ตอนที่แล้วตอนที่ 16 เหตุสุดวิสัย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน

เนตรเซียนทะลุสมบัติ

ตอนที่ 17 การกลั่นแกล้งของผู้ดูแลชวี


” 30,000 หยวน” หยางโปหันไปสบตาผู้ดูแลชวี

“40,000 หยวน” ผู้ดูแลชวีหรี่ตามองมาที่ผมก่อนที่จะเพิ่มราคาให้สูงขึ้น

หยางโปไม่ได้รีบร้อนที่จะโต้ตอบกลับไป อันที่จริงของชิ้นนี้สามารถซื้อจากราคาตลาดได้ 30,000 หยวน แต่ผู้ดูแลชวีกลับเพิ่มราคาขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าเขาคงจะมองเห็นอะไรบางอย่างสินะ?

ในเมื่อเขาเองก็มองออกคนอื่นๆก็คงจะเห็นเหมือนกันสินะ หยางโปเกิดอาการลังเลขึ้นมาครู่หนึ่ง “45,000 หยวน”

“48,000 หยวน” ผู้ดูแลชวียังคงเพิ่มราคาขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน

หยางโปขมวดคิ้วเข้าหากัน ” 50,000 “

“ดูเหมือนว่านายจะชอบของชิ้นนี้จริงๆนะเนี่ย งั้นฉันให้นายก็แล้วกัน”

จู่ๆ ผู้ดูแลชวีก็เอามือลงจนทำให้หยางโปรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ทว่าทันใดนั้นเขาก็คิดถึงตอนที่ขายเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินขึ้นมาได้ว่าตอนนั้นเขาขายออกไป 50,000 หยวนไม่ใช่เหรอ? หรือว่านี่จะเป็นบทเรียนที่ผู้ดูแลชวีจะสั่งสอนเขา!

วิธีการของผู้ดูแลชวีโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!

หยางโปใช้เงิน 50,000 หยวนเพื่อที่จะซื้อรูปปั้นชิ้นนี้ โดยที่ไม่มีใครโต้ตอบอะไรกลับมาและการประมูลก็ยังคงเดินหน้าต่อ

หลังจากที่รูปปั้นมาอยู่ในมือของเขา หยางโปก็ไม่ได้สนใจของที่อยู่บนเวทีตรงหน้าอีกต่อไป ทว่าภายในใจของเขาเอาแต่คิดว่าหลังจากที่เขาขายของชิ้นนี้ออกไปแล้ว เขาจะต้องกลับบ้านให้ได้ โรคของพ่อไม่สามารถที่จะลากเวลาออกไปได้มากกว่านี้แล้ว ถึงแม้ว่าในมือของเขาจะไม่มีเงิน 850,000 หยวน แต่การที่จะพาพอไปตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนก็ถือว่ายังดี เพราะถ้าหากเป็นเช่นนี้เขาก็ยังมีเวลาที่จะเก็บเงินรักษาให้กับพ่อของเขาได้

ระหว่างที่หยางโปตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด การทำการประมูลก็ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้ดูแลชวีจะไม่ซื้ออะไรจากในงานประมูลในครั้งนี้เลยสักชิ้นและมันทำให้เขารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก

ของชิ้นสุดท้ายในงานประมูลถูกซื้อโดยคนแก่คนหนึ่ง หลังจากที่ของชิ้นสุดท้ายถูกประมูลออกไปการประมูลก็สิ้นสุดลง

เหมยเหล่าซานยืนอยู่ด้านหน้าเวทีก่อนที่จะปรบมือเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน “การประมูลในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วขอบคุณทุกท่านที่มาในวันนี้ ในครั้งหน้าเรายังคงยึดตามเวลาและกฎเดิม หากมีเพื่อนใหม่สนใจก็สามารถแนะนำมาที่นี่ได้ แต่ครั้งหน้าเกรงว่าอาจจะต้องสู้กันมากกว่านี้แล้วล่ะ! “

ระหว่างที่เหมยเหล่าซานพูดอยู่นั้นแม้ว่าจะไม่ได้มองไปที่คนใดคนหนึ่งแต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าคำพูดนั้นหมายถึงหยางโป

หลังจากที่ทำการตกลงซื้อขายแล้ว หยางโปก็ทำการเจรจากับอีกฝ่ายโดยในที่สุดเขาก็สามารถรูดบัตรเพื่อจ่ายค่าประมูลในครั้งนี้ได้ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความปิติยินดีแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกมาในเวลานี้เพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นเห็น

ตอนที่เขาถือรูปปั้นและเตรียมตัวเดินออกไป เขาก็ได้ยินเสียงชายหัวล้านคนนั้นพูดขึ้นว่า “ครั้งหน้าคุณหยางจะมาอีกรึเปล่าครับเนี่ย?”

