ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 154 : แบ่งปัน ‘ประสบการณ์’
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 156 : เมลิสซ่ามองการณ์ไกล

ราชันย์เร้นลับ 155 : นัดพบเร่งด่วน

 

    หลังจากจัดการทุกสิ่งเรียบร้อย ไคลน์เดินลงมายังชั้นใต้ดิน จุดหมายปลายทางคือห้องผู้คุมหน้าประตูยานิส

 

    ด้านใน รอยัลกำลังเก็บข้าวข้องเตรียมกลับ ขณะเธอสางผมพลางจัดระเบียบร่างกาย ชายคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาเปลี่ยนเวรพอดี 

 

    หลังจากพยักหน้าทักทายกันตามมารยาท ไคลน์อมยิ้มพลางกล่าว

 

    “ผมดูดซึมพลังโอสถตัวเองเสร็จสมบูรณ์แล้ว และได้อธิบายประสบการณ์ให้ฟรายกับคนอื่นฟัง คุณสามารถสอบถามจากพวกเขา”

 

    รอยัลผู้มีใบหน้าเย็นชาแทบตลอดเวลา เธอเผยให้เห็นอาการตกตะลึงชั่วขณะ ริมฝีปากสั่นระริกแผ่วเบา ก่อนจะพยักหน้า

 

    “เข้าใจแล้ว”

 

    มาดาม ผมหวังว่าคุณจะรักษามาดใจเย็นแบบนี้ได้ตลอด… 

 

    เพราะห้องนันทนาการด้านบนเต็มไปด้วยกลุ่มคนแตกตื่นร้อนวิชา การไต่ถามอะไรไปตอนนี้ เกรงว่าจะพบเพียงความเอะอะวุ่นวาย 

 

    ไคลน์อมยิ้มพลางเดินไปหยุดยืนหลังโต๊ะทำงาน กระป๋องดีบุกสีเงินถูกหยิบออกมาเปิดอย่างชำนาญ

 

    กาแฟเฟอร์โม่กลิ่นโปรดของดันน์?สมิท

 

    หลังจากชงกาแฟร้อนหอมกรุ่นให้ตัวเองเสร็จ ไคลน์นั่งลงบนเก้าอี้และปล่อยให้ความคิดลอยเตลิด 

 

    ขอให้ภารกิจของมิสเตอร์อะซิกลุล่วงและไม่เหลือเบาะแสทิ้งไว้ แต่จะเหลือไว้สักเล็กน้อยก็ไม่คงไม่เป็นไร เพราะในฐานะนักแกะรอยเพียงคนเดียวของเหยี่ยวราตรี ตนสามารถแสร้งทำเป็นไม่เห็นเบาะแสดังกล่าว

 

    หืม… ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันถูกเก็บไว้ตรงไหนภายในประตูยานิสกันนะ

 

    ในเมื่อไม่ใช่สมบัติวิเศษมีชีวิต คงเบียดเสียดรวมกับสมบัติชนิดอื่นกระมัง

 

    แต่เมื่อลองนึกดูให้ดี ตนไม่เคยเข้าไปในประตูยานิสเลยสักครั้ง ได้แต่นึกสงสัยว่ามีสถาปัตยกรรมแบบใด 

 

    และต้องมีความพิเศษมากขนาดไหน จึงสามารถกักขังสมบัติวิเศษนานาชนิด พลังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แถมบางชิ้นยังเต็มไปด้วยอันตรายและพลังวิญญาณล้นเหลือ 

 

    ดังเช่นเถ้ากระดูกของพระแม่เซเลน่า

 

    … 

    ขณะความคิดไคลน์กำลังเร่ร่อนเรื่อยเปื่อย ชายหนุ่มพลันได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนดังเข้ามาใกล้ ความถี่ค่อนข้างสูง คล้ายกลับกำลังร้อนรน 

 

    ไคลน์รีบมองออกไปยังทางเดิน และได้พบนีลล์ในชุดคลุมดำยาวตัวโปรด มือขวากำลังถือหมวกสักหลาดสีเดียวกัน 

 

    ชายชราหยุดยืนหน้าประตูห้องโดยไม่กล่าวสิ่งใดเป็นเวลานาน เพียงใช้สายตาพิจารณาไคลน์หัวจรดเท้า

 

    “มิสเตอร์นีลล์ มีอะไรหรือ”

 

    ไคลน์ซักถามพลางยิ้มแห้ง ก่อนจะยกถ้วยกาแฟหอมกรุ่นขึ้นจิบ

 

