ตอนที่แล้วMLVF Ch. 5 ยินดีต้อนรับคู่หมั้นของฉัน (2)
ทั้งหมดรายชื่อตอน

MLVF Ch. 10 ทำไมเธอถึงหนีไปจากฉัน? (1)

 

 

 

ผมสีเงินของเอียนปลิวสไวอย่างนุ่มนวลโดยสายลมฤดูใบไม้ผลิ เขาใช้นิ้วกวาดผมออกจากใบหน้าและดวงตาสีฟ้าของเขาส่องประกายในแสงแดด หลุยส์ยืนแช่แข็งจับลูกบิดประตูขณะที่เธอจ้องมองไปที่เขา

 

 

 

‘ลมแรงๆนี่คงอนุญาต​​ให้แค่ตัวละครหลักใช้ใช่มั้ยคะ? ‘

 

 

 

มันเป็นเอฟเฟกต์ที่สวยงามอย่างแท้จริง! เมื่อเทียบกับสภาพของหลุยส์ ผมยาวของเธอแทบจะพันกันเป็นก้อนๆเมื่อลมพัดผ่าน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ​ นี่ไม่ใช่เวลามาชื่นชมความงามของนักแสดงนำชาย

 

 

 

หลุยส์ฝืนยิ้มบนใบหน้าของเธอ ในยามที่มีปัญหาการยิ้มเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด บุคคลอื่นมักจะยิ้มโดยอัตโนมัติเมื่อเจอปัญหา​ ริมฝีปากของเอียนโค้งขึ้นนิดๆ แต่มันก็เป็นรอยยิ้ม

 

 

 

ตอนนี้เราต้องทำตัวให้เป็นธรรมชาติฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ แต่ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับชีวิตที่น่ารื่นรมย์ของคุณ และจากนั้นฉันก็จะขอลาไปเป็นแค่ผู้ช่วย

 

 

 

หลุยส์ค่อยๆถอยกลับเข้าไปในห้องโถง​ เขาไม่ละสายตาจากใบหน้าของเธอ เธอกระแทกประตูอย่างรวดเร็วด้วยเสียงดังปังทันทีและถอนหายใจยาว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหุบลงอย่างรวดเร็ว เธอหันศีรษะของเธอไปด้านข้างและมองที่ป้าย​ สงสัยว่าเธอมาผิดที่หรือเปล่า

 

 

 

สภานักเรียน​

 

 

 

ฉันมาถูกที่แล้วนี่!

 

 

 

‘เอียนเป็นสภานักเรียนในนวนิยายต้นฉบับเหรอ?’

 

 

 

เธอไม่แน่ใจ มันเป็นเวลาเกือบสิบปีแล้วที่เธออ่านนิยายครั้งล่าสุด แต่เธอแน่ใจว่ามันค่อนข้างขัดแย้งกับตัวละครต้นแบบ เอียน​ อัธโมเนียล​ คราวน์ เป็นเจ้าชายผู้โดดเดี่ยว​ที่ไม่มีใครสักคนให้ไว้ใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาไม่เคยจริงใจและเขาก็ไม่ได้ชอบปล่อยมุขตลก​ ผู้คนที่อยู่ใกล้เขามักจะพยายามใช้ประโยชน์จากเขาและหลุยส์คนเก่าก็ไม่ต่างกัน​ ใครก็ต้องการแต่งงานกับเขาเพื่ออยู่ในสังคมของชนชั้นสูงทั้งนั้น สเตลล่า​ ลาพิสเป็นคนเดียวที่ไม่คาดหวังอะไรจากเขาและเขาก็หมกมุ่นอยู่แต่กับเธอ

 

 

 

คำว่า “หมกมุ่น” ไม่ใช่การพูดเกินจริง แท็ก“ The Fake Lovers of the Academy” เต็มไปด้วยคำหลักเช่น #คนติดเมีย #ผู้ชายไร้เดียงสา #กู้วิกฤติ​เจ้าชายผู้โดดเดี่ยว

 

 

 

ดังนั้นมันเป็นเรื่องแปลกที่เขาเป็นสภานักเรียน​ ซึ่งมันทำให้เขาต้องปฏิสัมพันธ์​กับนักเรียนหลายคน

