ตอนที่แล้วตอนที่ 10 ตลาดมืดขนาดเล็ก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 12 เจ้าเด็กน้อยกับอาจารย์ใหญ่

เนตรเซียนทะลุสมบัติ

ตอนที่ 11 ชายร่างผอมเหมือนไม้ไผ่


หลังจากที่กลับมาถึงร้านกู่เต๋อจาย ประตูร้านก็ถูกเปิดออก หยางโปไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักและใจของเขาก็ยังคงนิ่งสงบ

“หยางโป แกไปไหนมา? ” กัวปาผีที่กำลังนั่งอยู่ตรงกลางห้องโถงถามพร้อมกับจิบน้ำชาในมือของเขา

“อ๋อ ไปเดินเล่นมาน่ะครับ อยู่ในห้องทั้งวันรู้สึกเบื่อๆน่ะ” หยางโปตอบกลับไป

กัวปาผีเกิดอาการชะงักขึ้น ปกติถ้าเขาถามคำถามกับหยางโป อีกฝ่ายก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเบาๆ แต่ไม่เคยเห็นหยางโปจะตอบด้วยท่าทางที่นิ่งขนาดนี้มาก่อนเลย!

หยางโปเดินไปที่บันไดเพื่อที่จะนำภาชนะสำริดสามขาไปเก็บให้เรียบร้อย

กัวปาผีที่มีสายตาหลักแหลมสังเกตเห็นของวัตถุที่มีสนิมสีเขียวเกาะอยู่ จึงรีบพูดขึ้นมาว่า “หยางโปเดี๋ยวก่อน! “

หลังจากที่เห็นหยางโปหยุดเดินเขาก็พูดพร้อมกับยิ้มออกมา “อะไรอยู่ในมือนายน่ะ? ขอฉันดูหน่อยได้ไหม? “

หยางโปลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะนำภาชนะชิ้นนั้นวางลงบนโต๊ะ

กัวปาผียิ้มออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “อยู่ที่ร้านมา 2 ปี นี่นายเริ่มลงมือหาเองแล้วเหรอเนี่ย? “

หยางโปได้ยินอีกฝ่ายพูดเขาก็เลือกที่จะไม่ตอบอะไรกลับไป

ทว่ากัวปาผีก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะเขาคิดว่าท่าทางของหยางโปเป็นเรื่องปกติที่เขาเห็นได้ทุกวัน เขาถกแขนเสื้อขึ้นก่อนที่จะนำแว่นขยายออกมาส่องดูวัตถุที่อยู่ตรงหน้า

ของชิ้นนี้เป็นวัตถุสำหรับใส่เหล้าสมัยโบราณซึ่งมันเทียบเท่าได้กับแก้วเหล้าในปัจจุบัน แต่เพียงแค่มันมีความประณีตมากกว่า วัตถุสำริดชิ้นนี้ที่หยางโปได้มามีท้องเป็นทรงกลมรูปไข่ ซึ่งด้านหน้ามีไว้สำหรับรินเหล้าออกมา ส่วนด้านหลังจะเป็นหางแหลม ซึ่งมีหูจับอยู่ตรงบริเวณข้างๆ ส่วนด้านล่างจะมีขาสามขาเพื่อใช้สำหรับวาง

กัวปาผีจ้องมองไปที่สนิมสีเขียวเหล่านั้นอยู่นานก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น “ฉันไม่ค่อยจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับของสำริดพวกนี้ ก็เลยดูไม่ออกว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่”

หยางโปและกัวปาผีรู้จักกันมา 2 ปีแล้ว เห็นท่าทางของกัวปาผีเขาก็พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร ตอนที่กัวปาผีพูดเมื่อครู่นี้ คิ้วด้านซ้ายของเขากระตุกขึ้นซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขาโกหก

แต่…หยางโปก็ไม่ได้อยากจะพูดเรื่องนี้กับกัวปาผีเท่าไหร่ ตอนนี้ใจของเขาอยู่กับจำนวนเงิน 850,000 หยวนนั่น เขาอยากให้พ่อของเขากลับมาหายเป็นปกติเร็วๆ ดังนั้นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดจบหยางโปก็หยิบภาชนะสำริดชิ้นนั้นก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆแล้วเดินขึ้นห้องไป

กัวปาผีเห็นท่าทางที่ไม่สนใจของอีกฝ่ายก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมา “นี่ ถึงแม้ว่าฉันจะดูไม่ออกแต่ว่าเพื่อนฉันเขาสามารถบอกแกได้นะ ฉันว่าแกเอาของนั่นมาให้ฉันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะช่วยแกเอาไปขายเอง”

