ตอนที่แล้วREBORN 10: ใกล้เข้ามา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปREBORN 12: สับสน

ตอนที่ 11: วันแห่งความโชคดี

 

 

เขตภูเขาที่โดเรียนอยู่ในตอนนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อภูเขาเนบลา ผืนป่าใหญ่ทางใต้เรียกว่าป่าเทาซันโอ๊ก ภูเขาทอดยาวหลายสิบไมล์ในขณะที่ผืนป่าทอดยาวเกือบสามร้อยไมล์ยึดครองผืนดินขนาดใหญ่ทั้งหมด ที่แห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์

 

สถานที่ที่โดเรียนกลายมาเป็นซาลาแมนเดอร์อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 ไมล์จากภูเขาเนบลา พื้นที่ขนาดเล็ดติดแม่น้ำลำธาร หลุมอุกกาบาตขรุขระได้ทำลายสถานที่อันงดงามแห่งนี้จนกลายเป็นปล่องภูเขาไฟที่ต้นหญ้าและพืชต่าง ๆ เพิ่งจะเริ่มฟื้นฟู

 

บนลำธารสายนี้มีซาลาแมนเดอร์ตัวเล็กเกล็ดสีเขียวที่ยาวประมาณเกือบหนึ่งเมตรกำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ พลางมองไปมาอย่างระมัดระวัง กรงเล็บของมันเปล่งประกายในขณะที่เตรียมพร้อมจะจับปลาผู้โชคร้ายที่หลงเข้ามาใกล้ สายน้ำส่องประกายดั่งมุกสีฟ้าอร่ามเนื่องด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สะท้อนลงมา

 

ขณะที่ซาลาแมนเดอร์เตรียมที่จะกระโจนงับเหยื่ออยู่นั้น ก็มีร่างมัว ๆ ซ่อนอยู่ด้านหลังและใช้มือแทงทะลุด้านหลังเจาะผ่านเข้ามาที่หัวใจของมันโดยตรง ออร่ากลิ่นเลือดจำนวนมากล้อมรอบร่างซึ่งทำให้มันยิ่งดูเหมือนลางร้ายที่น่าหวาดหวั่น

 

ซาลาแมนเดอร์ตัวนั้นเสียชีวิตคาที่ เสือดสีแดงโปรยลงจนย้อมพื้นน้ำให้กลายเป็นสีแดง

 

“ยังโหดเหมือนเดิมเลยนะ บรูตัส” เสียงนุ่มนวลน่าหลงใหลดังกึกก้องจากระยะไกลซึ่งเป็นอีกร่างหนึ่งที่ส่องประกายสู่การดำรงอยู่

 

ผู้หญิงร่างจิ๋วที่ดูเหมือนมนุษย์เว้นก็แต่ผิวหนังของเธอที่เป็นสีเทาซึ่งทำให้ดูต่างจากมนุษย์ปกติ ใบหน้าของเธอไม่แพ้ใครในเรื่องของความงาม ริมฝีปากได้รูปและดวงตาสีม่วงที่สดใส จมูกเล็ก ๆ ที่น่ารักมาพร้อมกับรอยยิ้มอันประณีต ในขณะที่ผมสีแดงยาวของเธอกวัดแกว่งไปมาเบา ๆ ท่ามกลางสายลมยิ่งทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าที่ไม่อาจเชื่อว่ามีอยู่จริง ชุดหนังสีดำรัดรูปช่วยแสดงสัดส่วนเว้าโค้งของเธอได้เป็นอย่างดี

 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นโลกใบนี้ ไกอา” ผู้พูดยักไหล่ขณะโยนร่างซาลาแมนเดอร์ที่ตายแล้วไปไว้ด้านข้าง

 

เขาเป็นชายร่างใหญ่ที่ดุร้ายเยี่ยงสัตว์ป่า กล้ามเนื้อที่โป่งนูนทั่วร่างถูกปกคลุมไปด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงหนังสีดำ เมื่อลุกขึ้นยืนเขาจะมีความสูงประมาณ 2 เมตรได้

 

เขามีผมสั้นสีแดง ใบหน้าที่ดูหยาบกร้านทว่ากลับมีเสน่ห์และหล่อเหลา คางที่แข็งแรงและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ มีรอยแผลเป็นสีแดงขนาดใหญ่สองอันพาดผ่านบนใบหน้าคล้ายดั่งรูปตัว X ซึ่งเริ่มตั้งแต่หูแต่ละข้างเดินทางผ่านแก้ม จมูกและลงไปที่ด้านข้างของลำคอ สีผิวของเขาเป็นสีเทาอ่อน ๆ