 

 

 

‘ฉันไม่จำเป็นต้องสนใจ’

 

 

 

มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้าย ถ้าเอียนเป็นส่วนหนึ่งของสภานักเรียนเขาน่าจะพบสเตลล่าซึ่งทำงานพาร์ทไทม์ที่ห้องสมุดบ่อยๆ

 

 

 

‘อย่างไรก็ตามฉันควรจะอยู่ห่างจากที่นี่ไว้’

 

 

 

หลังประตูนั่นเป็นเส้นทางไปสู่นรก บอสตัวสุดท้ายนั่นพร้อมจะบดขยี้เธอ​ ‘มาเลยสิ มารับจุดจบที่แสนเลวร้ายของเธอ’​ เธอไม่สามารถเสี่ยงกับการก้าวเท้าเข้าไปในสถานที่นั้นได้

 

 

 

‘แต่…’

 

 

 

หลุยส์ม้วนเส้นผมสีทองของเธอ

 

 

 

ภาพเอียนที่ยิ้มอย่างเปล่งประกายภายใต้สายลม แน่นอนว่าเธอไม่ได้เธอตกหลุมรักเขา​ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าเขาเท่ห์ด้วย! ไม่อย่างแน่นอน! เธอต้องขอบคุณ​ประสบการณ์​อันยาวนานในการเป็นเพื่อนของเขา

 

 

 

หลุยส์จับมือจับประตูอีกครั้งและหลังจากนั้นไม่นานก็บิดและเปิดประตู

 

 

 

เอียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมเขาหันหลังขณะที่เขาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ บางทีเขาอาจจะมีเรื่องให้คิดอย่างหนักเกี่ยวกับบางอย่าง ดูเหมือนว่าเธอจะรบกวนเขา ริม​ฝีปากของเขาโค้งขึ้นเมื่อเขาเห็นเธอ …

 

 

 

‘นี่มันไม่ปกติแล้ว ปกติเขาจะยิ้มแบบนี้เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ’

 

 

 

เธอเดินเข้าไปในห้องประชุมสภาและถามด้วยเสียงเบาๆ

 

 

 

“ …คิดอะไรอยู่เหรอคะ? ”

 

 

 

เขาไม่ได้หันมามองเธอทันที หลุยส์มองดูภาพของแสงและเงาที่ด้านหลังของเขา หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเขาก็หันหน้ามา

 

 

 

“ ฉันกำลังคิดเกี่ยวกับดอกไม้”

 

 

 

“ดอกไม้? “

 

 

 

“ใช่”

 

 

 

เขาเคาะคางราวกับว่าเขายังตัดสินใจไม่ได้

 

 

 

”​เรากำลังจะจัดงานปาร์ตี้สำหรับภาคการศึกษาใหม่ และสำหรับงานปาร์ตี้ -”

 

 

 

“มันต้องมีดอกไม้สินะคะ”

 

 

 

“ โอ้​ เธอช่างรู้ใจฉันจริงๆ”

 

 

 

หลุยส์รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอียนส่งรอยยิ้มให้เธอ เธอคิดว่าเขาคงไม่ว่าอะไรที่เธอปิดประตูหนีออกจาห้องมะกี้นี้

 

 

 

“ หากคุณกำลังมองหาดอกไม้สำหรับงานเลี้ยง​ คุณต้องพิจารณาเกี่ยวกับสถานที่และบรรยากาศ มีสวนดอกไม้ใกล้ๆที่คุณสามารถใช้งานเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ค่ะ”

 

 

 

ขณะที่หลุยส์กำลังพูดเอียนก้าวช้าๆเข้าหาเธอ

 

 

 

เขาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ปลายเท้าของพวกเขาเกือบจะสัมผัสกัน

 

 

 

“ – และเราควรเขียนรายงานที่ต้องรับมือกับ…ฝ่าบาท?”