    นีลล์เพ่งพิจารณาเป็นหนสุดท้าย จากนั้นก็ถอนหายใจยาวสุดเสียง

 

    “เจ้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลักปฏิบัติของผู้ส่องความลับและดาลีย์…”

 

    “ต้องขอบคุณเทพธิดา และขอบคุณบทเรียนจากคุณด้วย มันมีค่ากับผมมาก”

 

    ไคลน์ตอบด้วยท่าทีจริงจัง

 

    นีลล์เดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม มันเลื่อนเก้าอี้ออกและนั่งลง สีหน้าเผยให้ถึงอารมณ์หดหู่

 

    “ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบปีก่อน…”

 

    ไคลน์เงียบงัน มันทราบดีว่า นีลล์มีอายุมากแล้ว ไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มโอสถเพิ่มเติม เพราะเสี่ยงแก่การคลุ้มคลั่ง ต่อให้ย่อยโอสถผู้ส่องความลับสมบูรณ์แล้วก็ตาม

 

    ไม่ว่าจะพูดสิ่งใดออกไป ล้วนสามารถกระทบกระเทือนจิตใจชายชราผู้นี้ได้ทั้งสิ้น

    

    “หลังจากได้เป็นผู้ส่องความลับ ฉันเดินตามหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยไม่เคยนอกลู่นอกทาง แต่เมื่อผ่านไปหลายปีก็พบว่า นั่นยังไม่ใช่วิธีถูกต้องในการดูดซึมพลังโอสถ 

 

    “ในเวลาถัดมา ดาลีย์ได้ดูดซึมพลังโอสถอย่างรวดเร็วจนผิดธรรมชาติ หล่อนเคยพยายามบอกใบ้ฉันหลายครั้ง และในตอนนั้นเหมือนจะค้นพบเบาะแสของบางสิ่ง

 

    “แต่ด้วยวัยกว่าห้าสิบปี ฉันหมดไฟและท้อแท้กับการลองผิดลองถูก จนสุดท้ายได้ตัดสินใจยอมแพ้ และคิดว่าความสำเร็จของดาลีย์เป็นเพราะเธออัจฉริยะ”

 

    นีลล์นวดคลึงขมับด้วยสีหน้าเจ็บแปลบ

 

    มันก้มหน้านานหลานนาที บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน กระทั่งชายชราเงยหน้ามองไคลน์

 

    “การเพิ่งตระหนักถึงความจริงในอายุปูนนี้ ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายและน่าเจ็บใจไม่น้อย”

    นีลล์ตระหนักถึงเทคนิคสวมบทบาทได้บางส่วนมานานแล้วสินะ… และเมื่อตนแบ่งปันประสบการณ์ในวันนี้ อีกฝ่ายจึงกระจ่างทันที 

 

    ชายหนุ่มฝืนยิ้ม พยายามปลอบประโลม

 

    “ผลลัพธ์คงไม่ต่างจากเดิมมากนัก ในเมื่อโบสถ์รัตติกาลไม่มีโอสถลำดับแปดของผู้ส่องความลับ”

 

    “วิหารศักดิ์สิทธิ์อาจมี… ไม่สิ ไม่ใช่ ถ้ามีโอสถลำดับแปดจริง คงเขียนชื่อไว้ในเอกสารลับแล้ว… แต่ถ้าเป็นตลาดมืดคงพอหาได้บ้าง”

 

    ชายชราพึมพำด้วยสีหน้าหดหู่ มันส่ายศีรษะหลายหนก่อนฝืนพยุงตัวลุกจากเก้าอี้ 

 

    “แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่คลุ้มคลั่ง สามารถมีชีวิตยืนยาวอย่างสันติสุข… เทพธิดาจงเจริญ”

 

    นีลล์ทำสัญลักษณ์จันทร์แดงกลางหน้าอกพร้อมกับเดินออกจากห้อง มาดเจ้าเล่ห์ไม่หลงเหลืออีกแล้ว ปรากฏเพียงมาดชายชราห่อเหี่ยวและสูญเสียกำลังใจ

 

    ไคลน์มองตามหลังพลางถอนหายใจ มันยิ่งแค้นเคืองว่า เหตุใดโบสถ์รัตติกาลถึงปิดบังเทคนิคสวมบทบาทไว้จากบุคลากรชั้นผู้น้อย

 

    … 

 

    ชายหนุ่มนั่งสงบสติอยู่สักพัก จนสามารถรวมรวบสมาธิเพื่อตั้งใจอ่านเอกสารลับเหยี่ยวราตรีตรงหน้า