 

“เวทเลือด: จงอุบัติ” บรูตัสพูดพลางประกบมือเข้าหากัน วงแหวนสีทองเล็ก ๆ บนมือของเขาแวววาวเปล่งประกายขณะที่มือของเขาชนเข้าหากัน

 

ทันใดนั้นร่างซาลาแมนเดอร์ก็เกิดอาการกระตุกขึ้น แสงสีแดงที่ส่องประกายปรากฏขึ้นรอบตัวขณะที่มันหันไปเผชิญหน้ากับชายที่มีแต่กล้ามเนื้ออย่างช้า ๆ

 

บรูตัสชายตามองไปที่ไกอาครู่หนึ่งก่อนจะส่งรอยยิ้มไปให้ซึ่งเผยให้เห็นฟันที่เรียงกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความแปลกประหลาดเพียงอย่างเดียวในรอยยิ้มของเขาคือฟันแหลมคม 2 คู่ที่อยู่ทั้งด้านบนและด้านล่างซึ่งปรากฏในปากของเขา

 

“หลังจากนี้ ท่านผู้หญิง” เขาโค้งคำนับให้อย่างหยาบ ๆ

 

ไกอากลอกตามอง เธอยังคงดูสวยอยู่ตลอดในทุก ๆ การเคลื่อนไหว จากนั้นก็โบกมืออย่างสบาย ๆ ไปด้านข้าง

 

ไม้เท้าสีแดงซึ่งมาพร้อมกับคริสตัลสีขาวอร่ามที่มีรูปร่างเหมือนลูกตาปรากฎขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ไกอาถือไม้เท้าไว้ด้านหน้าก่อนจะมุ่งความสนใจไปที่ร่างซาลาแมนเดอร์แดง

 

“เวทเลือด: วาดร่างโชคชะตา” เธอหลับตาขณะร่ายคำพร้อมตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ให้กับการร่ายคาถาของเธอ

 

เส้นสีแดงจาง ๆ เริ่มลุกขึ้นจากซาลาแมนเดอร์จากนั้นก็ค่อย ๆ เชื่อมต่อกับไม้เท้าสีแดงเข้มที่เปล่งประกาย สัญลักษณ์สีแดงปรากฏขึ้นกลางอากาศและหายไปอย่างลึกลับ

 

จากนั้นไม่นานไกอาก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ทิศเหนือ…ความวุ่นวายของโชคชะตาที่เกิดขึ้นอยู่ทางทิศเหนือ อย่างไรก็ตามการสั่นสะเทือนนั้นเริ่มจางหายไปทีละน้อยแล้ว หลังจากนี้อีก 2 – 3 สัปดาห์มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะติดตามต่อไปได้” เสียงของเธอดังขึ้นพร้อมกับความตื่นเต้น

 

บรูตัสยักไหล่

 

“ตราบใดที่เราค้นพบมันได้ก่อนไฮท์ลอร์ดมาร์คัสจะไม่สนใจสิ่งนั้น น่าเสียดายที่ไม่มีการแทรกแซงใด ๆ ปรากฏขึ้นบนโลกของเรา พวกเราโชคดีที่เชื่อมต่อกับดาวเคราะห์ใกล้เคียงได้” เสียงของบรูตัสเต็มไปด้วยความเคารพเมื่อเอ่ยถึงชื่อมาร์คัส

 

ไกอาพยักหน้าพลางโบกมืออย่างไม่สนใจ ทันใดนั้นกองเลือดสีแดงก็ปรากฏขึ้นคล้ายหนวดหมึกสีเลือดที่ตวัดไปมาก่อนจะก่อตัวเป็นร่างหมาป่าที่มีความสูง 3 เมตร

 

“ซาลุม” เธอกระซิบขณะลูบมือเบา ๆ ไปตามด้านข้างของหมาป่าสีแดงฉาน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรักที่อ่อนโยน “พาข้าไปยังสิ่งที่รบกวนโชคชะตา”

 

 

 

โดเรียนยิ้มอย่างร่าเริงเมื่อมองดูเนื้อสัตว์ที่อยู่ตรงหน้า วันนี้โชคช่างเข้าข้างเขาเสียจริง

 