หยางโปที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงบันไดหลังจากได้ยินคำพูดของกัวปาผีเขาก็หันกลับมา “ไม่ต้องหรอกเถ้าแก่ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

กัวปาผีรีบพูดต่อว่า “เจ้าเด็กนี่ ฉันพูดจริงๆเลยนะ ฉันว่าภาชนะสำริดชิ้นนี้อาจจะเป็นของจริงก็ได้ เอาไปให้เพื่อนฉันดูให้ดีกว่า ตอนนี้นายเองก็เดือดร้อนเรื่องเงิน ถ้าหากมันเป็นของจริงขึ้นมา ฉันสามารถช่วยแกขายได้นะ”

หยางโปมองมาที่กัวปาผีโดยไม่ได้พูดอะไร เพราะเขาไม่เชื่อว่ากัวปาผีจะมีน้ำใจกับเขาจริงๆ !

หลังจากที่เงียบไปอีกฝ่ายก็พูดต่อว่า “แกเองก็รู้ว่าฉันมีเส้นสายเยอะแยะ เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ ฉันไปหาเพื่อนไม่กี่นาทีก็จัดการได้แล้ว ถ้าหากตกลงซื้อขายสำเร็จ นายให้ค่าเหนื่อยฉันนิดๆหน่อยๆก็พอแล้วล่ะ”

ถ้าหากหยางโปดูภาชนะชิ้นนี้ไม่ผิดล่ะก็ มันคงจะเป็นของโบราณในยุคราชวงศ์ซางตอนต้น ถึงแม้ว่าเครื่องใช้สำริดจะไม่ได้ขายออกไปง่ายๆ แต่ก็สามารถทำเงินได้ 1-2 หมื่นหยวนเป็นอย่างน้อย และถ้าหากสำเร็จขึ้นมาจริงๆ เขาก็คงต้องแบ่งเงินให้เถ้าแก่อย่างน้อย 1-2 พันหยวน เขาไม่มีทางให้เงินจำนวนนั้นแน่ๆ ขนาดเงินแค่ 5 หยวน เขายังต้องประหยัดเลย เงินจำนวนนั้นมันสามารถซื้อข้าวผัดได้ถึงครึ่งปีเลยนะ!

หยางโปส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกเถ้าแก่ ผมว่าผมจัดการเองดีกว่า”

กัวปาผีถูกปฎิเสธติดต่อกันถึง 3 ครั้งจนทำให้เขารู้สึกร้อนใจขึ้นมา “แกเป็นอะไรของแกเนี่ย? ฉันอุตส่าจะช่วยขายของให้ หรือว่านายไม่อยากจะเสียค่าเหนื่อยให้ฉันสินะ? ของในมือนายยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันเป็นของแท้หรือของปลอม ถึงมันจะเป็นของแท้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเต็มใจช่วยนายขายรึเปล่า “

หยางโปมองไปที่กัวปาผีก่อนที่จะยิ้มออกมา “ถ้าเถ้าแก่ไม่เต็มใจ ก็ไม่เป็นไรครับ”

กัวปาผีอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่รู้เลยว่าวันนี้หยางโปเป็นอะไร หรือเขาไม่อยากจะทำงานที่นี่แล้ว?

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดกันอยู่ ชายร่างผอมบางราวกับไม้ไผ่ก็เดินเข้ามาในร้าน หลังจากที่เขาเห็นการเผชิญหน้าของทั้งสองเขาก็เกิดอาการชะงักขึ้นมา

กัวปาผีเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพูดกับหยางโปว่า “หยางโป ไปเอาน้ำชาชั้นดีมาเสิร์ฟ! “

พูดจบกัวปาผีก็หันไปยิ้มต้อนรับแขกที่เพิ่งมาถึง “อาจารย์เฉา ลมอะไรพัดให้มาถึงที่นี่ได้ล่ะครับเนี่ย”

ชายร่างผอมเหมือนไม้ไผ่หันไปมองหยางโปก่อนที่จะยิ้มให้เล็กน้อย ขณะที่เขาจะกล่าวทักทาย หยางโปก็ส่ายหน้ามาที่เขาจนทำให้เขารู้สึกประหลาดใจขึ้นมา จึงทำได้เพียงแค่หันกลับไปยิ้มกับกัวปาผี “ผมว่างช่วงวันหยุดพอดีก็เลยมาเดินเล่นๆ แถวนี้หน่ะ แล้วก็คิดว่าอยากจะเลือกของเล็กๆน้อยๆ ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย”

