ตอนที่แล้วตอนที่ 15 การประมูลใต้ดิน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 17 การกลั่นแกล้งของผู้ดูแลชวี

เนตรเซียนทะลุสมบัติ

ตอนที่ 16 เหตุสุดวิสัย


หลังจากของชิ้นแรกถูกประมูลออกไป บรรยากาศภายในห้องก็เริ่มจะตึงเครียดขึ้น ทุกคนต่างพากันจับจ้องไปที่โต๊ะด้านหน้า การได้เจอของดีใครๆต่างก็อยากจะคว้าเอาไว้ ของที่นี่ถือว่ามีราคาถูกหากสามารถซื้อออกไปได้ก็สามารถทำเงินให้สูงขึ้นได้

“เอาล่ะครับมาถึงชิ้นที่สองของเรา…และนี่คือ 《ภาพตกปลาในทะเลสาบและภูเขา》ของท่านฉี่กง”

จิตรกรรมตัวอักษรร่วมสมัยงั้นเหรอ? หยางโปชะงักไป เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นผลงานจิตรกรรมตัวอักษรร่วมสมัย เพราะสำหรับเขาแล้วมีของจำนวนมากที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน และมีโอกาสที่มันจะถูกทำลายลงก่อนที่จะมาถึงที่นี่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคงจะยังมีหลงเหลืออยู่

เป็นเพราะของชิ้นนี้คือจิตรกรรมตัวอักษรจึงทำให้คนที่ขึ้นไปชื่นชมมีไม่เยอะเท่าก่อนหน้านี้ ซึ่งมีเพียงแค่คุณปู่หยีและชายแก่อีกคนนึงที่ขึ้นไปดูเท่านั้น

หยางโปเองก็ไม่ได้ขึ้นไปดูเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเพราะความรู้ของเขาเกี่ยวกับของชิ้นนี้มีน้อยมาก และถึงแม้จะขึ้นไปดูเขาก็ยังต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบของชิ้นนี้เขาจึงเลือกที่จะมองมันจากข้างล่าง

เขาจ้องไปที่ผลงานชิ้นนั้นจากระยะไกล ด้านบนจิตรกรรมมีแสงส่องออกมาเบาบางมากเสียจนยากเกินกว่าที่จะสามารถตัดสินได้

หลังจากที่ทั้งสองคนดูเสร็จแล้ว เหมยเหล่าซานก็เงียบไปครู่หนึ่งทว่าหลังจากที่ไม่เห็นใครโต้ตอบอะไรกลับมา ภายในใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังขึ้น แต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม “ท่านฉี่กงเป็นปรมาจารย์ด้านจีนศึกษา อีกทั้งยังเป็นปรมาจารย์ของภาพวาดจีนด้วย ชื่อเสียงของท่านทุกคนต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ภาพจิตรกรรมชิ้นนี้เริ่มเปิดประมูลที่ราคา 200,000 หยวน”

หลังจากที่ราคาประมูลถูกประกาศออกไปความเงียบก็เกิดขึ้นและไม่มีใครเปิดราคาขึ้นมา ซึ่งมันทำให้หยางโปเกิดอาการตกตะลึงขึ้น เป็นเพราะเขาไม่สามารถทำการประเมินของชิ้นนี้ได้เขาจึงอยากจะดูปฏิกิริยาของคนอื่น ทว่าในเวลานี้กลับไม่มีใครเสนอราคาขึ้นมาแม้แต่คนเดียว มีเพียงแค่เสียงลมหายใจเท่านั้น

เหมยเหล่าซานแสดงสีหน้าเจื่อนขึ้นมา “เหมยเหล่าซานทำธุรกิจซื่อตรงและให้ราคาที่เป็นธรรมกับทุกท่าน”

“พอแล้วเหล่าซาน ไม่ต้องพูดเยอะ เอาเป็นว่าทุกคนไม่อยากได้มัน ต่อให้นายพูดมากกว่านี้ก็ไม่มีใครประมูลอยู่ดีนั่นแหละ” คุณปู่หยีพูดแทรกขึ้น

“เถ้าแก่เหมย พวกเรามาซื้อของแต่ก็ไม่อยากจะเห็นสีหน้าไม่มีความสุขของคุณนะครับ”

หยางโปหันไปมองคนที่พูด ซึ่งคนๆนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งพิงเก้าอี้ราวกับกำลังเอนตัวอยู่บนโซฟาที่บ้านยังไงยังงั้น

เถ้าแก่เหมยได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรก่อนที่จะพูดต่อว่า “ขอโทษทุกท่านด้วยนะครับ งั้นเราไปต่อที่ชิ้นต่อไปเลยก็แล้วกันนะครับ”

