ตอนที่แล้วตอนที่ 19 การต้อนรับที่เย็นชา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 21 ประกอบเข้าด้วยกัน

ตอนที่ 20 ดูไม่ออก

เย้เหวยหลินยิ้มพร้อมกับพูด “รบกวนอาจารย์เฉาเลยนะครับเนี่ย แต่ถ้าหากได้รับการช่วยเหลือจากคุณ ผมเองก็สบายใจ”

เฉาหยวนเต๋อยังคงตอบด้วยความเกรงใจ “คุณเย้พูดเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่รู้แค่ผิวเผินเล็กๆน้อยๆ ก็เท่านั้นแหละครับ

“อาจารย์เฉานี่ถ่อมตนเกินไปแล้วนะครับเนี่ย” เย้เหวยหลินผายมือเพื่อให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านใน

เฉาหยวนเต๋อเงยหน้าขึ้นทว่าทันใดนั้นเขาก็เห็นหยางโป จนทำให้เขาเอ่ยปากขึ้นมาว่า “คุณเย้ครับ สองคนนี้คือ?”

จากกฎแล้วเพื่อที่จะแสดงความเคารพกับอีกฝ่าย คนที่แนะนำควรจะเป็นอีกฝ่ายที่เป็นเจ้าของห้อง ทว่าเย้เหวยหลินกลับแหกกฎที่มีและใบหน้าของเขาก็ยิ่งคงนิ่งเฉย “สองคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรหรอกครับ ก็แค่เด็กที่มาช่วยย้ายของก็เท่านั้น”

ลัวย่าวหัวยิ้มออกมาเจื่อนๆ ทว่าภายในใจของเขากลับร้อนเป็นไฟ ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์รีบมาที่นี่แท้ๆ แต่กลับถูกแนะนำว่าเป็นคนงานย้ายของเนี่ยนะ? ทว่าถึงแม้ว่าภายในใจของเขาจะคิดเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงอาการโกรธออกมา แต่ทำแค่เพียงหันไปมองหยางโปด้วยสายตาที่ดุดัน

หยางโปหันไปมองเฉาหยวนเต๋อ พร้อมกับคิดในใจที่คิดว่าอีกฝ่ายจะแสดงท่าทางที่เมินเฉยต่อเขาหรือไม่

เฉาหยวนเต๋อส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มแล้วชี้ไปที่หยางโป “ผมรู้จักคนนี้”

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายสีหน้าของเย้เหวยหลินก็เปลี่ยนไป เฉาหยวนเต๋อจึงรีบพูดขึ้นมาว่า “เสี่ยวหยางเป็นเพื่อนต่างวัยของผมเอง เขามีความสามารถในการประเมินราคาวัตถุโบราณได้เป็นอย่างดี คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าคุณเย้จะเรียกเขามาที่นี่ด้วย ดีเลยพวกเราจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นในการประเมินวัตถุโบราณให้กับคุณ”

เย้เหวยหลินเกิดอาการชะงักขึ้นมา เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้ที่ถูกเขาเมินใส่จะเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ อีกทั้งยังเป็นคนที่เฉาหยวนเต๋อเอ่ยปากชมด้วยตัวเอง ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ หากเขาประสบความสำเร็จด้วยอายุที่น้อยนิดแค่นี้ ภายในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นระดับปรมาจารย์แน่ๆ แต่เป็นเพราะสถานะของเขา เขาจึงทำได้เพียงแค่หันไปพยักหน้าให้กับหยางโป “งั้นคุณหยางก็มาด้วยกันเถอะครับ”

ลัวย่าวหัวเกิดอาการตกตะลึงขึ้นมาพร้อมกับความโกรธที่ค่อยๆลดลง ตอนที่ปู่เฟิงแนะนำหยางโปให้กับเขา เขาเองก็ไม่มีเวลาที่จะมองหาคนประเมินราคาคนอื่นๆ จึงตัดสินใจเรียกหยางโปให้มาที่นี่ อันที่จริงเขาเองก็มีความลังเลเกี่ยวกับหยางโปเหมือนกัน แต่หลังจากที่เย้เหวยหลินเมินใส่พวกเขาก่อนหน้านี้ ความรู้สึกลังเลและผิดหวังในใจของเขาก็ประทุขึ้นมา

ทว่าหลังจากที่ได้ยินเย้เหวยหลินเรียกให้หยางโปเข้าไปหา เขาก็เกิดอาการปิติยินดีขึ้นพร้อมกับคิดว่าเขาคงจะได้รับรางวัลอะไรจากครั้งนี้แน่ๆ เขาจึงรีบพูดขึ้นว่า “ได้ครับๆ”

