าวหัวเริ่มสูบบุหรี่เขาก็พ่นควันออกมาก่อนที่จะยื่นไฟแช็คให้กับหยางโป

“นายอยู่ที่นี่มานานแล้วคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงของที่นี่มาบ้างใช่ไหม? ” ลัวย่าวหัวถามขึ้น

หยางโปพยักหน้าก่อนที่จะจุดไฟแช็คในมือของเขาก่อนที่จะเริ่มสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน “อื้อ ก็เคยได้ยินมาบ้าง”

หลังจากถามประโยคแรกจบ ลัวย่าวหัวก็ไม่ได้พูดอะไรอีกจนทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบลงอีกครั้ง

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ลัวย่าวหัวก็หัวเราะออกมา “สำหรับนาย ฉันคงจะมีตัวตนอยู่บ้าง แต่สำหรับคนอื่นๆ ฉันมันก็แค่พวกกระจอก ที่แม้แต่หมาก็ยังไม่สามารถปกป้องได้”

หยางโปไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เพราะเขาเองก็พอจะเดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เพียงแค่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุตัวตนของเขา

ภายในรถเงียบอีกครั้ง มีเพียงแค่ควันบุหรี่ที่คลุ้งไปทั่ว ตอนนี้ใกล้จะตี 3 แล้วแต่ประตูโรงแรมก็ยังคงมีคนเดินเข้าเดินออกอย่างต่อเนื่อง

ในเวลาอันรวดเร็ว รถจำนวนนับสิบก็ขับมาล้อมโรงแรมไว้ พร้อมกับตำรวจที่เดินลงมาจากรถก่อนที่เสียงไซเรนจะดังขึ้น

ลัวย่าวหัวยังคงนิ่งไม่ได้ทำอะไร และหยางโปเองก็ไม่ได้ลงจากรถเช่นกัน ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายให้เขามามาเห็นฉากที่หมาที่เขาเลี้ยงไว้ถูกตีจนตายไปเพื่ออะไร หรือว่านี่จะเป็นเรื่องสนุกเรื่องนึงสำหรับเขา?

หลังจากที่เห็นคนวิ่งออกมาราวกันวุ่นวาย หยางโปก็นึกถึงหยางหลางขึ้นมา หยางหลางอายุมากกว่าเขา 6 ปี ตอนอยู่ที่โรงเรียนเขาเป็นคนชอบเข้าสังคมมาก หลังจากเรียนจบมัธยมเขาก็หายไปทั้งวันไม่เห็นแม้แต่เงา จนทำให้พ่อต้องโกรธอยู่ตลอดเวลา แถมยังทุบตีเขาอยู่ตลอด แต่นั่นก็เป็นเพราะพ่อตั้งความหวังไว้กับพี่ชายของเขาไว้มาก และท้ายที่สุดพวกก็เอาเงิน 200,000 หยวนนั่นไปให้หยางหลาง!

หยางโปยังไม่ได้ถามอีกฝ่ายว่าเอาเงินส่วนนั้นไปทำอะไร แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องถามมันแล้วล่ะ หนี้การพนัน 300,000 หยวนเกิดขึ้นไปในชั่วข้ามคืน เงินจำนวนกว่า 300,000 หยวนในมือของเขายังคงอยู่ และเขาสามารถใช้เงินจำนวนนี้พาพ่อเขาไปรักษาที่จินหลิงได้ แต่สำหรับเรื่องที่หยางหลางทำไว้ เขายังไม่รู้เลยว่าควรจะทำอย่างไร แต่ถ้าเขาสามารถทำให้หยางหลางออกจากที่แห่งนี้ได้ มันก็คงจะดี

ยังไงก็ต้องพาพ่อมารักษาที่จินหลิงให้ได้

ต้องพาหยางหลางออกมาจากหลุมเน่าๆที่เขาคุ้นเคยนี่ให้ได้

ภายในโรงแรมเกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้น พร้อมกับภายในนั้นที่เต็มไปด้วยความโกลาหลไปทั่วทุกที่ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองชั้นบน ก่อนที่จะเห็นห้องจัดงานเลี้ยงของเขาที่กำลังถูกทลายลง

