ตอนที่แล้วตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 20 ดูไม่ออก

เนตรเซียนทะลุสมบัติ

ตอนที่ 19 การต้อนรับที่เย็นชา


หยางโปที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบเขาจึงยังตอบปฎิเสธอีกฝ่ายกลับไป “ลัวซ่าว ฉันมีธุระที่ต้องทำเยอะมาก เกรงว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการจัดการนานพอสมควรเลย”

ลัวซ่าวและปู่เฟิงสบตากันก่อนที่จะยิ้มออกมา “นายบอกว่าจะขายรูปปั้นชิ้นนี้ใช่ไหม? พอดีเลย ฉันกำลังสนใจของชิ้นนี้อยู่พอดี นายขายให้ฉันได้รึเปล่าล่ะ? “

หลังจากที่เห็นสีหน้าลังเลของหยางโป ภายในใจของลัวซ่าวก็เกิดอาการหงอยขึ้นมา เขารู้ดีว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงท่าทางที่เหนือกว่าคนอื่นๆในการประมูลจึงทำให้หยางโปเกิดอาการลังเลขึ้นมาเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะอธิบายถึงสิ่งเหล่านั้นได้เขาจึงทำได้เพียงแค่กล่าวออกมาว่า “รูปปั้นนักเต้นหยกที่มีลายเส้นละเอียดอ่อนเหมือนกับเส้นขนชิ้นนี้ ฉันขอซื้อต่อด้วยราคา 250,000 หยวน นายขายให้ฉันได้ไหมล่ะ? “

หยางโปไม่เสียเวลาคิดกับการขายในครั้งนี้เพราะเขาตัดสินใจที่จะขายมันในทันที สำหรับเงินจำนวน 200,000 หยวน ถือว่าสูงเพียงพอแล้วอีกอย่างถ้าหากเขาขายออกไปก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเขาเองก็ต้องพาพ่อไปโรงพยาบาลพรุ่งนี้แล้วด้วย “ก็ได้ ขอบใจมากนะลัวซ่าว แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับภาพอักษรจีนโบราณเท่าไหร่”

“ไม่เป็นไร” ลัวซ่าวยิ้ม

ทั้งสองคนเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อทำการโอนเงินและเซ็นต์ยอมรับขอตกลงในการแลกเปลี่ยนซื้อขาย ก่อนที่จะส่งปู่เฟิงเพื่อไปทำธุระต่อ

เป็นเพราะยังไม่ได้นอน ลัวซ่าวจึงรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะหยางโปขับรถไม่เป็น เขาจึงโทรศัพท์ไปหาคนขับรถของเขาเพื่อมาขับรถให้

หยางโปนั่งที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งข้างคนขับหันไปหาลัวซ่าวพร้อมกับถาม “ลัวซ่าว นายช่วยพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของเพื่อนนายให้ฉันฟังคร่าวๆก่อนได้ไหม?”

ลัวซ่าวที่กำลังรู้สึกเคืองขึ้นมาเล็กๆ หลังจากที่พยายามข่มตาหลับแต่ก็ไม่สามารถหลับลงได้ ทว่าหลังจากที่ได้ยินคำถามของหยางโปเขาก็ส่ายหน้า “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวถึงแล้วก็รู้เองแหละ”

หยางโปได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาจึงหันกลับไปพร้อมกับปิดตาลงเพื่อพักผ่อน ทว่าภายในใจก็ยังรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกั สถานะและตัวตนของลัวซ่าวอยู่

หลังจากที่มาถึงเมืองลี่ซุ่ยก็เป็นเวลา 9 โมงเช้าแล้ว หลังจากลงมาหาอะไรกินเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินทางไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งทันที

ลัวซ่าวลงจากรถพร้อมกับจัดเสื้อของเขาให้เข้าที่ก่อนที่จะหันไปหาหยางโปก่อนที่จะเตือนขึ้นมาว่า “เข้าไปแล้วถ้าจะพูดอะไรก็ระมัดระวังหน่อยนะ”