 

 

 

“ …ทำไมเธอยังเรียกฉันแบบนั้น”

 

 

 

“คือ.. ”

 

 

 

หลุยส์ยิ้มอย่างนุ่มนวลและนำปลายนิ้วของเธอมาจิ้มที่ริมฝีปากของเธอ

 

 

 

“ นิสัยมันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆนี่คะ ”

 

 

 

หลุยส์ถอยหลังไปหนึ่งก้าว

 

 

 

“เรื่องนั้นฉันเห็นด้วย..​ แต่เธอควรมีสติกว่านี้นะ”

 

 

 

เอียนเดินไปอีกก้าวหนึ่งและค่อยๆลดระยะห่างระหว่างพวกเขา หลุยส์ถอยห่างออกไปจนกระทั่งเธอชนเข้าประตูหลังเธอ หลุยส์เหงนหน้าขึ้น เอียนมองเธอด้วยท่าทางชั่วร้าย

 

 

 

“ อย่าทำนิสัยที่เธอชอบถอยห่างทุกครั้งเวลาที่เห็นฉัน “

 

 

 

อาจมีความหมายซ่อนเร้นอยู่หลังคำพูดของเขาเช่น: “ ฉันจะลากเธอไปลงนรกถ้าเธอชอบวิ่งหนีเวลาเห็นหน้าของฉัน”

 

 

 

…ช่างเป็นคนที่น่ากลัวอะไรยังงี้คะ! เขาสามารถทำลายสถานะทางสังคมของเธอถ้าเขาต้องการ หลุยส์พยายามยิ้มให้หวานที่สุดเพื่อที่จะรอดจากนรกขุมนี้

 

 

 

“ แหม.. ฉันไม่ได้มีปัญหา​แล้วฉันก็ไม่ได้วิ่งหนีสักหน่อยนะคะ”

 

 

 

“จริงๆเหรอ?”

 

 

 

เอียนยิ้มเยาะและเหยียดแขนออกไปเอนตัวเธอขณะที่หลุยส์เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยท่าทางตกใจ เธอถูกขังอยู่ในเงามืดของเขา คนบ้าหลุยส์​ ซวีนี่ เธอน่าจะไม่สนใจใบหน้าที่มีปัญหาของเขา เธอคิดถูก!

 

 

 

“ในตอนแรก ขณะที่ฉันกำลังคิดเกี่ยวกับดอกไม้ฉันคิดว่าฉันควรมีที่ปรึกษา​ที่ช่วยฉันได้”

 

 

 

ที่ปรึกษาอาจหมายถึงหลุยส์ เธอศึกษาดอกไม้และต้นไม้ในเรือนกระจกของพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก

 

 

 

“ แน่นอนว่าฉันจะช่วยคุณ -”

 

 

 

“ แต่ทันทีที่ดวงตาของเราสบกันเธอก็ถอยกลับและปิดประตูทันที”

 

 

 

“…”

 

 

 

“ปัง!”

 

 

 

เขาเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงที่ดังราวกับว่าเขาไม่พอใจกับท่าทางอย่างงั้น

 

 

 

“ ฉันไม่ได้ปิดอย่างนั้นนะคะ ฉันแค่ปิดมันเบา ๆเอง-“

 

 

 

การประท้วงที่ขี้อายของเธอไม่ได้ผลมากนัก

 

 

 

“ เธอกระแทกประตูเพราะว่าเธอมีปัญหา​กับใบหน้าของฉัน ”

 

 

 

เธอไม่ได้มีปัญหา​กับหน้าของเขา แต่เธอก็วิ่งหนีไป มันเป็นพฤติกรรม​ของสัตว์​เล็กๆที่ต้องการเอาชีวิตรอดค่ะ!

 

 

 

“ ฉันจำได้ว่าฉันหยุดเธอไม่ให้วิ่งไปที่รั้วนั้น”

 

 

 

“ขอบคุณสำหรับครั้งนั้นค่ะ“

 

 

 

“ ฉันจำได้ว่าตกลงที่จะเก็บความลับเรื่องสมัยเด็กของเราไว้”

 

 

 

“ ขอบคุณสำหรับสิ่งนั้นเช่นกันค่ะ”

 

 

 

“ แต่ว่าทำไม”

 

 

 

เอียนเอนตัวเข้ามาด้านในและมองหลุยส์ตัวต่อตัว เขาอยู่ใกล้เธอจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขา

 

 

 

“ ทำไมเธอถึงหนีไปจากฉัน”

 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...