ลัวย่าวหัวถอนหายใจอย่างหนักพร้อมกับความรู้สึกหงุดหงิดที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาจ้องมองไปที่นักพนันที่กำลังถูกลากออกมาจากโรงแรม “นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”

หยางโปส่ายหน้า “ไม่รู้สิ”

ลัวหย่าวหัวยิ้มออกมา “ไม่รู้ก็ดีเหมือนกัน ครั้งนี้ถ้านายรู้ว่าฉันเป็นใครคงจะต้องสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวแน่ๆ! “

ระหว่างที่ทั้งสองคนนั่งอยู่บนรถพวกเขาก็มองไปที่ด้านนอกที่เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวาย หลังจากที่มองดูเหตุการณ์จนฟ้าสว่าง ลัวย่าวหัวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ “ไปกันเถอะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า อีกเดี๋ยวฉันต้องไปรายงานพี่เย้ด้วย”

หยางโปรู้สึกสงสัยขึ้นมาโดยไม่รู้เลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงดึงเขามาที่นี่

“เย้เหวยหลินเลือกนาย บอกว่าอยากให้นายได้มาเห็นฉากนี้ เขาคิดว่านายเป็นคนซื่อๆ และเป็นคนที่สามารถเชื่อถือได้” ลัวย่าวหัวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเหยียดหยามเล็กน้อย

หยางโปไม่ได้พูดอะไรออกมา

หลังจากกินข้าวเช้าแล้ว พวกเขาก็เดินทางมาที่โรงแรมอีกครั้ง ภายในห้องถูกเก็บกวาดให้สะอาดอีกครั้งแล้ว พร้อมกับมีเสียงของนักข่าวที่ดังขึ้นจากโทรทัศน์ที่อยู่ในห้อง “เช้าวันนี้ ตำรวจได้ทำการค้นโรงแรมในเมืองแห่งหนึ่งและได้ทำการจับกุมบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่……. “

เย้เหวยหลินดูโทรทัศน์ตรงหน้าก่อนที่จะหัวเราะออกมา “ลงมือได้เร็วมาก โดนใจฉันจริงๆเลย! “

ลัวย่าวหัวได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นว่า “หลังจากที่ตำรวจได้รับรายงานจากประชาชนพวกเขาก็ทำหน้าที่อย่างกระตือรือร้น เมื่อคืนมีตำรวจจำนวนมากที่เข้าไปจับกุมที่บ่อนคาสิโน…ส่วนหยวนเหล่าเอ้อเองก็ถูกจับกุมด้วยเหมือนกัน”

“เยี่ยมเลย” เย้เหวยหลินทุบโต๊ะก่อนที่จะหันไปมองหยางโป “เสี่ยวหยาง นายว่าเรื่องนี้ทำให้รู้สึกมีความสุขมากเลยใช่ไหมล่ะ? “

“ครับ” หยางโปพยักหน้า

….

หลังจากที่เดินออกจากโรงแรมมา หยางโปก็ถอนหายใจออกมา ตอนที่เขาอยู่กับทั้งสองคนเขารู้สึกได้ถึงความกดดันบางอย่างจนทำให้เขาอึดอัดใจ ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองสำหรับเขาแต่สำหรับพวกเขาแล้วขอเพียงแค่โทรศัพท์แค่ครั้งเดียวทุกอย่างก็สามารถจัดการได้ ความแตกต่างนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดมากขึ้นมา และหยางโปเองก็เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งแล้วว่าอนาคตของเขายังอีกยาวไกลมาก

หยางโปรู้ดีว่าตอนนี้เขาอยู่ในจุดที่อึดอัดเป็นอย่างมาก ในการประเมินราคาของวัตถุโบราณต่อให้ยากแค่ไหนก็ยังเป็นเรื่องที่สามารถทนได้ แต่เป็นเพราะเรื่องของอายุและชื่อเสียงของเขาจึงทำให้ยังขาดความน่าเชื่อถือ อีกอย่างคนอื่นๆ ต่างก็ต้องการจะใช้ประโยชน์จากเขาเท่านั้น หลังจากหมดประโยชน์เขาก็แทบจะไม่มีตัวตนอะไรเลย