 

    นับตั้งแต่ดึงเด็กหนุ่มจากเมืองเงินพิสุทธิ์เข้าร่วมชุมนุมไพ่ทาโร่ต์ ไคลน์ได้ทราบว่าเมืองโบราณยังคงเรียกหลายสิ่งด้วยชื่อเก่า มันจึงประเมินว่า การศึกษาชื่อโบราณไว้คือสิ่งจำเป็นในอนาคต

 

    … 

 

    ผ่านไปสักพัก เสียงฝีเท้าใครบางคนดังเข้ามาในห้วงโสตประสาท จังหวะของอีกฝ่ายไม่รีบร้อน เป็นย่างก้าวมั่นคงและหนักแน่น

 

    โดยไม่ต้องพบตัว ภาพของดันน์?สมิทสวมชุดกันลมสีดำแล่นเข้ามาในหัวไคลน์ล่วงหน้า 

 

    นี่คือสัมผัสวิญญาณหลังจากย่อยพลังโอสถสมบูรณ์สินะ… ชายหนุ่มผงกศีรษะแผ่วเบาอย่างพึงพอใจ 

 

    ถัดมาไม่นาน หัวหน้าเหยี่ยวราตรีเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับจดหมายหนึ่งฉบับ

 

    “ถึงคุณ”

 

    ดันน์ตวัดมือโยนซองจดหมายมาทางไคลน์ ชายหนุ่มรีบเหยียดแขนออกไปรับ แต่ด้วยความห่วยแตกของประสาทสัมผัสและการกะระยะ ฝ่ามือจึงคลาดกันกับซองจดหมาย

 

    แปะ!

 

    จดหมายหล่นลงพื้น ปล่อยให้ท่อนแขนนักทำนายลอยเคว้งกลางอากาศอย่างน่าสมเพช

 

    เกิดเป็นบรรยากาศเงียบงันสักพัก จนกระทั่งไคลน์ชักแขนขวากลับมาลูบผมเป็นการแก้เขิน 

 

    “ไฟห้องไม่ค่อยสว่างเลยนะครับ” 

 

    ชายหนุ่มแก้ตัวอย่างหน้าด้านๆ พลางยิ้มแห้ง มันโน้มตัวลงไปเก็บซองบนหมายบนพื้นด้วยสีหน้าคาดหวัง

 

    มิสเตอร์โฮนาซิส… 

 

    จดหมายจากนายแพทย์ดักซ์เตอร์?

 

    ไคลน์รีบดึงลิ้นชักออกเพื่อควานหาอุปกรณ์ตัดซองจดหมาย

    

    ตามกฎของเหยี่ยวราตรี หากจดหมายระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจน โรแซนจะเป็นผู้นำไปมอบให้ถึงมือ แต่ถ้าจดหมายจ่าหน้าซองถึงคนแปลกหน้า โรแซนจะส่งต่อให้ดันน์จัดการพิจารณาต่อ

 

    เมื่อเปิดซองสำเร็จ ไคลน์บรรจงคลี่กระดาษเนื้อความด้านในอ่าน 

 

    …จิตแพทย์ดักซ์เตอร์ต้องการนัดพบอย่างเร่งด่วน เวลานัดหมายคือบ่ายสองของวันนี้! 

 

    หมอนั่นได้สูตรโอสถนักอ่านใจแล้วใช่ไหม หรือว่าจะเป็นเหตุด่วนเรื่องอื่น? ไคลน์เงยหน้ามองดันน์ในลักษณะขอความคิดเห็น

 

    “หัวหน้า สายข่าวของผม หนึ่งในสมาชิกสมาคมแปรจิต นัดพบเร่งด่วนบ่ายตอนสองโมงตรงของวันนี้”

 

    “ได้บอกรายละเอียดไหม”

 

    ดันน์ซักถาม สีหน้าคล้ายกับพอเดาได้

 

    “ไม่ครับ” ไคลน์ส่ายศีรษะ

 

    ดันน์ไตร่ตรองเล็กน้อยก่อนออกคำสั่ง

 

    “ให้เลียวนาร์ดเฝ้าประตูยานิสแทนชั่วคราว ผมจะไปกับคุณด้วย และหาจุดซ่อนตัวในบริเวณดังกล่าว 

 

    “การนัดพบเร่งด่วนอาจเป็นกับดัก ผมเคยเผชิญสถานการณ์คล้ายคลึงกันมาก่อน แต่ถึงจะไม่ใช่กับดัก คุณกับผมก็สามารถลงมือได้ทันทีหากมีเหตุด่วน”

 

    หัวหน้า ทำไมคุณถึงเจ๋งแบบนี้… 

 

    ในทุกสถานการณ์สำคัญ ดันน์ขี้ลืมจะแปลงร่างเป็นดันน์พึ่งพาได้ เปี่ยมด้วยบารมีของผู้นำ และไม่เคยความจำเสื่อมระหว่างปฏิบัติภารกิจเลยสักครั้ง…

 

    ไคลน์รีบพยักหน้า

 

    “ครับ!”