“ฉันไม่ได้เรียกให้นายเข้าไป” เย้เหวยหลินหันมาจ้องหน้าลัวย่าวหัว

ลัวย่าวหัวชะงักไปพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆออกมา

หยางโปเห็นอาการเจื่อนๆ ของอีกฝ่ายก็เห็นได้ชัดทันทีว่าสถานะของเย้เหวยหลินอยู่สูงมากและหากมีลัวย่าวหัวอาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับเขา “คุณเย้ครับ ลัวซ่าวเองก็ถือว่าเป็นคนใน บางทีเขาอาจจะมีความเห็นเกี่ยวกับของที่อยู่ด้านในนั้นนะครับ”

เย้เหวยหลินเกิดอาการลังเลขึ้นมาก่อนที่จะหันไปหาเฉาหยวนเต๋อ หลังจากที่เห็นอีกฝ่ายไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเขาก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “งั้นก็เข้าไปด้วยกัน แต่ห้ามปริปากพูดอะไรออกมาตามใจชอบเด็ดขาด”

“ได้ครับๆ” ลัวย่าวหัวแสดงอาการตื่นเต้นออกมาก่อนที่จะหันมาหาหยางโปด้วยอาการดีใจพร้อมกับเดินเข้าห้องไป

ห้องที่เย้เหวยหลินพักเป็นห้องสูท ภายในห้องยังมีห้องที่แยกออกไปอีกหนึ่งห้อง หลังจากเดินเข้ามาก็พบกับแจกันพอร์ชเลนลายดอกไม้ 5 สี ที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชากลางห้อง

“คุณได้มันมาในราคาเท่าไหร่เหรอครับ? ” เฉาหยวนเต๋อถามขึ้น

“350,000 หยวน” เย้เหวยหลินตอบ

เฉาหยวนเต๋อพยักหน้าก่อนที่จะหันไปหาหยางโป “ฉันขอดูก่อนนะ”

หยางโปผายมือออก “เชิญก่อนเลยครับ”

เฉาหยวนเต๋อได้ยินเช่นนั้นก็สวมใส่ถุงมือก่อนที่จะหยิบแว่นขยายเพื่อทำการตรวจสอบของตรงหน้า

หยางโปหรี่ตามองไปที่แจกันตรงหน้าก่อนที่จะพบกับตัวอักษรที่อยู่ตรงก้นแจกันสี่พยางค์ “ยงเจิ้งเหนียนจื้อ” ทันทีที่เห็นตัวอักษรบนแจกันเขาก็คาดได้ว่าราคาของชิ้นนี้ต่ำกว่าราคาตลาดมาก เครื่องเคลือบพอร์ชเลนที่อยู่ในยุคของจักรวรรดิยงเจิ้งมีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้วมีแนวโน้มว่าจะอยู่ในช่วงยุคสูงสุด แต่เป็นเพราะในช่วงของการประมูลเครื่องพอร์ชเลนของยุคราชวงศ์ชิงในช่วงสองปีมานี้จึงทำให้ราคาเครื่องเคลือบของราชวงศ์ชิงมีราคาสูงมาก

หยางโปหันไปมองลัวย่าวหัว พร้อมกับแอบนึกในใจว่าทั้งสองคนนี้มีนิสัยคล้ายคลึงกันมากเพราะพวกเขาสามารถซื้อมาในราคาที่ต่ำแต่ขายออกไปได้ด้วยราคาที่สูงลิ่ว!

ลัวย่าวหัวที่ถูกหยางโปแอบมองอยู่ก็เผลอพูดออกมาด้วยสัญชาตญาณของเขา “พี่เย้ อาจารย์เฉาท่านนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังมาก ถ้ารู้ว่าพี่เชิญเขาให้มาที่นี่ได้แต่แรกผมคงไม่กล้าพาคนอื่นมาหรอกครับ “

เย้เหวยหลินถลึงตามองมาที่อีกฝ่าย “หุบปาก อย่ารบกวนสมาธิอาจารย์เฉา! “

 

พบจบเย้เหวยหลินก็หันมาหาหยางโป “เสี่ยวหยางเองก็ได้รับการแนะนำจากอาจารย์เฉา ฉันคิดว่าเขาคงจะมีฝีมืออยู่พอตัวเลยล่ะ”