หลังจากที่กลับบ้านหยางโปก็ช่วยแม่ของเขาเก็บของทันที

พ่อของหยางโปมองมาที่หยางโปพร้อมกับถาม “จะไปไหน? ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น! “

หยางโปมองไปที่พ่อของเขาก่อนที่จะพยายามพูดโน้มน้าวใจ “พ่อ ดูเหมือนว่าพ่อจะไม่ได้ฟังข่าวเมื่อเช้าสินะ หยวนเหล่าเอ้อพวกนั้นถูกจับแล้วนะ หยวนเมี่ยเหมินถูกตำรวจจัดการหมดแล้ว”

พ่อของหยางโปชะงักไป ทว่าแม่ของหยางโปกลับดวงตาแดงกร่ำ “ว่าไงนะ? คนที่ชื่อหยวนนั่นถูกจับแล้วเหรอ?”

หลังจากที่เห็นหยางโปพยักหน้า แม่ของหยางโปก็รีบถามต่อว่า “ถ้างั้นก็หมายความว่าหนี้ของหยางหลางไม่ต้องคืนแล้วใช่ไหม?”

หลังจากที่เห็นหยางโปพยักหน้า แม่ของเขาก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ “แล้วเงิน 200,000 หยวนที่ถูกขโมยไปจะได้คืนรึเปล่า? ถ้าได้คืนเราจะได้เอาไปรักษาพ่อ”

“แม่ เงินพวกนั้นไม่ได้คืนแล้วล่ะ เรื่องเงินแม่สบายใจเถอะ ครั้งนี้ผมมีเงินอยู่ 300,000 กว่าหยวน การรักษาขั้นต้นถือว่าเพียงพอแล้ว” หยางโปอธิบาย ครั้งนี้เขาไม่ได้ให้เงินกับแม่เขาโดยตรงซึ่งมันเป็นเพราะเขาเห็นแล้วว่าเงินก่อนหน้านี้ที่เขาให้กับแม่เขาไว้ แต่แม่กลับไว้ใจเอาเงินนั้นไปฝากไว้กับหยางหลาง เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาและกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอีก

“แม่เก็บของเถอะ เราจะเดินทางกันตอนเช้าเลย รีบไปทำเรื่องตั้งแต่เช้าๆน่าจะดีกว่า”

หลังจากที่หยางโปเห็นแม่ของเขายังคงทำทุกอย่างอย่างเชื่องช้า หยางโปก็รีบพูดขึ้นมาเพื่อเร่งให้แม่รีบเก็บของ

ทว่าพ่อของเขาก็พูดขึ้นมาว่า “เสี่ยวโป เงินที่แกหามาได้มันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ แกเก็บเงินพวกนี้ไว้ซื้อบ้านเตรียมแต่งงานเถอะ ส่วนเรื่องโรคของฉันแกไม่ต้องเป็นห่วง”

“พ่อ เงินซื้อบ้านไว้แต่งงานนั่นน่ะเดี๋ยวค่อยหาใหม่ก็ได้ แต่การรักษาของพ่อมันมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ผมสามารถชะลอการแต่งงานออกไปได้ 2-3 ปี แต่ถ้าหากไม่สามารถรักษาพ่อให้หายได้ ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต พ่ออยากให้ผมอยู่กับความเจ็บปวดที่เกิดจากความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเหรอ? ” หยางโปพูดขึ้น ที่เขาต้องอดทนกับการประหยัดเงินทุกบาททุกสตางค์แถมยังอดมื้อกินมื้อก็เป็นเพราะเขาอยากจะหาเงินมารักษาพ่อ

“พี่ชายของแกเองก็ยังไม่แต่งงาน” พ่อของเขาชี้ไปที่หยางหลาง

หยางโปเกิดอาการหายใจติดขัดขึ้นมา “อายุเท่านี้ ถ้าหากเขาสามารถทำเรื่องที่ถูกต้องได้ก็คงจะดี!”

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...