หยางโปเกิดอาการลังเลขึ้นมาเพราะอันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะมีที่นี่อีก ทว่าเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะมีเงินรักษาพ่อของเขาเพียงพอรึเปล่า เขาหวังว่าจะมีโอกาสสักครั้ง แค่ครั้งเดียวครั้งเดียวก็พอแล้ว ที่จริงขออีกสักครั้ง แค่ครั้งหน้าครั้งสุดท้าย แล้วเขาจะไม่มีที่นี่อีก!

ในที่สุดเขาก็หันไปหาอีกฝ่ายก่อนที่จะพยักหน้า “ครั้งหน้าผมจะมาอีกครับ”

“ดีเลยครับคุณหยาง คุณทิ้งเบอร์ไว้หน่อยสิครับ เมื่อถึงเวลาเราจะทำการส่งข้อความไปแจ้งให้” ท่าทางของชายผู้นี้ดูแข็งกระด้างแต่กับปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความสุภาพ

ตอนนี้ภายในใจของเขาเอาแต่คิดว่าตอนเช้าเขาจะต้องนำรูปปั้นนี้ไปขาย เมื่อถึงเวลานั้นก็บอกกัวปาผีสักคำว่าเขาจะกลับบ้านขอเบิกเงินกลับบ้านสักก้อน ตอนนี้พ่อไม่ยอมไปโรงพยาบาลยังไงตอนนี้เขาก็ต้องหาทางกลับบ้านเพื่อพาพ่อมารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้ได้

หลังจากที่ขายรูปปั้นนี้ออกไป เงินค่ารักษาคงจะไปถึงครึ่งแล้วละมั้ง

หลังจากที่หยางโปเดินออกมาด้านนอกเขาก็พบกับลัวซ่าวและคนวิเคราะห์ราคาของเขา ซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านนอกราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่

ถึงแม้ว่าหยางโปจะไม่ได้รู้จักกับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวแต่เขาก็หันไปพยักหน้าทักทายให้กับอีกฝ่ายก่อนที่จะเตรียมตัวเดินออกไป

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของลัวซ่าวพูดขึ้นมาว่า “นี่เสี่ยวหยาง ขอเวลาแปบสิ”

หยางโปชะงักก่อนที่จะหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัยโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

ลัวซ่าวยิ้ม “ปู่เฟิงมีอะไรอยากจะถามน้องหยางหน่อยน่ะ”

หยางโปมองไปตามนิ้วของลัวซ่าวก่อนที่จะพบกับชายแก่อีกคนที่มาพร้อมกับเขาซึ่งใบหน้าของเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวล ฉันแค่อยากจะถามเกี่ยวกับรูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนั้นว่ามันมีที่มาอย่างไร ทำไมนายถึงได้อยากได้ขนาดนั้น”

หยางโปชะงักไปครู่หนึ่ง “ที่จริงปู่เฟิงเองก็ไปดูมันก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน ท่านเห็นอะไรผมก็เห็นแบบนั้นแหละครับ”

ในเวลานั้นเองผู้ดูแลชวีก็กล่าวลาคนอื่นๆ ก่อนที่จะเดินออกมา ซึ่งทำให้เขาได้ยินบทสนทนาของหยางโปพอดี เขาจึงหัวเราะขึ้นมา “พี่เฟิงอย่าไปถามอะไรคนที่ไม่รู้เลยครับ ผมเกรงว่าอาจจะถูกเด็กหลอกได้นะ ผมรู้เกี่ยวกับเด็กนี่ดีเลยล่ะ แถวเขายังเป็นแค่เด็กที่ร้านของกู่เต๋อจายด้วย! “