 

    … 

 

    บ่ายสองโมงตรง ภายในลู่หมายเลขเก้าของสนามยิงปืนซุตแลน ลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มาก

    

    ไคลน์ชำเลืองมองเป้าซ้อมยิงซึ่งลอยห่างออกไป บนแผ่นกระดาษปรากฏรูโหว่หลายจุด ก่อนจะหันกลับไปถามดักซ์เตอร์

 

    “เกิดอะไรขึ้น ถึงได้ต้องการทหารรับจ้างอย่างเร่งด่วนตอนบ่ายสองโมงตรงเช่นนี้”

 

    หากหวังพบตนฉุกเฉิน อีกฝ่ายต้องเดินทางไปหาบอสแห่งผับสุนัขล่าเนื้อ มิสเตอร์ไรท์ และระบุว่าต้องการทหารรับจ้าง ไม่อย่างนั้น จดหมายจะถึงมือไคลน์ก็ต่อเมื่อชายหนุ่มเดินทางไปรวบรวมด้วยตัวเอง

 

    ดักซ์เตอร์สำรวจท่าทีไคลน์ตามนิสัยประจำ ก่อนจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

 

    “ฮู้ด?ยูเก็นมีอาการผิดปรกติในระยะหลัง”

 

    ฮู้ด?ยูเก็นคือคนไขจิตเวชในความดูแลของนายแพทย์ดักซ์เตอร์ และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาคมแปรจิต

 

    “เขาแสดงความไม่ปรกติในลักษณะใด”

 

    ไคลน์ถามเสียงขรึม วางมาดผู้เชี่ยวชาญเสียเต็มประดา

 

    ดักซ์เตอร์ถอนหายใจอย่างผ่อนคลายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพึ่งพาได้ มันพยายามเรียบเรียงคำพูด

 

    “ข…เขาเริ่มเสียสติไปจริงๆ แล้ว”

 

    “เสียสติของจริง?” ไคลน์อึ้งเล็กน้อย

 

    ไม่ใช่ว่า ฮู้ด?ยูเก็นลอบแทรกซึมเข้ามาในโรงพยาบาลจิตเวช เพราะต้องการฝึกฝนพลังพิเศษเกี่ยวกับจิตใจหรอกหรือ 

 

    แต่กลับกลายเป็น หมอนั่นเสียสติเต็มขั้น?

 

    “ครับ… คิดว่าเป็นแบบนั้น”

    

    ดักซ์เตอร์เดินวนเวียนไปมาในห้องอย่างกระวนกระวาย

 

    “ในช่วงแรก ผมยังสนทนากับเขาได้เหมือนคนปรกติ แถมอีกฝ่ายยังคอยแนะนำวิธีการใช้พลังพิเศษเป็นอย่างดี 

 

    “แต่ช่วงสองสามวันก่อน ท่าทีของเขาเริ่มเปลี่ยนไป ผมสื่อสารกับเขาไม่รู้เรื่อง ลักษณะเหมือนกับคนไข้ทางจิตทั่วไป… 

 

    “แม้จะถามสูตรโอสถนักอ่านใจมาได้ก่อน แต่ผมก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นของจริงหรือไม่ 

 

    “และตอนนี้ยิ่งเป็นกังวลว่า ชายคนนั้นอาจอาละวาดจนเกิดความเสียหายต่อโรงพยาบาลเป็นวงกว้าง”

 

    เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ด้วยพลังนักทำนาย แถมยังเป็นทำนายซึ่งมีมิติสายหมอกคอยหนุนหลัง ตนสามารถทำนายได้ว่า สูตรโอสถนักอ่านใจเป็นของจริงหรือไม่

 

    ชายหนุ่มถอนหายใจผ่อนคลาย ก่อนจะขมวดคิ้วถามถึงปัญหา

 

    “ในระยะหลัง เขาได้ติดต่อกับคนแปลกหน้าบ้างไหม”

 