“อาจารย์เฉา ถ้าหากคุณบอกว่าจะมาหาของเล็กๆน้อยๆ พวกนั้น ผมว่ามันคงจะไม่ได้เล็กน้อยอย่างที่คุณว่าแล้วสิ ” กัวปาผีพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา ทว่าภายในใจก็ยังรู้สึกภูมิใจ ดูเหมือนว่าร้านเล็กๆ ของเขาก็มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ถึงได้ดึงดูดให้อาจารย์เฉาหยวนเต๋อมาถึงที่นี่ได้

ในเวลาเดียวกันใจของหยางโปก็เกิดอาการเต้นแรงขึ้นมา เขาเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าคนๆนี้จะเป็นคนเดียวกับชายร่างไม้ไผ่คนนั้นที่อยู่ในร้านจี๋หย่าถางที่เขาเจอเมื่อคืนก่อน แผนการที่จะได้เงิน 850,000 หยวนยังไม่เสร็จสิ้น เขาก็ยังไม่อยากจะเผยตัวเองให้ใครรู้ อีกอยากเขาก็ไม่อยากให้กัวปาผีรู้เรื่องพวกนี้ด้วย ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ทำงานด้วยกันทั้งหยางโปและกัวปีผีต่างก็รู้นิสัยของกันและกัน ถ้าหากความร่ำรวยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันถูกแพร่กระจายออกไป ก็คงจะทำให้คนเกิดความสงสัยขึ้นมาแน่ๆ เขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ

เขาจัดการนำชาหลงจิ่นเข้ามาเสิร์ฟให้แขก กัวปาผีโบกมือให้หยางโปพร้อมกับพูดขึ้น “ไป ไปเก็บกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย วันนี้อาจารย์เฉามาเป็นแขกให้กับเรา ต้องการจะเยี่ยมชมวัตถุภายในร้านเราด้วย ต้องทำให้อาจารย์ประทับใจนะ”

อันที่จริงหยางโปเองก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อเหมือนกัน เขาจึงใช้โอกาสนี้เพื่อปลีกตัวออกไป

แต่จู่ๆ อาจารย์เฉาก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอก ทำความสะอาดจะทำตอนไหนก็ได้ ฉันว่าเด็กหนุ่มต้องฝึกเยอะๆหน่อยนะ ทำความคุ้นเคยกับศิลปวัฒนธรรมให้มากๆ ถึงจะดี”

กัวปาผีรีบพูดกลับไป “ใช่ๆๆ อาจารย์เฉาพูดถูก พวกเด็กๆ ต้องเรียนรู้เยอะๆ”

“ยังไม่รีบขอบคุณอาจารย์เฉาอีก? ” กัวปาผีหันไปหาหยางโปพร้อมกับพูดขึ้น

ความแตกต่างระหว่างต่อหน้าและลับหลังของกัวปาผีแสดงออกได้อย่างชัดเจนมาก มันชัดเสียจนเฉาหยวนเต๋ออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนที่จะมองไปที่หยางโป ราวกับจะถามว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนคืออะไรกันแน่?

หยางโปยังไม่ได้เดินออกจากที่ที่อีกสองคนกำลังนั่งอยู่ แม้ว่าภายในใจของเขาจะไม่อยากอยู่ที่นี่ เขาจึงทำได้เพียงแค่หันไปจ้องตากับเฉาหยวนเต๋อ

จนทำให้เฉาหยวนเต๋อพูดขึ้นมาว่า “เถ้าแก่กัว การสอนให้กับเด็กวัยรุ่นเรียนรู้สิ่งต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญนะ”

พูดจบ เขาไม่รอให้เถ้าแก่กัวพูดอะไรต่อจากนั้น ก็ถามต่อว่า “เมื่อกี้ผมยืนอยู่ข้างนอก ได้ยินเรื่องที่พวกคุณสองคนกำลังคุยกันเหมือนจะเป็นภาชนะสำริดใช่ไหมครับ? เอ่อ… ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังเรื่องพวกคุณนะ แต่แค่เดินผ่านมาแล้วบังเอิญได้ยินพอดี”

กัวปาผีเกิดอาการอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่จะรู้สึกไม่ค่อยจะดีใจเท่าไหร่นัก ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเป็นเพราะร้านของเขาที่ดึงดูดให้อาจารย์เฉาเข้ามาในร้าน แต่ที่ไหนได้เป็นเพราะเขาได้ยินเรื่องภาชนะสำริดของหยางโปนี่เอง

หยางโปได้ยินเช่นนั้นก็เกิดอาการตกใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าจะเอาภาชนะชิ้นนี้ไปที่ร้านจี๋หย่าถาง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายร่างผอมเหมือนไม้ไผ่คนนี้จะเข้ามาในร้านเพราะภาชนะสำริดของเขา

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...