ระหว่างที่พูดลัวซ่าวแสดงท่าทางที่สุขุมมากขึ้นซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก จนทำให้คำพูดของเขาเป็นเหมือนกับคำสั่งไปในทันที

หยางโปอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา ทว่าภายในใจของเขาก็รู้ดีว่าเขาได้ก้าวเข้ามาแล้วและมันยากเกินกว่าที่จะหันหลังกลับได้ จึงทำได้เพียงแค่โทษตัวเองที่โลภเกินไป

ลัวซ่าวหยิบมือถือออกมาก่อนที่จะหาเบอร์โทร หลังจากที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ตัดสินใจกดโทรทันที

“ฮัลโหล พี่เย้ ตื่นรึยังครับ? “

“อ๋อ กำลังทานอาหารเช้าอยู่เหรอครับ เอ่อพี่เย้ให้ผมหาคนมาช่วยพี่ใช่ไหมครับ? “

“ใช่ครับ ตอนนี้ผมพาเขามาแล้ว ตอนนี้เขาอยู่กับผมที่……”

ใบหน้าของหยางโปยังคงนิ่งเฉย ทว่าภายในใจของเขากลับหัวเราะออกมา ที่แท้ลัวซ่าวก็เป็นลิ่วล้อให้กับคนอื่นอีกทีนี่เอง

“ตามฉันมา”

หลังจากวางสายไปแล้ว ลัวซ่าวก็เดินนำหยางโปเข้าไปด้านในพร้อมกับคนขับรถของเขา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะทำการเฝ้าระวังอยู่ แม้ว่าภายนอกจะไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาทว่าภายในใจของเขาก็สังเกตถึงสิ่งผิดปกติเหล่านี้ได้ แต่ก็ช่างเถอะหน้าที่ของเขาก็แค่ช่วยประเมินดูวัตถุพวกนั้น เสร็จงานก็แยกย้ายกลับบ้านไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

การตกแต่งภายในโรงแรมเป็นไปอย่างสวยงาม นี่เป็นครั้งแรกที่หยางโปได้เดินเข้ามาในโรงแรมระดับซูพีเรียแบบนี้ แต่เขาเองก็ไม่ได้หยุดชื่นชมความสวยงามอะไร ทำเพียงแค่เดินตามลัวซ่าวไปยังชั้น 18

หลังจากเดินเข้ามาในห้องแล้ว เขาก็พบกับชายวัยเกือบ 40 ปีที่ดูยิ่งใหญ่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ลัวซ่าวรีบเดินไปด้านหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความกระตือรือร้น “เป็นเกียรติมากที่พี่เย้เดินทางมาที่จินหลิง แถมยังโทรหาศัพท์มาหาผมด้วยตัวเอง ถ้าหากพี่เย้ต้องการคนนำเที่ยว ผมสามารถพาพี่ไปเที่ยวได้นะครับ”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพี่เย้ “ย่าวหัว โทษทีนะที่โทรไปหานายตอนดึกๆ ที่จริงฉันมาจินหลิงก็เพื่อจะพักผ่อนเท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้ของดีมา แต่หลังจากที่ซื้อมาแล้วฉันกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับของชิ้นนี้ก็เลยโทรไปหานาย”

พี่เย้พูดด้วยความเกรงใจ แต่หลังจากที่หยางโปเดินเข้ามาด้านในแล้วและไม่เห็นการต้อนรับของอีกฝ่าย และลัวซ่าวเองก็ไม่ได้ถูกเชิญให้นั่งอย่างที่แขกควรจะได้รับการต้อนรับ หยางโปก็รู้ในทันทีว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่างมากแน่ๆ

ลัวย่าวหัวยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า “พี่เย้คิดมากไปแล้วครับ แค่พี่เย้โทรมาหาก็ถือเป็นเกียรติของผมมากแล้ว”

เย้เหวยหลินไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น แต่เขาหันไปมองคนที่อยู่ด้านหลังของลัวย่าวหัวพร้อมกับสีหน้าสงสัย “เสี่ยวลัว คนประเมินราคาสินค้าที่ฉันให้นายไปหายังไม่มาอีกเหรอ?”