    “ผมคิดว่ามีแค่ผู้ป่วยเท่านั้น ต…แต่ก็ไม่มั่นใจเต็มร้อย เนื่องจากไม่ได้อยู่เฝ้าโรงพยาบาลตลอดทั้งวัน ต้องพักผ่อนบ้าง”

 

    ดักซ์เตอร์อธิบายหน้าเครียด

 

    ไคลน์ผงกศีรษแผ่วเบา คล้ายกลับไม่ใช่เหตุการณ์ใหญ่โต

 

    “ไม่ต้องกังวล ผมจะส่งคนคอยคุ้มกันอย่างลับๆ  โดยภารกิจของคุณคือ หาให้พบว่า มิสเตอร์ยูเก็นแอบติดต่อกับใครบ้างก่อนกลายเป็นคนเสียสติ

 

    “บางที ชายคนนั้นอาจแสร้งป่วยและกำลังทดสอบคุณอยู่ ขอแนะนำให้รายงานเหตุการณ์นี้กับเบื้องบนของสมาคมแปรจิต และคอยดูท่าทีตอบสนอง”

 

    “เข้าใจแล้วครับ”

 

    จิตแพทย์ใช้มือขยับกรอบแว่นพลางผ่อนลมหายใจ สีหน้าของมันดีขึ้นเล็กน้อย มาดสุขุมของผู้ชมหวนกลับมาอีกครั้ง 

 

    ดักซ์เตอร์ล้วงหยิบแผ่นกระดาษให้ไคลน์

 

    “นี่คือสูตรโอสถนักอ่านใจ แต่ผมไม่รับประกันว่าเป็นของจริง”

 

    “ทางเราจะพิสูจน์เอง” ไคลน์ยิ้ม

 

    มันคลี่กระดาษออกมาอ่าน

 

วัตถุดิบหลัก : 

  1. ต่อมใต้สมองสภาพสมบูรณ์ ของซาลามันเดอร์สีรุ้งโตเต็มวัย
  2. ไขกระดูกของกระต่ายฟาสแมน 10 มิลลิกรัม

 

วัตถุดิบรอง : 

  1. ผงเกาลัด 5 กรัม
  2. ผงหญ้าฟันมังกร 8 กรัม
  3. กลีบบุปผาเอลฟ์ขาวพิสุทธิ์ 3 กลีบ
  4. น้ำบริสุทธิ์ 100 มิลลิลิตร

 

    “ทำได้ดีมาก” ไคลน์เชยชม

 

    ชายหนุ่มพับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ

 

    หลังจากแลกเปลี่ยนสถานการณ์กับดักซ์เตอร์เล็กน้อย ไคลน์ทราบว่าอีกฝ่ายได้ยินเสียงและเห็นภาพหลอนน้อยลง 

 

    ชายหนุ่มโบกมืออำลาแยกย้าย จากนั้นก็เดินไปยังลู่ยิงปืนเฉพาะของเหยี่ยวราตรี 

 

    ดันน์กำลังรออยู่ด้านใน

 

    “หัวหน้า สายข่าวมอบสูตรโอสถนักอ่านใจให้ผม เพื่อแลกกับการบอกวิธีลดความเสี่ยงอาการคลุ้มคลั่ง แต่เขาไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของสูตรได้”

 

    ไคลน์ยื่นแผ่นกระดาษให้ดันน์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

 

    “ยิ่งไปกว่านั้น เขาระบุชื่อของผู้ต้องสงสัยหนึ่งบุคคล”

 

    ดันน์ก้มหน้าอ่านสูตรโอสถอย่างตั้งใจ ส่วนไคลน์ก็ยืนอธิบายเรื่องราวของฮู้ด?ยูเก็นให้ฟัง 

 

    เมื่อชายหนุ่มเล่าจบ ดันน์พยักหน้ารับ

 

    “ผมจะส่งคนคอยเฝ้าโรงพยาบาลจิตเวททันที ส่วนคุณกลับไปเข้าเวรประตูยานิสต่อ ในฐานะผู้วิเศษเส้นทางไม่ถนัดการต่อสู้ ผมจะไม่ให้คุณเสี่ยงกับเรื่องนี้”

 

    จากนั้นก็เสริม

 

    “ถ้าสูตรโอสถชนิดนี้เป็นของจริง คะแนนคุณประโยชน์ของคุณจะมากพอสำหรับเลื่อนลำดับ 

 

    “และหากผ่านบททดสอบจากเบื้องบน คุณจะได้รับโอสถตัวตลกเป็นรางวัลทันที”

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...