หยางโปเห็นถึงความแปลกบางอย่างของการทำการซื้อขายของที่นี่ ภายในใจก็อดไมได้ที่จะรู้สึกแปลกใจขึ้นมา คิดไม่ถึงเลยว่าการมาที่นี่เป็นครั้งแรกของเขาจะทำให้เขาเห็นสถานการณ์ที่น่าชมแบบนี้ด้วย

ชิ้นที่สามที่ถูกนำมาประมูลเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมในสมัยราชวงศ์หมิง หลังจากที่หยางโปขึ้นไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าบนรูปปั้นมีห่วงรัดศีรษะสีทองซึ่งมีความประณีตอย่างมาก ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความสง่าและมีจิตใจเมตตา ทันใดนั้นแสงก็สาดส่องเข้ามาในตาเขา ของชิ้นนี้ถือเป็นของที่เยี่ยมยอดมาก

“เปิดประมูลที่ 30,000 หยวน ในแต่ละครั้งราคาประมูลไม่ต่ำกว่า 1,000 หยวน”

เหมยเหล่าซานสังเกตเห็นสีหน้าของทุกคนในที่นี้ ทว่าพวกเขาต่างก็เป็นพวกที่มีประสบการณ์ทำยังไงเขาก็ไม่สามารถคาดเดาสีหน้าของคนเหล่านี้ได้ แม้แต่หยางโปที่แม้ว่าจะมาที่นี่เป็นครั้งแรกแต่เขาก็ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาให้ได้เห็นเช่นเดียวกัน

“50,000 หยวน” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นข้างหูเขา “อาม่าที่บ้านนับถือศาสนาพุทธ ก็เลยอยากจะขอกลับไปตั้งบูชาที่บ้านสักหน่อย”

หยางโปหันกลับไปมองด้วยท่าทางประหลาดใจ เหตุผลพวกนี้จำเป็นต้องบอกในที่ประมูลด้วยเหรอ? เหตุผลเหล่านี้ถ้าหากให้เขาพูดบ้างเขาคงจะพูดได้สิบกว่านาทีโดยไม่หยุดพูดเลยล่ะ

หลังจากที่ชายหนุ่มคนนั้นพูดออกไป ภายในห้องก็เกิดความเงียบไปชั่วขณะ แม้แต่เถ้าแก่เหมยเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น “ในเมื่อลัวซ่าวอยากได้ พูดแค่คำเดียวก็ได้แล้ว”

ลัวซ่าวโบกมือก่อนที่หัวเราะออกมา “ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ มิตรภาพก็ส่วนมิตรภาพ อย่าเอามารวมกันเลยครับ”

“ใช่ๆ ลัวซ่าวพูดถูกที่สุดเลย” รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนหน้าเหมยเหล่าซานราวกับมีความสุขเป็นอย่างมาก

“ถ้างั้นมีใครอยากจะเสนอราคาเพิ่มอีกไหมครับ? ” เหมยเหล่าซานหันไปหาคนอื่นๆที่เหลือ

ภายในใจของหยางโปแอบแสดงอาการดูถูกขึ้นมาดูเหมือนว่าลัวซ่าวคนนี้จะไม่ใช่คนธรรมดาๆ เพราะพูดของเขาแค่คำเดียวสามารถทำให้คนอื่นๆเงียบเสียงลงได้ ดูก็รู้แล้วว่ารูปปั้นชิ้นนี้มีราคาไม่น้อยกว่า 2-3 แสนหยวน แต่เป็นเพราะลัวซ่าวจึงทำให้ไม่มีใครกล้าเสนอราคาขึ้นมา

หลังจากที่เหมยเหล่าซานถามอีกครั้งในที่สุดก็ทำการสรุปการประมูลในครั้งนี้ “รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมยุคราชวงศ์หมิงเป็นของลัวซ่าว”

ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคนอื่นๆ ในขณะที่เหมยเหล่าซานก็เริ่มทำการประมูลชิ้นต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หยางโปให้ความสนใจกับลัวซ่าวมากขึ้น เขาพบว่าแต่ละครั้งลัวซ่าวจะพูดขึ้นมาก่อนที่ส่งคนให้ขึ้นไปดู ทว่าพวกเขารู้วิธีการเดินหน้าและถอยหลัง เพราะหลังจากที่ได้ครอบครองรูปปั้นกวนอิมแล้วก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำการประมูลของชิ้นถัดไป

หลังจากการประมูลผ่านไป ก็มีการนำรูปปั้นนักเต้นหยกขึ้นมาซึ่งของชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากหยกขาวแต่มีการแต่งแต้มด้วยสีแดงบางส่วน เห็นได้ชัดว่าที่มาของรูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนี้ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาอยู่เล็กน้อย หยางโป ลังเลว่ารูปปั้นหยกชิ้นนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกขุดขึ้นมาจากสุสานบางแห่ง