หลังจากตัดสินใจลุกออกไปล่าสัตว์ เป้าหมายวันนี้ของเขาเป็นเพียงการวนไปมารอบ ๆ ที่เขาอยู่ก่อนจนกว่าเขาจะสามารถเป็นพัฒนารูปแบบที่แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ได้ แม้ว่าร่างปัจจุบันของเขาร่างนี้จะค่อนข้างรวดเร็วแต่มันยังอ่อนแอนัก

 

ดังนั้นเพื่อเติมเต็มท้องของเขาเขาจึงตัดสินใจออกล่าปลาจากแม่น้ำแล้วออกหาสมุนไพรวิเศษมาทดแทนพลังงาน

 

เมื่อเขาออกจากถ้ำที่ซ่อนตัวเขาก็พบกวางภูเขากลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่กำลังกินหญ้าอยู่ริมน้ำ

 

ข้อมูลที่ได้มาจากอัสร่าบอกว่ากวางภูเขาส่วนใหญ่จะอยู่คลาสเอิร์ทและมอร์เทิล  แม้จะเป็นตัวอ่อนของมังกรมายอาร์เขาก็สามารถจัดการกับอะไรแบบนี้ได้

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขายังมีความสามารถกรงเล็บอัคนี้เป็นตัวช่วยอยู่อีก

 

อัสร่าบอกว่าความสามารถต่าง ๆ ที่เขาได้เรียนรู้มาจะติดตัวเขาไปตลอดแม้ว่าเขาจะมีรูปร่างแบบใดก็ตาม มันช่างมีประโยชน์มากเหลือเกิน

 

โดเรียนเริ่มไล่ล่าตามกวางภูเขา เขาค่อย ๆ คลานไปที่ต้นไม้ด้านข้างของหุบเขาอย่างช้า ๆ จากนั้นก็กระโดดจากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นหนึ่งอย่างเงียบ ๆ โดยเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่กวางที่อยู่ด้านล่าง

 

เขาก็มาถึงหนึ่งในเส้นทางที่นำไปสู่แม่น้ำในหุบเขาในที่สุด มีสัตว์ป่ามากมายเคลื่อนตัวไปตามกาลเวลาบนเส้นทางนี้ 

 

เขาซ่อนตัวอยู่บนกิ่งไม้ขณะจ้องมองดูฝูงกวาง

 

กวางภูเขามีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่แต่ไม่ได้ใหญ่โตจนผิดแปลกธรรมชาติ พวกมันเพียงใหญ่กว่ากวางปกติทั่วไป พวกมันมีหนังสีน้ำตาลเข้มที่ซ่อนเร้นและกีบสีดำที่แข็งแกร่งมาก

 

ในที่สุดฝูงกวางก็เริ่มขยับตัวออกจากหุบเขาหลังจากเติมน้ำจนแน่นท้อง เมื่อลองนับจำนวนดูดี ๆ ก็พบว่ากวางฝูงนี้มีประมาณ 20 ตัวได้ 

 

พวกมันเริ่มมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่โดเรียนโฉบไปมาเมื่อครู่นี้

 

โดเรียนไม่ได้เลือกเส้นทางนี้โดยบังเอิญ หลังจากเฝ้าดูกวางมาก่อนเขารู้ว่ามันมีลักษณะที่ขี้เซาและมักดำเนินกิจวัตรประจำวันแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เส้นทางนี้เป็นเพียงเส้นเดียวที่เหมาะสมในทุก ๆ ด้านถึงแม้จะมีต้นไม้คอยปิดกั้นวิสัยทัศน์เป็นบางแห่งแต่ก็เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในหุบเขานี้

 

ขณะที่ฝูงกวางเริ่มเดินทางใกล้เข้ามาอยู่ใต้ล่างเขา โดเรียนที่รอคอยช่วงเวลาจู่โจมกำลังเลือกเป้าหมาย

 

เขาตัดสินใจเลือกตัวที่ดูอ่อนแอตัวหนึ่งแต่แล้วก็ตัดสินใจทำในสิ่งตรงกันข้าม ด้วยความสามารถในปัจจุบันของเขาเขาไม่ควรมีปัญหาอะไรในการกำจัดกวางในระดับนี้

 

และในไม่ช้า กวางตัวใหญ่ก็มาอยู่เบื้องล่างเขาในที่สุด

 

โดยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดเรียนกระโดดลงจากกิ่งไม้ที่เขาแอบซ่อนตัวพร้อมเปิดใช้ความสามารถกรงเล็บอัคนี้เข้าโจมตีในทันใด เขาฝึกฝนความสามารถนี้อยู่บ่อยครั้งเพื่อให้มันสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