“กู่เต๋อจายเป็นร้านขายวัตถุโบราณเล็กๆที่อยู่ข้างๆฉาวเทียนกง เขาทำงานอยู่ที่นั่นมา 2 ปีแล้ว เด็กแบบนี้น่ะคารมดี เก่งแต่ปาก ท้ายที่สุดเขามาที่นี่ก็เพื่อหลอกลวงคนอื่นไปวันๆ หึหึ”

ผู้ดูแลชวีหันมามองหยางโปก่อนที่จะพูดด้วยความเหยียดหยาม

หยางโปพยักหน้า “ผมเป็นเด็กเฝ้าร้านขายของโบราณ อันนี้ผมยอมรับครับ แต่ผมไม่เคยใช้ชื่อของใครเพื่อเอาไปแอบอ้าง! “

ผู้ดูแลชวีหัวเราะออกมา “ฮ่าๆ เจ้าเด็กนี่โดนผมหลอกจนพรุนเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับจากคนอื่น แต่คนๆนี้มันเป็นพวกผิดศีลธรรม ทำตัวต่ำช้า ก่อนหน้านี้ตอนที่ยืนซื้อของอยู่ที่ตลาดผีเจ้าเด็กนี่ก็มาแอบสะกดรอยตามผมว่าผมสนใจของชิ้นไหน พอเห็นว่าผมสนใจเจ้านี่ก็แย่งซื้อตัดหน้าผมไปซะอย่างงั้น ช่างเป็นการประพฤติที่เลวทรามจริงๆ! “

เห็นได้ชัดว่าคำพูดของผู้ดูแลชวีต้องการจะพูดให้ลัวซ่าวได้ยิน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไปมากนัก แต่เป็นปู่เฟิงที่ขมวดคิ้วพร้อมกับถาม “เจ้าหนู เขาพูดจริงเหรอ?”

หยางโปมองอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้อธิบายถึงสิ่งที่ผู้ดูแลชวีพูดถึงแต่ถามกลับไปว่า “ไม่ทราบว่าปู่เฟิงเรียกผมมีอะไรรึเปล่าครับ? ถ้าหากเป็นเพราะเรื่องบ้าบอนี่ผมเกรงว่าผมอาจจะตอบคำถามของคุณไม่ได้นะครับ”

ปู่เฟิงหันไปมองที่มือของหยางโปก่อนที่จะชี้ไปที่รูปปั้นในมือของเขา “ฉันแค่อยากจะรู้เกี่ยวกับของชิ้นนี้เท่านั้นแหละ”

ผู้ดูแลชวีที่ยืนอยู่ข้างหัวเราะออกมา “พี่เฟิง พวกเรารู้จักมาก็ตั้งนานแล้ว ตัวตนของผมมันยังไม่สามารถทำให้พี่เฟิงเชื่อได้อีกเหรอครับ? เจ้าเด็กนี่เป็นแค่โชคช่วยเท่านั้นแหละ วันนี้ที่ทำการประมูลของชิ้นนี้ผมเองก็คิดไว้แล้ว แต่เขาคงจะคิดไม่ถึงว่าราคาของชิ้นนี้ราคาแค่ 20,000-30,000 หยวนก็เพียงพอแล้ว ที่เขาจ่ายเงินไป 50,000 หยวนถือเป็นการเอาสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์เลยล่ะ! “

หยางโปที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปมองผู้แลชวีพร้อมกับความรู้สึกภายในใจที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดที่ชั่วร้ายและน่ากลัวแบบนี้

ปู่เฟิงที่ไม่ได้ประทับใจหยางโปแต่แรกเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ดูแลชวีเขาก็เกิดอาการลังเลขึ้นมา เป็นเพราะท่าทางของหยางโปสงบอยู่ตลอดเวลาเมื่อเทียบกับผู้ดูแลชวีที่เอาแต่พูดอยู่ตลอดแทบจะไม่สามารถเทียบกันได้เลย

ลัวซ่าวได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “ปู่เฟิงไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนั้น พวกเราก็แค่ต้องการจะถามเรื่องของรูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนี้เท่านั้น”

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...