หลังจากที่เห็นรูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนี้ หยางโปก็รู้สึกสนใจขึ้นมาจนต้องขึ้นไปดูอย่างละเอียดเขาก็พบว่าส่วนเอวของรูปปั้นนั้นมีส่วนเว้าโค้ง แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างหนึ่งถูกวางอยู่ที่ตำแหน่งเอว โดยมีแขนเสื้อยาวลงไปถึงข้างลำตัว รูปร่างที่เผยให้เห็นนั้นดูอ่อนช้อยนุ่มนวลและสง่างาม แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่รูปปั้นเล็กๆแต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก

ทันใดนั้นแสงตรงหน้าก็ปรากฏขึ้นก่อนที่จะล้อมไปที่ตัวของรูปปั้นตรงหน้า แสงของมันเริ่มแปรเปลี่ยนจากเบาบางกลายเป็นหนามากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าจะหนากว่าของที่เขาเคยเจอมาทั้งหมด แต่มันดูบางกว่าภาชนะสำริดราชวงศ์ซางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความสวยงามที่ดูมีสง่าราศีและความเชื่อมโยงกันของทุกส่วนทำให้ หยางโปเริ่มคิดทบทวนขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากที่ทุกคนดูจนครบแล้ว เหมยเหล่าซานก็พูดขึ้นว่า “รูปปั้นนักเต้นหยกสมัยฮั่น เปิดประมูลที่ 20,000 หยวน ในแต่ละครั้งห้ามประมูลต่ำกว่า 1,000 หยวน”

รูปปั้นชิ้นนี้มีความงดงามจนทำให้ผู้คนต่างพากันแย่งกัน หยางโปรู้ดีว่ากำลังในการจ่ายเงินของเขาดูเบาบางกว่าคนอื่นๆ มาก เขาจึงเริ่มทำการประมูลขึ้นมาเป็นคนแรก “21,000 หยวน”

หยางโปถือว่ายังเด็กมากเมื่ออยู่ในที่ประมูลแห่งนี้ หลังจากที่เขาเริ่มทำการประมูลคนอื่นๆก็เริ่มให้ความสนใจขึ้นมา

“25,000 หยวน” ปู่หยีพูดขึ้น

“27,000 หยวน” หยางโปหันไปหาปู่หยีก่อนที่จะพยักหน้าให้

“เจ้าหนูนี่มีมารยาทดีนะเนี่ยทั้งๆที่ทำการประมูลเป็นครั้งแรกแท้ๆ งั้นฉันไม่เสนอราคาแล้ว”

ภายในการประมูลมีเพียงหยางโปและปู่หยีเท่านั้นที่ทำการประมูลของชิ้นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีคนอื่นๆมาร่วมประมูลด้วย หลังจากที่ปู่หยีทำการถอยไม่สู้ราคาต่อ หยางโปก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย

ปู่หยีแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีจนทำให้หยางโปประทับใจถึงกับหันไปพยักหน้าให้เพื่อเป็นการขอบคุณ

เหมยเหล่าซานเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะของชิ้นนี้เป็นเพียงของธรรมดาๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น ถ้าหากจะมีราคาที่สูงขึ้นก็คงจะสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย ในเมื่อปู่หยีอยากจะแสดงความปรารถนาดี เขาเองก็มีความสุขกับการประมูลสินค้าชิ้นนี้ด้วย

หลังจากที่เห็นว่าไม่มีใครทำการประมูลแล้ว เหมยเหล่าซานก็เตรียมทำการปิดประมูล

“28,000 หยวน”

เสียงภายในห้องประมูลดังขึ้นอีกครั้งจนทำให้คนที่อยู่ในนั้นเกิดอาการชะงักไปชั่วขณะ หยางโปเองก็ตกใจจนอ้าปากค้างก่อนที่จะหันไปทางต้นเสียงพร้อมกับพบว่าเจ้าของเสียงไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นผู้ดูแลชวีนั่นเอง

หยางโปรู้สึกโกรธและไม่พอใจอีกฝ่ายที่ทำแบบนี้ เขามั่นใจว่าผู้ดูแลชวีเองก็มีของล้ำค่าอยู่ในมืออยู่แล้ว แต่หากทำตามกฎแล้ว ถ้าหากผู้ดูแลชวีเริ่มลงมือ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะขอร้องไม่ให้คนอื่นซื้อมันแน่ๆ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนั้นผู้ดูแลชวีและเถ้าแก่เจี่ยจะร่วมมือกันหลอกเขา แถมตอนนี้ยังมาขึ้นราคาของที่เขากำลังประมูลอีก!

หรือว่าผู้ดูแลชวีต้องการที่จะโจมตีเขาจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...