ลัวย่าวหัวเกิดอาการชะงักขึ้นมาหลังจากเห็นว่าน้ำเสียงอีกฝ่ายไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เขาจึงชี้ไปที่หยางโปพร้อมกับพูด “พี่เย้ครับ คนที่จะช่วยประเมินราคาของให้ก็คือคนนี้แหละครับ”

สีหน้าของเย้เหวยหลินกลายเป็นความเคร่งขรึมพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เสี่ยวลัว…นายอย่าบอกนะว่านายจะให้เด็กคนนี้มาประเมินราคาให้ฉัน? “

ลัวย่าวหัวรีบอธิบาย “พี่เย้ ไม่ใช่นะครับ”

“ไม่ใช่? นายจะบอกว่าคนนี้ไม่ใช่คนประเมินราคา? ” เย้เหวยหลินเริ่มไม่สบอารมณ์

ลัวย่าวหัวรีบพูดขึ้นพร้อมกับเหงื่อที่เริ่มไหลลงมาจากหน้าผาก “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับพี่เย้ ผมกำลังจะบอกว่าหยางโปมีเทคนิคในการประเมินสินค้า เขาเป็นคนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้แนะนำมาเลยนะครับ”

“มีเทคนิคงั้นเหรอ?” เย้เหวยหลินมองไปที่หยางโปด้วยใบหน้าไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน “ยังเด็กขนาดนี้ มันไม่ได้เป็นไปตามกฎของงานสายนี้ไม่ใช่เหรอ! มีเพียงแค่คนอายุเยอะๆ เท่านั้นที่จะมีประสบการณ์ที่เพียงพอไม่ใช่เหรอ? “

ลัวย่าวหัวเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมา “พี่เย้ครับ มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปนะครับ งั้นพี่ลองให้เขาดูของๆ พี่ก่อนก็ได้”

เย้เหวยหลินยกมือขึ้นก่อนที่จะปิดตาลงโดยไม่พูดอะไร

ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้หน้าผากของลัวย่าวหัวเต็มไปด้วยเหงื่อที่เปียกชุ่มโดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปถึงจะเหมาะสม

หยางโปเองก็รู้สึกได้ถึงอาการประหม่าที่เกิดขึ้นจากคำพูดดูถูกของคนตรงหน้า ทว่าเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ในเวลานั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ลัวย่าวหัวรีบเดินไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขกทันที

“ฉันมาหาเย้เหวยหลิน” คนที่เพิ่งปรากฏตัวพูดขึ้น ทว่าน้ำเสียงของคนนั้นเป็นน้ำเสียงที่หยางโปรู้สึกคุ้นเคยอย่างมากจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปดู

“คุณเฉาเชิญเข้ามาก่อนครับ” เย้เหวยหลินลืมตาขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน

ทันใดนั้นหน้าใสๆ พร้อมกับร่างที่ผอมบางราวกับไม้ไผ่ก็เดินเข้ามาในห้องก่อนที่จะจับมือทักทายเย้เหวยหลิน “อาจารย์เฉา ในที่สุดคุณก็มาหาผม”

เฉาหยวนเต๋อไม่ได้แสดงท่าทางหยิ่งยโสใดๆ “คุณเย้พูดเกินไปแล้วครับ”

ดวงตาของหยางโปเบิกกว้างขึ้น เพราะเขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่มาที่นี่จะเป็นเฉาหยวนเต๋อ ซึ่งเป็นคนที่เขาเจอตอนที่เขาขายเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินที่ร้านจี๋หย่าถาง แถมยังเป็นคนที่ซื้อภาชนะสำริดจากเขาด้วย

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...