 

กรงเล็บของเขาส่องแสงสีแดงเพลิงขณะเคลื่อนตัวเข้าใกล้กวาง ไม่กี่วินาทีต่อมาฝูงกวางก็กระจัดกระจายและตื่นตระหนกต่อสายตาของนักล่า กลิ่นของเนื้อสัตว์ที่โดนความร้อนเล่นงานเริ่มส่งกลิ่นลอยออกมา

 

กวางเจ้าเนื้อที่โดเรียนโจมตีกระโดดตัวลอยขึ้นกลางอากาศ พยายามดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากการล่าของโดเรียน กล้ามเนื้อที่ไหล่ของมันทำงานได้เป็นอย่างดีและแข็งแรงกว่ากวางปกติทั่วไป แรงที่ส่งออกมาในแต่ละครั้งเกือบ 100 ปอนด์ได้

 

โดเรียนยังคงออกล่าไม่หยุด กรงเล็บของเขาที่กระโจนเข้าโจมตีเริ่มเข้าเนื้อกวางลึกมากขึ้น จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าการดิ้นรนของกวางเริ่มลดระดับลง

 

2 – 3 วินาทีต่อมากวางตัวนั้นก็ทรุดตัวลงไปกับพื้นก่อนจะแน่นิ่งและหยุดหายใจไป

 

โดเรียนกระพริบตาขณะมองดูกวางที่เขาโจมตีได้สำเร็จก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางสิ่งบางอย่าง

 

กลิ่นของเนื้อที่ปรุงสุก…มันช่างหอมหวลยิ่งนัก!

 

เมื่อตอนที่เขาอยู่ในร่างซาลาแมนเดอร์แดงเขาไม่เคยสนใจเลยว่าเนื้อของสัตว์ที่เขาล่ามานั้นจะปรุงสุกแล้วหรือไม่ รสชาติของเลือดที่เข้มข้นและเนื้อดิบ ๆ เป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับลิ้นของเขาในตอนนั้น

 

อย่างไรก็ตามสำหรับในร่างนี้ โดเรียนไม่แน่ใจว่าการรับรู้ของเขาเปลี่ยนไปหรืออย่างไร แต่กลิ่นของกวางที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้กำลังทำให้เขาน้ำลายสอ

 

เขาขมวดคิ้วขณะมองดูที่มือของตัวเอง ไฟจากกรงเล็บเขาให้ความร้อนที่มากเกินไปจนทำให้เนื้อของกวางที่ติดอยู่ในเล็บของเขาดำไหม้เป็นตอตะโก หากเขาต้องการย่างกวางตัวนี้กินเองเขาต้องหาวิธีลดความร้อนบนกรงเล็บของเขาลงหรือใช้วิธีอื่นแทน

 

ขณะที่เขากำลังคิดหาทางออกอยู่นั้นสายตาก็พลันไปสะดุดเข้ากับต้นไม้ข้าง ๆ เข้า กิ่งไม้หนา ๆ ได้จุดฉนวนความคิดอะไรบางอย่างในใจเขาขึ้นมาได้

 

 

“เวทอวกาศ: เภตรากระพริบ!” เสียงที่สั่นเทาของพ่อมดไอย์มอนดังขึ้นขณะประกบมือของเขาเข้าด้วยกันเพื่อดึงพลังงานจากส่วนสร้างเวทวิญญาณมาเพิ่มพลังให้กับคาถาที่เขาร่ายออกมา เขาทำท่าทางผ่านมือที่ชวนสับสนอยู่หลายหนจากนั้นสัญลักษณ์สีขาวสายน้ำแห่งแสงก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ

 

ครู่ต่อมาโครงสร้างของเรือขนาดเล็กก็ลอยค้างอยู่กลางอากาศ สร้างความประหลาดใจกับคลื่นพลังงานที่แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจ

 

วิลเลียมยืนมองด้วยความตะลึง เรือที่ลอยอยู่กลางอากาศในตอนนี้ทำให้ดวงตาของเขาแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

 

ขณะที่ตัวเขากำลังยืนอยู่ด้านนอกนครยอวร์ ตัวเมืองมีขนาดกว้างเกือบ 4 ไมล์ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตะวันตกของจักรวรรดิแม่น้ำออบซิเดีย กำแพงเมืองที่ต่อกันเป็นแผ่นเดียวมีขนาดสูงประมาณ 10 ซึ่งเป็นกำแพงที่สร้างขึ้นมาจากหิน ถูกประดับประดาไปด้วยคาถาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับมัน เมืองนี้เป็นป้อมปราการที่ทรงพลังซึ่งเคยถูกใช้เป็นเมืองชายแดนกำจัดสัตว์ป่านานาชนิดมาก่อน