เฉาหยวนเต๋อสำรวจแจกันอย่างละเอียด ทว่าด้วยท่าทางของเขาในเวลานี้กลับทำให้เย้เหวยหลินเกิดอาการกระวนกระวายใจขึ้นมา หลังจากรอไปได้ราวๆ 10 นาที เย้เหวยหลินก็เริ่มเดินไปมาด้วยความร้อนรนใจ

หยางโปรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป จนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังแจกันตรงหน้า ทันใดนั้นแสงอ่อนๆก็ปรากฏออกมาจากแจกันใบนั้นก่อนที่จะรวมตัวเข้าด้วยกัน หยางโปรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง เป็นเพราะเขาพบว่าแสงที่เกิดขึ้นบริเวณก้นขวดมีแสงที่เกิดขึ้นหนามาก

ทุกครั้งแสงที่เกิดขึ้นมักจะรวมตัวกันอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางของวัตถุชิ้นนั้นๆ ทว่าในครั้งนี้มันกลับไปรวมตัวกันอยู่ที่ก้นแจกันในขณะที่บริเวณรอบๆขวดกลับมีแสงที่เบาบางกว่า ถึงแม้ว่าแสงที่เกิดขึ้นรอบๆตัวแจกันจะไม่ได้มีความหนาที่เพียงพอ ทว่ามันก็สามารถเทียบเท่าได้กับความหนาของแสงที่อยู่บนเครื่องลายครามหมินกว๋อเลยนะเนี่ย (**เครื่องลายครามที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 1911 จนถึงในปี 1949 )

แสงที่เกิดขึ้นสะท้อนเข้ามาในตาของหยางโปจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงขึ้นมา

ในที่สุดเฉาหยวนเต๋อก็ทำการตรวจสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นลง เขายืดตัวขึ้น เย้เหวยหลินที่กำลังร้อนรนใจก็รีบถามขึ้นมาว่า “อาจารย์เฉาเป็นยังไงบ้างครับ? “

เฉาหยวนเต๋อหันมาที่หยางโป “ให้เสี่ยวหยางลองดูก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเราค่อยมาสรุปกัน”

เย้เหวยหลินเกือบจะกระทืบเท้าลงที่พื้นด้วยความไม่พอใจ ทว่าเขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงอาการหรือพูดอะไรออกมา “งั้นคุณไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกันครับ”

หยางโปเดินมาข้างหน้าพร้อมกับสวมถุงมือและหยิบแว่นขยายขึ้นมาตรวจสอบบนแจกันตรงหน้า

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันดูแปลกประหลาดเกินไปจนทำให้หยางโปต้องสังเกตแจกันตรงหน้าให้ละเอียดมากขึ้น

แสงบริเวณก้นแจกันถือว่ามีความหนามาและดูเหมือนว่ามันจะเป็นของที่มาจากยุคยงเจิ้งจริงๆ แต่บริเวณรอบขวดกลับมีแสงที่บางเบาจนดูเหมือนเป็นของที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาในยุคสมัยใหม่

หรือว่าแจกันใบนี้จะถูกประกอบเข้าด้วยกัน?

หยางโปเริ่มเดาถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น พร้อมกับทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ตัวอักษรสี่ตัวที่ถูกจารึกอยู่ด้านใต้แจกันใบนี้ ลวดลายดอกไม้สีพาสเทลที่อยู่บนตัวแจกัน อีกทั้งขนาดของแจกันที่มีขนาดเล็ก ต่างก็สามารถชี้เบาะแสได้ไม่น้อย

หลังจากผ่านไปได้ครู่หนึ่ง หยางโปก็วางแจกันลง

เย้เหวยหลินรีบหันไปหาเฉาหยวนเต๋อทันที “อาจารย์เฉา ตอนนี้สามารถสรุปให้ผมได้รึยังครับ?”

เฉาหยวนเต๋อตอบด้วยท่าทางนิ่งๆว่า “แจกันใบนี้ผมดูไม่ออก”

เย้เหวยหลินนิ่งไปชั่วขณะด้วยอาการมึนงง หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวเขาก็เปิดปากพูดขึ้นว่า “อาจารย์เฉาพูดมาตรงๆเลยก็ได้ครับ ผมยังไม่ได้ทำการโอนเงินให้กับเจ้าของแจกันใบนี้ ถ้าหากว่ามันมีปัญหาจริงๆ ผมสามารถส่งคืนกลับไปได้”

เฉาหยวนเต๋อมองมาที่หยางโป “แต่เสี่ยวหยางคงจะเห็นอะไรจากแจกับใบนี้ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ? “

หยางโปยิ้มออกมา “แจกันใบนี้ผมเองก็ดูไม่ออกเหมือนกันครับ”

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...