 

จักรวรรดิแม่น้ำออบซิเดียยังอยู่ในระหว่างการขยายและพิชิตดินแดนใหม่

 

หลังจากได้พบกับตระกูลโรเบลแล้วผู้ปกครองนครยอวร์ก็ให้เหล่าพ่อมดจากแผนกต่าง ๆ เข้าพักที่บ้านของตระกูลโรเบล และตอนนี้รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ก็มาถึงแล้ว

 

หนึ่งในคาถาที่วิลเลียมฝึกฝนสามารถสร้างเรือขนส่งแบบนี้ได้เช่นกัน แต่เพียงมองดูเรือที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศนี้แล้วเขาก็สามารถบอกได้เลยว่าตัวเขาเองยังห่างชั้นจากการสร้างอะไรแบบนี้อยู่มาก

 

“ช่างเป็นเวทมนต์ที่วิเศษจริง ๆ!” พ่อมดจากแผนกโชคชะตาอ๊อบลองกล่าวชมเชยอย่างรื่นเริงขณะเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเรือ

 

“ออกเดินทางกันเลยเถอะ” อ๊อบลองหันมามองวิลเลียมแล้วยิ้มอย่างมีความสุข พ่อมดโชคชะตาผู้นี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ทางการพยากรณ์ของเขา 

 

เขาได้ส่งข้อความถึงพ่อมดอีกท่านหนึ่งที่อยู่กับลอร์ดแฮดเดรียนแล้วว่าหากสิ่งต่าง ๆ เป็นไปด้วยดีนี่อาจเป็นโชคดีที่เขาต้องการเพื่อเสนอชื่อและรับทรัพยากรที่จำเป็นในการก้าวเข้าสู่แกรนด์มาสเตอร์คลาส

 

“ขอรับ” วิลเลียมพูดรับขณะเดินนำไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้านหลังวิลเลียมคือนักรบสกายคลาสที่ทางผู้นำของตระกูลส่งมาเพื่อปกป้องเขา

 

เมื่อวานหลังจากพ่อมดแผนกต่าง ๆ เข้ารับการพักผ่อนแล้วผู้นำตระกูลก็ได้กระตุ้นให้เขาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับงานนี้ หากเขาสามารถสร้างความประทับใจดี ๆ ขึ้นมาได้เขาอาจถูกเชิญให้ร่วมทำงานจากแผนกใดสักแห่ง 

 

ตระกูลใดก็ตามที่มีพ่อมดในตระกูลทำงานจาก 1 ใน 108 แผนกตระกูลนั้นจะถูกกำหนดให้มีความยิ่งใหญ่เกินกว่าจะปกครองผืนดินเล็ก ๆ บนโลกอย่างแฮสนอร์ท

 

วิลเลียมกระโดดขึ้นเรือไปอย่างกระตือรือร้น ด้วยความไวต่อเวทมนต์ทำให้เขาสามารถจดจำโครงร่างของเรือได้อย่างชัดเจน แต่ความโปร่งใสของมันทำให้เขาสับสน

 

ด้านหลังเขาคือพ่อมดจากแผนกสายฟ้าดำ กราซิทอล์พ่อมดแกรนด์มาสเตอร์คลาสที่ก้าวตามขึ้นเรือมา จากนั้นก็ตามมาด้วยหน่วยอารักขาเหล็กทมิฬที่ทางจักรวรรดิแม่น้ำออบซิเดียส่งมาช่วยเหลือ นักรบที่ทรงพลังเหล่านี้เป็นนักสู้มือดีที่สุด สมาชิกกองกำลังเหล็กทมิฬมีกำลังพลทั้งสิ้น 5,000 คน

 

อ๊อบลองและไอย์มอนขึ้นเรือเป็นลำดับสุดท้าย เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เสร็จแล้วพ่อมดเวทอวกาศไอย์มอนก็ยกมือตัวเองขึ้นก่อนจะโบกไปมาตามอากาศจากนั้นเขาก็หันหน้าไปเผชิญกับวิลเลียมด้วยท่าทีควาดหวัง

 

“ในตอนนี้ โปรดนำเส้นทางของข้าไปที พ่อมดวัยเยาว์”

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...